LOGIN“ก็ดีนะ กูลองแล้วติดใจมันดี อย่างนี้กูก็เอากับคนอื่นได้” หมับ…ติณณ์คว้าปลายคางดึงกระชากจนเธอหันหน้ามาหาจ้องตากันวาวโรจน์ทั้งคู่ “ฝันไปเถอะไอ้แก้ม กูเป็นคนหมา ๆ ปากหมา ชอบท่าหมา แล้วยังเป็นหมาหวงก้าง มึงจำไว้” ติณณ์บีบเสียงข่มขู่แล้วสะบัดมือ เดินไปที่กางเกงล้วงเอาแผงยาออกมาโยนลงบนเตียงข้างตัวญาดา “ยาคุมฉุกเฉิน กินสะ กูยังอีกหลายน้ำ” “ไอ้ปืน! มึง นี่มันอันตราย” “แค่ครั้งนี้เท่านั้น พรุ่งนี้กินยาคุม” ญาดาขว้างยาคุมฉุกเฉินใส่หน้าเพื่อนสนิทแต่ติณณ์คว้าไว้ได้ทันหัวเราะมุมปาก “หรือมึงอยากมีลูกกับกู” “ไอ้ .. ไอ้หน้าตัวเมีย!!” “มึงด่าทีกูนี่ขึ้นเลยว่ะ” โรแมนซ์หวานปนเร่าร้อน จากเพื่อนสนิทสู่คนรัก ที่ทำให้หัวใจของคุณเต้นแรงทุกตอน “เราอยู่ห่างกันแค่ศูนย์เซนติเมตร…แต่หัวใจกลับไกลจนแทบเอื้อมไม่ถึง” เธอ—เพื่อนสนิทที่รู้ทุกอย่างในชีวิตเขา เขา—ผู้ชายที่บอกตัวเองมาตลอดว่า ‘ไม่ควรรักเธอ’ เมื่อความสัมพันธ์ที่เคยสวยงามเริ่ม ‘ปนหวานปนเจ็บ’ เขาจึงต้องตัดสินใจ จะยอมเสียเธอไป หรือจะก้าวข้ามเส้นศูนย์เซนติเมตร แล้วบอกรักเธอเ
View Moreปฐมบท 1
“ไม่ ไม่เอา จะเอาอันนี้ อ่ะ อื้ออออ”
เสียงร้องโวยวายของเด็กหญิงพวงแก้มยุ้ยสีชมพูเลือดฝาดระเรื่อ ทำให้เด็กชายที่ยืนอยู่อีกมุมร้านสะดวกซื้อในหมู่บ้านจัดสรรชานเมืองต่างจังหวัดต้องเอี้ยวหน้าไปมองหลายรอบ
“เด็กนั่นร้องทำไมครับแม่”
เด็กชายเงยหน้าขึ้นมองมารดาที่แสร้งทำเป็นไม่เห็นเด็กหญิงคนนั้น ทั้งที่เสียงหวีดแหลมเล็กร้องมาสักพักใหญ่แล้ว
“น้องจะเอาของเล่น แล้วแม่เขาไม่ซื้อให้” ผู้เป็นมารดาย่อตัวลง
“ทำไมล่ะครับ มันแพงเหรอครับ”
ผมมองรอยยิ้มอ่อนของมารดาขณะก้มลงกระซิบข้างหูให้ได้ยินกันสองคน
“เปล่า เด็กคนนั้นชื่อแก้ม ชอบมาที่ร้านนี้และร้องจะซื้อของเล่นทุกครั้ง แม่เขาเลยไม่ซื้อให้เพราะมีเยอะแล้ว”
เด็กชายละสายตาจากแม่ไปยังเด็กหญิงคนนั้นอีกครั้ง เธอคงอายุใกล้เคียงกับผมราวเจ็ดขวบ
“ถ้างั้นแสดงว่าเธอต้องเป็นเด็กเอาแต่ใจ ผมไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน เธอมาอยู่ใหม่เหรอครับแม่”
“ใช่แล้วปืน ย้ายมาไม่กี่เดือน”
ผมพยักหน้ารับแต่ตายังจ้องไปยังเด็กหญิง ซึ่งตอนนี้หยุดร้องไห้แล้วเมื่อได้ของเล่นที่ตนต้องการ ผมไม่ทันได้หันกลับพลันต้องสะดุ้งตกใจเมื่อจู่ ๆ ดวงตาฉ่ำน้ำ พวงแก้มยังแดงซ่านเงยหน้าขึ้นจ้องมองผมแน่นิ่ง
“เออ แม่ครับ ผมไม่เอาน้ำแล้วครับ กลับเลยดีกว่า”
ผมรีบบอกมารดาเมื่อยังเห็นเด็กคนนั้นจ้องไม่วางตา มือกุมกระชับมือใหญ่กว่าของแม่ไว้ - - น่ากลัวชะมัด
ขณะที่เดินออกมานอกร้านแล้ว ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมหันกลับไปมองในร้านอีกครั้งแล้วพบว่า เด็กคนนั้น แก้ม กำลังแหกตา แลบลิ้นใส่พร้อมหัวเราะเสียงดังจนหน้าหงาย
หน้าของผมแดงซ่านขึ้นทันทีจนรู้สึกร้อนผ่าวพวงแก้มทั้งสองข้างรวมไปใบหู รีบสะบัดหน้ากลับ จำไว้ให้ขึ้นใจว่าจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับเด็กคนนั้นอีกเป็นอันขาด
ทว่า...มันคงเป็นไปได้ยากในเมื่อพวกเราอยู่หมู่บ้านเดียวกัน การปะทะเล็ก ๆ น้อย ๆ มักเกิดขึ้นเสมอ อย่างเช่น - -
แอ๊ด อ๊อด แอ๊ด อ๊อด
ชิงช้าในสนามเด็กเล่นของหมู่บ้านช่วงเย็น สถานที่ซึ่งนับว่าเป็นจักรวาลศูนย์กลางของบรรดาเด็กเล็ก เด็กโต ด้วยจำนวนของเล่นที่มีอยู่น้อยนิด ทำให้เกิดศึกแย่งชิงเล็ก ๆ น้อย ๆ (คำนี้ผมจำมาจากพวกแม่ ๆ) กันอยู่เรื่อย ๆ
ปีนี้แม้ว่าผมอายุแปดขวบแล้ว แต่เพราะเป็นเด็กชายทำให้ตัวโตช้ากว่าเด็กหญิง ซึ่งบัดนี้ดวงตาผมมองตรงไปยังเบื้องหน้า เด็กหญิงชื่อแก้มคนเดิมกำลังยืนกางขาเท้าสะเอว
“ลงมา ฉันจะเล่น”
ผมนิ่งเงียบหันหน้าหนี นับจากวันนั้นแม้เห็นหน้ากันอยู่เนือง ๆ แต่ไม่ได้พูดคุยกัน เพราะผมไม่ต้องการสุงสิงกับเด็กนิสัยไม่ดีอย่างเธอ
“นาย กล้าขัดใจฉันเหรอ”
ผมยังนิ่ง ไกวชิงช้าเบา ๆ แล้วผิวปาก ใช่แล้ว วันนี้นึกครึ้มยังไงบอกไม่ถูก เลยลองผิวปากอย่างผู้ใหญ่แล้วมันกลายเป็นเพลงกระท่อนกระแท่น เรียกรอยยิ้มให้ตัวเองจนเผลอยิ้มออกมา แต่เด็กหญิงข้างหน้าคงคิดเอาเองว่าผม ... กวนตีน จึงกระทืบเท้าทั้งสองข้างอย่างแรงลงพื้นดินจนฝุ่นตลบขึ้น
“จะลงไม่ลง!!”
ผมหยุดชิงช้าจ้องตอบ แล้วผิวปาก ...
ผัวะ ผลัก ตุบ
เพียงเท่านั้นแหล่ะ เท่านั้น แผ่นหลังของผมกระแทกดินด้านหลังจนจุก ตามองเห็นดาวบินอยู่ด้านบนทั้ง ๆ ที่ฟ้ายังไม่มืด ขาชี้โด่และเด็กหญิงตัวแสบยืนเท้าสะเอวค้ำตัวผมอยู่ด้านบน หัวเราะใส่หน้า
“พูดดี ๆ ไม่ชอบ สงสัยชอบให้ใช้กำลัง”
เธอสะบัดหน้ากลับแล้วขึ้นไปนั่งบนชิงช้าไกวเบา ๆ เอี้ยวหน้ามาด้านหลังแยกเขี้ยวใส่ผมหนึ่งครั้ง จากนั้นจึงไกวแรงขึ้นจนผมเสียวสันหลังต้องรีบคลานออกจากวงโคจรยืนมองห่าง ๆ - - เดี๋ยวตกแน่
ผมคิดได้เพียงเสี้ยววินาที หรืออาจเพราะผมมีมนต์วิเศษอย่างหนังแฮรี่พ็อตเตอร์ที่ชอบดู เพียงแต่ผมไม่ต้องโบกไม้กายสิทธิ์ร่ายคาถาวิงการ์เดียม เลวีโอซ่า เด็กหญิงแก้มที่ร่างสูงกว่าผม รวบมัดหางม้า ใบหน้าจิ้มลิ้มที่ทีแรกยิ้มร่า บัดนี้หน้าเหวอยามร่างลอยละล่อง - - ไม่ผิด ลอยละล่อง
ปัก แอ่ก
ร่างผอมเกร็งอย่างผมถึงกับสะดุ้งโหย่งแรง ยกมือปิดหน้าไม่ต้องการเห็น แต่ยังสู้กางนิ้วออกเพื่อมองภาพอันน่าหัวร่อตรงหน้าอยู่ดี
เด็กหญิงแก้มบัดนี้เสื้อผ้าเปื้อนฝุ่นจนแดงตลอดทั้งแถบ เปื้อนรวมไปถึงดวงหน้าที่คนในหมู่บ้านชมกันไม่ขาดปากว่าน่ารัก กระโปรงนักเรียนจีบรอบตัวสั้นสีน้ำเงินกลายเป็นสีฝุ่นและถลกจนถึงแก้มก้นมองเห็นกางเกงในลายหมีสีชมพูสุดคิ้วท์
ผมยิ้มแก้มแทบฉีกขณะยืนมอง แต่ผมไม่เสียมารยาทอย่างเธอหรอก ผมไม่หัวเราะ - - ผมคิดว่าเป็นเพราะแม่ของผมสอนมาดี
แต่แก้มคงอายจัด เธอตะเกียกตะกายลุกขึ้นทุลักทุเลเล็กน้อย นั่นเพราะ .. ล้มลงค่อนข้างแรงอยู่นะ ผมก้มมองหัวเข่าขาวมีรอยขีดแดงหลายขีด อาจมีก้อนหินเล็ก ๆ ผมคิ้วขมวด เธอคงต้องแสบแน่ตอนใส่ยา
“นายหัวเราะฉัน”
“เปล่า”
“หัวเราะ เห็นอยู่”
ผมเริ่มใจคอไม่ดี เด็กหญิงแก้มสาวเท้าเข้ามาใกล้ผมและแน่ล่ะ ในวัยนี้ผมย่อมตัวเตี้ยกว่าเธอมากเกือบคืบ จึงถอยหลังออกสองก้าว แต่เธอตามติด
“บอกว่าเปล่า” ผมส่ายหน้าปฏิเสธเสียงแข็ง เรื่องอะไรจะให้เธอรู้ว่าผมแอบหัวเราะจริง
“เห็นอยู่ว่าหัวเราะ นายเจอดีแน่”
นั่นล่ะครับ . . พวกเราไม่เคยเรียกชื่อกันทั้งที่รู้จักชื่อกัน ผมเป็นผู้ชาย เป็นยอดชาย เรื่องอะไรที่จะอยู่ต่อล้อต่อเถียงกับผู้หญิง ฉะนั้นผมจึง - - วิ่งหนีกลับบ้านดีกว่า
ตอนพิเศษ 3ฉันเกลียด เกลียดหมู่บ้านนี้ ขณะที่พ่อกับแม่ขนของลงจากรถเพื่อเข้าบ้านหลังใหม่ ฉันต้องจากเพื่อนโรงเรียนเดิม จากบ้านหลังเดิมห้องที่ฉันชอบที่สุดเพราะมันสีชมพูหวานแหววร่างเล็กในวัยแปดขวบของเด็กหญิงสูงกว่าเด็กชายทั่วไป แต่เพราะดวงหน้าน่ารักจิ้มลิ้มผิวขาวผ่องใสเห็นเส้นเลือด จึงแต่มีคนพากันชมไม่ขาดปากว่าน่ารักอย่างโน้นอย่างนี้ - - จะอ้วกฉันจูงไอ้ตุ่น หมาพันธุ์ทางสีแดงออกดำตุ่น ๆ เดินเล่นข้างทางหน้ารั้วบ้านแว่วเสียงร้องทักทายจากเพื่อนบ้าน แต่ฉันไม่ยอมหันไปดู“แก้ม มานี่ ช่วยกันขนของ”หน้าหวานเล็กเงยขึ้นแล้วดึงลากไอ้ตุ่นเข้าบ้าน“มา ๆ ทำตัวดี ๆ นี่ ข้างบ้านเราถัดไปสองหลังมีเด็กรุ่นเดียวกันนะ ชื่อปืน เป็นเพื่อนกันไว้”“คนอะไรชื่อปืน ฮ่า ฮ่า”“อย่าเสียมารยาท อีกหน่อยเราต้องพึงพาบ้านเขาหลายอย่าง”“ทำไมเราต้องพึ่งพาบ้านเขาด้วยคะแม่”“ก็เราเพิ่งย้ายมาใหม่ไง อีกอย่างได้ข่าวว่าเจ้าปืนลูกบ้านนั่นเรียนเก่ง อีกหน่อยเป็นเพื่อนกันก็ให้ไหว้วานฝากช่วยสอนแก้มได้ไง”“แหวะ!!”เพียะ!!ฉันทำเสียงอ้วกใส่ทันที แล้วรางวัลที่ได้กลับมาคือฝ่ามือเล็กของแม่บนต้นแขน แต่เพราะฉันมันเด็กดื้อและแสบจึงไม่ได้ใส่ใจ
ตอนพิเศษ 2 “ปืน”“อืออ”ผมทำเสียงงึมงำขานรับแต่ตายังจ้องแต่เกมที่หน้าจอโทรทัศน์ รู้สึกโซฟายุบตัวก่อนจะถูกแย่งจอยสติ๊กซ์ออกจากมือ“ฟังแก้มสิ”“มีอะไรพูดมา”ผมหัวเสียเล็กน้อย แต่ก็เท่านั้นเพราะเมื่อเอี้ยวหน้ากลับไปมองร่าวเล็กในชุดมัธยมปลายชั้นปีที่สี่ ผมเริ่มยาวจนมัดได้เป็นหางม้าเล็ก ๆ ตรงกลางผูกโบสีน้ำเงิน เธอกำลังยื่นบางสิ่งออกมาให้“อะไร”“ลูกอมออกใหม่”“ก็กินเองสิ”“กลัวไม่อร่อย”“...”ผมไร้คำพูดแต่ยอมอ้าปากออกให้เธอยัดลูกอมรสแปลกประหลาดเข้าในปากแล้วแลบลิ้น“อึ้ยยยย รสอะไรว่ะเนี่ย ห่วยแตกเป็นบ้าเลย เอาอะไรให้กูกินไอ้แก้ม”“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” แก้มหัวเราะงอหายจนล้มนอนหงายข้างผม “เป็นไง อร่อยไหม”ผมอยากคายออกเดี๋ยวนี้กำลังทำท่าพ่นทิ้ง แต่เธอเอานิ้วมาดันปากผมเสียก่อนพร้อมฝ่ามือนุ่มหอมมาก ปิดปากผมไว้“อมไว้ปืน ฮ่า ฮ่า กินให้หมด”ผมมองเธออย่างเข่นเขี้ยว จับมือเธอดึงออกแต่ยายเตี้ยใช้อีกมือจับปากผมหุบไว้ ผมจึงจับมืออีกข้างออกเช่นกันแล้วดันจนเธอนอนหงาย หัวเราะเสียงดังผมชะโงกเหนือร่างยายเตี้ย ก้มลงมองดวงหน้าหวานพราวระยับสดใสด้วยรอยยิ้มอย่างที่ทำให้ใจผมเต้นแรง เสียงหวานใสดังต่อเนื่อง แล้วเธอจึงหยุ
ตอนพิเศษ 1ในช่วงอายุแปดเก้าขวบ คงเป็นช่วงอายุที่เด็กชายอย่างเราดวงซวยสุด ๆ ตามความคิดของผมปืนพาร่างเล็กไม่สูงมานักทั้งผอมเกร็งผิวคล้ำจากแดด เดินผ่านหน้าบ้านเด็กแสบเพราะโดนใช้ให้ไปซื้อน้ำมันร้านสะดวกซื้อ เรียกเสียหรูแต่แท้จริงคือร้านของป้าจูขายสารพัดอย่างในหมู่บ้านแต่อยู่ถัดไปอีกซอยผมเดินผ่านบ้านสองหลังกระทั่งกำลังจะถึงบ้านน้าจิตร แว่วเสียงเด็กแสบวิ่งเล่นในบ้านกับไอ้ตุ่น จึงรีบซอยเท้าเร่งอีก ใจอยากวิ่งแต่กลัวเสียฟอร์ม ฉะนั้นจึงค่อย ๆ เดิน“ไอ้ตุ่น” เสียงเด็กหญิงแก้มตะโกนเสียงดัง ยิ่งทำให้ผมแทบวิ่งเลยทีเดียว“ฮ่า ฮ่า ไอ้ตุ่น เห่ามันเลย เห่าเลย”ผมรู้ได้ทันทีว่าเด็กแสบมันกำลังสั่งให้เจ้าหมาหน้าโง่เห่าผม ฮึ เดี๋ยวกลับไปบ้านผมจะปล่อยไอ้เสือแมวที่บ้านมาตบหน้ามัน แต่ตอนนี้ผมเห็นควรวิ่งหนีดีกว่าคิดได้ดังนั้นผมจึงใส่ตีนผีวิ่งเต็มฝีเท้าจนในที่สุดพ้นระยะเขตบ้านของเด็กแสบ จึงได้ยืดกายเดินตรงอีกครั้งไปร้านป้าจูอย่างองอาจเว้นแต่ว่า ขากลับผมยังต้องผ่านบ้านมันอยู่ดี ในมือมีของหลายอย่างจะวิ่งให้เร็วคงไม่สะดวก ผมก้มมองไข่และน้ำมันในมือแล้วนิ่วหน้า - - เอาไงดีไอ้ปืนแต่เพราะผมเป็นลูกผู้ชาย ดังนั้นผ
บทที่ 26 จบสุดท้ายแล้วทั้งเธอและติณณ์ยังคงค้างต่ออีกหนึ่งคืน โดยไร้ซึ่งการร่วมรักเพราะญาดาไม่อาจรองรับไหวแล้ว แต่พอตอนเช้าตื่นนอนมาเธอยังโดนกวนอยู่ดี“ปืน ไม่เอา แก้มเจ็บ”น้ำเสียงอู้อี้เบี่ยงตัวหนีขณะที่ติณณ์เอาแต่ล้วงควัก เธอหลบเลี่ยงบิดตัวจนติณณ์หยุดมือจ้องหน้า“เอาจริงสิ แก้มเจ็บมากเหรอ”“เจ็บ!! ช้ำ แดง ปวด” ญาดาเน้นเสียงหนักแน่นทำหน้าขึงขังใส่ ติณณ์เงียบไปครู่แล้วโน้มหน้าเข้าใกล้กระซิบ“งั้น แก้มทำให้ปืนหน่อยนะ”“ปืน!!”“นะแก้ม ขัดลำปืนหน่อย”และติณณ์ไม่รั้งรอให้เธอปฏิเสธจับมือเล็กเรียวลงล้วงเข้ากางเกงบ็อกเซอร์ทันที และดูเหมือนลำปืนพร้อมรบยิ่งแต่เช้า“แรง ๆ แก้ม”เขานอนตะแคงรัดเธอไว้ให้เธอช่วยขัดลำปืน ส่วนตัวเองรุกรานเสื้อนอนแกะกระดุมจูบซุกไซ้ซอกคอ คลึงนม ดูดหัวป้าน ครางกระเส่าเว้าวอน“อืม แก้ม ดี อ่า ชักเร็ว ๆ”เธอเหลือบตามองบนแวบหนึ่งแล้วพลันสะดุ้งเมื่อมือใหญ่ล้วงเข้ากางเกงนอนเธอ เลื่อนนิ้วผ่านรอยแยก“ปืน ไม่ ไม่ต้อง”“อ่า แค่อยากจับ อ๊า อีก แรงอีก ปืนเอานิ้วเข้านะ”คราวนี้เธอปล่อยลำทันทีแล้วผลักอกเขาออก มองสีหน้ารวดร้าวใกล้สุขสมแต่ได้เพียงชั่วครู่เพราะเขาโน้มศีรษะลงปิดปาก ประ





