LOGINตอนที่ 4
ภาพเธอ
“โสดีใจที่สุดเลยค่ะที่วันนี้เราสองคนได้มาเที่ยวด้วยกัน ตั้งแต่กลับมาอยู่เมืองไทยเราก็แทบจะไม่ได้ไปไหนได้มาไหนด้วยกันสองคนเลยนะคะ”
โสรยาใช้มือเล็กจับไปที่มือของคนขับมองสบตา รัชชานนท์ส่งยิ้มหวานแบบที่เธอคิดว่าดูดีที่สุดเพื่อต้องการให้อีกฝ่ายรู้ว่าเธอดีใจและมีความสุขมากที่ได้ออกไปเที่ยวทะเลกับเขาในครั้งนี้
ทั้งสองคนสนิทกันมากเมื่อตอนที่รัชชานนท์เรียนอยู่ต่างประเทศแต่เหลือเพียงแค่อีก 1 ปีก็จะเรียนจบโสรยาก็ตัดสินใจไปคบกับหนุ่มชาวต่างชาติจึงทำให้ทั้งคู่เริ่มห่างกัน ซึ่งสำหรับรัชชานนท์แล้วเธอยังคงรู้สึกกับโสรยามากกว่าผู้หญิงคนอื่นแต่ก็จำเป็นต้องตัดใจเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้คิดกับเขาแบบชู้สาวแต่ใครจะรู้ว่าพอทั้ง 2 คนกลับมาเมืองไทย โสรยาก็กลับมาให้ ความสนิทสนมกับรัชชานนท์อีกครั้งหลังจากที่เธอเลิกกับแฟนชาวต่างชาติและกลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไทย
“ผมก็ดีใจและมีความสุข คิดถึงความทรงจำเก่าๆของเรา เพื่อนๆต่างคิดว่าเราเป็นแฟนกันเห็นไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด จนวันที่คุณเปิดตัวแฟนตัวจริงมีแต่คนมาแซวผม”
รัชชานนท์ต้องการพูดให้สวยและอยากให้โสรยารู้ว่าเขารู้สึกพิเศษกับเธอมาตั้งแต่เมื่อครั้งที่อยู่เมืองนอก
“โสก็แค่อยากลองมีสังคมใหม่ๆก็เลยคิดว่าไมเคิลเขาจะทำให้โสมีความสุขแต่พอคบกับเขาจริงๆก็ได้รู้ว่าไม่เคยมีผู้ชายคนไหนทำให้โสรู้สึกมีความสุขปลอดภัยและอบอุ่นเท่ากับนนท์อีกแล้ว”
คนขับหันมองหน้าคนนั่งข้างๆด้วยความตกใจ รัชชานนท์ไม่คิดว่าโสรยาจะจู่โจมขนาดนี้เพราะก่อนหน้านี้เธอดูเหมือนจะพยายามห่างออกจากเขาด้วยซ้ำแต่ถึงแม้จะรู้สึกแปลกใจแต่เขาก็รู้สึกมีความสุขที่ดูเหมือนความรักครั้งนี้ของเขาจะสมหวัง
“อย่าพูดให้ผมคิดไปเองข้างเดียวอีกนะไม่อยากจะอกหักอีกแล้วคราวที่แล้วยังเจ็บอยู่เลย”
ชายหนุ่มทำท่าทีเล่นทีจริงส่งยิ้มหวานให้กับหญิงสาวที่นั่งข้างๆเพราะเขาก็เริ่มไม่แน่ใจว่าสิ่งที่โสรยากำลังจะพูดมันคือเรื่องจริงหรือเธอแค่เพียงหยอกเขาเล่น
“เราลองมาคบกันไหมแต่จริงๆแล้วเราสองคนก็คบกันในฐานะเพื่อนมานานจนรู้ใจกันทุกอย่าง ตอนนี้โสก็อยากจะมีครอบครัวไม่อยากมีความรักเล่นๆ ไม่รู้ว่านนท์จะคิดตรงกับโสรึเปล่า”
แค่หญิงสาวพูดจาเหมือนมีใจให้ เขาก็ทำให้คนขับแทบจะตัวลอยออกไปนอกรถแล้วแต่นี่เธอกำลังพูดเหมือนว่าเธอต้องการจะใช้ชีวิตคู่กับเขายิ่งทำให้รัชชานนท์รู้สึกเหมือนตัวร้อนไปทั้งตัวเขาแทบจะพูดอะไรออกมาไม่ถูก
“นี่โสหมายถึงว่าเราสองคนจะคบกันเป็นแฟน ใช่ไหมนนท์ดีใจที่สุดเลยนะ”
สาวน้อยพยักหน้าพร้อมกับคว้าแขนคนขับมากอดไว้แน่น ภายใต้รอยยิ้มแห่งความสุขของเธอมันมีความสุขบางอย่างที่ซ่อนอยู่ หญิงสาวมีเรื่องร้อนใจที่เธอต้องอาศัยรัชชานนท์เป็นที่พึ่งในตอนนี้นั่นคือเรื่องของการเงินระหว่างที่เธออยู่ต่างประเทศใช้เงินเกินตัวหมุนเงินไม่ทันจนตอนนี้เธอมีหนี้สินมากมายแต่มันเป็นหนี้นอกระบบดังนั้นเจ้าหนี้ยังไม่โวยวายก็ยังคงไม่มีใครรู้และเธอจำเป็นต้องรีบหาเงินจำนวนมากนั้นไปใช้หนี้ให้หมดเพื่อไม่ให้เรื่องราวโด่งดังให้คนในสังคมไฮโซรับรู้และทางเดียวที่หญิงสาวมองเห็นก็คือการแต่งงานเป็นภรรยาของรัชชานนท์ เงินจำนวนไม่กี่ล้านบาทเขาคงสามารถทำให้เธอมีไปใช้หนี้ได้
การมาท่องเที่ยวทะเลในครั้งนี้สำหรับรัชชานนท์เขาคิดว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นของการคบกันระหว่างเขากับโสรยา แต่สำหรับหญิงสาวมันคือเวลาพิเศษที่เธอต้องการจะรวบรัดได้เขาเป็นสามีเพื่อให้งานแต่งงานเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุด ตอนนี้เจ้าหนี้ของเธอดูเหมือนไม่อยากจะรออีกต่อไป
“ขอโสเข้าไปคุยที่ห้องของนนท์ได้ไหมคะ”
หญิงสาวเดินมาหาเป้าหมายของเธอในช่วงเวลาดึกพร้อมชุดนอนที่แสนจะวาบหวิวส่งสายตาที่ยั่วยวน
รัชชานนท์ก็คือผู้ชายทั่วไปที่รู้สึกหวั่นไหวกับภาพตรงหน้าแต่เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันทำไมอยู่ดีๆเขาก็คิดถึงบัวบูชาขึ้นมาแล้วมันก็ทำให้ความรู้สึกบางอย่างของเขาสั่งการ์ดให้สมองทำงานว่าถึงอย่างไรเขาก็ได้ชื่อว่ามีภรรยาแล้ว
“ดึกแล้วผมว่าคุณไปนอนก่อนดีกว่ามีอะไรเราค่อยคุยพรุ่งนี้เช้านอนหลับ ฝันดีนะครับ”
ชายหนุ่มรีบปิดประตูห้องทันทีหัวใจของเขาเต้นแรงแทบไม่เป็นจังหวะใจหนึ่งก็เหมือนจะควบคุมตัวเองไม่ได้กับภาพสาวสวยที่อยู่ตรงหน้าแต่อีกใจเขาก็คิดว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องต่อให้มีใครไม่รับรู้ว่าเขามีภรรยาแล้วแต่ตัวเขาเองก็รู้ว่าความจริงคืออย่างไร
โสรยาเดินกลับไปที่ห้องนอนอย่างเสียอารมณ์ก่อนหน้านี้เขาดูทั้งรักทั้งหลงเธอแม้ว่าเธอจะปฏิเสธให้เขาเป็นแค่เพื่อนแต่ทำไมครั้งนี้เธอเป็นฝ่ายทอดสะพานให้แต่เขากลับปิดประตูใส่ทำตัวเสียมารยาทกับเธอแบบนี้
“ถ้าไม่ร้อนเงินจะไม่ง้อเลยคิดว่ามีอะไรดีนักหรือไงก็แค่หล่อแล้วก็รวย”
หญิงสาวไม่ใช่แค่เพียงใช้เงินเกินตัวแต่เธอยังติด การพนันจึงทำให้หนี้ของเธอนอกจากจะไม่ลดแล้วมันยังดูจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเรื่องราวในชีวิตที่กำลังบีบทำให้โสรยาต้องไม่ยอมแพ้เธอพยายามจะใช้เสน่ห์ทุกอย่างตลอดเวลาที่อยู่ทะเลเพื่อหวังที่จะมีความสัมพันธ์กับ รัชชานนท์แต่ดูเหมือนยิ่งเธอพยายามจะใกล้ เขาหยิบยิ่งกลับพยายามจะออกห่างไปจากเธอแตกต่างจากทุกช่วงเวลาที่อยู่ต่างประเทศด้วยกันที่เขาเป็นฝ่ายเรียกร้องจะอยู่ใกล้ชิดเธอเอง
ตอนที่ 5เจ้าของรัชชานนท์ขับรถกลับไปยังไร่ด้วยความรู้สึกผิดที่เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องรู้สึกแบบนี้ ชายหนุ่มตั้งใจว่าจะใช้เวลาที่ไร่มากกว่าทุกครั้งที่เคยกลับมาเพื่อทดแทนกับที่เขาได้ได้กลับมาที่นี่เกือบ 2 สัปดาห์ชดเชยเวลาให้กับบัวบูชา “อ้าว ! ไหนว่าคุณจะยังไม่กลับล่ะคะ” บัวบูชาที่กำลังยืนส่งเพื่อนชายคนสนิทรู้สึกตกใจและแปลกใจเมื่อเห็นผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีของเธอกลับมาที่ไร่ก่อนเวลาที่เขาบอกไว้เพราะความจริง รัชชานนท์ตั้งใจว่าเขาจะกลับมาในวันหยุดสัปดาห์หน้าเลย “ผมพึ่งรู้ว่าจะกลับบ้านแต่ละครั้งต้องบอกคุณก่อนด้วย” คนเพิ่งมาถึงสองมือล้วงกระเป๋ามองหน้าทั้งภรรยาและแขกเหมือนต้องการให้บัวบูชาแนะนำว่าผู้ชายที่กำลังยืนคุยกับเธอคือใคร “พี่เหมราชค่ะเป็นเจ้าของโรงงานลำไยแปรรูป วันนี้พี่เขามาเยี่ยมคุณมานพและกำลังจะกลับค่ะ” บัวบูชาแนะนำให้ทั้งสองฝ่ายรู้จักกันเพราะกลัวว่ารัชชานนท์จะเข้าใจผิดว่าเหมราชเป็นแขกของเธอทั้งที่ความจริงเจ้าของโรงงานมาที่บ้านหลังนี้ก็เพื่อนจะมาเยี่ยมมานพแต่บัวบูชาแค่ทำหน้าที่เดินมาส่งก็เท่านั้น “สง
ตอนที่ 4ภาพเธอ“โสดีใจที่สุดเลยค่ะที่วันนี้เราสองคนได้มาเที่ยวด้วยกัน ตั้งแต่กลับมาอยู่เมืองไทยเราก็แทบจะไม่ได้ไปไหนได้มาไหนด้วยกันสองคนเลยนะคะ” โสรยาใช้มือเล็กจับไปที่มือของคนขับมองสบตา รัชชานนท์ส่งยิ้มหวานแบบที่เธอคิดว่าดูดีที่สุดเพื่อต้องการให้อีกฝ่ายรู้ว่าเธอดีใจและมีความสุขมากที่ได้ออกไปเที่ยวทะเลกับเขาในครั้งนี้ ทั้งสองคนสนิทกันมากเมื่อตอนที่รัชชานนท์เรียนอยู่ต่างประเทศแต่เหลือเพียงแค่อีก 1 ปีก็จะเรียนจบโสรยาก็ตัดสินใจไปคบกับหนุ่มชาวต่างชาติจึงทำให้ทั้งคู่เริ่มห่างกัน ซึ่งสำหรับรัชชานนท์แล้วเธอยังคงรู้สึกกับโสรยามากกว่าผู้หญิงคนอื่นแต่ก็จำเป็นต้องตัดใจเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้คิดกับเขาแบบชู้สาวแต่ใครจะรู้ว่าพอทั้ง 2 คนกลับมาเมืองไทย โสรยาก็กลับมาให้ ความสนิทสนมกับรัชชานนท์อีกครั้งหลังจากที่เธอเลิกกับแฟนชาวต่างชาติและกลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไทย “ผมก็ดีใจและมีความสุข คิดถึงความทรงจำเก่าๆของเรา เพื่อนๆต่างคิดว่าเราเป็นแฟนกันเห็นไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด จนวันที่คุณเปิดตัวแฟนตัวจริงมีแต่คนมาแซวผม” รัชชานนท์ต้องการพูดให้สวยและอยากให้โสรยารู้ว่าเขารู้สึ
ตอนที่ 3เอาใจเก่ง“ขนเสื้อผ้าอะไรมาเยอะเลย” มานพถามลูกชายเมื่อวันนี้เป็นวันกลับบ้านของ รัชชานนท์ ชายหนุ่มหิ้วเสื้อผ้ามาหลายตัวพร้อมกับตะกร้าผ้าที่บัวบูชากำลังถือตามมา “ผมเอาเสื้อผ้าที่ใส่ที่นู่นกับพวกผ้าปูที่นอนปลอกหมอนกลับมาให้บัวบูชาซักและรีดให้ครับ แม่บ้านที่นู่นทำไม่ดีเท่าบัวบูชาเลย เสื้อผ้าที่ผมใส่ทุกตัวหอมติดจนถึงช่วงเย็นถ้าไปจ้างเขาซักยังไม่ทันจะใส่ก็ไม่ได้กลิ่นหอมของน้ำยาปรับผ้านุ่มแล้ว” รัชชานนท์ส่งเสื้อผ้าที่เขาถือมาให้กับบุญตารับช่วงไปไว้ในห้องซักผ้าต่อเพราะชายหนุ่มมีเรื่องที่บริษัทมากมายมาเล่าให้คนเป็นพ่อฟัง “บัวบูชาเขาเรียบร้อยทำอะไรก็ไว้ใจได้” มานพแอบยิ้มที่เห็นท่าทีของลูกชายเป็นแบบนี้ เขารู้สึกสบายใจมากขึ้น ทั้งคู่อยู่กินกันมาได้เกือบ 2 เดือนแล้วรัชชานนท์ยังคงกลับมาที่ไร่สัปดาห์ละ 3 วันและไม่ได้มีท่าทางไม่ถูกใจหรือไม่พอใจในตัวบัวบูชา “งานที่บริษัทยุ่งไหม” มานพชวนลูกชายคุยเรื่องอื่นเพราะเมื่อเขาเผลอยิ้มให้ลูกแสดงถึงความดีใจที่เห็นลูกชายชอบในสิ่งที่บัวบูชาทำมันทำให้รัชชานนท์เลือกที่จะไม่พูดอะไรต่อ
ตอนที่ 2ละครฉากใหญ่พิธีผูกข้อไม้ข้อมือถูกจัดขึ้นอย่างเร่งด่วนตาม ความต้องการของมานพหลังจากที่ทั้งรัชชานนท์และบัวบูชาได้คุยข้อตกลงกันแล้วว่าหญิงสาวจะเป็นเมียของเขาแค่เฉพาะเวลาที่เขาอยู่ที่ไร่แห่งนี้จะไม่มีการจดทะเบียนสมรสไม่มีงานแต่งงานนอกจากที่ชายหนุ่มได้บอกกับบิดาไว้เขายังได้ขอให้บัวบูชาปิดเรื่องนี้เป็นความลับไม่ให้คนรอบตัวของเขารับรู้ว่าเธอกับเขาเป็นอะไรกัน “คุณจะไปไหน” ชายหนุ่มหันมาถามหญิงสาวที่กำลังจะเดินออกจากห้องทั้งที่ตอนนี้ทั้งคู่ถูกส่งตัวเข้าหอซึ่งมันไม่ควรจะมีใครออกไปจากเรือนหอในเวลานี้ “บัวจะไปหานมอุ่น ๆ มาให้คุณนนท์กินค่ะ” บัวบูชาหันมาตอบเสียงสั่นเพราะตั้งแต่ รัชชานนท์กลับมาจากต่างประเทศและรับรู้ว่าพ่อของเขาต้องการให้แต่งงานกับหญิงสาวก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่เขาจะพูดดีกับเธอจึงทำให้บัวบูชารู้สึกทั้งกลัวและเกรงใจผู้ชายตรงหน้า “วันนี้ไม่ใช่วันที่คุณจะต้องมาบริการอะไรผม มานั่งนี่สิเรามีเรื่องต้องคุยกันยาว” รัชชานนท์ใช้มือตีลงไปที่ที่นอนเพื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาต้องการให้เธอมานั่งข้างๆด้วยท่าทางที่จริงจัง “บัวนั่งได้จริงๆหร
ตอนที่ 1ตอบแทน“ลูกรู้ไหมว่าบ้านเราไม่เคยเงียบแบบนี้” มานพถามลูกชายทั้งที่เขาก็รู้อยู่แล้วว่า รัชชานนท์รู้ดีว่าทุกอย่างเปลี่ยนไป บ้านระดับเศรษฐีอย่างเขาเคยมีผู้คนเข้าออกมากมาย ญาติพี่น้องต่างมาหาทักทายแต่สุดท้ายทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหลังจากที่เขาประสบอุบัติเหตุกลายเป็นเพียงแค่ชายพิการแล้ว หมดเงินทองกับการรักษาไปมาก “ตอนที่พ่อฟื้นขึ้นมาและรู้ว่าตัวเองจะเดินไม่ได้ ตอนนั้นพ่อคิดไม่ออกเลยนะว่าจะใช้ชีวิตต่อไปยังไง ลูกเองก็กำลังเรียนอยู่ต่างประเทศจะให้กลับมาตอนนั้นมันก็คงไม่คุ้มกัน ญาติพี่น้องพ่อพยายามติดต่อหลายคนแต่ก็ไม่มีใครคิดจะให้ความช่วยเหลือ จนวันนี้ลูกคงเห็นแล้วว่าตั้งแต่พ่อได้ชื่อว่าเป็นคนพิการมีใครที่คอยอยู่เคียงข้างพ่อตลอด” รัชชานนท์เดาได้ไม่ยากว่าพ่อของเขากำลังจะพูดถึงเรื่องอะไร ตั้งแต่เขาเรียนจบจากต่างประเทศพ่อก็พูดเรื่องนี้กับเขามาหลายครั้งแต่ครั้งนี้ดูจะจริงจังกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา “ผมรู้ครับว่าน้าบุญตามีพระคุณกับครอบครัวเรามากแต่เราก็ยังมีทางอื่นที่จะตอบแทนเขา” ชายหนุ่มเคยให้เหตุผลมากมายกับบิดาแต่มันก็ไม่ได้ผลครั้งนี้เขาจึงตัดสินใจที่จะพ







