เข้าสู่ระบบตอนที่ 5
เจ้าของ
รัชชานนท์ขับรถกลับไปยังไร่ด้วยความรู้สึกผิดที่เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องรู้สึกแบบนี้ ชายหนุ่มตั้งใจว่าจะใช้เวลาที่ไร่มากกว่าทุกครั้งที่เคยกลับมาเพื่อทดแทนกับที่เขาได้ได้กลับมาที่นี่เกือบ 2 สัปดาห์ชดเชยเวลาให้กับบัวบูชา
“อ้าว ! ไหนว่าคุณจะยังไม่กลับล่ะคะ”
บัวบูชาที่กำลังยืนส่งเพื่อนชายคนสนิทรู้สึกตกใจและแปลกใจเมื่อเห็นผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีของเธอกลับมาที่ไร่ก่อนเวลาที่เขาบอกไว้เพราะความจริง รัชชานนท์ตั้งใจว่าเขาจะกลับมาในวันหยุดสัปดาห์หน้าเลย
“ผมพึ่งรู้ว่าจะกลับบ้านแต่ละครั้งต้องบอกคุณก่อนด้วย”
คนเพิ่งมาถึงสองมือล้วงกระเป๋ามองหน้าทั้งภรรยาและแขกเหมือนต้องการให้บัวบูชาแนะนำว่าผู้ชายที่กำลังยืนคุยกับเธอคือใคร
“พี่เหมราชค่ะเป็นเจ้าของโรงงานลำไยแปรรูป วันนี้พี่เขามาเยี่ยมคุณมานพและกำลังจะกลับค่ะ”
บัวบูชาแนะนำให้ทั้งสองฝ่ายรู้จักกันเพราะกลัวว่ารัชชานนท์จะเข้าใจผิดว่าเหมราชเป็นแขกของเธอทั้งที่ความจริงเจ้าของโรงงานมาที่บ้านหลังนี้ก็เพื่อนจะมาเยี่ยมมานพแต่บัวบูชาแค่ทำหน้าที่เดินมาส่งก็เท่านั้น
“สงสัยว่าคุณเหมราชจะมาที่บ้านของผมบ่อยเพราะดูท่าทางจะสนิทกับบัวบูชามากขนาดผมคือคนที่บ้านนี้ยังไม่ค่อยเห็นบัวบูชาจะดูยิ้มร่าเริงและกลายเป็นคนพูดเก่งแบบนี้”
หญิงสาวที่ยืนฟังอยู่ถึงกับถอนหายใจตั้งแต่รัชชานนท์มายืนอยู่ตรงนี้เธอแทบจะยังไม่ได้พูดอะไรด้วยซ้ำแล้วทำไมเขาถึงกล่าวหาว่าเธอพูดเก่งตอนที่อยู่ต่อหน้าเหมราช
“จะกลับอยู่แล้วใช่ไหมครับงั้นเชิญ”
เจ้าของบ้านทำตัวเสียมารยาทผายมือไปที่รถเพื่อให้แขกรู้ว่าถึงเวลาที่เขาจะกลับแล้วก่อนที่รัชชานนท์จะหันมาสั่งให้บัวบูชารีบเข้าครัวไปทำกับข้าวเพราะตั้งแต่ขับรถออกจากกรุงเทพฯเขายังไม่มีอะไรตกถึงท้อง
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารรัชชานนท์ทำเหมือนบัวบูชาไม่มีตัวตน เขาไม่พูดอะไรกับเธอแล้วหวังว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกแต่กลายเป็นว่าหญิงสาวกับทำหน้านิ่งเฉยเหมือนไม่ได้สนใจกับสิ่งที่เขาแสดงออกมา
“ไหนลองแนะนำถึงผู้ชายคนนั้นให้ผมฟังหน่อยอยากจะรู้เหมือนกันว่าเขาเป็นคนยังไงไหน ๆ ก็เป็น คู่ค้าทางธุรกิจกันแล้ว”
รัชชานนท์ไม่จำเป็นไม่ต้องมาถามเรื่องนี้กับบัวบูชาก็ได้ คนที่เขาควรจะถามมากที่สุดก็คือมานพผู้เป็นบิดาแต่ที่เขาตัดสินใจมาถามหญิงสาวเพราะอยากจะรู้ว่าแขกในวันนี้เป็นอย่างไรในสายตาของบัวบูชา
“คุณเหมเป็นคนที่เก่งมากๆเลยนะคะ อายุมากกว่าบัวแค่ไม่กี่ปีแต่เป็นเจ้าของธุรกิจมีโรงงานเป็นของตัวเองตั้งหลายแห่ง เวลามาที่ไร่เขาก็มักจะมีความรู้ใหม่ๆมามอบให้กับคนงาน บัวยังชอบไปนั่งฟังเลยค่ะทำให้ได้ความรู้ไปด้วย”
คนเล่าพูดไปก็ยิ้มไปเมื่อคิดถึงภาพของเหมราชผู้ชายที่ทั้งเก่งอบอุ่นและมีน้ำใจทุก ครั้งที่เข้ามาที่นี่จะมีของติดไม้ติดมือมาฝากคนงานมีความรู้ใหม่ๆมาแนะนำแล้วมักจะมาอยู่เป็นเพื่อนคุยกับมานพจนหลายครั้งที่เหมราชติดงานแล้วไม่ค่อยมาที่นี่มานพต้องถึงขั้นโทรไปตามด้วยความคิดถึง
“ดูคุณจะชอบเขานะ”
คนถามถามโดยไม่ได้หันมามองเพราะกลัวว่าจะเก็บซ่อนความรู้สึกเอาไว้ไม่ได้ เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้มันคืออะไรแต่แค่รู้สึกไม่ชอบใจที่เห็นบัวบูชากำลังพูดชมผู้ชายคนอื่น
“ชอบมากเลยล่ะค่ะเรียกได้ว่าเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบทุกอย่างจริงๆ”
บัวบูชายังคงไม่รู้ตัวว่าสิ่งที่เธอกำลังพูดไม่ถูกใจคนฟังหญิงสาวยังคงสาธยายชื่นชมถึงผู้ชายที่เธอรู้สึกนับถือด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข
“อุ๊ย ! คุณจะทำอะไรคะกลัวเจ็บนะ”
สาวน้อยร้องอุทานด้วยความตกใจเมื่ออยู่ดีๆชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้โต๊ะทำงานก็ลุกขึ้นมาคว้าเอวของเธอก่อนจะผลักทั้งตัวเธอและเขาให้ล้มลงบนเตียง
“ต่อหน้าคุณพ่อทำตัวเป็นคนเรียบร้อยแต่พอลับหลังกลับมาพูดชมผู้ชายคนอื่นต่อหน้าผัวตัวเองแบบนี้หรืออาจจะเป็นเพราะผมยังไม่ได้เป็นผัวคุณจริงๆคุณถึงได้กล้าทำ”
“ทุเรศ ทำไมคุณพูดแบบนี้…ทุเรศที่สุด”
บัวบูชาถึงแม้จะรู้สึกทั้งกลัวและไม่กล้ากับรัชชานนท์แต่ตอนนี้ความรู้สึกของเธอมันแย่จริงๆ เขาพูดดูถูกเธอ หญิงสาวจำเป็นต้องต่อว่าออกไปให้เขารู้สึกบ้าง
“กับผู้ชายคนอื่นชื่นชมกับผัวตัวเองบอกทุเรศ งั้นผมก็จะทุเรศให้คุณดู”
พูดจบปากหยักได้รูปก็ทาบทับลงบนปากบางบดขยี้อย่างหนำใจ สองมือหนาขึงมือเล็กให้แนบลงไปกับที่นอน รัชชานนท์ซุกไซ้ใบหน้าลงบนซอกคอขาว บรรจงจูบฝากรอยรักทั่วร่างกายของบัวบูชา หญิงสาวเวลานี้เธอยังมีสติไม่สมบูรณ์เพราะรู้สึกทั้งกลัวและตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ชายหนุ่มผู้มีอายุมากกว่าและเคยผ่านสังเวียนแบบนี้มาแล้ว ลูบไล้ส่งต่อทุกสัมผัสให้อีกฝ่ายรู้สึกผ่อนคลาย บัวบูชาถึงแม้จะรู้สึกว่าไม่เต็มใจให้เรื่องนี้เกิดขึ้นแต่เธอก็ยินยอมพร้อมใจเพราะมันเป็นหน้าที่ของภรรยาเขามีสิทธิ์ในร่างกายเธอแต่มันไม่ควรจะเกิดจากความเข้าใจผิด หญิงสาวเริ่มแน่ใจว่าสิ่งที่ทำให้เขามีความสัมพันธ์กับเธอในคืนนี้เกิดจากความรู้สึกเสียศักดิ์ศรีที่เธอพูดชมผู้ชายอื่นต่อหน้า มันไม่ใช่ ความหึงหวงแต่เขาคงกำลังรู้สึกเสียเชิงชาย
จากความรุนแรงแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนบัวบูชามองสบตาคนที่อยู่บนร่างกายของเธอซึ่งอีกฝ่ายกำลังมองด้วยสายตาที่หยาดเยิ้มเพราะอารมณ์ที่กำลังเกิด พายุภายในหัวใจของคนที่กำลังรู้สึกหวงถาโถมความเป็นชายเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ความบริสุทธิ์วันนี้เธอมอบให้กับเขาไปแล้ว
ตอนที่ 5เจ้าของรัชชานนท์ขับรถกลับไปยังไร่ด้วยความรู้สึกผิดที่เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องรู้สึกแบบนี้ ชายหนุ่มตั้งใจว่าจะใช้เวลาที่ไร่มากกว่าทุกครั้งที่เคยกลับมาเพื่อทดแทนกับที่เขาได้ได้กลับมาที่นี่เกือบ 2 สัปดาห์ชดเชยเวลาให้กับบัวบูชา “อ้าว ! ไหนว่าคุณจะยังไม่กลับล่ะคะ” บัวบูชาที่กำลังยืนส่งเพื่อนชายคนสนิทรู้สึกตกใจและแปลกใจเมื่อเห็นผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีของเธอกลับมาที่ไร่ก่อนเวลาที่เขาบอกไว้เพราะความจริง รัชชานนท์ตั้งใจว่าเขาจะกลับมาในวันหยุดสัปดาห์หน้าเลย “ผมพึ่งรู้ว่าจะกลับบ้านแต่ละครั้งต้องบอกคุณก่อนด้วย” คนเพิ่งมาถึงสองมือล้วงกระเป๋ามองหน้าทั้งภรรยาและแขกเหมือนต้องการให้บัวบูชาแนะนำว่าผู้ชายที่กำลังยืนคุยกับเธอคือใคร “พี่เหมราชค่ะเป็นเจ้าของโรงงานลำไยแปรรูป วันนี้พี่เขามาเยี่ยมคุณมานพและกำลังจะกลับค่ะ” บัวบูชาแนะนำให้ทั้งสองฝ่ายรู้จักกันเพราะกลัวว่ารัชชานนท์จะเข้าใจผิดว่าเหมราชเป็นแขกของเธอทั้งที่ความจริงเจ้าของโรงงานมาที่บ้านหลังนี้ก็เพื่อนจะมาเยี่ยมมานพแต่บัวบูชาแค่ทำหน้าที่เดินมาส่งก็เท่านั้น “สง
ตอนที่ 4ภาพเธอ“โสดีใจที่สุดเลยค่ะที่วันนี้เราสองคนได้มาเที่ยวด้วยกัน ตั้งแต่กลับมาอยู่เมืองไทยเราก็แทบจะไม่ได้ไปไหนได้มาไหนด้วยกันสองคนเลยนะคะ” โสรยาใช้มือเล็กจับไปที่มือของคนขับมองสบตา รัชชานนท์ส่งยิ้มหวานแบบที่เธอคิดว่าดูดีที่สุดเพื่อต้องการให้อีกฝ่ายรู้ว่าเธอดีใจและมีความสุขมากที่ได้ออกไปเที่ยวทะเลกับเขาในครั้งนี้ ทั้งสองคนสนิทกันมากเมื่อตอนที่รัชชานนท์เรียนอยู่ต่างประเทศแต่เหลือเพียงแค่อีก 1 ปีก็จะเรียนจบโสรยาก็ตัดสินใจไปคบกับหนุ่มชาวต่างชาติจึงทำให้ทั้งคู่เริ่มห่างกัน ซึ่งสำหรับรัชชานนท์แล้วเธอยังคงรู้สึกกับโสรยามากกว่าผู้หญิงคนอื่นแต่ก็จำเป็นต้องตัดใจเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้คิดกับเขาแบบชู้สาวแต่ใครจะรู้ว่าพอทั้ง 2 คนกลับมาเมืองไทย โสรยาก็กลับมาให้ ความสนิทสนมกับรัชชานนท์อีกครั้งหลังจากที่เธอเลิกกับแฟนชาวต่างชาติและกลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไทย “ผมก็ดีใจและมีความสุข คิดถึงความทรงจำเก่าๆของเรา เพื่อนๆต่างคิดว่าเราเป็นแฟนกันเห็นไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด จนวันที่คุณเปิดตัวแฟนตัวจริงมีแต่คนมาแซวผม” รัชชานนท์ต้องการพูดให้สวยและอยากให้โสรยารู้ว่าเขารู้สึ
ตอนที่ 3เอาใจเก่ง“ขนเสื้อผ้าอะไรมาเยอะเลย” มานพถามลูกชายเมื่อวันนี้เป็นวันกลับบ้านของ รัชชานนท์ ชายหนุ่มหิ้วเสื้อผ้ามาหลายตัวพร้อมกับตะกร้าผ้าที่บัวบูชากำลังถือตามมา “ผมเอาเสื้อผ้าที่ใส่ที่นู่นกับพวกผ้าปูที่นอนปลอกหมอนกลับมาให้บัวบูชาซักและรีดให้ครับ แม่บ้านที่นู่นทำไม่ดีเท่าบัวบูชาเลย เสื้อผ้าที่ผมใส่ทุกตัวหอมติดจนถึงช่วงเย็นถ้าไปจ้างเขาซักยังไม่ทันจะใส่ก็ไม่ได้กลิ่นหอมของน้ำยาปรับผ้านุ่มแล้ว” รัชชานนท์ส่งเสื้อผ้าที่เขาถือมาให้กับบุญตารับช่วงไปไว้ในห้องซักผ้าต่อเพราะชายหนุ่มมีเรื่องที่บริษัทมากมายมาเล่าให้คนเป็นพ่อฟัง “บัวบูชาเขาเรียบร้อยทำอะไรก็ไว้ใจได้” มานพแอบยิ้มที่เห็นท่าทีของลูกชายเป็นแบบนี้ เขารู้สึกสบายใจมากขึ้น ทั้งคู่อยู่กินกันมาได้เกือบ 2 เดือนแล้วรัชชานนท์ยังคงกลับมาที่ไร่สัปดาห์ละ 3 วันและไม่ได้มีท่าทางไม่ถูกใจหรือไม่พอใจในตัวบัวบูชา “งานที่บริษัทยุ่งไหม” มานพชวนลูกชายคุยเรื่องอื่นเพราะเมื่อเขาเผลอยิ้มให้ลูกแสดงถึงความดีใจที่เห็นลูกชายชอบในสิ่งที่บัวบูชาทำมันทำให้รัชชานนท์เลือกที่จะไม่พูดอะไรต่อ
ตอนที่ 2ละครฉากใหญ่พิธีผูกข้อไม้ข้อมือถูกจัดขึ้นอย่างเร่งด่วนตาม ความต้องการของมานพหลังจากที่ทั้งรัชชานนท์และบัวบูชาได้คุยข้อตกลงกันแล้วว่าหญิงสาวจะเป็นเมียของเขาแค่เฉพาะเวลาที่เขาอยู่ที่ไร่แห่งนี้จะไม่มีการจดทะเบียนสมรสไม่มีงานแต่งงานนอกจากที่ชายหนุ่มได้บอกกับบิดาไว้เขายังได้ขอให้บัวบูชาปิดเรื่องนี้เป็นความลับไม่ให้คนรอบตัวของเขารับรู้ว่าเธอกับเขาเป็นอะไรกัน “คุณจะไปไหน” ชายหนุ่มหันมาถามหญิงสาวที่กำลังจะเดินออกจากห้องทั้งที่ตอนนี้ทั้งคู่ถูกส่งตัวเข้าหอซึ่งมันไม่ควรจะมีใครออกไปจากเรือนหอในเวลานี้ “บัวจะไปหานมอุ่น ๆ มาให้คุณนนท์กินค่ะ” บัวบูชาหันมาตอบเสียงสั่นเพราะตั้งแต่ รัชชานนท์กลับมาจากต่างประเทศและรับรู้ว่าพ่อของเขาต้องการให้แต่งงานกับหญิงสาวก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่เขาจะพูดดีกับเธอจึงทำให้บัวบูชารู้สึกทั้งกลัวและเกรงใจผู้ชายตรงหน้า “วันนี้ไม่ใช่วันที่คุณจะต้องมาบริการอะไรผม มานั่งนี่สิเรามีเรื่องต้องคุยกันยาว” รัชชานนท์ใช้มือตีลงไปที่ที่นอนเพื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาต้องการให้เธอมานั่งข้างๆด้วยท่าทางที่จริงจัง “บัวนั่งได้จริงๆหร
ตอนที่ 1ตอบแทน“ลูกรู้ไหมว่าบ้านเราไม่เคยเงียบแบบนี้” มานพถามลูกชายทั้งที่เขาก็รู้อยู่แล้วว่า รัชชานนท์รู้ดีว่าทุกอย่างเปลี่ยนไป บ้านระดับเศรษฐีอย่างเขาเคยมีผู้คนเข้าออกมากมาย ญาติพี่น้องต่างมาหาทักทายแต่สุดท้ายทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหลังจากที่เขาประสบอุบัติเหตุกลายเป็นเพียงแค่ชายพิการแล้ว หมดเงินทองกับการรักษาไปมาก “ตอนที่พ่อฟื้นขึ้นมาและรู้ว่าตัวเองจะเดินไม่ได้ ตอนนั้นพ่อคิดไม่ออกเลยนะว่าจะใช้ชีวิตต่อไปยังไง ลูกเองก็กำลังเรียนอยู่ต่างประเทศจะให้กลับมาตอนนั้นมันก็คงไม่คุ้มกัน ญาติพี่น้องพ่อพยายามติดต่อหลายคนแต่ก็ไม่มีใครคิดจะให้ความช่วยเหลือ จนวันนี้ลูกคงเห็นแล้วว่าตั้งแต่พ่อได้ชื่อว่าเป็นคนพิการมีใครที่คอยอยู่เคียงข้างพ่อตลอด” รัชชานนท์เดาได้ไม่ยากว่าพ่อของเขากำลังจะพูดถึงเรื่องอะไร ตั้งแต่เขาเรียนจบจากต่างประเทศพ่อก็พูดเรื่องนี้กับเขามาหลายครั้งแต่ครั้งนี้ดูจะจริงจังกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา “ผมรู้ครับว่าน้าบุญตามีพระคุณกับครอบครัวเรามากแต่เราก็ยังมีทางอื่นที่จะตอบแทนเขา” ชายหนุ่มเคยให้เหตุผลมากมายกับบิดาแต่มันก็ไม่ได้ผลครั้งนี้เขาจึงตัดสินใจที่จะพ