تسجيل الدخولเธอจะมีตัวตนแค่เพียงที่ไร่ ไม่มีทะเบียนสมรส ไม่มีงานแต่งงาน....ทนได้ก็ทนทนไม่ได้เธอก็ต้องเป็นฝ่ายไปเองในเมื่อเขาต้องรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับพ่อว่าจะไม่ใช่คนที่ทิ้งเธอไปก่อน ไม่ว่าจะเจ็บแค่ไหนบัวบูชาก็ทนได้เพราะหัวใจมันดันมอบให้เขาไปแล้ว.....มีเพียงเหตุผลเดียวที่ทำให้เธอยอมเดินออกมาจากชีวิตรัชชานนท์..คือเขาเจอผู้หญิงที่เขารัก เธอจะไม่ขอเป็นส่วนเกินแต่จะยินดีให้เขามีความสุขแม้ว่าตอนนี้ชีวิตของเธอจะไม่ได้มีเพียงแค่ตัวคนเดียวก็ตาม //***//**//
عرض المزيدตอนที่ 1
ตอบแทน
“ลูกรู้ไหมว่าบ้านเราไม่เคยเงียบแบบนี้”
มานพถามลูกชายทั้งที่เขาก็รู้อยู่แล้วว่า รัชชานนท์รู้ดีว่าทุกอย่างเปลี่ยนไป บ้านระดับเศรษฐีอย่างเขาเคยมีผู้คนเข้าออกมากมาย ญาติพี่น้องต่างมาหาทักทายแต่สุดท้ายทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหลังจากที่เขาประสบอุบัติเหตุกลายเป็นเพียงแค่ชายพิการแล้ว หมดเงินทองกับการรักษาไปมาก
“ตอนที่พ่อฟื้นขึ้นมาและรู้ว่าตัวเองจะเดินไม่ได้ ตอนนั้นพ่อคิดไม่ออกเลยนะว่าจะใช้ชีวิตต่อไปยังไง ลูกเองก็กำลังเรียนอยู่ต่างประเทศจะให้กลับมาตอนนั้นมันก็คงไม่คุ้มกัน ญาติพี่น้องพ่อพยายามติดต่อหลายคนแต่ก็ไม่มีใครคิดจะให้ความช่วยเหลือ จนวันนี้ลูกคงเห็นแล้วว่าตั้งแต่พ่อได้ชื่อว่าเป็นคนพิการมีใครที่คอยอยู่เคียงข้างพ่อตลอด”
รัชชานนท์เดาได้ไม่ยากว่าพ่อของเขากำลังจะพูดถึงเรื่องอะไร ตั้งแต่เขาเรียนจบจากต่างประเทศพ่อก็พูดเรื่องนี้กับเขามาหลายครั้งแต่ครั้งนี้ดูจะจริงจังกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
“ผมรู้ครับว่าน้าบุญตามีพระคุณกับครอบครัวเรามากแต่เราก็ยังมีทางอื่นที่จะตอบแทนเขา”
ชายหนุ่มเคยให้เหตุผลมากมายกับบิดาแต่มันก็ไม่ได้ผลครั้งนี้เขาจึงตัดสินใจที่จะพูดด้วยคำพูดที่ธรรมดาที่สุดเพราะไม่อยากให้คนเป็นพ่อต้องเสียใจ
“พ่อไม่เถียงในข้อนั้นแต่สำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่ไม่มีความสุขใดที่จะยิ่งใหญ่เท่ากับการได้รู้ว่าลูกของเรามีครอบครัวที่ดี”
มานพจับมือลูกชายสิ่งนี้คงเป็นสิ่งเดียวและสิ่งสุดท้ายที่เขาจะขอ ตลอดเวลาที่เขาเป็นผู้ป่วยติดเตียงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ มาจนถึงตอนนี้ที่ยังพอนั่งและขยับร่างกายบางส่วนได้เขาไม่เคยขอร้องอะไรลูกชายเลย
“แก้วแหวนเงินทองสารพัดที่พ่ออยากจะให้บุญตาแต่เธอก็ไม่เอาเพราะมันก็เป็นเพียงแค่ความสุขจอมปลอม มีเงินก็หมดเงินได้ ชีวิตของบุญตากับบัวบูชามีกันแค่สองคนแม่ลูกพ่อรู้ว่าถ้าบัวบูชาได้แต่งงานกับลูกมีชีวิตครอบครัวที่ดีบุญตาจะต้องมีความสุขที่สุดและมันเป็นเพียงสิ่งเดียวที่พ่ออยากจะขอร้องให้ลูกทำ เราพูดเรื่องนี้กันมาหลายรอบแล้วแต่ครั้งนี้พ่อจะพูดมันเป็นครั้งสุดท้ายแล้วมันจะต้องเกิดขึ้นเลย”
“ผมว่า….”
รัชชานนท์พยายามจะหาเหตุผลมายืดเวลาให้ออกไปนานกว่านี้แต่เขาก็คิดไม่ออกว่าจะใช้เหตุผลอะไร
“ตอนพ่อออกจากโรงพยาบาลแม้กระทั่งขับถ่ายยังทำไม่ได้บุญตามันก็ทำให้ทุกอย่างไม่เคยรังเกียจแล้วมันก็ไม่เคยพักผ่อนเวลาอะไรที่เกี่ยวกับพ่อสำคัญกับมันเสมอดังนั้นวันนี้ลูกก็ไม่ควรจะยืดเวลาอีกต่อไปแล้วทำเพื่อพ่อนะ”
มานพสาธยายถึงสิ่งที่บุญตาทำกับเขามาตลอดตั้งแต่เขาเป็นเพียงแค่ชายพิการเพราะเวลานั้นลูกชายของเขาเรียนอยู่ต่างประเทศอาจจะยังไม่เข้าใจถึงความลำบากที่บุญตาต้องคอยดูแลเขา บัวบูชาก็ต้องคอยอยู่เคียงข้างมารดาทั้งช่วยเหลือเรื่องปรนนิบัติรับใช้คนพิการดูแลงานที่ไร่งานบ้านและอีกหลายสิ่งมากมายเพราะญาติพี่น้องที่เคยล้อมหน้าล้อมหลังก็กลับหายไปหมดจนมานพเคยคิดสั้นน้อยใจที่สุดท้ายพี่น้องที่เขาเคยคิดว่ารักกันมากกลับมองเขาเป็นคนที่ไม่มีค่าอะไร ในวันที่เขานอนติดเตียงอยู่แบบนั้น
“ผมยอมแต่งงานกับบัวบูชาก็ได้ครับแต่ผมมีข้อแม้บางอย่างหวังว่าคุณพ่อจะเข้าใจ”
รัชชานนท์เมื่อรู้ว่าเขาไม่สามารถหาเหตุผลมาขัดความต้องการของบิดาได้ เขาจึงต้องการขอข้อตกลงบางอย่างเพื่ออย่างน้อยจะทำให้การแต่งงานระหว่างเขากับบัวบูชาไม่กระทบต่อชีวิตประจำวันของเขาที่ผ่านมา
“เราจะจัดงานกันแค่เพียงผูกข้อไม้ข้อมือรู้กันเฉพาะคนในไร่ เธอจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวที่กรุงเทพฯเธอจะเป็นเมียผมที่ไร่เท่านั้น”
มานพยอมตามข้อตกลงของลูกชายเพราะสำหรับเขาแค่รัชชานนท์ยอมแต่งงานกับบัวบูชารับเธอเป็นเมียมันก็ทำให้เขานอนตายตาหลับแล้ว สาวน้อยที่กตัญญูอย่างบัวบูชาควรจะได้สามีที่ดีแล้วเขาก็เชื่อมั่นว่าลูกชายของเขาเป็นคนที่ดีคนนึง
“เรื่องนี้ลูกก็ไปคุยกับบัวบูชาเองจะดีกว่า สำหรับพ่อไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้น ขอบคุณมากนะนนท์ที่ยอมทำเพื่อพ่อและสิ่งหนึ่งที่จะพ่ออยากให้ลูกจำเอาไว้คนที่อยู่ข้างเราเวลาที่เราสุขไม่ได้สำคัญเท่ากับเวลาทุกข์ใครกันที่อยู่ข้างเรา”
มานพถึงแม้อาการของเขาจะดีขึ้นแต่ด้วยความชราทำให้เขารู้สึกกลัวความตายเหมือนทุกอย่างเริ่มเข้ามาใกล้ตัว ปีนี้เขาก็อายุใกล้ 70 แล้วป่วยติดเตียงมาหลายปีทำให้ร่างกายและสุขภาพชรามากกว่าอายุที่เป็นจริง เขาจึงอยากทำทุกอย่างให้สำเร็จตามที่ตัวเองตั้งเป้าหมายไว้เพราะอย่างน้อยเขาก็จะได้สบายใจว่าเขาได้ตอบแทนพระคุณบุญตาสาวรับใช้ในบ้านที่อยู่กับเขามาตั้งแต่เขายังเป็นเพียงแค่วัยรุ่นก่อร่างสร้างตัวจนตอนนี้เขาร่ำรวยแต่ก็กลายเป็นเพียงแค่คนพิการ ทุกช่วงเวลาในชีวิตของเขามีบุญตาคอยอยู่เป็นเพื่อน เธอเป็นมากกว่าคนใช้ เธอเป็นเหมือนน้องสาวของเขาที่เขาคงนอนตายตามไม่หลับถ้ารู้ว่าบุญตายังคง ไม่สบายใจยังเป็นกังวลเรื่องของลูกสาวอยู่
ตอนที่ 5เจ้าของรัชชานนท์ขับรถกลับไปยังไร่ด้วยความรู้สึกผิดที่เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องรู้สึกแบบนี้ ชายหนุ่มตั้งใจว่าจะใช้เวลาที่ไร่มากกว่าทุกครั้งที่เคยกลับมาเพื่อทดแทนกับที่เขาได้ได้กลับมาที่นี่เกือบ 2 สัปดาห์ชดเชยเวลาให้กับบัวบูชา “อ้าว ! ไหนว่าคุณจะยังไม่กลับล่ะคะ” บัวบูชาที่กำลังยืนส่งเพื่อนชายคนสนิทรู้สึกตกใจและแปลกใจเมื่อเห็นผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีของเธอกลับมาที่ไร่ก่อนเวลาที่เขาบอกไว้เพราะความจริง รัชชานนท์ตั้งใจว่าเขาจะกลับมาในวันหยุดสัปดาห์หน้าเลย “ผมพึ่งรู้ว่าจะกลับบ้านแต่ละครั้งต้องบอกคุณก่อนด้วย” คนเพิ่งมาถึงสองมือล้วงกระเป๋ามองหน้าทั้งภรรยาและแขกเหมือนต้องการให้บัวบูชาแนะนำว่าผู้ชายที่กำลังยืนคุยกับเธอคือใคร “พี่เหมราชค่ะเป็นเจ้าของโรงงานลำไยแปรรูป วันนี้พี่เขามาเยี่ยมคุณมานพและกำลังจะกลับค่ะ” บัวบูชาแนะนำให้ทั้งสองฝ่ายรู้จักกันเพราะกลัวว่ารัชชานนท์จะเข้าใจผิดว่าเหมราชเป็นแขกของเธอทั้งที่ความจริงเจ้าของโรงงานมาที่บ้านหลังนี้ก็เพื่อนจะมาเยี่ยมมานพแต่บัวบูชาแค่ทำหน้าที่เดินมาส่งก็เท่านั้น “สง
ตอนที่ 4ภาพเธอ“โสดีใจที่สุดเลยค่ะที่วันนี้เราสองคนได้มาเที่ยวด้วยกัน ตั้งแต่กลับมาอยู่เมืองไทยเราก็แทบจะไม่ได้ไปไหนได้มาไหนด้วยกันสองคนเลยนะคะ” โสรยาใช้มือเล็กจับไปที่มือของคนขับมองสบตา รัชชานนท์ส่งยิ้มหวานแบบที่เธอคิดว่าดูดีที่สุดเพื่อต้องการให้อีกฝ่ายรู้ว่าเธอดีใจและมีความสุขมากที่ได้ออกไปเที่ยวทะเลกับเขาในครั้งนี้ ทั้งสองคนสนิทกันมากเมื่อตอนที่รัชชานนท์เรียนอยู่ต่างประเทศแต่เหลือเพียงแค่อีก 1 ปีก็จะเรียนจบโสรยาก็ตัดสินใจไปคบกับหนุ่มชาวต่างชาติจึงทำให้ทั้งคู่เริ่มห่างกัน ซึ่งสำหรับรัชชานนท์แล้วเธอยังคงรู้สึกกับโสรยามากกว่าผู้หญิงคนอื่นแต่ก็จำเป็นต้องตัดใจเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้คิดกับเขาแบบชู้สาวแต่ใครจะรู้ว่าพอทั้ง 2 คนกลับมาเมืองไทย โสรยาก็กลับมาให้ ความสนิทสนมกับรัชชานนท์อีกครั้งหลังจากที่เธอเลิกกับแฟนชาวต่างชาติและกลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไทย “ผมก็ดีใจและมีความสุข คิดถึงความทรงจำเก่าๆของเรา เพื่อนๆต่างคิดว่าเราเป็นแฟนกันเห็นไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด จนวันที่คุณเปิดตัวแฟนตัวจริงมีแต่คนมาแซวผม” รัชชานนท์ต้องการพูดให้สวยและอยากให้โสรยารู้ว่าเขารู้สึ
ตอนที่ 3เอาใจเก่ง“ขนเสื้อผ้าอะไรมาเยอะเลย” มานพถามลูกชายเมื่อวันนี้เป็นวันกลับบ้านของ รัชชานนท์ ชายหนุ่มหิ้วเสื้อผ้ามาหลายตัวพร้อมกับตะกร้าผ้าที่บัวบูชากำลังถือตามมา “ผมเอาเสื้อผ้าที่ใส่ที่นู่นกับพวกผ้าปูที่นอนปลอกหมอนกลับมาให้บัวบูชาซักและรีดให้ครับ แม่บ้านที่นู่นทำไม่ดีเท่าบัวบูชาเลย เสื้อผ้าที่ผมใส่ทุกตัวหอมติดจนถึงช่วงเย็นถ้าไปจ้างเขาซักยังไม่ทันจะใส่ก็ไม่ได้กลิ่นหอมของน้ำยาปรับผ้านุ่มแล้ว” รัชชานนท์ส่งเสื้อผ้าที่เขาถือมาให้กับบุญตารับช่วงไปไว้ในห้องซักผ้าต่อเพราะชายหนุ่มมีเรื่องที่บริษัทมากมายมาเล่าให้คนเป็นพ่อฟัง “บัวบูชาเขาเรียบร้อยทำอะไรก็ไว้ใจได้” มานพแอบยิ้มที่เห็นท่าทีของลูกชายเป็นแบบนี้ เขารู้สึกสบายใจมากขึ้น ทั้งคู่อยู่กินกันมาได้เกือบ 2 เดือนแล้วรัชชานนท์ยังคงกลับมาที่ไร่สัปดาห์ละ 3 วันและไม่ได้มีท่าทางไม่ถูกใจหรือไม่พอใจในตัวบัวบูชา “งานที่บริษัทยุ่งไหม” มานพชวนลูกชายคุยเรื่องอื่นเพราะเมื่อเขาเผลอยิ้มให้ลูกแสดงถึงความดีใจที่เห็นลูกชายชอบในสิ่งที่บัวบูชาทำมันทำให้รัชชานนท์เลือกที่จะไม่พูดอะไรต่อ
ตอนที่ 2ละครฉากใหญ่พิธีผูกข้อไม้ข้อมือถูกจัดขึ้นอย่างเร่งด่วนตาม ความต้องการของมานพหลังจากที่ทั้งรัชชานนท์และบัวบูชาได้คุยข้อตกลงกันแล้วว่าหญิงสาวจะเป็นเมียของเขาแค่เฉพาะเวลาที่เขาอยู่ที่ไร่แห่งนี้จะไม่มีการจดทะเบียนสมรสไม่มีงานแต่งงานนอกจากที่ชายหนุ่มได้บอกกับบิดาไว้เขายังได้ขอให้บัวบูชาปิดเรื่องนี้เป็นความลับไม่ให้คนรอบตัวของเขารับรู้ว่าเธอกับเขาเป็นอะไรกัน “คุณจะไปไหน” ชายหนุ่มหันมาถามหญิงสาวที่กำลังจะเดินออกจากห้องทั้งที่ตอนนี้ทั้งคู่ถูกส่งตัวเข้าหอซึ่งมันไม่ควรจะมีใครออกไปจากเรือนหอในเวลานี้ “บัวจะไปหานมอุ่น ๆ มาให้คุณนนท์กินค่ะ” บัวบูชาหันมาตอบเสียงสั่นเพราะตั้งแต่ รัชชานนท์กลับมาจากต่างประเทศและรับรู้ว่าพ่อของเขาต้องการให้แต่งงานกับหญิงสาวก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่เขาจะพูดดีกับเธอจึงทำให้บัวบูชารู้สึกทั้งกลัวและเกรงใจผู้ชายตรงหน้า “วันนี้ไม่ใช่วันที่คุณจะต้องมาบริการอะไรผม มานั่งนี่สิเรามีเรื่องต้องคุยกันยาว” รัชชานนท์ใช้มือตีลงไปที่ที่นอนเพื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาต้องการให้เธอมานั่งข้างๆด้วยท่าทางที่จริงจัง “บัวนั่งได้จริงๆหร