Beranda / โรแมนติก / ฮูหยินจับสลาก / บทที่ 1 หมายเลขสิบเก้า

Share

ฮูหยินจับสลาก
ฮูหยินจับสลาก
Penulis: เอสเต้/ซีฟางกั๋วเจีย

บทที่ 1 หมายเลขสิบเก้า

last update Tanggal publikasi: 2026-07-17 11:26:39

“หมายเลขสิบเก้า นั่น! แม่นางคนสวยมิใช่หรือ” ทหารที่คลี่แผ่นกระดาษเล็กๆ ที่รับจากมือแม่ทัพสวีพานร้องขึ้นด้วยความตื่นเต้น

“จริงด้วย!” เถี่ยหนิวหัวเราะลั่น

เสียงทหารที่ทั้งยืนทั้งนั่งอยู่รายรอบพากันส่งเสียงฮือฮาขึ้นมาทันที ในบรรดาหญิงคณิกาที่ถูกส่งเข้ามาในกองทัพครานี้ คนที่สวยที่สุดคือหมายเลขสิบเก้า

“ท่านแม่ทัพ ข้าน้อยจะนำนางไปไว้ในกระโจมให้นะขอรับ” เถี่ยหนิวทหารร่างใหญ่ผู้ทำหน้าที่องครักษ์ข้างกายของแม่ทัพสวีพานเอ่ยยิ้มๆ

สวีพานผู้มีรูปร่างบึกบึนใบหน้าคมคร้ามพยักหน้าเบาๆ เขากำลังยกจอกสุราขึ้นชนกับจางหย่งรองแม่ทัพคู่ใจจึงมิได้สนใจตอบคำถามของเถี่ยหนิว ได้แต่ยกมือขึ้นโบกไล่ให้อีกฝ่ายรีบไป

“ข้าดื่มแค่นี้ก็พอแล้ว คงต้องรีบกลับกระโจมขอรับ มีงานต้องทำรออยู่” จางหย่งลุกขึ้น ประสานมือค้อมศีรษะ

“ไปเถอะ เจ้าดูแลรอบค่ายให้ดีก็แล้วกัน ต่อให้ได้ชัยชนะครานี้แล้ว ข้าเองก็ยังไม่วางใจอยู่ดี”​

“ขอรับ!”

สวีพานยกจอกสุราขึ้นกระดกติดๆ กันอีกสามจอกก่อนจะตรงไปยังกระโจมแม่ทัพของตน

ธรรมดาในกองทัพที่มีบุรุษอยู่จำนวนมาก เพื่อลดความตึงเครียดจึงต้องจัดหาหญิงคณิกามาสร้างความสุขและระบายความตึงเครียดให้แก่ทหารเป็นครั้งคราว

หากไม่ทำเช่นนี้ เหล่าบุรุษผู้เป็นทหารเลว[1] หลายคราอาจจะลุแก่อำนาจใฝ่ต่ำไปแอบปล้นหรือฉุดคร่าหญิงชาวบ้าน อ๋องหยางวางกฎกองทัพไว้อย่างเข้มแข็ง อนุญาตให้นำคณิกามาปลอบขวัญทหารได้เป็นบางคราว ห้ามฉุดคร่าข่มเหงสตรีโดยไม่ยินยอมอย่างเด็ดขาด

การลงโทษในทัพสกุลหยางรุนแรงยิ่งนัก เรียกได้ว่าอยู่ไม่สู้ตายกันเลยทีเดียว

กองทัพสกุลหยางเป็นหนึ่งในสองกองทัพที่เกรียงไกรที่สุดในแคว้นต้าหลาง กองทัพสกุลหยางดูแลเมืองเฉินม่ายและเมืองจู๋หลิงซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองหลวง ซึ่งอยู่ติดชายแดนแคว้นเว่ย

ทัพนี้อยู่ภายใต้การบัญชาการของอ๋องหยางหรือหยางหลีเหว่ยซึ่งเป็นญาติผู้น้องของสวีพาน สวีพานเป็นญาติห่างๆ ฝ่ายมารดาของอ๋องหยางหรือปัจจุบันนางก็คือหยางไท่เฟย

อ๋องหยางเป็นอ๋องต่างแซ่ที่ได้รับบรรดาศักดิ์เนื่องจากขับไล่กองทัพแคว้นเว่ยที่ผนึกกำลังกำลังกับเผ่าหมาป่ามารุกรานชายแดนได้สำเร็จ

สวีพานเป็นแม่ทัพที่อ๋องหยางไว้วางใจอย่างยิ่ง เขาทั้งมีฝีมือและรักษาระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด

ช่วงนี้อ๋องหยางเข้าไปเมืองหลวง สวีพานจึงต้องรักษาการในฐานะแม่ทัพใหญ่ ครั้นมีข่าวว่าชนเผ่าหกเผ่ารวมตัวกันหมายจะช่วงชิงอำเภอเฟิ่งกู่ซึ่งเป็นอำเภอเล็กๆ ทางทิศใต้ของเมืองเฉินม่าย แม่ทัพสวีพานจึงยกทัพลงไปปราบด้วยตนเอง

หลังจากต่อสู้กันอยู่หนึ่งเดือน ทัพของแม่ทัพสวีพานก็เอาชนะศึกนี้ได้สำเร็จ ขับไล่ชนเผ่าทั้งหกออกจากแคว้นต้าหลง

นายอำเภอแห่งอำเภอเฟิ่งกู่แซ่จ้าวรู้ว่าแม่ทัพสวีได้รับชัยชนะจึงหมายจะเอาใจกองทัพด้วยการติดต่อหอคณิกาหลายแห่งให้รวบรวมหญิงงามมาช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของเหล่าทหาร

สวีพานเห็นว่าทหารของตน ผ่านศึกมาอย่างหนักหน่วงจึงพยักหน้ายินยอมให้หญิงคณิกาเข้ามาในค่ายชั่วคราว ทว่าผู้ที่มีโอกาสจะได้เสพสมกับพวกนางจะต้องเป็นผู้มีผลงานดีเยี่ยม

รองแม่ทัพจางหย่งจึงให้จวินลี่[2]ไปรวบรวมรายชื่อผู้สร้างผลงานสองร้อยคนแรกเข้ามาเพื่อรับสิทธิ์นี้

         เถี่ยหนิวเดินนำหน้าเถ้าแก่เนี้ยที่ประคองหญิงสาวหมายเลขสิบเก้าไปส่งยังกระโจมแม่ทัพเสร็จก็เดินกลับมานั่งรินสุรากับสหาย

         “เหล่าเถี่ย เจ้าเก่งจริงที่ทำให้แม่ทัพสวียอมจับสลากในครั้งนี้ได้”

         เถี่ยหนิวอมยิ้มเลิกคิ้วข้างหนึ่ง “เจ้าก็รู้ว่าท่านแม่ทัพเป็นคนถือตัวและเจ้าระเบียบ ครั้งนี้ข้ากระซิบว่าแยกแม่นางที่เพิ่งเข้ามาใหม่ออกกลุ่มหนึ่งแล้วค่อยจับสลาก ท่านแม่ทัพจึงได้ยินยอม”

         เดิมทีการรับหญิงคณิกาเข้ามาในค่ายชั่วคราว จะทำการจับสลากทั้งหมด แต่ครั้งนี้เถี่ยหนิวต้องการให้นายของตนยอมรับหญิงเข้ากระโจมจึงได้คัดแยกสตรีที่เพิ่งรับแขกครั้งแรกออกมาก่อน แล้วให้บรรดาทหารที่มีผลงานดีที่สุดยี่สิบอันดับแรกได้จับสลาก

         หญิงสาวที่สวยที่สุดในคืนนี้ แต่งกายงดงามด้วยชุดสีแดง ทว่านางกลับนั่งพิงสหายหญิงด้วยสายตาเหม่อลอย ทหารทุกคนต่างพากันมองนางด้วยความชื่นชม ต่างอยากลิ้มลองเรือนร่างหญิงงามที่กำลังจะเชยชมเป็นครั้งแรก

         แต่...แม่ทัพสวีพานผู้เอาแต่นั่งดื่มมิได้สนใจหันมามองสตรีที่นั่งเรียงรายหลายแถว กลับจับสลากได้สตรีชุดแดงหรูหราผู้นั้นไปครอง

         ในกระโจมแม่ทัพสวีทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ หญิงสาวที่ถูกประคองมานอนบนแคร่ไม้แบบชั่วคราวนั้นกลอกตาไปมาอย่างหวาดหวั่น

         ‘ได้ยินว่ากองทัพสกุลหยางมีกฎระเบียบเข้มแข็งนัก ดูจากการจัดข้าวของในกระโจมนี้ ดูท่า แม่ทัพสวีจะเป็นผู้เคร่งครัด หากข้าบอกเขาได้ว่าข้าถูกจับตัวมา เขาคงจะไม่ทำอันใดข้าหรอกกระมัง’

         ซ่งหว่านอิงคิดแล้วก็เจ็บใจ นางอุตส่าห์ระวังตัวอย่างดี หากว่าไม่สงสารหญิงสาวผู้นั้น นางก็คงจะหลบพ้นน้ำมือคนชั่วแล้ว

         เสียงฝีเท้าค่อนข้างเบา ก้าวเข้ามาในกระโจม ซ่งหว่านอิงเคยได้ยินว่าคนที่มีวรยุทธ์จะเดินเบามาก หากว่านางไม่เคยฝึกหูสำหรับการฟังเสียงที่เบาเช่นนี้มาก่อนก็คงจะไม่รู้สึก

         ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เดินไปด้านหลังผ้าผืนใหญ่ที่กั้นไว้อย่างง่ายๆ ถอดเสื้อผ้าออกเหลือเพียงชุดตัวในแล้วเดินมาหยุดเท้าที่เตียง

         หญิงสาวชุดแดงใบหน้าเย้ายวนทรวดทรงชวนให้หลงใหลนอนนิ่งอยู่บนเตียง

         “เหตุใดสีหน้าของเจ้าจึงเป็นเช่นนี้” สวีพานย่นหัวคิ้ว เขารู้สึกว่าใบหน้าของหญิงคณิกาคนงามดูคล้ายเศร้าโศกอย่างมาก “ดูเหมือนว่าเจ้ามิได้เต็มใจจะรับใช้ข้าเลยสักนิด”

         ซ่งหว่านอิงมิใช่หญิงสาวที่อ่อนแอ ทว่าพอได้ยินคำถามของแม่ทัพหนุ่มรูปงามน้ำตาของนางไหลออกมาอย่างเกินควบคุม

         ชายหนุ่มตกใจรีบประคองร่างของนางให้ลุกขึ้นนั่ง

         ซ่งหว่านอิงได้กลิ่นสุราจางๆ จากร่างของเขา นางพยายามจะเปล่งเสียงแต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา

         “เจ้าเป็นใบ้หรือ”

[1] ทหารเลว หมายถึง พลทหารหรือทหารราบชั้นผู้น้อย คำว่าเลวในที่นี้ หมายถึง ความสามัญหรือระดับล่าง

[2] จวินลี่หมายถึงเสมียนทั่วไปในกองทัพ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฮูหยินจับสลาก   บทที่ 45 กอบกู้ตระกูล (ตอนจบ)

    จางอวี้เหิงสู่ขอหลินชิงเหอได้สำเร็จก็เร่งรัดงานแต่งงาน เดือนต่อมาเขาก็นำขบวนไปรับเจ้าสาวเพื่อพากลับไปยังเมืองเฉินม่ายเพื่อทำพิธีแต่งงาน สวีพานจึงพาซ่งหว่านอิงเดินทางไปพร้อมกับคู่บ่าวสาว ในตอนนั้นซ่งหว่านอิงก็ตั้งครรภ์ได้ล่วงเข้าเดือนที่สองแล้ว งานแต่งของจางอวี้เหิงกับหลินชิงเหอถือเป็นงานใหญ่อีกงานหนึ่งของเมืองเฉินม่าย ท่านอ๋องหยางกับพระชายาหลี่หยวนหยวนเดินทางมาร่วมงาน อ๋องหยางเป็นอ๋องต่างแซ่กับฮ่องเต้จึงไม่ต้องใช้คำราชาศัพท์ด้วย หากแต่ความเป็นอ๋องที่กุมกองทัพที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นในยามนี้ทำให้ทุกคนต้องเกรงบารมี ซ่งหว่านอิงจึงได้พบทายาทฝาแฝดของท่านอ๋องหยางหลีเหว่ย ซื่อจื่อน้อยหยางหลิวเหว่ยและท่านหญิงตัวน้อยผู้งดงาม หยางเยี่ยนฟาง พวกเขาสวมเสื้อผ้าหรูหรา ใบหน้าน่ารักยิ่งนัก นางสะกิดให้สามีดูแล้วกระซิบกับเขาว่า “ท่านพี่ หากลูกเราเป็นชายของให้หน้าตาดีและองอาจเยี่ยงหยางซื่อจื่อ ข้าคงจะปลื้มใจไม่น้อยเลยเจ้าค่ะ” สวีพานส่ายหน้าเบาๆ เขามองดูท่านหญิงหยางแล้วอมยิ้ม ดวงตาเป็นประกาย “ข้าอยากให้ลูกคนแรกของเราเป็นหญิงแล้วน่ารักเหมือนท่านหญิ

  • ฮูหยินจับสลาก   บทที่ 44 วาระสุดท้าย

    กลุ่มของสวีพานที่ควบม้าศึกตามทันหลี่เปียวในเวลาไม่นานนัก หลี่เปียวไม่ยอมจำนนเขาต่อสู้อย่างสุดกำลัง สุดท้ายก็ถูกแทงได้รับบาดเจ็บ และถูกจับตัวกลับมาสอบสวนที่สำนักมือปราบอำเภอฮวาหยาง เช่นเดียวกับร่างที่ถูกไฟไหม้จนผิวหนังเละ ร่างกายบิดเบี้ยวของหลิวซื่อก็ถูกส่งเข้ามารักษาตัวในคุก แต่หมอทุกคนล้วนลงความเห็นว่า นางคงจะไม่อาจประคองชีวิตไว้ได้เกินคืนนี้แล้ว ซ่งหว่านอิงเข้าไปดูสภาพของหลิวซื่อในคุกเป็นครั้งสุดท้ายดวงตาของหลิวซื่อยังคงมองดูซ่งหว่านอิง แต่ลมหายใจแผ่วลง “เจ้า...เจ้า...รอด” ซ่งหว่านอิงยิ้มหวานให้กับแม่เลี้ยงที่สภาพมือ แขน ขาบิดงอ ผิวหน้าถูกไฟลวกลามไปเสียเกือบครึ่ง มองดูแล้วสภาพคล้ายครึ่งผีครึ่งคนเข้าไปแล้ว “อันที่จริง ท่านพี่ของข้า หรือจะเรียกให้ถูกต้องก็คือ ท่านแม่ทัพสวีพานแห่งทัพสกุลหยางเมืองเฉินม่าย ได้เตรียมคนเอาไว้รอช่วยข้าอยู่แล้ว พอเจ้าขังข้าแล้วเริ่มจุดไฟเผา พวกเขาก็งัดหน้าต่างด้านหลัง ทำให้ข้าหนีออกมาได้” หลิวซื่อแค่นเสียงร้องออกมาจากลำคออย่างโกรธแค้น น้ำเสียงนั้นฟังดูแล้วคล้ายเสียงของปีศาจมากกว่ามนุษย์ ซ่งหว่าน

  • ฮูหยินจับสลาก   บทที่ 43 เผาตัวเอง

    ขณะนั้นสวีพานกับทหารนอกเครื่องแบบกลุ่มใหญ่ที่แกะรอยหลิวซื่ออยู่ไม่ห่างนักก็ได้ยินเสียงร้องของสตรีแว่วๆ “ไปดูทางนั้น!” แม่ทัพหนุ่มร้องขึ้น คนกลุ่มใหญ่จึงมุ่งหน้าไปตามเสียงร้องนั้น ไม่นานนักพวกเขาก็เห็นควันไฟกลุ่มใหญ่พวยพุ่งขึ้นท้องฟ้า “ข้างในนั้น คือหลิวซื่อนี่!” เถี่ยหนิวร้องขึ้น หลิวซื่อมองเห็นบุรุษควบม้ากลุ่มใหญ่ก็รีบร้องให้พวกเขาช่วย น้ำเสียงของนางโหยหวนทุกข์ทรมาน “เร็วเข้า! ไปตัดกิ่งไม้มาดับไฟ” รองแม่ทัพจางสั่งการ คนกว่ายี่สิบคนบนหลังม้ากระโจนลงอย่างว่องไว รีบไปตัดกิ่งไม้สดมาช่วยกันตบไฟพรึ่บพรั่บ สวีพานเดินไปใต้ร่มไม้ เขาสังเกตเห็นศพของผู้คุ้มกันทั้งสี่ที่ถูกลากไปทิ้งไว้ด้านหลัง “คนที่ติดตามนาง ถูกฆ่าตายอยู่นี่สี่คน” เถี่ยหนิวเดินเข้าไปสำรวจ “ท่านแม่ทัพ พวกเขามิได้หักหลังกันเองใช่หรือไม่” “ข้าว่าไม่ นางพวกเขาหวังเพียงทรัพย์ เหตุใดต้องลงทุนถึงขั้นจับนางมัดแล้วเผานางด้วยเล่า เชือดคอเอาไม่ง่ายกว่าหรือ ข้าว่านี่คือฝีมือของศัตรูที่แค้นลึกถึงกระดูกดำ” “หลี่เปียว!” เถี่ยหนิวร้องออก

  • ฮูหยินจับสลาก   บทที่ 42 ตามล้างแค้น

    เมื่อเห็นว่าเฉิงจิ่งสิงกลายเป็นคนพิการ คนสกุลซูจึงได้ส่งคนมายกเลิกข้อตกลงเรื่องการแต่งงาน คนสกุลเฉิงถึงกับหมดสิ้นความหวังในการกอบกู้ฐานะ ซ่งอวี้หลันทำตัวเป็นคนมีน้ำใจ ยืนยันจะอยู่เคียงข้างสามีทำให้เฉิงจิ่งสิงซาบซึ้งใจในตัวนาง” ไม่นานนัก คนสกุลเฉิงก็รู้ข่าวว่ามารดาของซ่งอวี้หลันเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เลวร้ายในครั้งนี้ ซ้ำยังจงใจจะลวงเฉิงฮูหยินไปฆ่า อีกทั้งยังเจตนาจะทำให้เฉิงจิ่งสิงพิการก็พากันตะลึง “หลิวซื่อ! นางช่างเลวทรามนัก ตอนจิ่งสิงแต่งซ่งอวี้หลันก็แอบย้อมแมวสินสอด พอถูกเปิดโปงก็ยังแค้นจนลวงคนไปฆ่าอีก”คนสกุลเฉิงประณามและด่าทอซ่งอวี้หลันอย่างรุนแรงนายท่านสกุลเฉิงไล่ให้ซ่งอวี้หลันออกจากตระกูล“สตรีที่มีสายเลือดหญิงชั่วเช่นเจ้า ไม่อาจจะปล่อยให้อยู่ในสกุลเฉิงได้อีก ข้าจะให้จิ่งสิงหย่าขาดกับเจ้าเสีย”เฉิงจิ่งสิงมองซ่งอวี้หลันอย่างเกลียดชัง เขายกนิ้วขึ้นชี้หน้านาง น้ำเสียงสั่นระริก บัดนี้ชีวิตของเขาต้องมาพังลงเพราะการแต่งงานกับซ่งอวี้หลัน“เพราะเจ้า! ท่านแม่ข้าต้องตาย แล้วข้ายังกลายเป็นบุรุษไร้ประโยชน์อีก เจ้ากลับไปสกุลซ่งเสียเดี๋ยวนี้ ใบหย่าข้าจะส่งตา

  • ฮูหยินจับสลาก   บทที่ 41 คนทรยศ

    ครั้นหลินเจิ้นอู่กับหลินชิงเหอไปสมทบกับสวีพานที่คฤหาสน์ได้ยินว่าซ่งหว่านอิงเหน็ดเหนื่อยจนหลับไป พวกเขาจึงอาสาออกไปคฤหาสน์สกุลซ่งเอง สวีพานจึงเล่าเรื่องที่ซ่งหว่านอิงถูกหลิวซื่อขังไว้ในห้องนอนเก่าของมารดา และเผาเรือนนั้นให้คนทั้งสองฟัง “ที่แท้! ไฟไหม้นั่นป็นฝีมือของหลิวซื่อนี่เอง นางโหดเหี้ยมนัก ที่หานคังกับพวกเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ก็เป็นฝีมือนางใช่หรือไม่” สวีพานพยักหน้ารับ “มือปราบหลินกล่าวได้ถูกต้อง ข้าส่งเถี่ยหนิวออกไปจับตามองนางเอาไว้แล้ว” “เห็นท่าจะไม่ดี หลิวซื่อทำการใหญ่ถึงเพียงนี้ นางย่อมจะไม่วางแผนไว้ชั้นเดียวอย่างแน่นอน ข้ากับชิงเหอจะรีบไปดูนางเดี๋ยวนี้ ท่านก็อยู่ดูแลอิงเอ๋อร์และคฤหาสน์ให้ดีเล่า” สวีพานพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นต้องลำบากพวกท่านแล้ว ข้าไม่กล้าให้จางหย่งกับทหารออกไปเพราะกลัวว่านางจะคิดเผาบ้านข้าไปด้วย”พอสองพี่น้องแซ่หลินมาถึงคฤหาสน์สกุลซ่งแล้วรู้ว่าหลิวซื่อถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงหมอก็ตกใจรีบตามไปดู แต่พอไปถึง คนที่โรงหมอพากันยืนยันว่าไม่มีคนแซ่หลิวมารักษา“พี่เจิ้นอู่ ข้าว่านางคงหนีไปแล้ว ไม่รู้ว่าโจรพวกนั้นอยู่ข้างนอกยังมี

  • ฮูหยินจับสลาก   บทที่ 40 หายนะในตระกูล

    ควันจากระเบิดนั้นกระจายไปทั่วบริเวณ ซ่งหว่านอิงยกยิ้มมุมปาก นางหมอบลงแล้ว ใช้แขนเสื้อปิดหน้าเอาไว้ รอจนควันจางลงก็ร้องขึ้น “เถี่ยหนิว! พวกมันหนีขึ้นหลังคาไปแล้ว” นางกระโจนขึ้นไปบนหลังคา สวีพานและเถี่ยหนิวรีบกระโจนตามนางขึ้นหลังคาไป พวกเขาเห็นแผ่นหลังของหลี่เปียวที่ใช้ปลายเท้าแตะหลังคาเรือนหลังข้างหน้า มุ่งไปทางทิศตะวันตกของเมืองก็พากันตามอย่างไม่ลดละ “ทุกคน! ไปช่วยดับไฟก่อน ลามมาถึงเรือนรับแขกแล้ว!” หลิวซื่อวิ่งออกมาจากห้องโถงใหญ่แล้วร้องบอกมือปราบที่อยู่บริเวณนั้นยามนั้นไฟโหมกระหน่ำ เสียงบ่าวรับใช้ตะโกนโหวกเหวก เปลวเพลิงลุกลามเข้ามาใกล้เรือนรับแขกหลินเจิ้นอู่นำมือปราบกลุ่มใหญ่ตามมา หลินชิงเหอก็วิ่งเข้ามาด้วย พวกเขาคาดไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ในคฤหาสน์สกุลซ่ง หลินชิงเหอมองหาคนที่นอนเกลื่อนกลาด เมื่อไม่เห็นสหายก็วิ่งเข้าไปในห้องโถง ในนั้นนางจึงได้เห็นความเละเทะและสูญเสียอันน่าสยดสยองของสกุลซ่ง หลินชิงเหอร้องเรียกให้มือปราบที่มาสมบทช่วยกันประคองเอาผู้บาดเจ็บและรอดชีวิตออกมาจากห้องโถงนั้นก่อน เพราะควันไฟเริ่มเข้าไปมาก ซุนจิ่นหรงอุ้ม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status