تسجيل الدخولความลับที่เขาว่า รักของเราจะไม่มีใครรู้ สงสัยจะไม่มีอยู่จริง ----------------- ใครจะไปคิดว่าเมาครั้งนั้นจะทำให้ชีวิตเธอเปลี่ยนไป ตอนนั้นนึกว่าจะได้ขี่ม้าแค่คืนเดียว ที่ไหนได้ขี่ม้าตัวนั้นตั้ง 5 ปี แถมยังเป็นม้าพยศอีกด้วย ดุดันไม่เกรงใจใครเลยเชียว (แม้กระทั่งข้างห้อง) เขาบอกว่าเรื่องของเราจะไม่มีใครรู้...แน่นอนว่าทุกคนจะไม่รู้เลยถ้าเขาไม่แสดงออกนอกหน้าในตอนที่เธออยู่กับเพื่อนร่วมงานผู้ชาย... แล้วแบบนี้จะเก็บเป็นความลับ เห็นทีความลับจะไม่มีในโลกเสียแล้วมั้งคะคุณท่านรอง
عرض المزيدกึก! กึก! กึก!
เสียงส้นเท้าคัชชูหนังราคาแพงกระทบกับพื้นหินอ่อนทำให้ทั้งบริเวณดังกึกก้องท่ามกลางความเงียบ ทั้งที่มีผู้คนหลายสิบชีวิตนั่งทำงานอยู่แต่กลับไม่มีใครกล้าปริปากออกมาเลยสักคน
สายตาคมเข้มภายใต้คิ้วหนาที่ขมวดเป็นปมกวาดบอกพนักงานทุกคนที่กำลังจดจ่อกับงานของตัวเองก่อนเขาจะเดินผ่านเข้าห้องไป และทันทีที่เสียงประตูห้องถูกปิดลงเหล่าพนักงานที่เกือบลืมหายใจต่างต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ราวกับอดทนอดกลั้นมานาน ทั้งที่เวลาพึ่งผ่านไปไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ
ถามว่าทำไมถึงต้องเกรงกลัวขนาดนั้น?....ก็นั้นคือ ลูกชายเจ้าของบริษัทซึ่งมีตำแหน่งเป็นรองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหาร ชื่อเสียงของเขาเป็นที่ประจักษ์ต่อพนักงานทุกคนว่าเป็นคนที่เข้มงวดทุกกระเบียดนิ้ว เขาจะไม่ด่าออกมาตรง ๆ แต่จะตั้งคำถามให้คิดด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นที่ใครฟังต้องเจ็บไปถึงทรวงอย่างแน่นอน
แต่ทว่าในมุมกลับกันเขาก็เป็นผู้บริหารคนหนึ่งที่พนักงานรักและให้เกียรติเสมอ เหตุผลเพราะเขาไม่จู้จี้จุกจิกเรื่องส่วนตัวและค่อนข้างเห็นอกเห็นใจพนักงานทุกคน สวัสดิการของบริษัทก็ไม่เอาเปรียบคนหาเช้ากินค่ำ เรียกได้ว่าถึงจะดุแต่ก็ยังมีมุมที่ใจดีอยู่บ้าง
“พี่นุช ๆ”
เสียงของผู้จัดการฝ่ายบัญชีเอ่ยเรียก คุณนุช เลขาส่วนตัวของชายหนุ่มที่เพิ่งเดินเข้าห้องไป
“ว่าไงจ๊ะ?” คุณนุช หญิงวัย 40 ปีตอบรับด้วยรอยยิ้มพร้อมสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้
“วันนี้คุณครามเป็นไงบ้าง?”
“หืม? หมายถึงยังไงจ๊ะ?”
“หมายถึง...วันนี้คุณครามอารมณ์ดีมั้ย พอดีมีเอกสารให้เซ็นค่ะ” ผู้จัดการฝ่ายบัญชีว่าเสียงเบาพร้อมเลื่อนสายตามองแฟ้มเอกสารของตัวเอง
คุณนุชตอบกลับเพียงรอยยิ้มแล้วส่ายศีรษะเบา ๆ เป็นอันรู้กันว่า...อย่าเข้าไปตอนนี้เลย
“ทำไงดีอะพี่นุช เย็นนี้ต้องส่งให้สำนักงานใหญ่แล้วนะเนี่ย” เธอว่าหน้าเสียแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเป็นกังวลอย่างมาก
“รอคุณครามประชุมเสร็จก่อนมั้ย เดี๋ยวพี่เอาเข้าไปให้เอง”
พอได้ยินแบบนั้นก็รีบพยักหน้ารัวอย่างไม่ปฏิเสธ ก็ทางออกมีอยู่แค่นี้จะช้าจะเร็วก็ต้องให้ผู้บริหารเซ็นอยู่ดี
“พี่หญิงคะ” เสียงหวานปริศนาดังขึ้นทำให้ทั้งสองหันไปมองในทันที
“น้องเจนิส~~”
คุณหญิง เอ่ยเรียกหญิงสาวด้วยความรู้สึกปริ่มในอกพลางหันมองร่างบางด้วยแววตาอย่างมีความหวัง อยู่ ๆ ก็รู้สึกว่าตนเป็นลูกรักของพระเจ้าที่ส่งนางฟ้านางสวรรค์อย่างเจนิสมาได้ทันเวลาพอดี
“หนูมีเรื่องปรึกษาพี่หญิงค่ะ”
หญิงสาวใบหน้าสะสวยเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มอย่างเป็นมิตร เจนิสเป็นหัวหน้าฝ่ายขายซึ่งเป็นที่รักของพนักงานในบริษัทนี้ทุกคนเพราะเธอเป็นเหมือนน้ำเย็น ๆ ที่สามารถดับไฟโทสะร้อนระอุได้เสมอ....?
“พี่ก็มีเรื่องให้น้องช่วยเหมือนกัน” หญิงว่าพร้อมยกมือขึ้นจับแขนเรียวทั้งสองข้างพลางส่งสายตาอ้อนวอนสุดชีวิต “พอดีพี่มีเอกสารให้คุณครามเซ็น”
“คะ?”
เจนิสอุทานเสียงหลงอย่างไม่เข้าใจก่อนจะหันไปสบตากับคุณนุชเลขาส่วนตัวของครามทันที ก็จะไม่ให้งงได้ไงล่ะ เลขาเขาก็ยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้แล้วมาขอให้เธอช่วยทำไม?
“ตอนนี้คุณครามติดประชุมอยู่จ้ะ”
คุณนุชว่าแล้วระบายยิ้มกว้างราวกับรู้คำถามที่เจนิสกำลังจะเอ่ยออกมา
“พี่หญิง คุณครามประชุมอยู่แล้วจะให้หนูช่วยยังไงอะ ขนาดพี่นุชยังไม่กล้าเข้าไปเลย”
“แต่คุณครามไม่เคยดุน้องเจนิสเลยนี่น่า” หญิงรีบตอบกลับทันที
ก็จริงอย่างที่เธอบอกว่า...ครามไม่เคยดุเจนิสเลยสักครั้ง อาจเป็นเพราะทำงานด้วยกันมานานจนรู้นิสัยใจคอกันทุกอย่าง รู้ว่าอีกฝ่ายชอบแบบไหนและไม่ชอบแบบไหน สิ่งไหนที่ไม่ถูกใจเขาเจนิสจะหลีกเลี่ยงทันที
“พี่นุชเองก็ไม่เคยโดนดุนะคะ”
เจนิสตอบกลับพร้อมกลั้วหัวเราะกลบเกลือน เธอเองก็อยากปฏิเสธไปตรง ๆ เพราะไม่อยากก้าวก่ายงานของแผนกอื่น แต่ด้วยนิสัยที่ขี้สงสารจึงไม่กล้าพูดออกไปตรง ๆ กลัวคนอื่นจะมองว่าแล้งน้ำใจ
“แต่พี่นุชไม่กล้า” หญิงว่าเสียงอ๋อยพร้อมส่งสายตาปริบ ๆ ขอร้องให้เจนิสเห็นใจ
เจนิสเลื่อนสายตาไปมองเลขาของครามอีกครั้ง แม้นุชจะไม่เคยถูกครามดุโดยตรง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอเกรงกลัวเจ้านายคนนี้อยู่ไม่น้อย ถึงจะทำงานด้วยกันมานานมาก หรือจะเรียกได้ว่าเป็นคนที่อยู่กับเขานานที่สุดในบริษัทนี้ก็ตามที แต่เพราะความเข้มงวดและความเย็นชาของครามทำให้นุชยังคงรู้สึก “เกรงใจ” และไม่กล้าทำอะไรเกินหน้าเกินตาอยู่ดี
“พี่นุชคะ เจเข้าไปหาคุณครามได้มั้ยคะ?”
พอถูกอ้อนมีรือคนใจอ่อนจะไม่ช่วย เจนิสถอนหายใจออกเฮือกใหญ่แล้วถามนุชทันที
“ถ้าน้องเจจะเข้าไป เดี๋ยวที่แจ้งให้นะ”
“รบกวนหน่อยนะคะ เจก็มีเรื่องจะรายงานคุณครามเหมือนกัน”
ถามว่าเรื่องที่เธอกำลังจะรายงานนั้นสำคัญไหม? …ก็ต้องตอบตามตรงว่าไม่ได้สำคัญถึงขั้นต้องเข้าไปขัดเขาในเวลาประชุมแน่นอน
แม้เธอจะถูกครามห้ามให้ยุ่งกับแผนกอื่นแล้วก็ตาม...แต่ก็ช่วยไม่ได้เอกสารของฝ่ายบัญชีนั้นสำคัญจริง ๆ
บทที่ 9“จอดตรงนี้ก็ได้ค่ะ” เสียงแหบพร่าดังขึ้นหลังจากที่หลับเต็มอิ่มตอนที่ครามลงไปส่งนุชให้กับสามีในบ้าน เจนิสรีบปลดสายเบลท์ทำท่าพร้อมจะลงรถ“คุณพักอยู่ตึกไหน?” ครามเอ่ยถามพร้อมหันมองรอบ ๆ ที่มีตึกเรียงกันเป็นแถวในสภาพที่ไม่น่าอยู่มากนัก เจนิสรีบชี้ตึกหอพักตัวเองซึ่งแน่นอนว่าหากมองจากภายนอกอาจจะไม่ได้สวยงามน่าอยู่มากนัก แต่การตกแต่งภายในตึกสำหรับเธอแล้วก็ถือว่าไม่ได้แย่ขนาดนั้น“ปลอดภัยเหรอ?” ครามหันมาถามพร้อมจอดรถเทียบฟุตบาททันทีก่อนจะหันกลับไปมองตึกที่เธอชี้ “เดี๋ยวผมลงไปส่งที่ห้องดีกว่า”“ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้ก็เกรงใจมากแล้ว”“งั้นก็บอกให้แฟนลงมารับ เธอเมาอยู่นะ”“ดิฉันไม่มีแฟนค่ะ อยู่คนเดียว...เดินไปเองได้ค่ะ” เจนิสระบายยิ้มแหยะ ๆ แล้วใช้มือตบหน้าตัวเองเบา ๆ เพื่อเรียกสติให้สร่างเมา“....งั้นผมไปส่งดีกว่า” ไม่รอคำตอบใด ๆ จากหญิงสาว ครามรีบลงจากรถทันทีก่อนจะเดินอ้อมมาเปิดประตูให้เธอ การกระทำของเขาทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นแรงไม่เป็นส่ำ อยู่ ๆ ก็รู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ก็ใครจะไปคิดว่ารองประธานบริษัทที่ดุและเข้มงวดอย่างเขาจะสุภาพบุรุษและอ่อนโยนกับเธอ
บทที่ 8--ร้านคาราโอเกะ XXX— ภายในห้องคาราโอเกะขนาดใหญ่ที่ถูกจองเป็นห้องพิเศษ รองรับคนได้ถึง 30 คน เสียงเพลงดังก้องพร้อมไฟแทคสลับกับเสียงชนแก้วของนักดื่ม ทำให้เจนิสที่ไม่ได้ดื่มต้องนั่งมองตาปริบ ๆ พร้อมหยิบของแกล้มอย่างเอ็นไก่ทอดเข้าปากไปพลาง ๆ ดวงตาคู่สวยกวาดมองผู้คนรอบตัวที่กำลังสนุกสนานไปกับเสียงเพลง เสียงหัวเราะดังปะปนกันอย่างเป็นกันเอง จนเธออดยิ้มออกมาไม่ได้ เจนิสชอบบรรยากาศแบบนี้ บรรยากาศที่ไม่ต้องใส่หน้ากากเข้าหากัน ทุกคนเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ทว่าในจังหวะนั้นเอง เธอกลับรู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้อง ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าหยุดชะงักก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ เขานั่งอยู่ตรงมุมห้อง ในมือถือแก้วบรั่นดีที่หมุนวนช้า ๆ ดวงตาคมเข้มคู่นั้นจับจ้องมาที่เธออย่างนิ่งงันไม่ละสายตา เจนิสเห็นแบบนั้นก็รีบหลบสายตาลงทันที หัวใจดวงน้อยเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกหวาดระแวงแล่นวาบขึ้นมาจนเธอต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ หากสายตาคู่นั้นเป็นของใครอื่น เธออาจไม่รู้สึกกลัวเลยแต่เพราะมันเป็นสายตาของ คเชนทร์ และในห้วงความคิดนั้นเอง คำพ
บทที่ 7--2 สัปดาห์ผ่านไป— ภายในห้องผู้บริหาร อากาศเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศผสานกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้จากก้านไม้หอมที่วางอยู่ตรงมุมห้อง กลิ่นนั้นลอยอบอวลชวนให้รู้สึกผ่อนคลายหากแต่กลับสร้างบรรยากาศประหลาดชวนอึดอัดขึ้นในคราเดียวกัน หญิงสาวในชุดกระโปรงทรงเอสีอ่อนความยาวเหนือเข่าเพียงเล็กน้อย เธอสวมเสื้อแขนตุ๊กตาสีชมพูพาสเทล ทำให้ดูสุภาพเรียบร้อยแฝงความอ่อนหวาน เส้นผมสลวยถูกรวบขึ้นเป็นทรงหางม้าเผยให้เห็นลำคอขาวระหงส์ที่ดึงดูดสายตาอย่างห้ามไม่ได้ ครามทอดสายตามองหญิงสาวตรงหน้าสลับกับเอกสารบนโต๊ะ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่“อย่ามัดผมขึ้นแบบนี้อีก” เสียงทุ้มเข้มเอ่ยขึ้นในขณะที่กำลังตวัดปลายปากกาลงเอกสารแผ่นสุดท้าย ก่อนแววตาคมเข้มจะเลื่อนขึ้นจ้องหน้าเธออย่างไม่ถูกใจกับทรงผมในวันนี้ของเธอเท่าไหร่นัก“ทำไมคะ?” เจนิสขมวดคิ้วแน่นอย่างไม่เข้าใจ ก็ไม่มีกฎข้อไหนห้ามให้พนักงานรวบผมขึ้นสักหน่อย“ห้ามก็คือห้าม”“ห้ามไม่มีเหตุผล เจไม่ใช่เด็กนะคะ”“มันเห็นต้นคอ ไม่สวย” ครามว่าพร้อมเบือนหน้าหนี ที่บอกว่าไม่สวยนั้นโกหกทั้งเพ บอกว่าไม่สวยแต่กลับมองจนละสา
บทที่ 6“พี่ครามของเจเก่งที่สุดแล้ว” เป็นเพียงคำพูดสั้น ๆ ที่หญิงสาวพูดอยู่บ่อยครั้ง แต่น่าแปลกที่ได้ยินทีไรก็รู้สึกมีกำลังใจขึ้นเยอะเลย ครามยอมผละกายออกช้า ๆ ก่อนจะจรดริมฝีปากที่หน้าผากมนแล้วเลื่อนลงมาหอมแก้มเนียนนุ่มทั้งสองข้างของเธอฟอดใหญ่“หอมจัง” ครามว่าเสียงแผ่วเบาแล้วจูบริมฝีปากนุ่มอีกครั้ง“ทำไมกลับมาแล้วไม่เปิดไฟคะ เจคิดว่าโจรแอบเข้ามาดื่มไวน์พี่สะอีก” เจนิสว่าหลังจากที่ครามผละริมฝีปากออก ชายหนุ่มเพียงไหวไหล่เบา ๆ ก็เมื่อกี้อยากอยู่คนเดียวมืด ๆ ดื่มด่ำไปกับแอลกอฮอล์พอให้หายเครียดเลยคิดว่าแสงสว่างไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น“คิดว่าเป็นโจรแล้วเดินดุ่ม ๆ เข้ามามือเปล่าเนี่ยนะ” ครามว่าหยอกพร้อมกระชับเอวบางไว้แน่น “ตัวก็เท่านี้ถ้าโจรอุ้มเธอไป พี่จะทำไงดี”“พี่ก็ต้องตามหาเจสิ” เจนิสรีบตอบกลับทันควันเพราะเรื่องแบบนี้ครามต้องทำอยู่แล้วไม่ใช่รึไง“หึ!”แปะ! แปะ! ครามหัวเราะแผ่วในลำคอเมื่อได้ยินเสียงแหวะของแฟนสาวตอบกลับ เขายกมือหนาขึ้นเหนือศีรษะแล้วปรบเบา ๆ สองครั้ง ทำให้แสงไฟในห้องติดสว่างทันตาด้วยระบบอัตโนมัติ พอหันกลับมามองใบหน้าสวยก็พบว่าเธอกำลังจ้องมอง





