LOGINสวีพานแม่ทัพแห่งทัพสกุลหยางแคว้นต้าหลงระหว่างไปต้านศึกชนเผ่าที่ชายแดนใต้ มีคนหวังดีส่งคณิกาเข้ามาในกองทัพเขาจับสลากได้หญิงงามผู้หนึ่ง พอรู้ว่านางถูกจับมาขาย เขาจึงช่วยเหลือนาง ทั้งสองจึงร่วมมือกันปราบปรามพ่อค้ามนุษย์อย่างถอนรากถอนโคน
View More“หมายเลขสิบเก้า นั่น! แม่นางคนสวยมิใช่หรือ” ทหารที่คลี่แผ่นกระดาษเล็กๆ ที่รับจากมือแม่ทัพสวีพานร้องขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“จริงด้วย!” เถี่ยหนิวหัวเราะลั่น
เสียงทหารที่ทั้งยืนทั้งนั่งอยู่รายรอบพากันส่งเสียงฮือฮาขึ้นมาทันที ในบรรดาหญิงคณิกาที่ถูกส่งเข้ามาในกองทัพครานี้ คนที่สวยที่สุดคือหมายเลขสิบเก้า
“ท่านแม่ทัพ ข้าน้อยจะนำนางไปไว้ในกระโจมให้นะขอรับ” เถี่ยหนิวทหารร่างใหญ่ผู้ทำหน้าที่องครักษ์ข้างกายของแม่ทัพสวีพานเอ่ยยิ้มๆ
สวีพานผู้มีรูปร่างบึกบึนใบหน้าคมคร้ามพยักหน้าเบาๆ เขากำลังยกจอกสุราขึ้นชนกับจางหย่งรองแม่ทัพคู่ใจจึงมิได้สนใจตอบคำถามของเถี่ยหนิว ได้แต่ยกมือขึ้นโบกไล่ให้อีกฝ่ายรีบไป
“ข้าดื่มแค่นี้ก็พอแล้ว คงต้องรีบกลับกระโจมขอรับ มีงานต้องทำรออยู่” จางหย่งลุกขึ้น ประสานมือค้อมศีรษะ
“ไปเถอะ เจ้าดูแลรอบค่ายให้ดีก็แล้วกัน ต่อให้ได้ชัยชนะครานี้แล้ว ข้าเองก็ยังไม่วางใจอยู่ดี”
“ขอรับ!”
สวีพานยกจอกสุราขึ้นกระดกติดๆ กันอีกสามจอกก่อนจะตรงไปยังกระโจมแม่ทัพของตน
ธรรมดาในกองทัพที่มีบุรุษอยู่จำนวนมาก เพื่อลดความตึงเครียดจึงต้องจัดหาหญิงคณิกามาสร้างความสุขและระบายความตึงเครียดให้แก่ทหารเป็นครั้งคราว
หากไม่ทำเช่นนี้ เหล่าบุรุษผู้เป็นทหารเลว[1] หลายคราอาจจะลุแก่อำนาจใฝ่ต่ำไปแอบปล้นหรือฉุดคร่าหญิงชาวบ้าน อ๋องหยางวางกฎกองทัพไว้อย่างเข้มแข็ง อนุญาตให้นำคณิกามาปลอบขวัญทหารได้เป็นบางคราว ห้ามฉุดคร่าข่มเหงสตรีโดยไม่ยินยอมอย่างเด็ดขาด
การลงโทษในทัพสกุลหยางรุนแรงยิ่งนัก เรียกได้ว่าอยู่ไม่สู้ตายกันเลยทีเดียว
กองทัพสกุลหยางเป็นหนึ่งในสองกองทัพที่เกรียงไกรที่สุดในแคว้นต้าหลาง กองทัพสกุลหยางดูแลเมืองเฉินม่ายและเมืองจู๋หลิงซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองหลวง ซึ่งอยู่ติดชายแดนแคว้นเว่ย
ทัพนี้อยู่ภายใต้การบัญชาการของอ๋องหยางหรือหยางหลีเหว่ยซึ่งเป็นญาติผู้น้องของสวีพาน สวีพานเป็นญาติห่างๆ ฝ่ายมารดาของอ๋องหยางหรือปัจจุบันนางก็คือหยางไท่เฟย
อ๋องหยางเป็นอ๋องต่างแซ่ที่ได้รับบรรดาศักดิ์เนื่องจากขับไล่กองทัพแคว้นเว่ยที่ผนึกกำลังกำลังกับเผ่าหมาป่ามารุกรานชายแดนได้สำเร็จ
สวีพานเป็นแม่ทัพที่อ๋องหยางไว้วางใจอย่างยิ่ง เขาทั้งมีฝีมือและรักษาระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด
ช่วงนี้อ๋องหยางเข้าไปเมืองหลวง สวีพานจึงต้องรักษาการในฐานะแม่ทัพใหญ่ ครั้นมีข่าวว่าชนเผ่าหกเผ่ารวมตัวกันหมายจะช่วงชิงอำเภอเฟิ่งกู่ซึ่งเป็นอำเภอเล็กๆ ทางทิศใต้ของเมืองเฉินม่าย แม่ทัพสวีพานจึงยกทัพลงไปปราบด้วยตนเอง
หลังจากต่อสู้กันอยู่หนึ่งเดือน ทัพของแม่ทัพสวีพานก็เอาชนะศึกนี้ได้สำเร็จ ขับไล่ชนเผ่าทั้งหกออกจากแคว้นต้าหลง
นายอำเภอแห่งอำเภอเฟิ่งกู่แซ่จ้าวรู้ว่าแม่ทัพสวีได้รับชัยชนะจึงหมายจะเอาใจกองทัพด้วยการติดต่อหอคณิกาหลายแห่งให้รวบรวมหญิงงามมาช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของเหล่าทหาร
สวีพานเห็นว่าทหารของตน ผ่านศึกมาอย่างหนักหน่วงจึงพยักหน้ายินยอมให้หญิงคณิกาเข้ามาในค่ายชั่วคราว ทว่าผู้ที่มีโอกาสจะได้เสพสมกับพวกนางจะต้องเป็นผู้มีผลงานดีเยี่ยม
รองแม่ทัพจางหย่งจึงให้จวินลี่[2]ไปรวบรวมรายชื่อผู้สร้างผลงานสองร้อยคนแรกเข้ามาเพื่อรับสิทธิ์นี้
เถี่ยหนิวเดินนำหน้าเถ้าแก่เนี้ยที่ประคองหญิงสาวหมายเลขสิบเก้าไปส่งยังกระโจมแม่ทัพเสร็จก็เดินกลับมานั่งรินสุรากับสหาย
“เหล่าเถี่ย เจ้าเก่งจริงที่ทำให้แม่ทัพสวียอมจับสลากในครั้งนี้ได้”
เถี่ยหนิวอมยิ้มเลิกคิ้วข้างหนึ่ง “เจ้าก็รู้ว่าท่านแม่ทัพเป็นคนถือตัวและเจ้าระเบียบ ครั้งนี้ข้ากระซิบว่าแยกแม่นางที่เพิ่งเข้ามาใหม่ออกกลุ่มหนึ่งแล้วค่อยจับสลาก ท่านแม่ทัพจึงได้ยินยอม”
เดิมทีการรับหญิงคณิกาเข้ามาในค่ายชั่วคราว จะทำการจับสลากทั้งหมด แต่ครั้งนี้เถี่ยหนิวต้องการให้นายของตนยอมรับหญิงเข้ากระโจมจึงได้คัดแยกสตรีที่เพิ่งรับแขกครั้งแรกออกมาก่อน แล้วให้บรรดาทหารที่มีผลงานดีที่สุดยี่สิบอันดับแรกได้จับสลาก
หญิงสาวที่สวยที่สุดในคืนนี้ แต่งกายงดงามด้วยชุดสีแดง ทว่านางกลับนั่งพิงสหายหญิงด้วยสายตาเหม่อลอย ทหารทุกคนต่างพากันมองนางด้วยความชื่นชม ต่างอยากลิ้มลองเรือนร่างหญิงงามที่กำลังจะเชยชมเป็นครั้งแรก
แต่...แม่ทัพสวีพานผู้เอาแต่นั่งดื่มมิได้สนใจหันมามองสตรีที่นั่งเรียงรายหลายแถว กลับจับสลากได้สตรีชุดแดงหรูหราผู้นั้นไปครอง
ในกระโจมแม่ทัพสวีทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ หญิงสาวที่ถูกประคองมานอนบนแคร่ไม้แบบชั่วคราวนั้นกลอกตาไปมาอย่างหวาดหวั่น
‘ได้ยินว่ากองทัพสกุลหยางมีกฎระเบียบเข้มแข็งนัก ดูจากการจัดข้าวของในกระโจมนี้ ดูท่า แม่ทัพสวีจะเป็นผู้เคร่งครัด หากข้าบอกเขาได้ว่าข้าถูกจับตัวมา เขาคงจะไม่ทำอันใดข้าหรอกกระมัง’
ซ่งหว่านอิงคิดแล้วก็เจ็บใจ นางอุตส่าห์ระวังตัวอย่างดี หากว่าไม่สงสารหญิงสาวผู้นั้น นางก็คงจะหลบพ้นน้ำมือคนชั่วแล้ว
เสียงฝีเท้าค่อนข้างเบา ก้าวเข้ามาในกระโจม ซ่งหว่านอิงเคยได้ยินว่าคนที่มีวรยุทธ์จะเดินเบามาก หากว่านางไม่เคยฝึกหูสำหรับการฟังเสียงที่เบาเช่นนี้มาก่อนก็คงจะไม่รู้สึก
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เดินไปด้านหลังผ้าผืนใหญ่ที่กั้นไว้อย่างง่ายๆ ถอดเสื้อผ้าออกเหลือเพียงชุดตัวในแล้วเดินมาหยุดเท้าที่เตียง
หญิงสาวชุดแดงใบหน้าเย้ายวนทรวดทรงชวนให้หลงใหลนอนนิ่งอยู่บนเตียง
“เหตุใดสีหน้าของเจ้าจึงเป็นเช่นนี้” สวีพานย่นหัวคิ้ว เขารู้สึกว่าใบหน้าของหญิงคณิกาคนงามดูคล้ายเศร้าโศกอย่างมาก “ดูเหมือนว่าเจ้ามิได้เต็มใจจะรับใช้ข้าเลยสักนิด”
ซ่งหว่านอิงมิใช่หญิงสาวที่อ่อนแอ ทว่าพอได้ยินคำถามของแม่ทัพหนุ่มรูปงามน้ำตาของนางไหลออกมาอย่างเกินควบคุม
ชายหนุ่มตกใจรีบประคองร่างของนางให้ลุกขึ้นนั่ง
ซ่งหว่านอิงได้กลิ่นสุราจางๆ จากร่างของเขา นางพยายามจะเปล่งเสียงแต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา
“เจ้าเป็นใบ้หรือ”
[1] ทหารเลว หมายถึง พลทหารหรือทหารราบชั้นผู้น้อย คำว่าเลวในที่นี้ หมายถึง ความสามัญหรือระดับล่าง
[2] จวินลี่หมายถึงเสมียนทั่วไปในกองทัพ
จางอวี้เหิงสู่ขอหลินชิงเหอได้สำเร็จก็เร่งรัดงานแต่งงาน เดือนต่อมาเขาก็นำขบวนไปรับเจ้าสาวเพื่อพากลับไปยังเมืองเฉินม่ายเพื่อทำพิธีแต่งงาน สวีพานจึงพาซ่งหว่านอิงเดินทางไปพร้อมกับคู่บ่าวสาว ในตอนนั้นซ่งหว่านอิงก็ตั้งครรภ์ได้ล่วงเข้าเดือนที่สองแล้ว งานแต่งของจางอวี้เหิงกับหลินชิงเหอถือเป็นงานใหญ่อีกงานหนึ่งของเมืองเฉินม่าย ท่านอ๋องหยางกับพระชายาหลี่หยวนหยวนเดินทางมาร่วมงาน อ๋องหยางเป็นอ๋องต่างแซ่กับฮ่องเต้จึงไม่ต้องใช้คำราชาศัพท์ด้วย หากแต่ความเป็นอ๋องที่กุมกองทัพที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นในยามนี้ทำให้ทุกคนต้องเกรงบารมี ซ่งหว่านอิงจึงได้พบทายาทฝาแฝดของท่านอ๋องหยางหลีเหว่ย ซื่อจื่อน้อยหยางหลิวเหว่ยและท่านหญิงตัวน้อยผู้งดงาม หยางเยี่ยนฟาง พวกเขาสวมเสื้อผ้าหรูหรา ใบหน้าน่ารักยิ่งนัก นางสะกิดให้สามีดูแล้วกระซิบกับเขาว่า “ท่านพี่ หากลูกเราเป็นชายของให้หน้าตาดีและองอาจเยี่ยงหยางซื่อจื่อ ข้าคงจะปลื้มใจไม่น้อยเลยเจ้าค่ะ” สวีพานส่ายหน้าเบาๆ เขามองดูท่านหญิงหยางแล้วอมยิ้ม ดวงตาเป็นประกาย “ข้าอยากให้ลูกคนแรกของเราเป็นหญิงแล้วน่ารักเหมือนท่านหญิ
กลุ่มของสวีพานที่ควบม้าศึกตามทันหลี่เปียวในเวลาไม่นานนัก หลี่เปียวไม่ยอมจำนนเขาต่อสู้อย่างสุดกำลัง สุดท้ายก็ถูกแทงได้รับบาดเจ็บ และถูกจับตัวกลับมาสอบสวนที่สำนักมือปราบอำเภอฮวาหยาง เช่นเดียวกับร่างที่ถูกไฟไหม้จนผิวหนังเละ ร่างกายบิดเบี้ยวของหลิวซื่อก็ถูกส่งเข้ามารักษาตัวในคุก แต่หมอทุกคนล้วนลงความเห็นว่า นางคงจะไม่อาจประคองชีวิตไว้ได้เกินคืนนี้แล้ว ซ่งหว่านอิงเข้าไปดูสภาพของหลิวซื่อในคุกเป็นครั้งสุดท้ายดวงตาของหลิวซื่อยังคงมองดูซ่งหว่านอิง แต่ลมหายใจแผ่วลง “เจ้า...เจ้า...รอด” ซ่งหว่านอิงยิ้มหวานให้กับแม่เลี้ยงที่สภาพมือ แขน ขาบิดงอ ผิวหน้าถูกไฟลวกลามไปเสียเกือบครึ่ง มองดูแล้วสภาพคล้ายครึ่งผีครึ่งคนเข้าไปแล้ว “อันที่จริง ท่านพี่ของข้า หรือจะเรียกให้ถูกต้องก็คือ ท่านแม่ทัพสวีพานแห่งทัพสกุลหยางเมืองเฉินม่าย ได้เตรียมคนเอาไว้รอช่วยข้าอยู่แล้ว พอเจ้าขังข้าแล้วเริ่มจุดไฟเผา พวกเขาก็งัดหน้าต่างด้านหลัง ทำให้ข้าหนีออกมาได้” หลิวซื่อแค่นเสียงร้องออกมาจากลำคออย่างโกรธแค้น น้ำเสียงนั้นฟังดูแล้วคล้ายเสียงของปีศาจมากกว่ามนุษย์ ซ่งหว่าน
ขณะนั้นสวีพานกับทหารนอกเครื่องแบบกลุ่มใหญ่ที่แกะรอยหลิวซื่ออยู่ไม่ห่างนักก็ได้ยินเสียงร้องของสตรีแว่วๆ “ไปดูทางนั้น!” แม่ทัพหนุ่มร้องขึ้น คนกลุ่มใหญ่จึงมุ่งหน้าไปตามเสียงร้องนั้น ไม่นานนักพวกเขาก็เห็นควันไฟกลุ่มใหญ่พวยพุ่งขึ้นท้องฟ้า “ข้างในนั้น คือหลิวซื่อนี่!” เถี่ยหนิวร้องขึ้น หลิวซื่อมองเห็นบุรุษควบม้ากลุ่มใหญ่ก็รีบร้องให้พวกเขาช่วย น้ำเสียงของนางโหยหวนทุกข์ทรมาน “เร็วเข้า! ไปตัดกิ่งไม้มาดับไฟ” รองแม่ทัพจางสั่งการ คนกว่ายี่สิบคนบนหลังม้ากระโจนลงอย่างว่องไว รีบไปตัดกิ่งไม้สดมาช่วยกันตบไฟพรึ่บพรั่บ สวีพานเดินไปใต้ร่มไม้ เขาสังเกตเห็นศพของผู้คุ้มกันทั้งสี่ที่ถูกลากไปทิ้งไว้ด้านหลัง “คนที่ติดตามนาง ถูกฆ่าตายอยู่นี่สี่คน” เถี่ยหนิวเดินเข้าไปสำรวจ “ท่านแม่ทัพ พวกเขามิได้หักหลังกันเองใช่หรือไม่” “ข้าว่าไม่ นางพวกเขาหวังเพียงทรัพย์ เหตุใดต้องลงทุนถึงขั้นจับนางมัดแล้วเผานางด้วยเล่า เชือดคอเอาไม่ง่ายกว่าหรือ ข้าว่านี่คือฝีมือของศัตรูที่แค้นลึกถึงกระดูกดำ” “หลี่เปียว!” เถี่ยหนิวร้องออก
เมื่อเห็นว่าเฉิงจิ่งสิงกลายเป็นคนพิการ คนสกุลซูจึงได้ส่งคนมายกเลิกข้อตกลงเรื่องการแต่งงาน คนสกุลเฉิงถึงกับหมดสิ้นความหวังในการกอบกู้ฐานะ ซ่งอวี้หลันทำตัวเป็นคนมีน้ำใจ ยืนยันจะอยู่เคียงข้างสามีทำให้เฉิงจิ่งสิงซาบซึ้งใจในตัวนาง” ไม่นานนัก คนสกุลเฉิงก็รู้ข่าวว่ามารดาของซ่งอวี้หลันเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เลวร้ายในครั้งนี้ ซ้ำยังจงใจจะลวงเฉิงฮูหยินไปฆ่า อีกทั้งยังเจตนาจะทำให้เฉิงจิ่งสิงพิการก็พากันตะลึง “หลิวซื่อ! นางช่างเลวทรามนัก ตอนจิ่งสิงแต่งซ่งอวี้หลันก็แอบย้อมแมวสินสอด พอถูกเปิดโปงก็ยังแค้นจนลวงคนไปฆ่าอีก”คนสกุลเฉิงประณามและด่าทอซ่งอวี้หลันอย่างรุนแรงนายท่านสกุลเฉิงไล่ให้ซ่งอวี้หลันออกจากตระกูล“สตรีที่มีสายเลือดหญิงชั่วเช่นเจ้า ไม่อาจจะปล่อยให้อยู่ในสกุลเฉิงได้อีก ข้าจะให้จิ่งสิงหย่าขาดกับเจ้าเสีย”เฉิงจิ่งสิงมองซ่งอวี้หลันอย่างเกลียดชัง เขายกนิ้วขึ้นชี้หน้านาง น้ำเสียงสั่นระริก บัดนี้ชีวิตของเขาต้องมาพังลงเพราะการแต่งงานกับซ่งอวี้หลัน“เพราะเจ้า! ท่านแม่ข้าต้องตาย แล้วข้ายังกลายเป็นบุรุษไร้ประโยชน์อีก เจ้ากลับไปสกุลซ่งเสียเดี๋ยวนี้ ใบหย่าข้าจะส่งตา








![[ love of butterfly ] ผีเสื้อสามผัว (4p)](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


