Share

บทที่ 5

last update Terakhir Diperbarui: 2025-10-21 13:44:54

การส่งมอบสินค้าได้มาถึง อาวุธที่สั่งมาจำนวนมากได้ถูกลำเลียงมาจนครบ นางต้องจ่ายด้วยเงินจำนวนสูงถึงหนึ่งหมื่นห้าพันตำลึงทองซึ่งไม่ใช่จำนวนเงินน้อยๆเลย

คนงานที่ถูกซื้อตัวมาจากตลาดค้าทาสนับร้อยชีวิต ครึ่งหนึ่งถูกส่งไปที่ชายแดนตะวันออกเพื่อไปนำเกลือที่ถูกตากจนแห้งเอากลับมาที่นี่ ส่วนที่เหลือห้าสิบคนจะมาเอาไว้ใช้งานที่นี่ ทั้งจัดเก็บสินค้าและคอยดูแลสินค้าทุกอย่าง จัดคนเฝ้ายามตลอดทั้งกลางวันและกลางคืนเพื่อความปลอดภัย

ทาสที่ซื้อจากตลาดค้าทาส มีอยู่หนึ่งคนที่ดูโดดเด่นที่สุด โจวฟางหลินได้ตั้งชื่อว่า หนานกง มีรูปร่างสูงใหญ่มีที่มาไม่ชัดเจน ใบหน้ามีรอยบาดแผลที่หายแล้วแต่ยังคงเป็นแผลเป็นพาดอยู่บนใบหน้าจึงทำให้ดูน่ากลัว ขายตัวเองเป็นทาสแต่ไม่มีคนซื้อด้วยใบหน้าที่น่ากลัวรูปร่างสูงใหญ่จึงขายไม่ออกซึ่งแต่ละคนต่างหันหน้าหนีด้วยความหวาดกลัว

เห็นสายตาของหนานกง เหมือนกับคนที่ผ่านเหตุการณ์มากระทบจิตใจ จึงดูเป็นคนหยาบกระด้าง คนแบบนี้ถ้าซื้อใจได้จะภักดีจนวันตาย และนางก็ชอบคนนิสัยแบบนี้เสียด้วยสิ จึงซื้อมาในราคาที่ไม่แพงมากด้วยคนค้าทาสกลัวจะขายไม่ออก จึงไม่ได้เรียกราคาสูงมากขายมาแค่ราคายี่สิบตำลึงเงิน

“หนานกงเจ้าไปดูความเรียบร้อยทั้งหมด ข้าจะให้เจ้าเป็นหัวหน้าควบคุมดูแลสินค้าแทนเวลาที่ข้าไม่ได้เข้ามาที่นี่ เจ้าทำได้หรือไม่” ร่างบางเอ่ยเสียงเรียบนิ่ง ใบหน้าดูเย็นชาน่าเกรงขาม นางใส่สีแดงอมดำมีเสื้อคลุมปักดิ้นทองสวยงามจนเคยชินตั้งแต่ย้อนกลับมาจึงยิ่งทำให้ดูน่าเกรงขาม

“ขอรับนายหญิง” หนานกงน้อมรับด้วยความเต็มใจ ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกในอำนาจที่มีของสตรีร่างเล็กผู้นี้ ยามสบตาที่สงบนิ่งเหมือนบึงน้ำที่ไม่มีแม้ความเคลื่อนไหว จนต้องลดสายตาลงมาไม่สบตาด้วยตรงๆเหมือนกับว่ามีอำนาจพอจะกดข่มผู้ชายที่มีร่างกายใหญ่โตได้

หลังจากนั้นผ่านไปเพียงหนึ่งก้านธูป ท่านเหล่าหลานก็ได้นำสินค้าที่เป็นข้าวสารมาส่งด้วยตัวเอง

“ข้าได้นำสินค้ามาส่งตามจำนวนที่สั่งมา” ซึ่งมีถึงหนึ่งร้อยเกวียน ต่อแถวยาวจนสุดสายตา

“ข้ารบกวนท่านแล้วไฉนถึงต้องมาด้วยตนเองด้วย” โจวฟางหลินแปลกใจการส่งสินค้าสามารถให้คนงานมาส่งก็ได้หรือมีเรื่องอันใดอีก

“ข้าเพียงแต่ต้องการจะมาพูดคุยกับเจ้าเรื่องเกลือด้วย”

“สิ้นเดือนนี้ข้าจะส่งให้ท่านได้ดูเสียก่อน ถ้าตกลงในคุณภาพก็ทำสัญญากันได้เลย แต่รับรองว่า เกลือของข้าท่านจะไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนแน่นอน”

ร่างบางเอ่ยถึงเวลาที่ได้ตกลงกัน และเกลือของนางกำลังเดินทางกลับมาเพื่อจะมาต้มกรองจนสะอาดถึงจะส่งขายได้

ชายร่างท้วมดูมีอำนาจได้มาเห็นกับตาว่า การกักตุนสินค้าครั้งนี้ไม่ใช่การค้าเล็กๆเสียแล้ว ด้วยพื้นที่กว้างใหญ่ห่างสายตาผู้คนกินเนื้อที่ด้านบนเขาเกือบทั้งหมด พลางเหลือบสายตามามองสตรีรูปร่างอรชรที่ใส่ชุดแดงเข้มจนเกือบดำเหมือนครั้งก่อนด้วยความสนใจ

“ดูแล้วคงไม่ใช่การค้าธรรมดาเสียแล้วใช่รึไม่” สายตาคมกริบจากประสบการณ์ที่สั่งสมมาย่อมมองออกว่าสตรีผู้นี้ย่อมไม่ธรรดาตามสายตาที่เห็น ถึงจะรู้ว่าเป็นเพียงบุตรสาวอดีตท่านแม่ทัพโจวก็ตาม

“ข้าเพียงเป็นคนคอยหาโอกาศก็เพียงเท่านั้น” โจวฟางหลินเอ่ยตอบเพียงสั้นๆ ยกยิ้มมุปากขัดกับสายตาที่เย็นชาของนาง

นายท่านเหล่าหลานเมื่อเห็นการอธิบายสั้นๆเพียงเท่านั้นก็รู้ได้ว่า คนที่มีนิสัยแบบนี้ มักจะเป็นคนที่คิดการณ์ไกลเด็ดขาด และไม่ค่อยพูดมากถึงถามไปก็ไม่ได้ประโยชน์อันใด สู้กลับไปฟังข่าวเรื่องเกลือเสียดีกว่า และคิดว่าการการค้าครั้งต่อไปคงได้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

“ตกลง ข้าใจร้อนเองจะไปรอฟังข่าวก็แล้วกัน” จึงได้กลับออกไปพร้อมกับลูกน้องที่ติดตามมามากมาย

ข้าวสารที่นำมา เป็นราคาที่นางต้องจ่ายเกือบหนึ่งหมื่นตำลึงทอง แต่เงินทองเหล่านี้จะกลับมาอีกไม่นาน เพราะหลังจากนี้การค้าที่แท้จริงกำลังจะเริ่มแล้ว

“หนานกง ไปจัดการให้เรียบร้อย เมื่อจัดเสร็จเรียบร้อย ให้นำเกลือไปหนึ่งกระสอบไปไว้ในห้องที่ว่าง จัดเตรียมเตาและหม้อใบใหญ่มาด้วย" ร่างบางสั่งงานครั้งเดียวจนครบ จากนั้นจึงเดินไปดูความเรียบร้อย ก่อนจะมาควบคุมการต้มเกลือด้วยตนเองเพราะต้องการรู้ว่าจะได้ตามที่ต้องการหรือไม่

ภายในจวนแม่ทัพที่เงียบจนผิดปกติถ้าเป็นเมื่อก่อน เขากลับมาที่จวนโจวฟางหลินมักจะเข้ามาหาและนำของกินมาให้จนเขาลำคาญ แต่เวลาก็ล่วงมาจนถึงยามบ่ายยังไม่เห็นหน้านางสักครั้ง

“ตงซานไปดูซิ ฮูหยินได้อยู่เรือนรึไม่" ร่างสูงเอ่ยด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง เหมือนเอ่ยถามด้วยเรื่องไม่สำคัญนักแต่ภายในใจกลับต้องการจะรู้ว่าสตรีผู้นี้ได้อยู่ที่ใดกันแน่

“ขอรับนายท่าน”ตงซานรับคำสั่งแต่ก็สังเกตุสีหน้าที่เรียบเฉยของนายท่าน เมื่อก่อนไม่เห็นจะอยากรู้นายหญิงจะอยู่รึไม่ ทำไมวันนี้ถึงอยากจะรู้ขึ้นมาได้เล่า

“ฮูหยินน้อยอยู่เรือนหรือไม่” ตงซานเอ่ยถามชุนหงสาวใช้คนสนิทของฮูหยินท่านแม่ทัพ

“ฮูหยินน้อยออกไปจากจวนตั้งแต่รุ่งสางแล้ว มีอันใดรึ” ซุนหงยังงอนที่นายหญิงไม่ให้ตามไปอีกแล้วน้ำเสียงจึงดูหงุดหงิดตามไปด้วย

“ท่านแม่ทัพถามถึงคงอยากเจอฮูหยินน้อยกระมัง" ตงซานก็สับสนอยู่ว่าให้มาดูเฉยๆแต่ไม่ได้เรียกหาจึงไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรต่อไปเหมือนกัน

“ทำไมถึงอยากเจอนายหญิงของข้ารึ” ซุนหงค่อนข้างงุนงงปกติก็ทำท่าลำคาญนักไม่ใช่รึวันนี้ทำไมถึงมาถามหาได้กันเล่า แค่คิดก็รู้สึกปวดใจแทนนายหญิงแต่งงานเข้ามาร่วมสองปีพึ่งจะมีวันนี้ที่ท่านแม่ทัพถามหานายหญิงของนาง

“ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน ข้าไปรายงานนายท่านก่อน ประเดี๋ยวจะหงุดหงิดไปเสียอีก” ตงซานจึงรีบกลับไปรายงานตามที่ซุนหงบอกมาทุกอย่างไม่ขาดตกลงไปแม้แต่ครึ่งคำ

“นายท่านฮูหยินน้อยไม่อยู่เรือนขอรับ ซุนหงบ่าวรับใช้ก็ไม่ได้ติดตามไปด้วย เห็นบอกว่าฮูหยินน้อยออกไป

ตั้งแต่ย่ำรุ่งแล้วขอรับ”

ร่างสูงกำยำขมวดคิ้วหนาได้รูปด้วยความหงุดหงิด ใยไม่มาแจ้งให้รับรู้ว่าจะไปที่ใดไม่เห็นหัวสามีเลยใช่รึไม่ เฉินโม่หยียนทำงานต่อด้วยความหงุดหงิด เมื่อสมาธิไม่มีจึงขยำกระดาษบนโต๊ะที่เขียนไว้ขว้างทิ้งด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว

ตงซานมองตามกระดาษที่ถูกขยำและโยนทิ้ง จึงได้แต่เกาหัวว่านายท่านวันนี้เป็นอะไร หรือเพราะนายหญิงไม่ได้มาปรนนิบัติเหมือนเช่นเคย แต่นายท่านไม่ชอบฮูหยินน้อยไม่ใช่รึ จะต้องการพบเจอไปทำไมกัน

ในระหว่างที่จวนมีแต่คนที่อารมณ์ไม่ดี แต่โจวฟางหลินที่ยังอยู่ในโกดังเก็บสินค้าขนาดใหญ่ กำลังสอนคนงานต้มเกลือเป็นขั้นเป็นตอน เริ่มจากนำเกลือมาต้มจนเดือดแล้วกรองเอาฝุ่นละอองออกให้มากที่สุด จากนั้นให้ต้มอีกครั้งและก็กรองสองชั้นให้น้ำเกลือค่อยๆหยดลงไป จะได้เกลือที่ขาวสะอาดและมาทิ้งให้แห้ง ค่อยนำมาบดจนละเอียด

เกลือของเดิมที่ใช้กันทุกวันนี้ คือเกลือดิบที่ไม่ผ่านการต้มฆ่าเชื้อ มักจะสกปรกมากน้อยแล้วแต่จะกักขังน้ำเกลือที่บริเวณใด และจะมีรสขมติดปลายลิ้น แต่เกลือของนาง ย่อมขาวสะอาดรสชาติดี กรรมวิธีนี้ถึงจะดูไม่ยากแต่กว่าจะมีคนค้นพบก็ใช้เวลาไปเกือบสามสิบปีหลังจากนี้

“ขั้นตอนที่ข้าสั่งสอนหากมีผู้ใดนำไปกระจาย คงรู้ถึงโทษทัณฑ์ของมันดี” ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่สายตาช่างดุดัน ทำให้คนงานในที่นี้ถึงกับคุกเข่าลงมาตัวสั่นแบบไม่รู้ตัว

“พวกข้าจะจงรักภักดีกับนายหญิงตลอดชีวิต จะไม่พูดออกไปแน่นอนขอรับ" ทุกคนต่างเอ่ยด้วยเสียงอันสั่นกลัว ถึงจะยังไม่เคยโดนโทษทัณฑ์แต่ท่าทางนายหญิงช่างน่ากลัวเสียจริง

“ถ้าใครจงรักภักดีต่อข้าก็จะมีชีวิตที่ดีหากแต่คิดที่เปลี่ยนไปอย่าหาว่าข้าโหดร้าย” โจวฟางหลินเอ่ยขึ้นพร้อมกับกวาดสายตาอันแหลมคมไปทางเหล่าคนงาน ยิ่งทำให้คนงานก้มหน้าด้วยความเกรงกลัว นางแค่เพียงจะเตือนไว้เท่านั้น หากไม่ทำผิดอันใดก็ไม่ตัองกลัวว่าจะโดนทำโทษที่พวกเขาคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

“นายหญิงจะนำเกลือทั้งหมดมาต้มเลยรึไม่ขอรับ”หนานกงเอ่ยถามเพื่อจะได้จัดการต่อไป

“นำมาต้มเสียทั้งหมดการจัดเก็บจะต้องสะอาดและปราศจากการอับชื้นต้องตรวจตราอย่างเข้มงวดรู้รึไม่” ร่างบางสั่งงานเสร็จก็กลับ ด้วยนางได้ออกจากจวนมาตั้งแต่ย่ำรุ่ง ควรจะกลับไม่ให้เย็นมากนัก ถ้าได้หย่าร้างเร็วๆก็คงดีจะได้สะดวกกว่านี้ เพียงแต่เป็นสมรสพระราชทานจึงทำให้เรื่องราวมันยุ่งยากขึ้น ช่างน่าปวดหัวเสียจริง

เมื่อกลับถึงจวนซุนหงก็รีบออกมาบอกเรื่องราวต่างๆ ว่าท่านแม่ทัพ ถามหานายหญิงตั้งแต่ช่วงสาย นางจึงคิดว่าจะแวะไปสักหน่อย อาจจะมีเรื่องราวอันใดก็เป็นได้ จึงได้สาวเท้าเดินกับไปทางเรือนหลักด้านหน้าที่พึ่งจะเดินผ่านมา

“ไปแจ้งว่าข้ามาพบ” ร่างบางยืนด้านหน้าเรือนไม่ได้เข้าไปเช่นเมื่อก่อน จึงดูห่างเหินจนตงซานรู้สึกแปลกใจ วันนี้นายหญิงไม่ได้เข้าไปเลยเช่นเมื่อก่อน กลับรออนุญาติเสียก่อน กิริยาท่าทางก็สง่าน่าเกรงขาม หลังตั้งตรงใบหน้าเรียบนิ่งจนตงซานต้องรีบไปเรียนนายท่านว่าฮูหยินน้อยมาพบ

“นายท่านฮูหยินน้อยมาพบขอรับ” ตงซานพูดจบก็จ้องมองใบหน้าผู้เป็นนายว่าจะเอ่ยอะไรออกมาบ้างรึไม่

เฉินโม่เหยียนรู้สึกใจเต้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าโจวฟางหลินมาพบ เงยหน้าจากกองหนังสือตรงหน้าสอดส่ายสายตาขึ้นมองก็ไม่เห็นสตรีน่าตายผู้นั้น

“ฮูหยินน้อยรออยู่ด้านนอกขอรับ”ตงซานรีบรายงานเมื่อเห็นว่านายท่านมองหานายหญิง

“คราวนี้มามีมารยาทอันใด เมื่อก่อนเห็นเดินเข้ามาไม่ขออนุญาติสักนิด” ร่างสูงกำยำขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด ทีเมื่อก่อนแทบจะโผเข้าหามาวันนี้ช่างห่างเหินเสียจริง

ตงซานรีบเร่งเดินออกไปเพื่อจะไปเรียนนายหญิงให้เข้ามาที่ห้องหนังสือ ประเดี๋ยวนายท่านจะอารมณ์เสียไปยิ่งกว่านี้

“ท่านมีธุระอันใดกับข้ารึไม่ ซุนหงแจ้งว่าท่านไปถามหาข้า” ร่างบางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเอ่ยถามอย่างไม่อ้อมค้อมแต่อย่างใด

ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมาสบตากับภรรยาที่บัดนี้ได้ดูเปลี่ยนไปจนเหมือนคนละคน ท่าทางสง่าสีหน้าเรียบนิ่งมองไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่ จึงยิ่งหงุดหงิดกับท่าทีห่างเหินเช่นนี้ จะให้พูดว่าทำไมนางไม่มาหาเขาเช่นเมื่อก่อนมันก็ใช่ที่ จึงต้องเอ่ยเรื่องที่ออกจากจวนทำไมไม่แจ้งเขาเสียก่อน

“ข้าได้ข่าวว่าเจ้าออกจากจวนแทบทุกวัน ทำไมไม่แจ้งคนในจวนไว้ว่าจะไปไหน แล้วทำไมต้องออกไปทุกวัน” ร่างสูงเอ่ยจบก็สูดลมหายใจอย่างโล่งอกที่ได้พูดออกไปแก้เรื่องที่ตั้งใจไปถามหานางที่เรือน

“ข้อแรก ท่านย่าได้บอกไว้ไม่ต้องแจ้งถ้าจะออกไปไหน ขอเพียงไม่ทำให้เสียชื่อเสียงมาถึงตระกูลเฉินก็พอ ข้อสองข้าไม่จำเป็นต้องแจ้งธุระของข้าให้ผู้ใดรู้” โจวฟางหลินเอ่ยอธิบายทีละข้อด้วยนำเสียงช้าๆและชัดเจนทุกคำพูด

“ในเมื่อข้ากลับมาแล้วและเป็นสามีเจ้าไม่สมควรจะแจ้งข้าหน่อยรึ” เฉินโม่หยียนเริ่มหงุดหงิดอีกครั้งเมื่อภรรยาไม่ให้ความสำคัญกับเขาเช่นเมื่อก่อน

โจวฟางหลินถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย นางไม่คิดว่าจะมาถกเถียงในเรื่องไร้สาระเช่นนี้ เมื่อก่อนก็ไม่เห็นสนใจว่าจะไปไหนทำอะไร มาบัดนี้กลับจะให้รายงานทุกฝีก้าวเสียอย่างนั้น

ร่างสูงกำยำลุกขึ้นสืบเท้ามาที่ภรรยา เมื่อได้มายืนใกล้ๆจึงได้รู้ว่านางช่างตัวเล็กนัก แต่เรื่องความเฉียวฉลาดเขาก็ได้ยินมาไม่น้อยจากกองทัพที่มักจะเอ่ยชมให้ได้ยินมาตลอด แต่ถึงจะเก่งกาจเพียงใดถ้าไม่รักก็คือไม่รัก แต่เขาให้เกียรตินางเสมอในฐานะภรรยา แต่มาวันนี้นางช่างห่างเหินเสียเขารู้สึกถึงความเย็นวาบในอกอย่างบอกไม่ถูก รู้แต่ว่าเปลี่ยนไปแต่เปลี่ยนยังไงก็บอกไม่ถูกเช่นกัน
เจี่ยเจียที่แปลว่าพี่สาว

ชาติก่อนเย็นชากับน้องนัก ชาตินี้ก็เหนื่อยหน่อยนะ ฝากกดติดตามกันด้วยนะคะ จะได้ไม่พลาดตอนใหม่นะคะ

| Sukai
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฮูหยินสายลุย   บทที่ 77

    ทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่ไพศาล มาลียา จากสตรีสูงศักดิ์เมื่อได้ถูกส่งกลับด้วยชื่อเสียงที่อื้อฉาว มือเรียวที่บัดนี้ไม่ได้อ่อนนุ่มเช่นเดิมอีกแล้ว ท่าทีที่หยิ่งยะโสไม่มีให้เห็นเช่นแต่ก่อน บัดนี้ต้องมาทำงานทุกอย่างภายในบ้านที่บิดาส่งนางแต่งงานกับพ่อค้าที่มักจะเดินทางมารับหนังสัตว์บ่อยๆ ตั้งแต่เดินทางมาถึงบิดา

  • ฮูหยินสายลุย   บทที่ 76

    ลายาบ่าวผู้ภักดีถึงกับอ้าปากค้าง ด้วยไม่คาดคิดว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ แล้วผู้ใดที่อยู่กับองค์หญิงของนางทั้งคืน ซ้ำเสียงน่าอายนี้ก็ได้ยินกันทั่ว แล้วจะแก้สถานการณ์นี้ได้อย่างไร “กรี๊ด” เสียงกรีดร้องของสตรีที่ยังมีเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยกลิ่นโลกีย์ยังคละคลุ้งอบอวลอยู่ในห้อง บัดนี้นางไ

  • ฮูหยินสายลุย   บทที่ 75

    ธูปราคะที่ถูกจุดขึ้นมาได้ไหม้ลงจนเกือบครึ่งแล้ว มาลียาที่ได้สูดดมไปด้วยเริ่มมีอาการร้อนรุ่มไปทั้งร่างกาย สมองและสายตาเริ่มพล่าเลือน ดวงตาราวเมล็ดซิ่งหยาดเยิ้มด้วยอารมณ์กำหนัดที่เกิดจากสูดควันเข้าไปเยอะพอประมานหนึ่ง เฉินโม่เหยียนที่ได้กินยาถอนพิษไปแล้วย่อมไม่ได้รับผลกับสิ่งนี้ จึงมีสีหน้าที

  • ฮูหยินสายลุย   บทที่ 74

    สองสามีภรรยาถึงเวลาเดินทางกลับจวนเสียที หลังได้จัดการการค้าทุกอย่างได้เรียบร้อยคงถึงเวลาได้กลับมาเก็บกวาดปัญหาเสียที นางเป็นเพียงองค์หญิงนอกด่านที่ยังไม่ได้เห็นโลกกว้าง การใช้เล่ห์กลที่สตรีนิยมใช้กันทั่วไปเพื่อผูกมัดบุรุษส่วนมากไม่ได้ผลเท่าใดนัก ถึงจะได้ร่วมอภิรมย์แต่ก็หาได้ใจบุรุษ แผนการทุกอย่างของ

  • ฮูหยินสายลุย   บทที่ 73

    ภายในเรือนที่อยู่ในด้านหลังป่าไผ่ ปลูกไว้เพื่อความสวยงามจึงไม่ได้บดบังเรือนที่อาศัยของภรรยารอง เสียงสนทนาที่แผ่วเบา กำลังวางแผนที่จะให้ราชบุตรเขยได้ลงเอยเปลี่ยนไม้เป็นเรือเสียโดยเร็ว และจะส่งจดหมายไปถึงท่านมหาข่านให้ส่งคนมาสังหารฮูหยินเอกเพื่อจะได้ทำตามแผนการที่วางเอาไว้ได้ง่ายขึ้น “ก่อนอ

  • ฮูหยินสายลุย   บทที่ 72

    “ขอบคุณเจ้าค่ะท่านแม่" มาลียา ยิ้มอ่อนหวานรับปิ่นปักผมมาอย่างนอบน้อมพลางคิดว่าไม่น่าจะยากเย็นสักเท่าใดถ้าจะเอาชนะใจแม่สามีผู้นี้ เมื่อต้องยกน้ำชาให้กับฮูหยินเอกที่นั่งหลังตรงดูมีอำนาจแผ่กระจายออกมาตามธรรมชาติ ถึงอย่างไรนางก็เป็นชาวบ้านทั่วไปไยต้องเกรงกลัวนางด้วย พลางเหลือบสายตาไปที่ลายา ให

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status