เกิดใหม่อีกทีข้าผู้นี้ขอเป็นปลาเค็ม

เกิดใหม่อีกทีข้าผู้นี้ขอเป็นปลาเค็ม

last updateآخر تحديث : 2026-06-15
بواسطة:  BigM00Nمكتمل
لغة: Thai
goodnovel4goodnovel
10
1 تصنيف. 1 review
84فصول
4.8Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

ถูกบิดาจับสมรสเพื่อเกื้อหนุนวงศ์สกุล ถูกสามีหลอกใช้เพื่อการแก้แค้น วาระสุดท้ายของข้าก็คือการจบชีวิตอย่างเดียวดาย เมื่อได้เกิดใหม่อีกครั้งสิ่งแรกที่ข้าทำก็คือจะไม่ยอมเป็นหมากของผู้ใดอีก จะขอเป็นปลาเค็มตากแห้ง ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย กิน นอน ไม่แข่งขัน ไม่แย่งชิง ไม่ทำให้ตนเองต้องเหน็ดเหนื่อยเพื่อผู้อื่นอีก น่าเสียดายที่ตลอดเส้นทางการพยายามเป็นปลาเค็มของข้า มักจะถูกขัดขวางจากคนที่ใช้ข้ออ้างว่าหวังดีต่อข้ามาสร้างเรื่องยุ่งยากให้ข้าอยู่ร่ำไป ยังมีคนในชาติก่อนที่แม้ว่าข้าจะปล่อยวางความแค้นไปแล้ว แต่พวกเขากลับไม่คิดจะปล่อยข้าไป ได้! เช่นนั้นข้าก็จะกำจัดพวกมันทิ้งให้หมดทั้งคนที่คอยขัดขวางเส้นทางเป็นปลาเค็มของข้าและคนที่เคยทำร้ายข้าในชาติที่แล้ว ในเมื่อข้ามีความสุขไม่ได้พวกมันก็อย่าหวังเลยว่าจะได้มีชีวิตอยู่อย่างสงบสุข

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1 ชีวิตในอดีตชาติ

แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาในตำหนักคุนหนิง ทำให้ชุยชิงอีที่กำลังตกอยู่ในห้วงฝันอันร้ายกาจพลันลืมตาตื่นขึ้นมา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของอำพันทะเลที่คล้ายมีคล้ายไม่มีทำให้นางรู้ว่าคนที่กำลังนั่งมองนางอยู่ด้านข้างของแท่นบรรทมคือหลี่ฉางฮ่องเต้ สามีที่นางทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อช่วยให้เขาได้ครอบครองราชบัลลังก์อย่างมั่นคง

“ฮองเฮา! ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นขึ้นมาได้เสียที” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนของหลี่ฉางฮ่องเต้ทำให้ชุยชิงอีหันไปจ้องมองเขา ใบหน้าคมคายได้รูป ดวงตาที่เคยกระจ่างใสแต่ยามนี้กลับซับซ้อนจนยากจะมองออกว่าเขากำลังคิดสิ่งใด ชุยชิงอีผ่อนลมหายใจของตนเองออกมาแล้วจึงได้เอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนแรง

“ฝ่าบาทกำจัดซูไทเฮาและพระสนมซูเฟยได้แล้วใช่ไหมเพคะ” เมื่อข้าเอ่ยถามออกมาเช่นนี้หลี่ฉางฮ่องเต้ก็พยักหน้า แววตาที่ทอประกายแห่งความยินดีของเขาทำให้ชุยชิงอีหลับตาลงพลางยื่นมือไปลูบหน้าท้องของตนเองอย่างแผ่วเบา เขาย่อมจะมองเห็นการกระทำของนางจึงได้ยื่นมือของเขามากุมมือของนางเอาไว้

“ฮองเฮาวันหน้าพวกเราจะมีลูกอีกสักกี่คนก็ได้ การเสียสละลูกทั้งสองของเจ้าในครั้งนี้ช่วยทำให้ความแค้นที่สั่งสมมานานหลายปีของข้าสามารถชำระล้างได้เสียที” คำพูดของเขาทำให้ดวงตาที่ยังปิดอยู่ของชุยชิงอีหลั่งน้ำตาออกมา

“เสือยังไม่กินลูกของตน หากหม่อมฉันล่วงรู้แผนการของฝ่าบาทมีหรือที่หม่อมฉันจะไม่ขัดขวาง ยามนี้คงสมพระทัยของฝ่าบาทแล้ว ทั้งองค์รัชทายาทและลูกที่กำลังจะถือกำเนิดออกมาของหม่อมฉันล้วนไม่อยู่แล้ว องค์ไทเฮาและซูเฟยก็สารภาพผิดแล้ว ขอแสดงความยินดีต่อฝ่าบาทที่ในที่สุดก็ไม่มีผู้ใดมาคอยฉุดรั้งพระราชอำนาจของฝ่าบาทได้แล้ว” ชุยชิงอีลืมตาขึ้นมาจ้องมองใบหน้าของเขาอีกครั้งแล้วจึงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“หม่อมฉันคนนี้ก็หมดสิ้นแรงกายและแรงใจจะทุ่มเทเพื่อฝ่าบาทแล้ว ยามนี้สกุลชุยของหม่อมฉันนอกจากท่านพ่อแล้วก็ไม่เหลือผู้ใดอีก ขอฝ่าบาททรงมีพระเมตตาช่วยปลดท่านพ่อของข้าลงจากตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีด้วย ได้เวลาที่เขาจะกลับไปใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่แต่ภายในจวนแล้วเพคะ”

“เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าเจ้ากำลังพูดอันใดออกมา” คำถามของเขาทำให้ชุยชิงอียิ้มออกมา

“ยามนี้ไม่มีสกุลซูแล้ว ท่านพ่อของหม่อมฉันก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องครอบครองตำแหน่งสูงอีก พี่ชายทั้งสามของหม่อมฉันสละชีพเพื่อปกป้องฝ่าบาทและหม่อมฉันไปแล้ว ตัวหม่อมฉันเองก็สูญเสียบุตรชายและทารกที่อยู่ในครรภ์ไปแล้ว หลังจากนี้หม่อมฉันก็ไม่มีสิ่งใดให้ฝ่าบาทใช้งานแล้ว ดังนั้นขอฝ่าบาทได้โปรดรับฟังคำขอครั้งสุดท้ายของหม่อมฉันด้วยเพคะ”

“คำขอครั้งสุดท้ายเช่นนั้นหรือ ฮองเฮา! เจ้ากำลังโกรธแค้นข้าและบิดาของเจ้าอยู่ใช่หรือไม่” คำถามของหลี่ฉางฮ่องเต้ทำให้นางส่ายหน้าแต่สายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บช้ำของนางมีหรือที่เขาจะมองไม่เห็น

“ข้ารู้ว่ายามนี้เจ้ากำลังเสียใจ ช่วงนี้พักฟื้นร่างกายของเจ้าให้ดีเถิด อำนาจการจัดการวังหลังข้ามอบหมายให้หวังกุ้ยเฟยรับหน้าที่แทนเจ้าไปแล้ว หลังจากนี้จงพักผ่อนให้ดีแล้วข้าจะมาเยี่ยมเยียนเจ้าใหม่” เมื่อเอ่ยจบเขาก็สะบัดชายแขนเสื้อแล้วเดินจากไปด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ

ชุยชิงอีจ้องมองฉลองพระองค์สีเหลืองสดของหลี่ฉางฮ่องเต้แล้วก็พลันรู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่ดวงตา องค์รัชทายาทถูกคนทำให้จมน้ำตาย ยาบำรุงครรภ์ของนางถูกคนใส่ยาพิษเอาไว้ หลักฐานทั้งหมดชี้เป้าความผิดไปที่ซูไทเฮาและซูเฟย แต่นางรู้ดีว่าต่อให้คนทั้งคู่มีความกล้าสักเพียงใดก็ไม่กล้าเสี่ยงทำร้ายลูกของข้า คนที่กล้าลงมือได้มีแค่เพียงหลี่ฉางฮ่องเต้ผู้เป็นทั้งบิดาของลูกและเป็นสามีของนางเพียงเท่านั้น ซึ่งพอนางถามเขาก็ไม่ได้ปิดบัง เพียงแต่การยอมรับอย่างตรงไปตรงมาของเขาในครั้งนี้ทำให้นางเจ็บปวดใจเสียยิ่งกว่าการถูกเขาหลอกลวงเสียอีก

ซูไทเฮาและพระสนมซูเฟยวางแผนทำร้ายองค์รัชทายาท และวางแผนทำลายครรภ์ขององค์ฮองเฮา โทษทัณฑ์ในครั้งนี้ทำให้สกุลซูทั้งสกุลพลอยติดร่างแหไปด้วย ฮองเฮาไม่เพียงสูญเสียองค์รัชทายาทไป ยามนี้ยังไม่อาจจะรักษาครรภ์เอาไว้ได้จึงล้มป่วยลงจนไม่สามารถดูแลวังหลังได้อีก อำนาจการดูแลวังหลังจึงตกไปอยู่ในมือของหวังกุ้ยเฟย

หวังกุ้ยเฟยคือสตรีที่เติบโตขึ้นมาข้างกายหลี่ฉางฮ่องเต้ นางแต่งเข้าตำหนักบูรพาในฐานะพระชายาเอกขององค์รัชทายาท แต่องค์รัชทายาทได้ขึ้นครองราชย์คนที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นฮองเฮากลับเป็นพระชายารองสกุลชุยผู้มีนามว่าชุยชิงอี สร้างความโกรธแค้นให้อดีตพระชายาองค์รัชทายาทอย่างหวังกุ้ยเฟยมาโดยตลอด

ยามนี้สกุลชุยตกต่ำแล้วสามอัจฉริยะแห่งสกุลชุยผู้เป็นพี่ชายของชุยชิงอีล้วนสิ้นชีพไปหมดแล้ว คนที่คอยหนุนหลังชุยชิงอีจึงไม่มีอีก หวังกุ้ยเฟยจึงกล้าสร้างความลำบากใจให้แก่นาง ทั้งเย้ยหยันเรื่องการสูญเสียบุตรชายและทารกในครรภ์ ทั้งเย้ยหยันที่ยามนี้นางสิ้นไร้ความโปรดปรานจากหลี่ฉางฮ่องเต้ การกลั่นแกล้งทั้งต่อหน้าและลับหลังจึงดำเนินต่อไปอีกครึ่งปี หลังจากนั้นร่างกายที่เปราะบางอยู่แล้วของชุยชิงอีจึงไม่อาจจะทนรับความลำบากได้อีกต่อไป

ท่ามกลางอากาศอันหนาวเย็น ตำหนักคุนหนิงที่ไม่มีกระถางไฟสักกระถางเพื่อสร้างความอบอุ่น นางข้าหลวงที่คอยดูแลเรื่องน้ำร้อนและน้ำชาไม่มีสักคนฟังเสียงเรียกของนาง ชุ่ยผิงสาวใช้ที่ติดตามนางเข้าวังถูกหวังกุ้ยเฟยโบยตีจนตายเมื่อสองเดือนที่แล้วไปแล้ว ชุยชิงอียิ้มออกมาทั้งน้ำตานางรู้ดีว่าสาเหตุที่นางต้องตกอยู่ในสภาพนี้เป็นเพราะนางทำให้หลี่ฉางฮ่องเต้ไม่พอใจคำพูดของนาง

ความไม่พอใจในครั้งนั้นของหลี่ฉางฮ่องเต้ทำให้เขาจงใจมอบอำนาจการดูแลวังหลังให้หวังกุ้ยเฟย ซึ่งความสามารถของหวังกุ้ยเฟยก็ไม่ธรรมดา นางสามารถทำให้ตำหนักคุนหนิงอันโอ่อ่ากลายเป็นตำหนักร้างแทบจะไม่ต่างจากตำหนักเย็น ตอนที่ชุยชิงอีสิ้นใจนางจึงไม่มีผู้ใดอยู่ข้างกายเลยสักคน กว่าจะมีคนรู้ว่านางสิ้นใจก็เป็นตอนที่นางข้าหลวงสังเกตเห็นว่านางไม่ยอมตื่นขึ้นมากินน้ำและอาหารเสียที

“ชิงอี! เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า ทำไมเจ้าจึงต้องตกมาอยู่ในสภาพนี้ ชิงอี! เจ้าลืมตาขึ้นมานะ เจ้าคือฮองเฮาของข้า เจ้าจะจากไปเช่นนี้ไม่ได้” เสียงร้องเรียกที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวของหลี่ฉางฮ่องเต้ทำให้ชุยชิงอีที่กำลังจะดื่มน้ำแกงลืมเลือนของยายเมิ่งพลันชะงักไป นานมากแล้วที่เขาไม่ได้เรียกชื่อของนาง เพียงแต่ยามนี้นางอยู่ในปรโลกแล้วต่อให้เขาเรียกชื่อนางจนน้ำเสียงแหบแห้งก็ไม่ส่งผลใดๆ อีกต่อไป

“ดื่มแล้วก็รีบไป คนข้างหลังจะได้ดื่มต่อ” เสียงของยายเมิ่งทำให้คนข้างหลังที่น่าจะรีบไปเกิดใหม่ดันแผ่นหลังของนางไปข้างหน้าทำให้แกงหกรดลงมาใส่หน้าอกของนางจนหมดถ้วย ชุยชิงอีตั้งใจจะหันไปด่าเขาแต่ยายเมิ่งกลับดึงชามน้ำแกงอันว่างเปล่าจากมือของนางไปแล้วก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอันเบื่อหน่ายและเย็นชา

“คนต่อไป”

ชุยชิงอีหันไปถลึงตาใส่ร่างสูงใหญ่ที่กำลังดื่มน้ำแกงลืมเลือนด้วยความไม่พอใจ

“เมื่อลืมเลือนแล้วก็ห้ามหันหลังกลับ” เสียงเตือนของยมทูตทำให้ชุยชิงอีจำต้องเดินไปข้างหน้าเพื่อเข้าสู่วังวนแห่งการเวียนว่ายตายเกิดอีกครั้ง

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى

المراجعات

pitpimol pitanilaphalin
pitpimol pitanilaphalin
สนุกมากค่ะ อย่าเทกันนะคร้า
2026-06-06 19:02:51
2
0
84 فصول
บทที่ 1 ชีวิตในอดีตชาติ
แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาในตำหนักคุนหนิง ทำให้ชุยชิงอีที่กำลังตกอยู่ในห้วงฝันอันร้ายกาจพลันลืมตาตื่นขึ้นมา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของอำพันทะเลที่คล้ายมีคล้ายไม่มีทำให้นางรู้ว่าคนที่กำลังนั่งมองนางอยู่ด้านข้างของแท่นบรรทมคือหลี่ฉางฮ่องเต้ สามีที่นางทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อช่วยให้เขาได้ครอบครองราชบัลลังก์อย่างมั่นคง“ฮองเฮา! ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นขึ้นมาได้เสียที” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนของหลี่ฉางฮ่องเต้ทำให้ชุยชิงอีหันไปจ้องมองเขา ใบหน้าคมคายได้รูป ดวงตาที่เคยกระจ่างใสแต่ยามนี้กลับซับซ้อนจนยากจะมองออกว่าเขากำลังคิดสิ่งใด ชุยชิงอีผ่อนลมหายใจของตนเองออกมาแล้วจึงได้เอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนแรง“ฝ่าบาทกำจัดซูไทเฮาและพระสนมซูเฟยได้แล้วใช่ไหมเพคะ” เมื่อข้าเอ่ยถามออกมาเช่นนี้หลี่ฉางฮ่องเต้ก็พยักหน้า แววตาที่ทอประกายแห่งความยินดีของเขาทำให้ชุยชิงอีหลับตาลงพลางยื่นมือไปลูบหน้าท้องของตนเองอย่างแผ่วเบา เขาย่อมจะมองเห็นการกระทำของนางจึงได้ยื่นมือของเขามากุมมือของนางเอาไว้“ฮองเฮาวันหน้าพวกเราจะมีลูกอีกสักกี่คนก็ได้ การเสียสละลูกทั้งสองของเจ้าในครั้งนี้ช่วยทำให้ความแค้นที่สั่งสมม
اقرأ المزيد
บทที่ 2
ชีวิตใหม่ของชุยชิงอีทำให้นางจำต้องทอดถอนใจอีกครั้ง นางยังคงกลับมาเกิดใหม่ในจวนสกุลชุยเช่นเดิม กับท่านพ่อคนเดิมและท่านแม่คนเดิม ยังคงเป็นคุณหนูใหญ่สกุลชุยที่มีความงามตั้งแต่แรกเกิดคนเดิม สิ่งเดียวที่แตกต่างไปจากเดิมก็คือนางพกพาความทรงจำในชาติก่อนมาด้วย“เพราะไอ้เวรนั่นแท้ๆ ข้าจึงไม่ได้ดื่มน้ำแกงลืมเลือน และเป็นเพราะเขาข้าจึงได้หันหลังกลับไป คงเป็นเพราะข้าหันหลังกลับไปจึงทำให้ข้าได้ย้อนกลับมาเกิดใหม่ในร่างเดิมเช่นนี้” เสียงก่นด่าของชุยชิงอีกลายเป็นเสียงร้องไห้โยเยของเด็กทารก ตอนที่นางถูกมารดาอุ้มขึ้นมาตบก้นเบาๆ เอ่ยวาจาปลอบโยนอย่างเอาใจใส่ทำให้นางเงียบเสียงลง เหลือแค่เพียงหยาดน้ำตาที่ยังคงไหลรินลงมาเพียงเท่านั้น“ท่านแม่” นางอยากจะเอ่ยปากเรียกคำนี้ออกมาให้มารดาของนางได้ยินเหลือเกิน ในปีที่นางมีอายุสิบขวบบิดาของนางก็พาคนรักในวัยเด็กของเขาเข้าจวนมา ความอ่อนโยนของมารดาที่เคยมีต่อนางก็พลันจางหายไป เหลือแค่เพียงความคาดหวัง ความกดดันและการบีบบังคับ ทำให้ความรักใคร่เอ็นดูที่มารดาของนางเคยมีต่อนางจางหายไปแต่ยามนี้เมื่อได้กลับมาสัมผัสอ้อมอกอันอบอุ่นของมารดาอีกครั้ง สายตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน
اقرأ المزيد
บทที่ 3 อนุของบิดา
ยิ่งคิดถึงสามีเสิ่นอวิ๋นหรูก็ยิ่งปวดใจ แม้จะรู้ดีว่าบุตรสาวมีอายุแค่เพียงสิบปี แต่ช่วงหลายเดือนมานี้คนที่นางสามารถปรับทุกข์ได้ก็มีแค่เพียงชุยชิงอีผู้เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของนางเท่านั้น“พวกนางเข้ามาอยู่ในจวนได้สามเดือนแล้ว แม่ทำตามคำแนะนำของเจ้าไม่ยอมรับชุยชิงหว่านเข้ามาเป็นบุตรสาวภายใต้ชื่อของตนเอง ยอมให้เฉินเวินเหนียงผู้นั้นเข้าจวนมาในฐานะอนุชั้นต่ำ จัดเรือนให้นางพักอาศัยอยู่ท้ายจวน เรื่องที่เจ้าเคยบอกว่าทำเช่นนี้จะสามารถจัดการพวกนางได้ง่ายกว่า แต่แม่กลับมองไม่เห็นลู่ทางว่าจำกำจัดพวกนางได้เลย”เสิ่นอวิ๋นหรูลืมตาขึ้นมาแล้วเอ่ยกับบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หลายปีมานี้นางไม่เคยบีบบังคับบุตรสาวได้เลย นอกจากจะบีบบังคับบุตรสาวไม่ได้แล้วทุกการกระทำของนางในช่วงนี้ยังเป็นบุตรสาวของนางคอยชี้นำให้นางทำตามเสียมากกว่าภายใต้ท่าทีเฉื่อยชาของชุยชิงอีคือความร้ายกาจที่แม้แต่บิดาของนางยังเคยยกย่อง เขาบอกกับนางว่าบุตรสาวของนางผู้นี้มีความสามารถเหนือกว่าบุตรชายทั้งสามของนาง หากตั้งใจศึกษาหาความรู้อาจจะเก่งกาจเหนือกว่าเขาเสียอีกเดิมทีนางเคยคิดว่าจะให้ชุยชิงอีเรียนรู้ศาสตร์ทั้งสี่ ท่องสี่ตำรา ห้าคัมภี
اقرأ المزيد
บทที่ 4 ขอหย่าขาด
ชุยวั่งชูเอ่ยถามภรรยาด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง ยิ่งเสิ่นอวิ๋นหรูสงบนิ่งมากเท่าไหร่ในใจของเขาก็ยิ่งรู้สึกหวาดหวั่นมากเท่านั้น ช่วงสองสามเดือนมานี้เขาจึงไม่ค่อยจะกล้าสู้หน้าเสิ่นอวิ๋นหรูเท่าใดนัก ทำได้แค่เพียงไปอยู่ที่เรือนซวีถงของเฉินเวินเหนียงเพื่อหลบหน้านาง“อนุเฉินบอกว่านางต้องคอยปรนนิบัติท่านทุกคืน แถมแต่ละคืนท่านต้องเรียกหาน้ำตั้งหลายครั้ง ดังนั้นนางจึงมาเรียกร้องให้ข้าเพิ่มค่าใช้จ่ายในเรือนซวีถงให้นาง นางเอ่ยถ้อยคำต่ำช้าเช่นนี้ต่อหน้าชิงอี ข้าก็เลยสั่งให้คนตบปากนางเพื่อเป็นการสั่งสอน” คำพูดของเสิ่นอวิ๋นหรูทำให้ชุยวั่งชูมีสีหน้าแดงก่ำ เขาผลักร่างที่เขากำลังประคองอยู่ให้ออกห่างจากร่างของเขาแล้วเอ่ยถามนางด้วยน้ำเสียงเย็นชา“เวินเหนียง เจ้ากล้าเอ่ยกับฮูหยินของข้าเช่นนี้เชียวหรือ”“นายท่าน ข้า... ข้าไม่ได้ตั้งใจจะหมายความเช่นนั้นนะเจ้าคะ” เฉินเวินเหนียงเอ่ยแก้ตัวพลางหลั่งน้ำตาออกมา ในใจก็กำลังคิดตำหนิตนเองที่ริษยาเสิ่นอวิ๋นหรูจนอยากจะพูดจาโอ้อวดความโปรดปรานที่ชุยวั่งชูมีต่อนางให้เสิ่นอวิ๋นหรูฟัง คิดไม่ถึงว่าเสิ่นอวิ๋นหรูจะใช้คำพูดของนางมาโจมตีนางเช่นนี้“ข้าได้ยินว่านางเป็นบุตรสาวของชิ่ว
اقرأ المزيد
บทที่ 5 คุณหนูตัวร้ายกับพี่ชายทั้งสาม
สีหน้าและแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวของเสิ่นอวิ๋นหรูทำให้ชุยวั่งชูทอดถอนใจออกมา“เจ้าคิดจะหย่ากับข้า เจ้าไม่คิดถึงชวนเกอ ห่าวเกอและอันเกอแล้วหรือ ยังมีอีอีน้อยของเจ้าอีก เจ้าจะทำใจหย่าขาดจากข้าไปได้จริงๆ หรือ อวิ๋นหรูข้าขอยื่นคำมั่นกับเจ้าเอาไว้ตรงนี้ ข้าจะควบคุมดูแลพวกนางแม่ลูกให้ดีจะไม่ปล่อยให้พวกนางมารบกวนเจ้าอีก ค่าใช้จ่ายของเรือนซวีถงต่อไปนี้ข้าจะเป็นคนรับผิดชอบเอง ตัดขาดพวกนางกับจวนหลักของเจ้าไปเลยดีหรือไม่” เมื่อชุยวั่งชูเอ่ยเช่นนี้เสิ่นอวิ๋นหรูจึงได้เอ่ยขึ้นมาในทันที“ก่อกำแพงกั้นให้ข้าด้วย ข้าไม่อยากให้ลูกของข้าไปข้องแวะกับคนเช่นพวกนางอีก” เมื่อเสิ่นอวิ๋นหรูเอ่ยเช่นนี้ชุยวั่งชูก็รีบพยักหน้าในทันที“ได้ข้าจะก่อกำแพงขั้นตัดขาดพวกนางกับเรือนหลักของเจ้าไปเลย” เมื่อเขาเอ่ยออกมาเช่นนี้เสิ่นอวิ๋นหรูจึงได้ยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจดวงหน้าที่ยังคงงดงามอยู่ของนางทำให้ชุยวั่งชูรู้สึกใจหาย เมื่อหันไปมองเฉินเวินเหนียงที่มีผมเผ้ายุ่งเหยิงและมีหยาดน้ำตานองใบหน้าของนางแล้ว เขาก็ได้แต่ทอดถอนใจออกมาด้วยความเสียดายเขากับเสิ่นอวิ๋นหรูไม่มีทางกลับไปเป็นสามีภรรยาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่ต่อไป
اقرأ المزيد
บทที่ 6 ความวุ่นวายในเรือนของอนุเฉิน
ผ่านไปเพียงสามวันเรือนซวีถงก็เกิดความวุ่นวายขึ้นมาอีกครั้ง เฉินเวินเหนียงคุกเข่าลงตรงหน้าชุยวั่งชูขอให้เขาช่วยท่านลุงของนางที่ในยามนี้ถูกคนของทางการจับตัวไปแล้ว“นายท่านข้าปรนนิบัติรับใช้ท่านมานานหลายปี ไม่เคยขอร้องท่านเลยสักครั้งแต่ครั้งนี้ขอให้นายท่านได้โปรดช่วยเมตตาข้าสักครั้งเถิด ท่านลุงของข้าไม่ใช่คนที่จะเข้าบ่อนพนัน การที่เขาถูกจับเช่นนี้จะต้องมีความเข้าใจผิดเป็นแน่”คำพูดของเฉินเวินเหนียงทำให้ชุยวั่งชูขมวดคิ้ว เดิมทีเขาเคยคิดว่าครอบครัวสกุลเฉินของเฉินเวินเหนียงเรียบง่าย มีบิดาเป็นชิ่วไฉญาติพี่น้องคนอื่นไม่มี คิดไม่ถึงว่ายามนี้นางจะมีท่านลุงโผล่มาแถมเขายังเป็นผีพนันที่ถูกทางการจับตัวเพราะเข้าไปเล่นการพนันในบ่อนพนันผิดกฎหมาย ท่านลุงของนางถูกจับก็ช่างเถิดแต่ยามนี้นางยังกล้ามาคุกเข่าขอให้เขาช่วยออกหน้าให้นางอีก การกระทำของนางทำให้เขาอดตำหนินางออกมาไม่ได้จริงๆ“ตอนที่ท่านพ่อของเจ้าล้มป่วย เจ้ามาขอความช่วยเหลือจากข้าบอกกับข้าว่าไม่ญาติพี่น้องให้พึ่งพาแล้ว แล้วยามนี้เหตุใดจึงได้มีท่านลุงของเจ้าโผล่มา ครั้งที่แล้วที่เจ้ามอบเงินให้เขาก็คือท่านลุงผู้นี้ของเจ้าสินะ” ถ้อยคำประโยคนี้ของชุยว
اقرأ المزيد
บทที่ 7 เตรียมตัวเข้าวัง
แม้จะรู้สึกว่าคำพูดของพี่ชายคนรองจะคมกริบจนบาดหัวใจของนางแต่ชุยชิงอีก็ไม่ถือสาคำพูดของเขาเพราะคำพูดของเขาคือความจริง ปลาเค็มตากแห้งเช่นนางแต่กลับอดทนต่อความอยากรู้อยากเห็นของตนเองไม่ไหว สลัดความเกียจคร้านทิ้งลงดินไปแล้ววิ่งไปที่เรือนซวีถงเพียงเพื่อไปดูเรื่องวุ่นวายในเรือนแห่งนั้นเพื่อเสาะหาความสาแก่ใจให้ตนเองแม้ว่านางจะรู้สึกสาแก่ใจที่คนที่พยายามรักษาท่าทีเป็นสุภาพชนมาโดยตลอดเฉกเช่นท่านพ่อของนางถึงกลับกล้าลงไม้ลงมือกับเฉินเวินเหนียง แต่เมื่อคิดถึงเคราะห์กรรมในชาติที่แล้วของพี่ชายทั้งสามของตนเอง นางกลับละทิ้งความสนใจเรื่องในเรือนของอนุของบิดาแล้วหันมาสนใจการกระทำของพี่ชายในช่วงนี้มากกว่า“ได้ยินว่าปีนี้พี่รองและพี่สามจะเข้าร่วมการสอบในฤดูกาลสอบปีนี้ พวกท่านเคยบอกว่าไม่อยากจะเข้าสำนักฮั่นหลินอย่างเช่นพี่ใหญ่แล้วมิใช่หรือ” คำถามของชุยชิงอีทำให้พี่ชายทั้งสองทอดถอนใจออกมา“อยู่ๆ ท่านพ่อที่มีใจซื่อตรงมั่นคงในความรักต่อท่านแม่พาสตรีและลูกนอกสมรสเข้าจวนมา เจ้าคิดว่าพวกข้าจะทำตัวเกียจคร้านเช่นเจ้าได้หรือ วันหน้าหากท่านพ่อจะพาสตรีและลูกนอกสมรสเข้าจวนมาเพิ่มอีก ทั้งท่านแม่และเจ้าจะอยู่ในจวนอย่า
اقرأ المزيد
บทที่ 8 ดอกปี้อั้น
แม้จะมีอายุแค่เพียงสิบขวบแต่รูปโฉมของชุยชิงอีกลับทำให้ทุกคนที่ได้พบต่างพากันชื่นชมความงามของนางแล้ว พระสนมเต๋อเฟยไม่มีพระธิดา ข้างกายของพระนางไม่มีเด็กผู้หญิงคอยเอาอกเอาใจ หลานสาวในสกุลก็ไม่มีผู้ใดงดงามเท่าชุยชิงอี ดังนั้นทุกครั้งที่เสิ่นอวิ๋นหรูเข้าวังพระนางจึงมักจะตรัสถามถึงชุยชิงอีอยู่เสมอ ยามนี้เมื่อได้พบหน้าชุยชิงอีพระนางจึงได้ดีพระทัยมากเป็นพิเศษ“ชิงอีพวกเราไม่ได้พบกันเสียนานเลย พอได้พบกันอีกครั้งเจ้าก็เติบใหญ่ถึงเพียงนี้แล้ว” ถ้อยคำทักทายของพระนางเต๋อเฟยทำให้ชุยชิงอีที่ย่อกายถวายการคารวะเสร็จแล้วเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความนอบน้อม“เพคะ ไม่ได้พบกันเสียนานเลย หม่อมฉันเองก็คิดไม่ถึงว่ายิ่งนานวันพระนางที่เดิมทีก็งามอยู่แล้วยิ่งงดงามมากยิ่งขึ้น”“นอกจากจะงดงามแล้วยังปากหวานปานน้ำผึ้ง” พระนางเอ่ยพลางแย้มพระสรวลออกมา ถอดกำไลหยกที่ข้อมือออกแล้วกวักมือเรียกชุยชิงอีด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู“มาให้ข้าดูหน้าให้ชัดๆ หน่อย มารับกำไลนี่ไปด้วย คนงามเช่นเจ้าสมควรจะได้สวมใส่แต่สิ่งดีๆ”เมื่อพระนางเต๋อเฟยทรงตรัสออกมาเช่นนี้ชุยชิงอีก็เดินไปคุกเข่าลงตรงหน้าพระนางเต๋
اقرأ المزيد
บทที่ 9 ลงมือครั้งแรกกับหวังฟางเฟย
องค์ชายรองย่อมจะสัมผัสถึงสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังของชุยชิงอีได้ แต่ไม่ว่าจะคิดทบทวนอย่างไรเขาก็ไม่เคยทำสิ่งใดที่จะทำให้นางรู้สึกโกรธเคืองเลยสักครั้ง ดังนั้นสิ่งที่เขาคิดได้ในยามนี้ก็คือเรื่องการตกน้ำของนางและเขาในวัยเด็กคงจะทำให้นางจดจำฝังใจนางจึงไม่ชอบหน้าเขา“หากส่งต้นดอกปี้อั้นไปให้เจ้าปลูก พระมารดาคงจะต้องตำหนิข้าเป็นแน่ เอาไว้ข้าจะหาต้นดอกเบญจมาศแดงหรือไม่ก็ต้นดอกโบตั๋นสีแดงส่งไปให้เจ้าก็แล้วกันนะ” เมื่อเขาเอ่ยจบก็ชี้ไปที่ศาลาหลังน้อยแล้วบอกกับนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ข้าสั่งให้คนเตรียมขนมและน้ำชารอพวกเราในศาลาหลังนั้นแล้ว พวกเราไปที่นั่นกันเถิด” เมื่อเขาเอ่ยออกมาเช่นนี้ชุยชิงอีก็พยักหน้าแล้วเดินตามเขาเข้าไปในศาลาหลังน้อยกลิ่นหอมของขนมอบและน้ำชาทำให้สีหน้าของชุยชิงอีดีขึ้น องค์ชายรองลอบยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่านางชื่นชอบขนมที่คนของเขาเตรียมมาให้“หากเจ้าชื่นชอบข้าจะให้คนจัดเตรียมใส่กล่องให้เจ้านำกลับจวนนะ” เมื่อเขาเอ่ยออกมาเช่นนี้ชุยชิงอีก็พยักหน้า ในใจก็คิดว่า‘ไม่เลวเลยอายุเพียงเท่านี้รู้จักใช้ขนมมาซื้อใจข้าแล้ว’ แม้จะคิดเช่นนั้นแต่ชุยชิงอีก็ไม่คิดจะปฏิเสธ ขนมในโรงครัวเล็กข
اقرأ المزيد
บทที่ 10 ชุยวั่งชูจะแสดงฝีมือ
ทันทีที่สองแม่ลูกสกุลชุยกลับไป องค์ชายรองหลี่ฉางที่รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีรีบพาหวังฟางเฟยกลับมาที่ตำหนักแต่ก็ช้าไปเสียแล้วพระนางเต๋อเฟยได้รับรู้ถึงต้นเหตุของความไม่สบายใจของชุยชิงอีไปเสียแล้วองค์ชายรองรีบคุกเข่าลงเพื่อรอรับโทษ หวังฟางเฟยเองก็รีบคุกเข่าลงเพื่อรอรับโทษเช่นเดียวกัน แต่ใบหน้าที่ยังคงไม่เข้าใจสถานการณ์ในยามนี้ของหวังฟางเฟยยิ่งทำให้พระนางเต๋อเฟยมีโทสะมากยิ่งขึ้น“หวังฟางเฟยเจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าวันนี้เจ้าได้ทำเรื่องผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงเข้าเสียแล้ว คุณหนูใหญ่สกุลหวังเช่นเจ้าถือดีอย่างไรจึงได้พูดจาล่วงเกินท่านราชครูเสิ่น”คำถามของพระสนมเต๋อเฟยทำให้สีหน้าของหวังฟางเฟยซีดเซียวไปในทันที ก่อนจะเข้าวังนายท่านผู้เฒ่ามักจะตักเตือนนางอยู่บ่อยครั้งว่าให้สำรวมตน พูดจาอย่างระมัดระวัง แต่วันนี้นางน่าจะพูดจาล่วงเกินคนที่ไม่ควรจะล่วงเกินเข้าเสียแล้ว“เจ้าไม่รู้หรือว่าท่านอดีตราชครูเสิ่นคือพระอาจารย์ของฝ่าบาทตั้งแต่ฝ่าบาทยังทรงพระเยาว์ พ่อของเจ้าไม่มีทางเป็นลูกศิษย์ของตาเฒ่าตกอับเช่นเขาได้หรอก เขาคือคนที่ฝ่าบาทนับถือเป็นอาจารย์ แล้วต่อไปฝ่าบาทจะทรงทนมองหน้าคนที่กล้าพูดจาลบหลู่เกียรติของท่านอาจา
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status