Home / เกมรัก 0% / บทที่ 3

Share

บทที่ 3

Author: สุนัขเหนือ
ผมทรุดตัวลงนั่ง สายลมจากแม่น้ำพัดผ่านใบหน้า แสงไฟจากฝั่งตรงข้ามสะท้อนลงบนผืนน้ำ แตกกระจายเป็นประกายสีทองระยิบระยับ

เมื่อเค้กคำแรกถูกส่งเข้าปาก ความหวานเลี่ยนของครีมและความขมของเหล้ากาแฟก็ละลายซาบซ่านบนปลายลิ้น ผมหลับตาลง

อร่อยจังเลย

ที่แท้ความรู้สึกของการมีชีวิตอยู่ก็เป็นแบบนี้นี่เอง

คอมเมนต์ในไลฟ์เงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนผ่านหน้าจอไป

[เขากินอย่างตั้งใจมาก...]

[ทำไมจู่ ๆ ถึงรู้สึกสงสารขึ้นมาได้นะ]

[เหลือเวลาอีกแค่สิบวัน ถ้าเป็นฉันก็คงอยากกินของอร่อย ๆ ให้เต็มที่เหมือนกัน]

[ว่าแต่เสิ่นจือหานจะยอมปล่อยให้เขามีอิสระขนาดนี้จริง ๆ เหรอ? ฉันไม่เชื่อหรอก]

ผมก็ไม่เชื่อเหมือนกัน

ดังนั้นตอนที่โทรศัพท์สั่นและโชว์ชื่อ “เสิ่นจือหาน” โทรเข้ามา ผมจึงไม่แปลกใจเลยสักนิด

ผมรับสายโดยไม่พูดอะไร

“อาซาน คุณไปไหนคะ?”

“ฉันเป็นห่วงคุณมากนะรู้ไหม?” น้ำเสียงของเธอเจือความเหนื่อยล้าอยู่เล็กน้อย

“กินข้าวอยู่”

“กลับบ้านเถอะ อาซาน” เธอปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง “เราสองคนต่างก็ต้องการความสงบเพื่อทบทวนตัวเอง ฉันสัญญาว่าคืนนี้จะไม่กวนคุณ คุณไปนอนห้องแขกก็ได้ พรุ่งนี้เราค่อยคุยกันดี ๆ ตกลงไหม?”

น้ำเสียงนี้ช่างคุ้นเคยเหลือเกิน

ตลอดหกปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ผมงี่เง่าใส่ เธอจะเป็นแบบนี้เสมอ

อ่อนโยน ใจเย็น และค่อย ๆ ตะล่อมให้ผมกลับเข้ากรงทีละก้าว

จากนั้นทุกอย่างก็จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม

“เสิ่นจือหาน” ผมมองออกไปที่ผืนน้ำ “คุณยังจำผลงานจบการศึกษาตอนมหาวิทยาลัยของผมได้ไหม?”

เธอเงียบไปครู่หนึ่ง “ทำไมจู่ ๆ ถึงถามเรื่องนี้ล่ะ?”

“ผมรับบทเป็นผู้ชายที่ถูกกักขัง สุดท้ายเขาก็เผาบ้านทิ้ง และถูกไฟคลอกตายไปพร้อมกับบ้าน”

ผมใช้ช้อนตักเค้กเข้าปาก “ตอนนั้นคุณบอกว่าผมเล่นสุดโต่งเกินไป ในความเป็นจริงไม่มีใครโง่ขนาดนั้นหรอก”

“แต่ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว”

“ไม่ใช่ว่าเขาโง่หรอก แต่เขาเหลือแค่กองไฟกองนั้นต่างหาก”

เสียงลมหายใจจากปลายสายหนักหน่วงขึ้น

“คุณต้องการจะสื่ออะไรกันแน่?”

“ผมแค่อยากจะบอกว่า” ผมกลืนเค้กคำสุดท้ายลงคอ “สิบวันต่อจากนี้ ผมจะไปใช้ชีวิตของผม”

“คุณไม่ต้องตามหาผม ไม่ต้องมากวนใจผม และอย่าเอาครอบครัวของผมมาขู่”

“หลังจากผ่านไปสิบวัน ถ้าผมยังมีชีวิตอยู่...”

ผมหัวเราะ “เราค่อยมาเล่นเกมของคุณกันต่อ”

ผมย้ายเข้ามาพักที่ห้องเพรสซิเดนเชียลสวีตที่แพงที่สุดในเมือง รูดจ่ายด้วยบัตรเสริมที่เสิ่นจือหานให้ไว้

คอมเมนต์ในไลฟ์ยังคงหลั่งไหลเข้ามา

[ห้องเพรสซิเดนเชียลสวีตเหรอ??? เขาช่างเสวยสุขเก่งจริง ๆ]

[เอาเงินนางรองไปนอนโรงแรมหรู การกระทำนี้สุดยอดไปเลย]

[ก็เหลือเวลาอีกแค่สิบวัน จะฟุ่มเฟือยสักหน่อยจะเป็นไรไป?]

ผมทิ้งกระเป๋าเดินทางไว้ตรงโถงทางเดิน แล้วลงไปนอนแช่ในอ่างอาบน้ำที่โรยกลีบกุหลาบไว้จนเต็ม

ตัวเลขนับถอยหลังกำลังเต้นอยู่ในหัว

8 วัน 14 ชั่วโมง 32 นาที

ผมยังเหลือเวลาอีกแปดวันครึ่ง

โทรศัพท์เงียบกริบจนผิดปกติ

เสิ่นจือหานไม่ได้โทรมาอีก

นี่ไม่ใช่วิสัยของเธอเลย

กลางดึก ผมนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงขนาดสามเมตร

คอมเมนต์ในไลฟ์บางตาลงมาก

[เขาหลับแล้วจริง ๆ เหรอ? ใจกว้างจัง]

[นางรองกำลังทำอะไรอยู่? เหมือนกำลังเช็กตำแหน่งมือถือของเขาอยู่นะ]

[พูดจริง ๆ นะ ความรู้สึกที่ถูกจับตามองแบบนี้มันน่าอึดอัดมาก]

ตอนที่ผมกำลังจะเคลิ้มหลับ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงถีบประตูอย่างแรง

ผมผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว

คอมเมนต์ระเบิดในทันที

[เชี่ย เสียงอะไรน่ะ?!]

[มีคนพังประตูเข้ามา!!!]

[นางรองเหรอ???]

[ช่วยด้วย ฉันตื่นเต้นไปหมดแล้ว]

ยังไม่ทันที่ผมจะตั้งสติได้ บานประตูก็ถูกถีบเปิดออกอย่างรุนแรง

เสิ่นจือหานยืนอยู่ตรงประตู ดวงตาของเธอแดงก่ำราวกับโกรธจัดถึงขีดสุด

“มู่เหลียนซาน” น้ำเสียงของเธอแหบพร่า ขณะที่ก้าวเดินเข้ามาหาผมทีละก้าว

ผมรีบคว้าคอเสื้อคลุมอาบน้ำมาปิดไว้โดยสัญชาตญาณ

เธอหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผม เงาร่างของเธอทาบทับผมจนมิด

“ชิงอันอยู่ไหน?”

ผมชะงักไป “อะไรนะ?”

“เลิกเสแสร้งได้แล้ว” เธอคว้าข้อมือผมอย่างแรงจนกระดูกปวดร้าว “คุณจับตัวชิงอันไปซ่อนไว้ที่ไหน? พูดมา!”

“ผมไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดเรื่องอะไร…” ผมพยายามสะบัดมือออก แต่เธอกลับบีบแน่นยิ่งขึ้น

คอมเมนต์ในไลฟ์เลื่อนขึ้นอย่างบ้าคลั่ง

[เกิดอะไรขึ้น? พระเอกถูกลักพาตัวเหรอ?]

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เกมรัก 0%   บทที่ 14

    เธอชะงักไป “เกมพิชิตใจเหรอ? อะไรกัน...”ผมหัวเราะ “คุณไม่จำเป็นต้องรู้หรอก”“คุณรู้แค่ว่า หกปีมานี้ สำหรับผมแล้วมันก็แค่ความฝันตื่นหนึ่ง”“และตอนนี้ ถึงเวลาตื่นจากฝันแล้ว”เธอมองผมอย่างเหม่อลอย ราวกับไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมพูดคอมเมนต์บนหน้าจอเริ่มนับถอยหลัง10987……ผมลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่ริมราวระเบียงลมทะเลพัดเรือนผมของผมจนปลิวไสวท้องฟ้าเริ่มทอแสงรุ่งอรุณพระอาทิตย์กำลังจะขึ้นแล้ว“เสิ่นจือหาน” ผมหันหลังให้เธอ “รับปากผมเรื่องหนึ่ง”“ว่ามาสิ”“ถ้าผมตายไป ไม่ต้องจัดงานศพให้ผม”“เอาเถ้ากระดูกของผมไปโปรยลงทะเล”“ผมอยาก... เดินทางไปทุกที่อย่างอิสระเสรี”น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ “อาซาน...”“รับปากผมสิ”“...ฉันรับปากคุณ”ผมหัวเราะ “ขอบคุณนะ”เวลานับถอยหลังสิ้นสุดลงเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังก้องขึ้นในหัว“ภารกิจพิชิตใจล้มเหลว”“เริ่มต้นกระบวนการทำลายล้าง”ผมหลับตาลง รอคอยวาระสุดท้ายของชีวิตทว่า…กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยผมลืมตาขึ้นดวงอาทิตย์กำลังทอแสงขึ้นเหนือผืนน้ำทะเลอย่างช้า ๆประกายแสงสีทองสาดส่องไปทั่วผืนน้ำ งดงามจนแทบลืมหายใจผมยังอยู่ที่นี่ผมยัง

  • เกมรัก 0%   บทที่ 13

    “ถ้า... ถ้าฉันเข้าใจเร็วกว่านี้สักนิด...”“ไม่มีคำว่าถ้าหรอก เสิ่นจือหาน” ผมพูดแทรก “ชีวิตไม่ใช่ละครเวที ไม่มีซ้อมใหญ่ และไม่มีเทคสอง”“เราทุกคนต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตัวเอง”“คุณเลือกหลินชิงอัน เลือกที่จะทำร้ายผม”“ส่วนผม เลือกที่จะไป”“นี่คือบทสรุป”เธอมองผม น้ำตาไหลรินเงียบ ๆคราวนี้ไม่ใช่การแสดง“ขอโทษนะ...” เธอสะอื้น “ขอโทษจริง ๆ...”ผมพยักหน้า “ผมรับคำขอโทษของคุณ”“แต่ผมไม่ให้อภัยคุณ”“ความเจ็บปวดบางอย่าง มันไม่อาจให้อภัยกันได้”ผมหันหลังเดินจากไป ท่ามกลางความมืดมิดของยามค่ำคืนคอมเมนต์เลื่อนผ่านตรงหน้า[เธอร้องไห้แล้ว][ในที่สุดเธอก็รู้ว่าความเจ็บปวดเป็นยังไง][แต่นี่ยังไม่พอหรอก][ฉันอยากเห็นเธอเสียใจไปตลอดชีวิต]ผมไม่ได้หันกลับไปมองเพราะผมรู้ว่าจากนี้เป็นต้นไป ผมต้องเดินหน้าต่อไปเดินต่อไปเรื่อย ๆไปยังที่ที่ไม่มีเธอวันสุดท้ายผมไปที่ทะเลเช่ากระท่อมเล็ก ๆ ที่สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้น ซื้อเค้กและไวน์แดงเวลานับถอยหลังดังติ๊กต็อกอยู่ในหัว23 ชั่วโมง 59 นาทีวันสุดท้ายคอมเมนต์เงียบลง ราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่างเช่นกันผมนั่งอยู่บนระเบียง

  • เกมรัก 0%   บทที่ 12

    เธอยืนนิ่งอยู่กับที่จนกระทั่งผมหันหลังกลับเตรียมจะเดินจากไป เธอถึงได้เอ่ยขึ้นมาอย่างกะทันหันว่า“ถ้า...ถ้าฉันยอมปล่อยมือล่ะ?”“ถ้าฉันคืนอิสระให้คุณ คุณจะ...จะให้โอกาสฉันอีกครั้งได้ไหม?”ผมหยุดฝีเท้า แต่ไม่ได้หันกลับไปมอง“เสิ่นจือหาน บาดแผลบางอย่าง มันไม่มีวันรักษาให้หายขาดได้หรอก”“ก็เหมือนกับรอยแผลเป็นบนข้อมือของผม ที่มันจะติดตัวผมไปตลอดชีวิต”“และบาดแผลที่คุณฝากไว้ มันก็จะติดตัวผมไปตลอดชีวิตเช่นกัน”“เพราะงั้น เลิกพูดเรื่องโอกาสเถอะ”“ระหว่างเรา มันหมดโอกาสไปตั้งนานแล้ว”ผมเดินจากมาไม่ได้หันกลับไปมองว่าเธอร้องไห้หรือเปล่า หรือว่ายังยืนอยู่ที่เดิมไหมมันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้วตัวเลขนับถอยหลังเต้นตุบ ๆ อยู่ในหัว4 วัน 10 ชั่วโมง 33 นาทีเหลือเวลาอีกแค่สี่วันผมต้องไปทำภารกิจสุดท้ายให้เสร็จสิ้นผมกลับมาที่สถาบันภาพยนตร์นี่เป็นการกลับมาครั้งแรกในรอบหกปี นับตั้งแต่เรียนจบบรรยากาศในมหาวิทยาลัยยังคงเหมือนเดิม ต้นอู๋ถงขึ้นเขียวครึ้ม เสียงบทสนทนาของนักศึกษาดังแว่วมาจากห้องซ้อมผมไปหาศาสตราจารย์เฉิน อาจารย์ที่ปรึกษาของผมสมัยเรียน ตอนนี้ท่านเป็นหัวหน้าภาควิชาการแสดงแล้ว

  • เกมรัก 0%   บทที่ 11

    …แม่ของผม หยางซูเธอจากไปตอนที่ผมอยู่ปีสองด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันก่อนสิ้นใจ เธอกุมมือผมไว้แล้วพูดว่า “เหลียนซาน ต้องใช้ชีวิตให้เป็นอิสระนะ อย่าให้เหมือนแม่ที่ต้องทนทุกข์อยู่กับสายตาคนอื่นไปชั่วชีวิต”แต่ผมก็ยังถูกกักขังอยู่ดีถูกกักขังอยู่ในสายตาของเสิ่นจือหาน ถูกกักขังอยู่ในเกมจีบหนุ่มนั่นผมนั่งลงหน้าป้ายวิญญาณ แล้ววางดอกไม้ลง“แม่ครับ ผมมาเยี่ยมแม่แล้วนะ”“ขอโทษที่หลายปีมานี้ไม่ได้มาเลย”“เพราะผมไม่มีหน้ามาพบแม่ครับ”สายลมพัดแผ่วเบา พัดพาสนไซเปรสรอบกายให้สั่นไหวคอมเมนต์เงียบลงไปมาก ราวกับสัมผัสได้ถึงความสงบเงียบนี้“ผมอาจจะต้องไปอยู่เป็นเพื่อนแม่แล้วนะ” ผมลูบรูปถ่ายบนป้ายวิญญาณ “หมอบอกว่าร่างกายของผมทนได้อีกไม่กี่วันแล้ว”“แต่ผมไม่กลัวหรอก”“เพราะว่าไม่กี่วันสุดท้ายนี้ ผมได้ใช้ชีวิตเพื่อตัวเองแล้ว”ผมหยิบซองจดหมายออกจากกระเป๋า ด้านในมีบัตรธนาคารหนึ่งใบและพินัยกรรมหนึ่งฉบับในบัตรคือเงินทั้งหมดที่ผมเก็บหอมรอมริบมาตลอดหกปีนี้เงินค่าขนมและของขวัญที่เสิ่นจือหานให้ผมตีเป็นเงินสดได้ไม่มากนัก แต่ก็พอสำหรับจัดงานศพเล็ก ๆ งานหนึ่งในพินัยกรรมเขียนไว้ว่า หากผมตาย ทรั

  • เกมรัก 0%   บทที่ 10

    ของขวัญถูกส่งมารัว ๆ จนเลื่อนหน้าจอแทบไม่ทัน ในช่องคอมเมนต์มีทั้งคนร้องไห้ คนด่าทอ และบางคนก็เริ่มขุดคุ้ยอดีตของเสิ่นจือหานกับหลินชิงอันแต่ในตอนนั้นเอง ประตูห้องพักผู้ป่วยก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงเสิ่นจือหานพุ่งพรวดเข้ามาด้วยใบหน้าที่เขียวคล้ำด้วยความโกรธจัด“มู่เหลียนซาน! คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่?!”เธอเอื้อมมือมาจะแย่งโทรศัพท์ ผมจึงเบี่ยงตัวหลบแล้วหันไปพูดกับเลนส์กล้องว่า“ดูสิครับ เธอมาแล้ว”“เสิ่นจือหาน อยากจะพูดอะไรกับกล้องหน่อยไหม?”“อธิบายหน่อยสิ ว่าทำไมตอนที่ผมกำลังจะตาย คุณถึงไปจูบกับผู้ชายคนอื่น?”เสิ่นจือหานยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่ สายตาจดจ้องคอมเมนต์ที่เลื่อนผ่านหน้าจอไปอย่างบ้าคลั่ง[เสิ่นจือหานไสหัวออกมาขอโทษเดี๋ยวนี้!][นังผู้หญิงเฮงซวยไปตายซะ!][หลินชิงอันเป็นมือที่สาม!][พระรองกล้าหาญมาก ฉันร้องไห้แล้ว]เธออ้าปากเหมือนจะพูดอะไร แต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมานี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นความตื่นตระหนกอย่างแท้จริงบนใบหน้าของเธอไม่ใช่การแสดง และไม่ได้เสแสร้งแต่มันคือความทำอะไรไม่ถูก เมื่อโลกที่อุตส่าห์สร้างขึ้นมาอย่างประณีตเริ่มพังทลายลงคอมเมนต์กำล

  • เกมรัก 0%   บทที่ 9

    [สะใจมาก!!!][ถึงจะยังไม่เข้าเมรุ แต่ก็เริ่มมีควันลอยมาแล้ว!][เสิ่นจือหานเริ่มสงสัยแล้ว!][พระรองสู้ ๆ! เอาให้เธอเจ็บเจียนตายไปเลย!]ผมหลับตาลงเวลานับถอยหลังกะพริบ6 วัน 18 ชั่วโมง 22 นาทีเกมยังคงดำเนินต่อไปแต่กฎเริ่มเปลี่ยนไปแล้วหนึ่งวันก่อนออกจากโรงพยาบาล ผมเปิดไลฟ์สดคอมเมนต์บนหน้าจอแสดงความตกตะลึง[เขาจะทำอะไรน่ะ?!][มาไลฟ์อะไรตอนนี้? จะพูดอะไร?][ไม่กลัวเสิ่นจือหานมาเห็นเหรอ?]ผมนั่งอยู่บนเตียงผู้ป่วย ผ้าพันแผลที่ข้อมือเปลี่ยนเป็นแผ่นปิดแผลที่เบาสบายขึ้นแล้ว แต่ก็ยังมองเห็นได้ชัดเจนอยู่ดีฉากหลังเป็นผนังสีขาวของโรงพยาบาล นอกหน้าต่างคือท้องฟ้ายามพลบค่ำชื่อไลฟ์นั้นแสนจะเรียบง่าย“หกปี จากความฝันจักรพรรดิจอเงินสู่ห้องไอซียู”หลังจากเปิดไลฟ์ไปได้สิบนาที ยอดคนดูก็ทะลุหนึ่งแสนคนคนส่วนใหญ่ถูกดึงดูดเข้ามาเพราะเรื่องซุบซิบของเสิ่นจือหานและหลินชิงอันเรื่องบาดหมางในตระกูลเศรษฐี รักสามเส้า คดีลักพาตัวที่มีเงื่อนงำ ทุกเรื่องล้วนเป็นประเด็นร้อนผมไม่ได้แต่งหน้า ใบหน้าซีดเซียว สวมชุดผู้ป่วย ดูเปราะบางและสมจริง“สวัสดีครับทุกคน ผมคือมู่เหลียนซาน”“หลายคนรู้จักผมในฐา

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status