Short
คนไร้ใจย่อมไม่ทุกข์เท่าคนมีรัก

คนไร้ใจย่อมไม่ทุกข์เท่าคนมีรัก

By:  นิรนามKumpleto
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
26Mga Kabanata
0views
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

“ระบบ ฉันอยากกลับบ้านแล้ว” ระบบตอบกลับมาทันที “ได้เลยโฮสต์ โปรแกรมถอนตัวเริ่มทำงานแล้ว อีกครึ่งเดือนคุณจะไปจากที่นี่ได้” ระบบที่แข็งทื่อเป็นเครื่องจักรมาโดยตลอดเงียบไปอึดใจหนึ่งอย่างหาได้ยาก ก่อนจะถามเพิ่มเติมด้วยความไม่เข้าใจ “โฮสต์คะ ที่นี่มีสามีที่รักคุณกับลูกชายที่คอยเข้าข้างคุณทุกเรื่อง นี่ไม่ใช่บ้านของคุณเหรอ พวกเขาคือครอบครัวของคุณนะ” เมื่อเสิ่นชูถังได้ยินคำว่าครอบครัว สายตาของเธอก็ค่อย ๆ ทอดมองไปยังโทรทัศน์

view more

Kabanata 1

บทที่ 1

ในเวลานี้โทรทัศน์กำลังถ่ายทอดสดภาพของลู่ฉืออัน ประธานลู่ซื่อกรุ๊ปกับลู่มู่เฉินผู้เป็นลูกชายกำลังลงจากเครื่องบิน

ลู่ฉืออันอุ้มลูกชายลู่มู่เฉินก้าวยาว ๆ เดินไปข้างหน้า

นักข่าววิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปถามจี้

“ประธานลู่ ได้ยินมาว่าเมื่อวานคุณประชุมที่ฝรั่งเศสเสร็จก็นั่งเครื่องบินกลับมาทั้งคืน ทำไมถึงได้รีบร้อนขนาดนี้ มีธุระสำคัญอะไรหรือเปล่าครับ”

ลู่ฉืออันที่ไม่เคยมียิ้มหยอกล้อแวดวงธุรกิจ เวลานี้กลับเผยรอยยิ้มอันแสนอ่อนโยนให้กับกล้อง

“วันนี้เป็นวันเกิดภรรยาของผม ผมกับลูกชายก็ต้องกลับมาอยู่กับเธออยู่แล้วครับ”

“สำหรับผมแล้ว เรื่องที่เกี่ยวกับภรรยาของผมคือเรื่องที่สำคัญที่สุด”

ลู่มู่เฉินตัวน้อยชูถุงที่กอดไว้ในมือขึ้นมา

“แม่ครับ ผมกับพ่อเตรียมของขวัญไว้ให้แม่ด้วยนะ เรากำลังจะกลับไปแล้ว”

นักข่าวอยากจะถามต่อ แต่ลู่ฉืออันกลับแสดงท่าทีว่ากำลังรีบและไม่ขอตอบคำถามอีก ทำเพียงทิ้งแผ่นหลังที่จากไปอย่างเร่งรีบไว้หน้ากล้อง

ใบหน้าของนักข่าวเต็มไปด้วยความอิจฉา

“ความรู้สึกที่ประธานลู่มีต่อคุณนายลู่เสมอต้นเสมอปลายจริง ๆ สิบปีผ่านไปก็ยังคงรักลึกซึ้ง ประธานลู่ช่างเป็นสามีที่ดีเลิศจริง ๆ”

“แม้แต่คุณชายน้อยตระกูลลู่ก็ยังเรียนรู้จากประธานลู่มาทุกกระเบียดนิ้ว มีสามีกับลูกชายแบบนี้ ผมคิดว่าคุณนายลู่จะต้องมีความสุขมากแน่ ๆ”

เสิ่นชูถังปิดโทรทัศน์ ก่อนจะเผยรอยยิ้มขมขื่นออกมา

มีความสุขงั้นเหรอ

เมื่อหนึ่งเดือนก่อนเธอคงจะตอบอย่างหนักแน่นว่ามีความสุข

แต่ตอนนี้ เธอกลับพูดคำนี้ไม่ออก

ไม่มีใครรู้ว่าจริง ๆ เธอไม่ใช่คนของโลกใบนี้

สิบปีก่อน เธอมายังโลกใบนี้ ภารกิจก็คือการช่วยชีวิตลู่ฉืออันที่เห็นพ่อแม่ตายไปต่อหน้าต่อตาในวัยเด็ก

ตอนที่เจอเขาครั้งแรก เขายังเป็นแค่เด็กหนุ่มมืดมนที่ปิดกั้นตัวเองและไม่ยอมสื่อสารกับโลกภายนอก

เธอใช้เวลาถึงสามปีเต็ม กว่าจะพาเขาค่อย ๆ เดินออกมาจากเงามืด และเติบโตกลายมาเป็นประธานลู่ซื่อกรุ๊ปในวันนี้

วินาทีที่เขาเข้าควบคุมลู่ซื่อได้อย่างสมบูรณ์ ภารกิจของเธอก็ถือว่าเสร็จสมบูรณ์

แต่ในตอนที่ระบบถามเธอว่าจะจากไปหรือไม่ เธอกลับลังเลขึ้นมา

ภายในหัวของเธอมีภาพลู่ฉืออันกอดเธอเอาไว้แน่น และไม่ให้เธอจากไปผุดขึ้นมาไม่หยุด

เธอไม่กล้าจินตนาการเลยว่า ลู่ฉืออันเคยสูญเสียพ่อแม่ไปแล้วครั้งหนึ่ง ถ้าคนที่เขารักสุดหัวใจอย่างเธอจากไปอีก เขาจะกลายเป็นยังไง

ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะอยู่บนโลกใบนี้และแต่งงานกับเขา

ในงานแต่งงาน เธอเคยบอกกับลู่ฉืออันอย่างจริงจังว่า หากวันใดที่เขาทรยศเธอ เธอจะหายตัวไปจากโลกใบนี้

ตอนนั้นลู่ฉืออันกุมมือของเธอพร้อมกับให้คำมั่นสัญญาว่า จะไม่มีวันนั้น ความรักที่เขามีต่อเธอจะเป็นนิรันดร์

หลังจากแต่งงาน ความรักของเขาก็ยังคงเร่าร้อนเหมือนกับคำสาบานในงานแต่งงานไม่มีผิด

ไม่ว่าจะเป็นวันครบรอบเล็กหรือใหญ่ เขาล้วนปัดงานทั้งหมดเพื่อมาอยู่เคียงข้างเธอ

เวลาออกงานสังคมแล้วมีผู้หญิงเข้ามาใกล้ เขาก็จะสั่งให้คนพาตัวออกไปอย่างไม่ปรานี

ตอนที่คลอดลูกเธอคลอดยาก ต้องอยู่ในห้องผ่าตัดถึงหนึ่งวันหนึ่งคืน ลู่ฉืออันก็คุกเข่าอยู่หน้าห้องผ่าตัดหนึ่งวันหนึ่งคืนเช่นกัน เพื่อสวดมนต์อ้อนวอนต่อสวรรค์ขอให้เธอปลอดภัย

หลังจากออกมาจากห้องผ่าตัด เขายิ่งไม่สนใจท่อนขาของตัวเองที่ไร้ความรู้สึกไปตั้งนานแล้ว เดินซวนเซมาที่หน้าเตียงผู้ป่วย ก่อนจะกุมมือของเธอเอาไว้แน่นพร้อมกับน้ำตาเต็มหน้า

“ถังถัง ผมผิดเอง ผมไม่น่าพูดว่าอยากมีลูกเลย ต่อไปเราไม่มีลูกอีกแล้วนะ ผมทนเห็นคุณต้องไปเสี่ยงอันตรายไม่ได้หรอก”

เพื่อแสดงความตั้งใจ วันนั้นเขาจึงเข้ารับการผ่าตัดทำหมันในทันที

ตอนที่ตั้งชื่อให้ลูกชาย เขาเลือกคำว่าลู่มู่เฉินสามคำนี้อย่างไม่ลังเล บอกว่านี่เป็นตัวแทนความรู้สึกที่เขามีต่อเธอ

ลู่มู่เฉินผู้เป็นลูกชายก็ซึมซับการกระทำของเขาจนกลายเป็นลูกผู้ชายตัวน้อยที่คอยดูแลแม่คนนี้

อายุยังน้อยก็รู้จักหั่นผลไม้ ใช้ไม้จิ้มฟันป้อนถึงปากเธอแล้ว ตอนที่เธอเผลอทำมีดบาดนิ้ว เขาก็รีบเป่าลมใส่แผลด้วยความสงสาร ก่อนจะรีบวิ่งไปหาพลาสเตอร์ยามาแปะแผลให้เธอ

คนนอกเคยหยอกล้อว่า ในตระกูลลู่ ลู่มู่เฉินไม่เหมือนเด็กที่ต้องการการดูแลเลย กลับเป็นเธอเสียอีกที่ต้องการคนดูแล

เมื่อลู่มู่เฉินได้ยินก็ยืดอกขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ

“แม่คือคนที่ผมรักที่สุด ผมก็ต้องดูแลแม่สิครับ”

ลู่ฉืออันยิ้มพร้อมกับลูบหัวลูกชาย ใบหน้าเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจเช่นกัน

“ภรรยาของผมไม่ต้องทำอะไรเลย แค่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเราสองพ่อลูกก็พอ”

เสิ่นชูถังเคยเชื่อมั่นอย่างหนักแน่นว่า เธอจะมีความสุขแบบนี้ตลอดไป

น่าเสียดายที่คำสาบานได้ปลิวหายไปกับสายลม และเลือนหายไปในสายธารแห่งกาลเวลาตั้งนานแล้ว

สองพ่อลูกที่เคยรักเธอมากขนาดนี้ ในตอนนี้กลับไปสร้างครอบครัวใหม่อยู่ข้างนอกกับผู้ช่วยหญิง

พวกเขาสองคนแอบไป “อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา” ลับหลังเธอนับครั้งไม่ถ้วน

สามีที่แต่งงานกันมาห้าปีของเธอโอบเอวของเซี่ยหร่านพลางเรียกที่รักอย่างสนิทสนม

ลูกชายที่เธออุ้มท้องมาสิบเดือนซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเซี่ยหร่านพลางเรียกพี่เซี่ยอย่างออดอ้อน

แม้กระทั่งเมื่อวานนี้ พวกเขาก็ไม่ได้ไปประชุมที่ฝรั่งเศส แต่ไปเล่นสกีที่สวิตเซอร์แลนด์เป็นเพื่อนเซี่ยหร่าน

คำพูดในงานแต่งงาน วันนี้กลับกลายเป็นลางร้ายที่เกิดขึ้นจริงเสียแล้ว

วินาทีที่ได้รู้ความจริง เธอก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้วว่าจะไปจากโลกใบนี้ ไปให้พ้นจากสองพ่อลูกที่เอาแต่พ่นคำโกหกคู่นี้!

เสิ่นชูถังมองเค้กตรงหน้าที่ค่อย ๆ ละลายพลางพึมพำออกมา

“พวกเขาไม่ใช่ครอบครัวของฉันอีกต่อไปแล้ว”

“ฉันจะไปจากพวกเขา”

“ใครจะไปไหน”

สิ้นเสียงพูด เสียงสองเสียงก็ดังขึ้นพร้อมกัน

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
26 Kabanata
บทที่ 1
ในเวลานี้โทรทัศน์กำลังถ่ายทอดสดภาพของลู่ฉืออัน ประธานลู่ซื่อกรุ๊ปกับลู่มู่เฉินผู้เป็นลูกชายกำลังลงจากเครื่องบินลู่ฉืออันอุ้มลูกชายลู่มู่เฉินก้าวยาว ๆ เดินไปข้างหน้านักข่าววิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปถามจี้“ประธานลู่ ได้ยินมาว่าเมื่อวานคุณประชุมที่ฝรั่งเศสเสร็จก็นั่งเครื่องบินกลับมาทั้งคืน ทำไมถึงได้รีบร้อนขนาดนี้ มีธุระสำคัญอะไรหรือเปล่าครับ”ลู่ฉืออันที่ไม่เคยมียิ้มหยอกล้อแวดวงธุรกิจ เวลานี้กลับเผยรอยยิ้มอันแสนอ่อนโยนให้กับกล้อง“วันนี้เป็นวันเกิดภรรยาของผม ผมกับลูกชายก็ต้องกลับมาอยู่กับเธออยู่แล้วครับ”“สำหรับผมแล้ว เรื่องที่เกี่ยวกับภรรยาของผมคือเรื่องที่สำคัญที่สุด”ลู่มู่เฉินตัวน้อยชูถุงที่กอดไว้ในมือขึ้นมา“แม่ครับ ผมกับพ่อเตรียมของขวัญไว้ให้แม่ด้วยนะ เรากำลังจะกลับไปแล้ว”นักข่าวอยากจะถามต่อ แต่ลู่ฉืออันกลับแสดงท่าทีว่ากำลังรีบและไม่ขอตอบคำถามอีก ทำเพียงทิ้งแผ่นหลังที่จากไปอย่างเร่งรีบไว้หน้ากล้องใบหน้าของนักข่าวเต็มไปด้วยความอิจฉา“ความรู้สึกที่ประธานลู่มีต่อคุณนายลู่เสมอต้นเสมอปลายจริง ๆ สิบปีผ่านไปก็ยังคงรักลึกซึ้ง ประธานลู่ช่างเป็นสามีที่ดีเลิศจริง ๆ”“แม้แต่คุณชายน้อย
Magbasa pa
บทที่ 2
เสิ่นชูถังเงยหน้าขึ้นก็เห็นลู่ฉืออันกับลู่มู่เฉินยืนอยู่ตรงประตูลู่มู่เฉินลงมาจากตัวของลู่ฉืออัน ก่อนจะก้าวขาสั้น ๆ พุ่งเข้าสู่อ้อมกอดของเธอ“แม่ครับ เมื่อกี้แม่บอกว่าใครจะไปไหนเหรอ”เสิ่นชูถังเอ่ยเสียงเบา“เพื่อนของแม่คนหนึ่ง ชีวิตแต่งงานของเธอพังทลายเลยตั้งใจจะไปจากสามีกับลูกชายน่ะ”ลู่มู่เฉินเงยหน้าขึ้นหอมแก้มเธอฟอดใหญ่“เพื่อนของแม่น่าสงสารจังเลย โชคดีที่ผมกับพ่อจะรักแม่ตลอดไป”ลู่ฉืออันวางเสื้อคลุมให้เรียบร้อยแล้วเดินเข้ามากอดพวกเขาไว้ในอ้อมแขน พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเช่นเคย“ลูกพูดถูกแล้ว ถังถัง ครอบครัวเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป”เสิ่นชูถังไม่ได้พูดอะไร ขนตายาวงอนบดบังความขมขื่นในแววตาเอาไว้ตลอดไปงั้นเหรอ...พวกเขาจะไม่มีคำว่าตลอดไปอีกแล้วลู่มู่เฉินเห็นเค้กบนโต๊ะ ก็รีบหยิบถุงในมือออกมา“แม่ครับ นี่ของขวัญที่ผมกับพ่อเลือกให้แม่!”ลู่ฉืออันหยิบกล่องของขวัญในถุงออกมาเปิดดู ด้านในคือสร้อยคอมรกตเส้นหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดเล็กน้อย“ถังถัง งานที่ฝรั่งเศสยุ่งมาก ผมกับลูกก็เลยกลับมาช้าไปหน่อย คุณอย่าโกรธพวกเราเลยนะ”เขาพูดพลางหยิบสร้อยคอออกมา และก้ม
Magbasa pa
บทที่ 3
ห้าปีมานี้ลู่ฉืออันเคยมอบเครื่องประดับให้เธอไม่น้อย เธอมองปราดเดียวก็แยกแยะออกว่า กำไลวงนี้กับสร้อยคอเมื่อคืนเดิมทีควรจะเป็นเซ็ตเดียวกันเสิ่นชูถังกระตุกมุมปากอย่างเย้ยหยัน“คุณเซี่ย ดูท่าครอบครัวของคุณจะรักคุณมากเลยนะคะ”สองพ่อลูกแยกเครื่องประดับที่สมบูรณ์หนึ่งเซ็ตออกเป็นสองส่วน ครึ่งหนึ่งมอบให้เธอ ส่วนอีกครึ่งมอบให้เซี่ยหร่านราวกับว่าหัวใจของพวกเขา ก็แบ่งออกเป็นสองครึ่งได้เช่นกันเซี่ยหร่านยิ้มตาหยี“ใช่ค่ะ พวกเขามักจะบอกว่ารักฉันที่สุด และตามใจฉันเหมือนเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ เลย”บางทีอาจจะกังวลว่าเธอจะดูอะไรออก ตลอดทางลู่ฉืออันกับลู่มู่เฉินจึงเอาแต่คอยถามไถ่ด้วยความห่วงใยเธอกระแอมเบา ๆ ลู่ฉืออันก็รีบถอดเสื้อคลุมของตัวเองมาคลุมไหล่ให้เธอด้วยความปวดใจทันที ก่อนจะรินน้ำร้อนในกระติกน้ำเก็บอุณหภูมิและยื่นมาจ่อที่ปากของเธออย่างเอาใจใส่ลู่มู่เฉินเองก็ถอดผ้าพันคอบนคอออก นำมาพันคอให้เธออย่างเป็นเรื่องเป็นราว ก่อนจะกำชับให้เธอทำร่างกายให้อบอุ่นราวกับเป็นผู้ใหญ่ตัวน้อยทว่าเสิ่นชูถังไม่ได้อยากแปดเปื้อนข้าวของที่ติดกลิ่นน้ำหอมเหล่านี้ ทำเพียงแค่บอกว่าตัวเองอยากกลับไปพักผ่อนที่โรงแรม ก่
Magbasa pa
บทที่ 4
เช้าวันรุ่งขึ้น เสิ่นชูถังตื่นขึ้นมาตอนที่ลู่ฉืออันกับลู่มู่เฉินกำลังถืออาหารเช้าเดินเข้ามาในห้องพอดีเห็นเธอตื่นขึ้นมา ลู่ฉืออันก็ยื่นอาหารเช้ามาให้ถึงมืออย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนจะมองเธอด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่ตามใจ“ผมกับลูกอยากให้คุณนอนต่ออีกหน่อย ก็เลยตั้งใจตื่นเช้าไปเอาอาหารเช้ากลับมาให้”ลู่มู่เฉินตะเกียกตะกายปีนขึ้นเตียงมาซบลงบนไหล่ของเธอ“เพิ่งห่างจากแม่ไปแป๊บเดียว ผมก็คิดถึงแม่มากเลยครับ”เสิ่นชูถังรับรู้ได้ถึงอุณหภูมิที่ยังคงเย็นเฉียบอยู่ข้างกาย ภายในดวงตาปรากฏแววเย้ยหยันตัวเองขึ้นมาหลายส่วนทั้งที่ไม่ได้กลับมาทั้งคืน และเพิ่งจะลงมาจากเตียงของเซี่ยหร่านแท้ ๆ แต่สองพ่อลูกกลับพูดว่าไปเอาอาหารเช้ามาให้เมื่อก่อนเธอไม่เคยรู้เลยว่าทักษะการแสดงของพวกเขาจะยอดเยี่ยมขนาดนี้หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ สองพ่อลูกก็พาเธอไปที่ลานสกีแบบไม่ได้หยุดพักเซี่ยหร่านใส่อุปกรณ์เล่นสกีจนเสร็จเรียบร้อยและมารอพวกเขาอยู่ตรงทางเข้าตั้งนานแล้วทว่าเสิ่นชูถังไม่ได้มีอารมณ์อยากเล่นสกีเลยสักนิดลู่ฉืออันมองเธอด้วยความกังวลเล็กน้อย น้ำเสียงแฝงไปด้วยการหยั่งเชิง“ถังถัง สองวันนี้คุณเป็น
Magbasa pa
บทที่ 5
กว่าจะฟื้นคืนสติขึ้นมาอีกครั้ง ก็เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ให้หลังแล้วพยาบาลเห็นเธอตื่นขึ้นมา ก็รีบแจ้งหมอให้มาตรวจร่างกายเธอด้วยความดีใจทันที“คุณนายลู่ ในที่สุดคุณก็ตื่นแล้ว!”“ประธานลู่กับคุณชายน้อยแทบจะตามหมอมาทั้งเมืองเลยนะคะ แถมประธานลู่ยังบริจาคเงินให้มูลนิธิการกุศลถึงสิบล้าน เพื่อสวดอ้อนวอนให้คุณปลอดภัย หวังแค่ให้ผลบุญนี้ส่งกลับมาหาคุณ เพื่อให้คุณฟื้นขึ้นมาโดยเร็วค่ะ”“ถ้าพวกเขารู้ว่าคุณตื่นแล้ว จะต้องดีใจมากแน่ ๆ ค่ะ”สิ้นเสียงพูด ลู่ฉืออันกับลู่มู่เฉินก็ผลักประตูเดินเข้ามาทั้งสองเห็นว่าเธอตื่นแล้ว จึงรีบเข้ามากอดเธอไว้ในอ้อมแขนแน่นด้วยความหวาดกลัว ภายในดวงตาแฝงไปด้วยความปวดใจอย่างห้ามไม่อยู่“ถังถัง ในที่สุดคุณก็ตื่นแล้ว คุณรู้ไหมว่าหนึ่งสัปดาห์มานี้ผมเป็นห่วงคุณมากแค่ไหน”ลู่มู่เฉินขอบตาแดงก่ำ น้ำเสียงสะอื้น“แม่ครับ ผมกลัวแม่จะไม่ฟื้นมากเลย”ใคร ๆ ต่างก็บอกว่าลูกผู้ชายไม่หลั่งน้ำตาง่าย ๆ ทว่าในเวลานี้หลังมือของเธอกลับสัมผัสได้ถึงหยดน้ำตาร้อนผ่าวหยดหนึ่งน้ำตาของลู่มู่เฉินก็คลอเบ้าอยู่เช่นกันทว่าน้ำตาของทั้งสองคน กลับไม่สามารถกระตุ้นให้เกิดคลื่นความรู้สึกใด ๆ ในใจข
Magbasa pa
บทที่ 6
บางทีอาจเพราะถูกเมินมานาน ทำให้เซี่ยหร่านเกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัย ในที่สุดเธอก็ฉีกหน้ากากออกและเผยธาตุแท้ให้เห็นเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ทันทีที่เสิ่นชูถังตื่นขึ้นมา ก็เห็นข้อความยั่วยุที่เซี่ยหร่านส่งมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืน“เสิ่นชูถัง ฉันรู้ว่าคุณเห็นแล้ว เป็นยังไงล่ะ ความรู้สึกที่ได้ทนดูสามีตัวเองจูบผู้หญิงคนอื่น โดยมีลูกชายคอยช่วยปิดบังอยู่ข้าง ๆ มันรู้สึกดีไหม”“ฉืออันชอบให้ฉันร้องไห้มากที่สุด เขาบอกว่าพอได้เห็นน้ำตาของฉันแล้วรู้สึกเติมเต็มอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะ...บนเตียง”“ทุกครั้งที่ฉันร้องไห้ เขาจะดุดันเป็นพิเศษ ฉันร้องไห้จนเสียงแหบเสียงแห้งเขาก็ไม่ยอมหยุด แถมยังบอกว่าแทบอยากจะตัวติดกับฉัน 24 ชั่วโมง ฉืออันไม่เคยทำแบบนี้กับคุณเลยใช่ไหม”“แม้แต่ลูกชายของคุณ ก็ยังชอบให้ฉันอยู่เป็นเพื่อน เขาบอกว่าเวลาอยู่กับฉันรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจเป็นพิเศษ มีอยู่ครั้งหนึ่งเขาคิดว่าฉันหลับไปแล้ว ก็เลยแอบเรียกฉันว่าแม่ด้วยนะ”“คุณนายลู่อย่างคุณนี่ช่างล้มเหลวจริง ๆ”เสิ่นชูถังเห็นข้อความยั่วยุเหล่านี้ จึงพยายามข่มอารมณ์ที่พลุ่งพล่านในใจเอาไว้ ก่อนจะแคปหน้าจอเก็บข้อความเหล่านี้ไว้ทั้งหม
Magbasa pa
บทที่ 7
ลู่ฉืออันกับลู่มู่เฉินตอบเป็นเสียงเดียวกัน“ไม่เหนื่อย!”ลู่มู่เฉินจับมือของเธอเอาไว้พลางมองเธอด้วยดวงตาที่เป็นประกายระยิบระยับ“เรื่องอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับแม่ ผมไม่มีทางเหนื่อยหรอกครับ”ลู่ฉืออันบีบแก้มของเธออย่างตามใจ“ถังถัง ต่อให้งานจะยุ่งหรือเหนื่อยแค่ไหน แต่วินาทีที่ได้เห็นคุณ ความเหนื่อยล้าทั้งหมดก็มลายหายไปหมดเลย”“ยิ่งไปกว่านั้นวันนี้ยังเป็นวันครบรอบแต่งงานของเรา พวกเราต้องฉลองด้วยกันทุกปีอยู่แล้ว ต่อให้ที่บริษัทจะมีงานเยอะแค่ไหน ผมก็ต้องกลับมาให้ได้”เสิ่นชูถังทำเพียงแค่ยิ้มออกมา ไม่ได้พูดอะไรอีกลู่ฉืออันวางเค้กลง ก่อนจะเริ่มเข้าไปวุ่นวายในห้องครัววันนี้เขาให้คนรับใช้หยุดงานทุกคน โดยเตรียมตัวลงมือทำอาหารจานโปรดของเธอสองสามอย่างด้วยตัวเองเพื่อฉลองวันครบรอบลู่มู่เฉินก็ไม่ยอมน้อยหน้า เขายกเก้าอี้ตัวเล็กมานั่ง ก่อนจะเริ่มหั่นผลไม้เพื่อเอามาคั้นน้ำหลังจากวุ่นวายอยู่นาน ในที่สุดอาหารทุกอย่างก็ถูกยกมาวางบนโต๊ะเมื่อถึงตอนเที่ยงลู่ฉืออันจุดเทียนตัวเลข 7 ก่อนจะกุมมือของเธอเอาไว้ นัยน์ตาเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่ที่ราวกับจะล้นทะลักออกมา“ถังถัง ปีนั้นถ้าไม่มีคุณอยู่เคียงข
Magbasa pa
บทที่ 8
สิบปีก่อน เธอกับลู่ฉืออันพบกันครั้งแรกที่สถานพักฟื้นเอกชนแถบชานเมืองมาวันนี้สถานพักฟื้นถูกทิ้งร้างไปแล้ว เหลือเพียงเถาไม้เลื้อยบนกำแพงที่ปกคลุมตึกหลังนี้เอาไว้เธอเดิน ๆ หยุด ๆ ไปตามเส้นทางในความทรงจำ ความทรงจำที่เกี่ยวกับลู่ฉืออันถาโถมเข้าใส่เธอราวกับกระแสน้ำจากที่เขาไม่ตอบสนองเลยตอนพบกันครั้งแรก จนกระทั่งเขาค่อย ๆ ชินกับการมีอยู่ของเธอ และจนถึงท้ายที่สุดที่เขากอดเธอไว้แน่นท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำและไม่ยอมปล่อยมือฝีเท้าของเสิ่นชูถังมาหยุดลงใต้ต้นไทรใหญ่ในสวนด้านหลังต้นไทรที่กิ่งก้านใบดกหนาเมื่อสิบปีก่อน ในเวลานี้ก็ยังคงมีชีวิตชีวาเช่นเดิมมือของเสิ่นชูถังลูบไล้ชื่อของคนสองคนบนลำต้นที่จางจนแทบจะมองไม่เห็น ราวกับได้เห็นเด็กหนุ่มที่มีสีหน้าดื้อดึง ทว่าในแววตาแฝงไปด้วยความรักและความประหม่าคนนั้นอีกครั้งเขาบอกว่า เสิ่นชูถัง ชาตินี้ผมจะรักคุณแค่คนเดียวเขาบอกว่า เสิ่นชูถัง ผมจะไม่ยอมให้คุณไปจากผม เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปจากนั้นก็สลักชื่อของทั้งสองคนลงไปทีละขีดอย่างจริงจังแต่ต่อมา หัวใจดวงหนึ่งกลับถูกเขาผ่าออกเป็นสองครึ่ง ครึ่งหนึ่งมอบให้เธอ ส่วนอีกครึ่งมอบให้ผู้หญิงข้างนอก
Magbasa pa
บทที่ 9
อีกด้านหนึ่ง ลู่ฉืออันตื่นจากฝันร้ายตั้งแต่เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น เขาลุกพรวดขึ้นนั่งพลางหอบหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะดึงผู้หญิงข้างกายเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขนตามสัญชาตญาณ“เมื่อคืนผมฝันร้ายน่ากลัวมาก ผมฝันว่าคุณจะทิ้งผมไป ผมวิ่งตามอยู่ข้างหลังแบบสุดชีวิต แต่คุณไม่หันหลังกลับมามองเลยสักครั้ง”“โชคดีที่มันเป็นแค่ความฝัน โชคดีที่พอลืมตาขึ้นมาคุณก็อยู่ข้างกายผม ถังถัง”เซี่ยหร่านที่ซบอยู่ในอ้อมกอดของเขาเดิมทีกำลังรู้สึกหวานชื่นในใจ ทว่าพอได้ยินชื่อที่หลุดออกมาจากปากของเขา สีหน้าก็แข็งทื่อไปชั่วขณะ ก่อนจะยกสองมือโอบรอบคอของเขาพลางเอ่ยด้วยความน้อยใจ“ฉืออัน คนที่อยู่ข้างคุณเมื่อคืนคือฉันนะคะ”ลู่ฉืออันที่มีสีหน้าอาวรณ์รักชะงักกึก เขาลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง ก่อนจะใช้ฝ่ามือใหญ่กดนวดขมับของตัวเองแรง ๆ“ทำไมผมถึงอยู่กับคุณล่ะ เมื่อคืนจำได้ว่าผมบอกว่าผมกับลูกจะกลับบ้านนี่”เซี่ยหร่านขยับเข้าไปกอดเอวของเขาเอาไว้ ก่อนจะใช้เรือนร่างเปลือยเปล่าแนบชิดกับแผ่นหลังของเขา“ฉืออัน คุณลืมไปแล้วเหรอ เมื่อคืนหลังจากกินข้าวเสร็จคุณก็อุ้มฉันเข้ามาในห้อง จากนั้น...”เซี่ยหร่านยิ่งพูดยิ่งเสียงเบาลง ใบหน้าแดงก่ำไปตั้
Magbasa pa
บทที่ 10
บนเตียงไม่มีใครอยู่เลย!ผ้าห่มปูเรียบตึงบนเตียง ไม่มีรอยยับแม้แต่น้อย ลู่ฉืออันก้าวเข้าไปเลิกผ้าห่มขึ้น สัมผัสได้เพียงความเย็นเฉียบ ไม่เหมือนมีคนนอนอยู่ที่นี่เมื่อคืนเลยสักนิดลู่มู่เฉินเห็นว่าในห้องนอนไม่มีวี่แววของแม่ จึงกระตุกแขนเสื้อของเขาด้วยความลุกลี้ลุกลนเล็กน้อย“พ่อครับ แม่ไปไหนแล้ว”ความกระวนกระวายใจตลอดทางของลู่ฉืออันถูกกระตุ้นขึ้นมาในเวลานี้ เขาไม่มีเวลามาตอบคำถามของลู่มู่เฉิน แต่รีบวิ่งลงไปชั้นล่างเพื่อถามคนรับใช้ทันที“วันนี้พวกเธอเห็นคุณนายออกไปข้างนอกบ้างไหม”พวกคนรับใช้ต่างมองหน้ากันไปมา ก่อนจะพากันส่ายหน้า“คุณผู้ชายคะ ตั้งแต่พวกเรามาถึงวันนี้ก็ยังไม่เห็นคุณนายเลยค่ะ”“ใช่ค่ะ ตอนนี้คุณนายน่าจะยังหลับอยู่ เราก็เลยไม่ได้ขึ้นไปรบกวนที่ชั้นห้องนอน”......ไม่มีใครเห็นถังถังเลย งั้นถังถังก็ต้องยังอยู่ในบ้านแน่ ๆ เธอต้องกำลังโกรธและจงใจซ่อนตัวอยู่แน่ลู่ฉืออันคอยปลอบใจตัวเองอยู่ในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาส่งข้อความหาเธอ“ถังถัง คุณอยู่ไหนเหรอ ผมกับลูกกลับมาแล้วนะ”“เมื่อคืนที่บริษัทมีเรื่องด่วนจนปลีกตัวไม่ได้จริง ๆ เราก็เลยไม่ได้กลับมา ขอโท
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status