Mag-log inบริษัทเกรย์ไทม์
“พี่ว่างบประมาณโครงการนี้มันมากเกินความจำเป็น พิพลอยลองให้ผู้รับเหมาแต่ละบริษัทเสนอราคามาใหม่นะ”
แฟ้มเอกสารที่ฉันอดตาหลับขับตานอนทำข้อมูลมา ถูกวางลงเบา ๆ ต่อหน้าพร้อมกับรอยยิ้ม ปฏิเสธอย่างอ่อนโยนแต่หลังจากนั้นมันคือนรกสำหรับฉัน กว่าจะสรุปมาได้มันเหนื่อยมาก ๆ
ฉันชื่อพิพลอย ทำบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ทำโครงการบ้าน คอนโดมาเยอะ รู้ดีอยู่แล้วว่าช่วงนี้ราคาวัสดุก่อสร้างผันผวนยิ่งกว่าราคาทอง ราคานี้เป็นราคาที่ดีที่สุดในช่วงนี้แล้วแต่พี่ชายฉันกลับไม่พอใจ
“ช่วงนี้ราคาวัสดุก่อสร้างราคาขึ้นมาสามสิบเปอร์เซ็นต์ค่ะ”
“งั้นพักเรื่องนี้ไปก่อน จนกว่าราคาจะลง”
หือ?
ง่ายจัง ง่ายเวอร์
“โอเคค่ะพี่พิชญ์ รอก็รอ” ฉันยิ้มตอบพี่ชายที่นั่งเก้าอี้ประธานบริษัท ก่อนจะหยิบเอกสารกลับห้องทำงานตัวเองด้วยรอยยิ้ม
••
‘ปึง’
แฟ้มถูกทิ้งไว้บนโต๊ะอย่างไม่ใยดี ก่อนที่ฉันจะหยิบมือถือไปทิ้งตัวนั่งที่โซฟาแล้วรินไวน์บนโต๊ะดื่ม โปรเจกต์ถูกระงับชั่วคราวขอดื่มย้อมใจหน่อยแล้วกัน อุตส่าห์เช็คข้อมูลมาทั้งคืนและนำไปเสนอ เป็นถึงรองประธาน แต่ทำงานเหมือนนักศึกษาฝึกงานเลยนังพิพลอย
‘ครืด’ บ่นกับตัวเองไม่ทันไร มือถือฉันก็สั่นขึ้นมา
ฉันจึงวางแก้วลง แล้วเอนพิงพนักโซฟาเปิดอ่านข้อความ
นึกว่าใคร ‘เจ้าชายทุเรียน’ นี่เอง...
ถามว่าเจ้าชายทุเรียนเป็นใครฉันก็ไม่รู้ แต่ผู้ชายคนนี้คือคนในความลับของฉัน เราเจอกันในทินเดอร์และคุยกันมาได้สองปีแล้ว ทั้ง ๆ ที่ฉันตั้งแค่รูปพลอยเป็นรูปโปรไฟล์และตั้งชื่อแทนตัวเองว่า ‘เลอค่าเหมือนเพชรพลอย’ แถมอื่น ๆ ก็ไม่เปิดเผยข้อมูลอะไรที่เป็นความจริงเลย อายุฉันบวกไปสองปีคือ29 ที่อยู่ก็บอกว่าอยู่จังหวัดภูเก็ต
ส่วนความสนใจ... ฉันบอกว่าอยากได้ผู้ชายในความลับ คุยได้ทุกเรื่อง และไม่ก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวกัน
ส่วนเขาตั้งรูปทุเรียนตั้งชื่อ ‘เจ้าชายทุเรียน’ อายุสามสิบสามจังหวัดกรุงเทพ สูงร้อยเก้าสิบ สนใจซุปเปอร์คาร์ (พูดไม่ค่อยเก่งแต่คุยได้)
ใช่เขาพูดไม่เก่ง แต่กลับคลิกกันแปลก ๆ
แถมเขาน่ะเป็นคนเดียวที่ฉันคุยได้ทุกเรื่อง ปรึกษาได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งเรื่องใต้สะดือ โดยที่เราไม่เปิดเผยตัวตนของกันและกันมาตลอดสองปี แถมไม่มีใครร้องขอให้วิดีโอคอลหรือขอดูรูปด้วย
แต่ถ้าถามว่ามันมาถึงขั้นนี้ได้ยังไง คงต้องย้อนไปวันแรกหลังจากที่แมตช์ในทินเดอร์ หลังจากวันนั้นเราก็แลกไลน์กันโดยที่ฉันใช้มือถืออีกเครื่องคุยกับเขา และลบบัญชีในทินเดอร์ทิ้งไปเลย
สองปีที่แล้ว...
-เจ้าชายทุเรียนเพิ่มเพื่อนคุณจาก LINE ID-
LINE | เจ้าชายทุเรียน
[เจ้าชายทุเรียน: ...]
[เลอค่าเหมือนเพชรพลอย: สวัสดีค่า]
[เจ้าชายทุเรียน: สวัสดี ถ้าอยากให้เป็นความลับ บอกชื่อลับ ๆ ของ
เธอมาสิ][เลอค่าเหมือนเพชรพลอย: ชื่อไพลินค่ะ แล้วคุณล่ะ]
[เจ้าชายทุเรียน: โดม]
[เลอค่าเหมือนเพชรพลอย: คุยอะไรได้บ้าง]
[เจ้าชายทุเรียน: ทุกเรื่อง อาจจะคุยไม่เก่งแต่รับฟังได้]
[เลอค่าเหมือนเพชรพลอย: งั้นขอบ่นเรื่องงานนะ]
ใช่ค่ะ... หลังจากนั้นฉันก็บ่นเรื่องงานกับเขาทุกวัน บ่นแทบจะทุกเวลาด้วย แต่ไม่ได้บอกหรอกว่าตัวเองเป็นรองประธานบริษัทและทำงานบริษัทชื่ออะไร ซึ่งเขาก็ไม่ได้ถาม เป็นแค่ที่รองรับอารมณ์เวลาฉันเหวี่ยง ๆ และให้กำลังใจเท่านั้น
ซึ่งตอนแรกก็พิมพ์บ่นในไลน์นั่นแหละ แต่หลัง ๆ มันไม่สะใจใส่อารมณ์ไม่ได้ จึงโทรคุยผ่านแอพพลิเคชันไลน์แทน
“โคตรเบื่อเลยอ่ะ พ่อฉันเขี้ยวมาก ๆ อะไรก็ไม่ได้ งานที่ส่งก็ไม่ผ่านสักที”
(ทำไปเถอะ เดี๋ยวก็ดีเอง ไม่มีพ่อแม่คนไหนใจร้ายกับลูกหรอก)
“แต่ฉันทำงานมาเป็นปี ๆ แล้วนะ พ่อน่าจะไว้ใจได้แล้วอ่ะ”
(บางอย่างอาจจะยาก แต่ฉันเชื่อว่าไม่เกินความสามารถเธอ)
เขาเป็นคนพูดไม่เก่ง ออกจะแข็งนิด ๆ แต่ก็แปลกเหมือนกันที่ฉันโวยวายอะไรก็เอาอยู่ตลอด ไม่รู้สิ... คำพูดเขามันไม่เหมือนผู้ชายกะล่อนที่ชวนยี้หรือหวังผลประโยชน์จากฉัน นิ่ง ๆ เรียบ ๆ แต่มีพลังดึงดูดมาก คุยทีไรก็สบายใจ
ฉันไม่เบื่อ เชื่อใจเขา นอกจากเรื่องงานก็ปรึกษาเรื่องสุขภาพ ซึ่งถามอะไรก็รู้ไปซะทุกอย่างประหนึ่งหมอ...
“ประจำเดือนไม่มา ท้องแน่ ๆ เลย แหะ ๆ”
(เธอคงเครียดเรื่องงาน พักผ่อนให้เพียงพอ อย่าเครียดให้มาก
ดื่มน้ำเยอะ ๆ)“ขอบคุณนะ เป็นห่วงไหมเนี่ย”
(ห่วง ดูแลตัวเองด้วย...)
จากสุขภาพก็มาเรื่องเซ็กส์... ที่ไม่รู้ว่าจับพลัดจับผลูมาถึงเรื่องนี้ได้ยังไง
“คุณขา นอนไม่หลับอ่ะ ในหัวมีแต่งานมีวิธีทำให้หลับง่าย ๆ สบาย ๆ ไหมคะ” ฉันชอบเรียกเขาว่าคุณขา มันอ้อน ๆ น่ารักดี
(ยาเมลาโทนิน)
“กินแล้วไม่หลับ สมองทำงานตลอด”
(งั้นช่วยตัวเอง... เคยรึเปล่า?)
ฉันนิ่งไปสักพัก ไม่ได้กลัวที่คุณโดมพูดแบบนี้ เราสนิทกันพูดได้ทุกเรื่องอยู่แล้ว แต่ฉันยังไม่เคยลองทำเรื่องอย่างว่าเลย
(ไม่ชอบที่ฉันพูดเรื่องนี้ใช่ไหม? โอเค... ไม่เป็นไร)
“เปล่าค่ะ ฉันยังไม่เคย”
(ลองทำดู แล้วเธอจะหลับสบาย)
“ทำไม่เป็น ไม่เคยทำ... คุณขาพอจะสอนได้ไหมคะ”
เขาหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ
(เล็บยาวรึเปล่า ถ้ายาว... ตัดเล็บก่อนนะ เดี๋ยวบาดเจ็บ)
“ไม่ยาวค่ะ ไม่ชอบไว้ยาวอยู่แล้ว”
(อื้ม เริ่มแรกลองเล่นกับตัวเองก่อน เริ่มจากหน้าอก... ตรงจุกของเธอ)
“ค่ะ...” ฉันสอดมือเขาไปในเสื้อนอนแล้วสัมผัสจนมันแข็งเป็นไต
(รู้สึกยังไง...)
“มันหวิว ๆ เสียว ๆ”
(ถูกแล้ว งั้นทำต่อไปจนรู้สึกว่าไม่ไหว...)
เขาบอกอะไรก็ทำเพราะมันหยุดไม่ได้ อีกอย่างไม่มีอะไรต้องอายเพราะเราไม่รู้จักกัน ฉันไม่จำเป็นต้องห่วงภาพลักษณ์
ฉันใช้ปลายนิ้วคลึงยอดถันตัวเองเล่น และคลึงเคล้นหน้าอกหนัก ๆ แอบหายใจแรงให้เขาได้ยินบ้าง แต่ปลายสายไม่ได้ทักท้วง แค่ปรับน้ำเสียงตัวเองแผ่วเบาลง... แผ่วเบาลง คล้าย ๆ กับเขากำลังใช้ริมฝีปากครอบที่ยอดถันฉัน และกำลังหลงใหลมันอยู่
“อื้ม~”
(ไปข้างล่างบ้าง...)
“กำลังไปค่ะ”
(ถึงรึยัง)
“ถึงแล้ว...”
(หาจุดเสียวของตัวเองให้เจอ แล้วค่อย ๆ เล่นกับมัน...)
ฉันสั่นไปหมดแล้ว เพราะแค่กดนิ้วลงตรงกลางก็สะท้านจนไหล่ห่อ ปลายสายรู้ว่าฉันกำลังชอบ... เขาปล่อยให้ศึกษาสักพักจนฉันเริ่มเข้าที่เข้าทาง ย่างเดินเข้าหาความเสียวซ่านอย่างเต็มตัว
ขาสองข้างกางออกกว้างเปิดทางให้ตัวเอง มืออีกข้างจับมือถือแน่น ลมหายใจกระชั้นถี่จนตัวเองควบคุมแทบไม่ได้ ต้องการมากกว่านี้... แต่ไม่รู้จะทำยังไง
(แบบนี้เสียวไหม...)
“ค่ะ สะ เสียว ดีมากเลย อื้ม~”
ให้ตายสิ เหมือนอะไรจะระเบิดออกมา คำถามของเขาที่ถามออกมา
แผ่ว ๆ มันคล้ายกับเขากำลังปรนเปรอให้กลางหว่างขา ฉันต้องเป็นบ้าแล้วแน่ ๆ หน้าไม่เคยเห็น แต่จินตนาการได้เป็นฉาก ๆ จากเสียงหล่อสุขุมของเขา(ถ้ารู้สึกดี... ปลดปล่อยได้เต็มที่ คราง... ออกมา)
“อะ อื้อ~ ค่ะ ฉันจะปลดปล่อย”
ฉันเริ่มไม่ไหว นิ้วตัวเองว่ายวนที่ส่วนนั้นราวกับอยากเอาชนะความรู้สึกบางอย่าง มันก่อตัวขึ้นเรื่อย ๆ สู้กับฉัน ที่ทรมาน ที่เสียว และหยุดตัวเองไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว
(ใกล้แล้วสินะ... อีกนิด)
“คุณโดม... มันจะมีอะไรออกมา อะ อื้อ ช่วยหน่อยค่ะ อื้อ~ ไม่ไหวแล้ว”
(ทำให้อยู่นี่ไง ให้มันออกมา... อีกนิด เร็วอีก... เร็วอีกคนเก่ง)
“อะ อะ อ๊าา”
ส่วนนั้นฉ่ำแฉะจนเกิดเสียงทุกครั้งเมื่อฉันเคลื่อนไหว ฉันตะเกียกตะกาย แดดิ้น สู้กับปฏิกิริยาตัวเองที่ยกเอวสู้นิ้ว พร้อม ๆ กับปลายสายที่เร่งเร้า... เขาพูดแผ่วเบาแหบพร่า ใช้ทักษะเล้าโลมด้วยน้ำเสียง
ซึ่งฉันชอบมาก กล้าบอกได้เต็มปากว่ามีความสุขกับสิ่งที่ทำ
(อยากได้ยินเสียงน่ารัก ๆ ของเธอ)
“ฉันพูดอยู่ไงคะ”
(หมายถึงตรงนั้น... ย้ายมือถือลงไป)
มันตื่นเต้นมากเลยรู้ไหม แล้วฉันก็อยากอวดความสำเร็จของตัวเองสุด ๆ เปิดสปีกเกอร์โฟนแล้วย้ายมือถือไปที่หว่างขา ขยับปลายนิ้วเล่นกับน้ำฉ่ำแฉะให้เขาฟังอย่างเต็มที่
(ฉันชอบความบ้าบิ่นของเธอไพลิน บอกอะไรทำหมด เร่งนิ้วตัวเองอีกสิ เสียงมันควรชัดและเร็วกว่านี้...)
มือเล็กทำตามคำสั่งอย่างไม่รีรอ จากที่ใช้แค่นิ้วกลางตอนนี้ใช้ร่วมถึงสามนิ้ว เขาอยากฟังก็จะทำให้ฟัง แต่ความอยากถึงเส้นชัยมันทำให้ฉันร้อนเร่าถึงพริกถึงขิง ใจจดจ่อที่กายสาวจนลืมอาย
สิ่งที่ก่อเกิดข้างในใกล้ถึงทางตันแล้ว!
“อะ อ๊ายยย!”
น้ำบางอย่างพวยพุ่งออกมากระเด็นไปถึงโทรศัพท์ ฉันทิ้งหัวลงหมอนนอนหายใจหอบอย่างเหน็ดเหนื่อย ใช่... เบาหวิวไปหมดเลย ทุกอย่างที่สั่งสมมาตลอดทั้งวันหายไปจากหัวฉันไม่เหลือ
และเมื่อฉันตั้งสติได้ก็รีบเช็ดมือถือหยิบมาคุยต่อ
“เรียบร้อยแล้วค่ะ อยู่ ๆ ก็เสียวจนสะบั้นแล้วมีอะไรออกมา”
(เธอเสร็จ แต่ถ้ามีแฟนและมีเซ็กส์จริง ๆ มันจะยิ่งกว่านี้)
เรื่องนั้นเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว งานฉันยุ่งขนาดนี้จะเอาเวลาที่ไหนไปมีแฟน
“ฉันคงไม่มีแฟนหรอก งานยุ่งขนาดนี้”
(สักวันเธอต้องมี)
เอ่อ... ตอนแรกก็คุยเฉย ๆ เล่น ๆ แต่ทำไมตอนนี้ไม่ใช่แล้วล่ะ เขาบอกว่าสักวันฉันจะมีแฟน มันคงไม่ใช่เขาอยู่แล้ว... ไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเลย เพราะการที่มีผู้ชายคนนี้คุยด้วย ถึงจะในความลับก็เถอะ ฉันสบายใจที่สุดแล้ว และฉันก็ไม่อยากเสียเขาไป
ผู้ชายที่จะเป็นแฟนฉัน... ฉันจินตนาการไม่ออกเลยว่าแบบไหนถึงจะเข้ากับฉันได้ และที่สำคัญจะดีเท่าคุณโดมไหม
“ถ้าฉันไม่มีแฟน ไม่มีใคร คุณจะเลิกคุยกับฉันไหมคะ”
(บอกไม่ได้ เพราะถ้าฉันมีแฟนฉันก็ต้องหยุดคุยกับเธอ อยู่แล้ว ฉันต้องให้เกียรติแฟนฉัน)
นั่นสินะ... แต่ได้ยินแบบนี้ใจหวิว ๆ จัง
“แล้วตอนนี้มีแนวโน้มจะมีรึเปล่า”
(ไม่มี)
“งั้น... เราคุยกันแบบนี้เรื่อย ๆ ได้ไหม”
(อื้มได้ แต่เธอควรนอนได้แล้ว... ฝันดีนะ)
“ฝันดีค่ะ”
สามเดือนต่อมา... โรงพยาบาลอนันต์พิพัฒน์“จากผลNIPT ทารกเป็นเพศชายนะครับ”ไดอาจับมือฉันใต้โต๊ะหมับ! และหันมาทันที น้ำตาลูกผู้ชายเอ่อออกมาเต็มสองตา จนในที่สุดเขาต้องก้มหน้าลงไม่ให้ใครเห็น“ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ สำเร็จแล้ว เด็กโครโมโซมปกติ แข็งแรง คุณพ่อคุณแม่บำรุงเขาดีมาก”ฉันทำอะไรไม่ถูกเลย ดีใจที่เห็นสามีมีความสุขขนาดนี้ ไดอาก้มหน้าลงเขาไม่พูดอะไรกับหมอ คงจะแอบร้องไห้เงียบ ๆ คนเดียว“ขอบคุณค่ะหมอ ท้องนี้เราตั้งใจกันมากจริง ๆ”“หลังจากนี้ก็เหมือนเดิมครับ ทานของมีประโยชน์ ผมจะจ่ายยาบำรุงให้ แล้วเดือนหน้าเจอกันใหม่ครับ”“ได้ค่ะ”หมอกรอกข้อมูลลงสมุดสีชมพูแล้วแนบแผ่นอัลตราซาวด์ล่าสุดส่งให้ฉัน ก่อนที่เราสองคนจะเดินออกมาจากห้องตรวจไปรับยาด้วยกัน ไดอาเดินข้าง ๆ ก้มพิมพ์มือถือเงียบ ๆจนกลับไปที่รถปิดประตูสตาร์ทเครื่อง เขาก็รีบโผมาสวมกอดฉันเลย“ขอบคุณนะโลมา”“ขอบคุณทำไม”“ที่อุ้มท้องให้” ฉันลูบแผ่นหลังเขาเบา ๆ“แค่นี้เอง ดีใจที่นายมีความสุขและสมหวังนะ”“ฉันรักเธอ”“...”“รักเธอมาก” ฉันพยักหน้า จะร้องไห้ออกมาเหมือนกัน ไม่คิดเลยว่าพอได้ตามใจหวังไดอาจะอ่อนไหวขนาดนี้“ฉันก็รักนาย ครอบครัวเราใหญ
“บอกจะเปิดตัวแฟนวันรับปริญญาด้วยนะ”“โดฮามีแฟนแล้วเหรอคะเนี่ย” ย่าไอด้ายิ้ม“ใช่จ้ะ มีสักที หลายปีมานี้โดฮาเกเรมากโปรยเสน่ห์ไปทั่ว”“ก็คนหล่อไงคะคุณแม่”“อาโดฮามีแฟนเหรอคะ?” ไอด้าถามอย่างสนอกสนใจ“ใช่จ้ะไอด้า”“จุนย่าให้อาโดฮามีแฟน จุนพ่อดูจุนย่าเป็นตัวอย่างนะคะ ใจดีกับหนูด้วย” ฉันยกมือปิดปากหัวเราะร่วน เดี๋ยวนี้ไอด้าพัฒนามาสอนพ่อแล้ว“ครับ พ่อจะจำไว้ลูกสาว พ่อจะจำขึ้นใจเลย”“ดีมากค่ะ” คุณแม่ยิ้มอย่างเอ็นดู“ไอด้านี่ออกมาปราบพ่อจริง ๆ เลย”“ใช่ค่ะคุณแม่ บอกไม่สปอยลูก สุดท้ายก็ยอมทุกที” สามีฉันส่ายหน้า“ยอมแค่ตอนนี้ โตขึ้นฉันไม่ยอมแน่”ไอด้าได้ยินแบบนั้นก็ยกนิ้วชี้เล็ก ๆ ขึ้นและกระดิกไปมา“ไม่ได้นะคะ ๆ ห้ามขัดใจหนู” แสบพอกันทั้งพ่อทั้งลูก มวยถูกคู่จริง ๆเมื่อกินมื้อเย็นเสร็จคุณปู่ก็กลับมา คืนนี้ท่านค้างที่นี่และขอไอด้าไปนอนด้วย แต่แทบไม่ต้องถามความสมัครใจลูกเลย แค่ได้ยินแบบนั้นไอด้าก็แจ้นเข้าห้องไปหยิบหมอนของเธอตรงไปนอนกับปู่ย่าที่ห้องนอนแขกแล้ว“หนูไปนะคะ ไม่ต้องมาตามนะ”“จ้าาาา ไปเถอะจ้ะ ฝันดีน้าาา~”ฉันโบกมือบ้ายบายลูกหน้าห้อง ก่อนจะปิดประตูและล็อกไว้ และเมื่อหันมาเห็นสามีนอนยิ้มอ
อยากจะมีลูกกับใครคิดให้ดี ๆ ลูกเลี้ยงยากและเหนื่อยกว่าที่คิด ไอด้า เธออยู่กับความสกปรกไม่ได้เลยจะเป็นผื่นแดงขึ้นตามตัวจนต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อย ๆเบาใจหน่อยที่วันนี้หายดีแล้ว แต่เรายังไม่ได้ออกจากโรงพยาบาลซะทีเดียว ฉันกับไดอาพาลูกไปอีกตึกเยี่ยมโบนัส พึ่งมาเยี่ยมไข้ไอด้าแท้ ๆ อยู่ ๆ ก็คลอดลูกบนเฮลิคอปเตอร์จนเป็นข่าวหน้าหนึ่ง“เพื่อนลูกสองแล้ว”ระหว่างที่เดิน คนอุ้มลูกอยู่ก็พูดขึ้นมาลอย ๆ ไม่หรอก... เขาตั้งใจให้ฉันได้ยิน ตอนนี้ไดอาอยู่ในขั้นตอนยื่นคำร้องขอมีลูกคนที่สอง ซึ่งฉันยังไม่อนุมัติเพราะยังงานยุ่ง ไม่อยากท้องและทำงานหนักจนเป็นลมเป็นแล้งอีก“รู้แล้ว...”“รอโลมาอนุมัตินะ”“อนุมัติแน่นอนแต่ไม่ใช่ตอนนี้ เอ่อมาเยี่ยมโบนัสค่ะ” ฉันบอกไดอาเสร็จก็หันไปพูดกับบอดี้การ์ดหน้าห้อง จริง ๆ ไม่รู้หรอกโบนัสอยู่ห้องไหนเราจำแค่บอดี้การ์ด‘ก๊อก ก๊อก ก๊อก’“ขออนุญาตครับ คุณพิพลอยกับคุณไดอามาเยี่ยมครับ” บอดี้การ์ดพูดเข้าไป“ให้เข้ามา”ประตูห้องถูกเปิดกว้างพร้อมกับร่างสูงที่ถอยหลีกทาง บอดี้การ์ดก้มหน้าลงเล็กน้อยให้เราเดินเข้าไป ตอนนี้แทนทิวกำลังอุ้มลูกสลัดความเป็นมาเฟียออกไปไม่เหลือ สายตาที่มองลูกน้อย
คุณโซจุนสอดกายเข้าฝังแน่น และโน้มลงมาจูบ... เขาสวมกอด คลอเคลีย มอบอุ่นไอพร้อม ๆ กับเคลื่อนไหวตัวเองไปด้วย“หายเย็นหลังรึยังหมวย...”“หะ หายแล้ว อื้อ อื้อ ตัวคุณอุ่นมากเลยค่ะ”“หมวยก็อุ่นนะ โดยเฉพาะตรงนี้...”“อื้อ~~” ว่าไม่พอร่างหนายังยัดเยียดลำรักเขามาจนสุด เขาดันเข้าลึกเนิบนาบ แสดงตัวเองทั้งตัวจนฉันเสียวสะท้าน จิกเล็บลงแผ่นหลังและเผยอปากครางกระเส่าและหลังจากนั้นร่างทั้งร่างฉันก็กระเพื่อม เขาหยัดกายเหยียดตรงส่งแรงทั้งหมดไปที่เอวหนา กระแทกจนเสียงเนื้อขาดัง ก่อนจะทั้งรวบเอวยกขาพาด เปลี่ยนท่วงท่าบนโซฟาใหญ่อย่างช่ำชอง‘ปึก! ปึก! ปึก!’“อะ อ๊าาา ไม่ไหวแล้ว อ๊ายยยย!”ฉันคว้าแขนเขาหมับแหงนหน้าขึ้นเกร็งสะท้าน พร้อม ๆ กับร่างใหญ่ที่โน้มลงมากอดแน่น เราเสร็จไปด้วยกัน... และระบายไอร้อนผะผ่าวใส่กัน ก่อนที่คุณซอจุนจะค่อย ๆ จูบซับตามกรอบหน้าฉันจนมาถึงริมฝีปาก“ง่วงยัง...”“งะ ง่วงแล้วค่ะ”“เสียดาย อยากต่ออีกสักรอบ”“พอแล้วเดี๋ยวโซมีตื่นมาไม่เจอเราจะร้องไห้เอานะคะ”“แอบลูกทำแบบนี้ก็ตื่นเต้นเหมือนกันนะ...”ฉันยิ้มตอบแล้วใช้นิ้วชี้แตะจมูกโด่งคุณซอจุน“กลับเข้าห้องกันเถอะค่ะ กอดกันแล้วก็ไปนอนกอดลูก”
เพนท์เฮาส์ กลางกรุงโซล...“สรุปแล้วอยากให้ฉันกับโซมีย้ายมาอยู่กับคุณเหรอคะ” ระหว่างที่เช็ดผม ฉันหันไปถามสามีที่นอนอ่านหนังสืออยู่“เค้าก็อยากให้เป็นแบบนั้น หมวยว่าไง”ฉันเข้าใจเขานะ อะไรหลาย ๆ อย่างบังคับให้คุณซอจุนต้องอยู่ที่นี่ อยู่ ๆ พ่อของเขาก็ยกธุรกิจที่ทำตั้งแต่กับแม่ให้คุณซอจุนหมด เขาทิ้งที่นี่ไม่ได้ขนาดชื่อโรงแรมยังเป็นชื่อแม่ของเขาเลย ‘SOHEE HOTEL’ มีแทบจะทุกเมืองที่เกาหลี“ขอดูอาการป๊าก่อนค่ะ”“ไม่รีบ ให้ทุกอย่างลงตัวก่อนก็ได้”ป๊าฉันยังต้องรักษาและคีโมอยู่เรื่อย ๆ หมอบอกว่าอาการยังไม่ดีเท่าไหร่เลย ฉันนั่งลงหน้ากระจกหยิบไดร์เป่าผมขึ้นมาเป่า ระหว่างเป่าก็คิดเรื่องอนาคตไปด้วยการศึกษาที่เกาหลี... พูดก็พูดเถอะดีกว่าที่ไทยจริง ๆ ฉันอยากให้ลูกเรียนที่นี่ โตที่นี่ และทำงานที่นี่ไปเลยหรือสักช่วงประถมค่อยย้ายมาดี ตอนนั้นอะไรหลาย ๆ อย่างคงจะลงตัวแล้ว รวมถึงอาการป๊าด้วยฉันปิดไดร์แล้วเดินไปขึ้นเตียงนอนกอดคุณซอจุน ดูหนังสือที่เขากำลังอ่านด้วยกัน ไม่ต้องห่วงว่าลูกจะเห็นว่าเราอี๋อ๋อ ห้องนอนนี้มีห้องเล็กแยกออกไป ลูกนอนอีกห้อง และตอนนี้โซมีก็หลับไปแล้ว“ไว้โซมีเรียนประถมค่อยย้ายมาดีไหมคะ
โซล, ประเทศเกาหลีใต้(ในสายกับโบนัส)“คลอดบนเฮลิคอปเตอร์?! แกไปสุดมากเลยนะโบนัส”(เครื่องวนยังไม่ทั่วกรุงเทพเลยแกอยู่ ๆ ก็จะคลอดให้ได้ เป็นความรู้สึกที่อยากทนแต่ทนยังไงก็ไม่ได้อะ ออสตินถีบและดันตัวออก)“คนนี้จะแสบกว่าเท็กซัสไหม”(น่าจะมากกว่า ตอนนี้คุณแทนทิวยังไม่ได้นอนเลย ออสตินร้องไห้ทั้งคืน ดีนะที่พ่อเมฆกับแม่รับเท็กซัสไปนอนด้วย ไม่งั้นหัวหมุนกันแน่)“เอาใจช่วยนะแก ลูกสองแล้วนะ คนที่สามว่าไง”(รอมดลูกเข้าอู่ก่อนแล้วกัน คนต่อไปน่าจะหัวปีท้ายปี)โบนัสมันแน่ มันแน่มาตลอด คนอะไรตามใจผัวสุด ๆ“งั้นฉันเอาใจช่วยมดลูกแกแล้วกัน บอกมดลูกแกสู้ ๆ นะ อีกคนเดียวเอง”(จ้าเพื่อนรัก มดลูกฉันฝากขอบคุณแกด้วย ฮ่า ๆ)ฉันส่ายหัวเอือมระอา โบนัสเป็นแม่ลูกอ่อนที่อารมณ์ดีมากเลย สงสัยจะได้ความรักจากสามีเต็มเปี่ยม ผิดกับฉันตอนคลอดโซมี อารมณ์ไม่ดีสุด ๆ ทั้งเบื่อผัวทั้งเจ็บปวดทรมาน เพราะฉันคลอดยากมาก เบ่งจนแรงเกือบหมด และเพราะเหตุนี้ฉันถึงตั้งใจจะมีอีกคนห่างห้าปีไม่รีบค่ะ แค่ลูกคนแรกก็เหนื่อยสายตัวแทบขาด ไป ๆ มา ๆ เกาหลีไทย เลี้ยงเด็กบนเครื่องไม่สนุกเลย“เดี๋ยวรีบกลับไปหานะ ส่งรูปหลานมาดูด้วยล่ะ”(โอเค เดี๋ยวส







