Share

บทที่ 4 "สู้ไม่ไหว"

Author: Duck.bell
last update publish date: 2026-07-07 15:06:02

"พี่พี...อ๊ะ!"

เสียงหวานเรียกชื่อของคนที่กำลังคิดจะง้อพร้อมเตรียมจะขยับตัวลุกขึ้นแต่กลับต้องนั่งลงกลับไปตามเดิมพร้อมเสียงร้องเจ็บปวดกับอาการเจ็บแปล๊บตรงบริเวณสะโพกที่กระแทกบนพื้นก่อนหน้านี้

"หลินแกเป็นไรป่าว" ดาด้าที่ยังอึ้งไม่หายได้ยินเสียงร้องของเพื่อนรีบละสายตาจากใบหน้าเรียบนิ่งของพีพีหันไปให้ความสนใจเพื่อนทันที ก่อนจะถามด้วยความเป็นห่วงอีกครั้งพร้อมกับสำรวจร่างกายของเพื่อนว่าเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า

แต่กลับถูกเหมยหลินส่ายหน้าปฏิเสธเบาๆ ว่าไม่เป็นไร ในขณะที่ความเป็นจริงเธอปวดบริเวณสะโพกมากเพราะเป็นจุดที่กระแทกกับพื้นอย่างจัง

"ฉันไม่เชื่ออะ สีหน้าแกดูไม่ดีเลยนะ"

"หลีก" พีพีเบื่อที่จะยืนดูมารยาหญิงจากเหมยหลินที่กำลังแสดงและเรียกร้องความสนใจและความน่าสงสารให้เขาเห็น จึงสั่งให้เพื่อนสนิทของเหมยหลินที่กำลังทำหน้าเป็นห่วงให้หลีกทางออกไป เขาจะได้อุ้มเหมยหลินขึ้นมาแล้วพาไปส่งห้องพยาบาลของคณะให้จบๆ ไปสักที

คิดว่าเขาไม่รู้ละสิที่ย่างกรายเข้ามาในตึกคณะวิศวะทั้งๆ ที่ไม่ได้เรียนในคณะนี้และดูเหมือนจะไม่มีธุระอะไรที่นี่ เหมยหลินมีจุดประสงค์อะไร

"พี่พีจะพาเพื่อนด้าไปไหนคะ"

"เพื่อนเธอเจ็บ ฉันต้องพาเข้าโรงแรมมั้ง" ตอบเพื่อนเหมยหลินจนอีกฝ่ายสะอึกและหน้าเหวอเสร็จ พีพีที่กำลังอุ้มเหมยหลินอยู่ก็ก้าวขายาวๆ ของตัวเองไปทางห้องพยาบาลของคณะอย่างไม่แยแส ทำเอาดาด้าที่ไม่ค่อยไว้ใจพีพีเท่าไหร่นักหันไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนของพีพีผ่านสายตาด้วยความกังวล

"ปล่อยเพื่อนพี่ไปเถอะ มันไม่ทำร้ายคนที่ตัวเองรักหรอก มันแค่โบ้" ฉลามพูดติดตลกพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ กับภาพที่เขาเห็นตอนนี้

"จะไม่ทำร้ายจริงใช่ไหมคะพี่กายพี่หลาม" 

"ถ้ามันจะใจร้ายจริงมันไม่อุ้มพาไปห้องพยาบาลแบบนั้นหรอก ปล่อยพวกเขาไปเถอะ ส่วนเราอะ ปะเดี๋ยวพวกพี่พาไปเลี้ยงน้ำต้อนรับน้องปีหนึ่งดีกว่า"

สกายว่าจบก็ยิ้มให้ดาด้าพร้อมเดินนำออกจากคณะวิศวะไปทางร้านน้ำแบรนด์ดังเจ้าหนึ่งที่เปิดอยู่ไม่ไกลจากคณะ ส่วนพีพีกับเหมยหลินหลังจากที่ไปถึงห้องพยาบาลเรียบร้อยแล้ว ก็มีเจ้าหน้าที่ห้องพยาบาลพร้อมด้วยคุณหมอเดินเข้าไปตรวจร่างกายในห้องสำหรับตรวจคนไข้ ส่วนคนที่ทำหน้าเหมือนไม่อยากแวะข้องเกี่ยวด้วยอย่างพีพีก็นั่งรอหน้าห้องพยาบาลไม่ไปไหน

เขาไม่ได้เป็นห่วงเหมยหลิน ไม่เลยสักนิดแต่ที่ยังเห็นนั่งรออยู่แบบนี้เพราะเขาแค่ไม่อยากถูกมองว่าไร้ความรับผิดชอบ มีส่วนทำให้เหมยหลินเจ็บแต่ไม่รับผิดชอบดูแลอย่างที่ควรจะทำมันก็ดูไร้ความเป็นมนุษย์เกินไปหน่อย

"นักศึกษาค่ะ คุณหมอรักษาเรียบร้อยแล้วค่ะเชิญข้างในได้เลยค่ะ" พยาบาลที่อยู่ในห้องกับหมอก่อนหน้านี้ออกมาแจ้งให้พีพีทราบว่าตอนนี้หมอตรวจร่างกายของเหมยหลินเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้เข้าไปด้านในได้ คนที่นั่งทำหน้าเรียบนิ่งบนเก้าอี้ข้างนอกอย่างพีพีจึงลุกขึ้นเดินตามพยาบาลเข้าไปในห้องหมอด้วยกัน 

"สะโพกช้ำเล็กน้อย หมอให้ยากลับไปทานะครับไม่ดีขึ้นไปโรงพยาบาลใกล้บ้านได้เลยนะ"

"ครับ"

"คนไข้อยู่ห้องข้างๆ"

"ขอบคุณครับ"

ตอบครับไปสองครั้งจบพีพีก็ถือถุงยาของเหมยหลินเดินไปอีกห้องหนึ่งที่เขาเป็นคนพาเข้าไปก่อนหน้านี้ แวบแรกที่เข้าไปก็เจอกับสายตาของเหมยหลินที่กำลังนอนรออยู่บนเตียงมองมาที่เข้าพอดี พีพีจึงทำหน้าเรียบนิ่งไม่แสดงออกถึงความรู้สึกใดๆ ก่อนจะเดินเข้าไปหาเหมยหลินที่เตียง

"หมอบอกช้ำเล็กน้อยให้ยากลับไปทา เธอเดินเองได้ใช่ไหม"

"ไม่ได้ค่ะ หลินเจ็บ" เหมยหลินรีบปฏิเสธแบบที่ไม่ต้องคิด ถ้านี้คือจังหวะเหมาะเจาะที่จะทำให้เธอกับคนตัวสูงข้างเตียงที่กำลังทำหน้าเย็นชาได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น งั้นเธอก็ขอรับโอกาสนี้ไว้

เธออยากคุยกับเขา อยากอยู่ใกล้เขาต่อให้ตอนนี้มันยังไม่เห็นหนทางที่จะทำให้คนเย็นชาตรงหน้ากลับไปเป็นแบบเดิมกับเธอก็ตาม ขอให้เธอได้ลองสู้สักครั้ง และได้บอกเหตุผลในวันนั้นสักครั้งก็เพียงพอแล้ว

"พี่เป็นคนทำให้หลินเจ็บ พี่รู้ใช่ไหมว่าต้องรับผิดชอบหลินยังไง" พีพีได้ยินเหมยหลินว่าอย่างนั้นเขาก็ถอนหายใจเบื่อหน่ายออกมาก่อนที่จะช้อนตัวเหมยหลินขึ้นมาอุ้มแนบอกด้วยท่าทางเย็นชาอย่างเปิดเผยอีกครั้ง 

จากนั้นก็เดินออกจากห้องพยาบาลแล้วมุ่งหน้าตรงไปที่ลานจอดรถของคณะเพื่อพาเหมยหลินกลับไปส่งที่พักเนื่องจากสภาพนี้ถ้ามีเรียนตอนบ่ายต่อก็คงนั่งเรียนไม่ไหว เขาจึงตัดสินใจว่าจะไปส่งเหมยหลินให้จบๆ ไปส่วนตัวเขานั้นตอนบ่ายฟรีไม่มีเรียน

ฟุบ!

"เธอพักที่ไหน"

"คอนโดเอ็มค่ะ" ทางผ่านคอนโดเขาพอดี ไปส่งเสร็จก็กลับได้เลย 

"อืม" พีพีตอบเสียงในลำคอไปแค่นั้นเขาก็โน้มตัวเข้าไปในรถเพื่อดึงสายเข็มขัดนิรภัยคาดให้เหมยหลินแต่จังหวะดึงสายดันทำให้ปลายจมูกโด่งของเขาเฉียดแก้มใสของเหมยหลินเข้า กลิ่นหอมอ่อนๆ จากคนตัวเล็กที่นั่งมองตาเขาอยู่ก่อนแล้วจึงโชยแตะจมูกเขาพอดี

กลิ่นหอมที่คิดถึง...

แต่เพียงชั่วขณะเดียวเท่านั้นพีพีก็เหมือนจะได้สติขึ้นมา สายตาราบเรียบที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่าก่อนหน้านี้ก็แสดงออกถึงอาการทำตัวไม่ถูกจนเหมยหลินที่เห็นอาการเหล่านั้นแอบยิ้มในใจคนเดียว เพราะมันคือสัญญาณที่ดีว่าผู้ชายที่กำลังทำตัวไม่ถูกตอนนี้เขาไม่ได้รู้สึกเฉยชากับเธออย่างที่แสดงออกเสมอไป

"หลินทำให้พี่หวั่นไหวเหรอคะ"

ฟึบ!

"ใครหวั่นไหว คาดเข็มขัดได้แล้วพูดมากน่ารำคาญ" หลังจากที่ถูกกล่าวหาว่าหวั่นไหวคนตัวสูงก็รีบดันตัวเองออกจากรถทันที ก่อนจะสั่งเสียงเข้มด้วยท่าทางไม่ชอบใจเท่าไหร่ออกไป ตามด้วยปิดประตูรถเสียงดังจนแรงลมกระแทกใส่หน้าเหมยหลินสร้างความรู้สึกชาวาบแก่หัวใจของเธอได้ดีเลยทีเดียว

แต่เธอก็ไม่ได้ว่าอะไรออกไป ตอนเจ้าของรถเดินขึ้นมานั่งบนรถแล้วสตาร์ทรถขับออกจากลานจอดรถมุ่งหน้าออกจากบริเวณมหาวิทยาลัยเธอก็ทำเพียงแค่นั่งเงียบๆ เท่านั้น ไม่กล้าเอ่ยปากพูดใดๆ ออกไป เพราะเท่าที่สัมผัสได้ตอนนี้เธอรู้ว่าคนข้างๆ ที่กำลังขับรถตอนนี้เขาไม่สบอารมณ์กับคำพูดก่อนหน้านี้ของเธอเท่าไหร่นัก

แต่การนั่งเงียบไม่ปริปากพูดคุยกันแบบนี้จนกว่าจะถึงคอนโดมันก็อึดอัดเกินไป...

"พี่พีโกรธเหรอคะที่หลินพูดแบบนั้น" เธอเลยใจกล้าลองทักอีกฝ่ายเอง

"..." แต่ก็ได้ความเงียบกลับมาแทน ใบหน้าสวยงามของเหมยหลินจึงเศร้าลงที่เห็นอีกฝ่ายไม่ยอมพูดคุยกับเธอด้วย

"หลินขอโทษค่ะ"

"มีใครเคยบอกไหมว่าเธอน่ารำคาญ" น้ำเสียงราบเรียบแต่ฟังดูเบื่อหน่ายถูกปล่อยจากริมฝีปากหนาโดยที่ไม่ได้หันมาสบตากันตอนพูด ทำให้คนฟังอย่างเหมยหลินถึงกับสะอึกและรู้สึกชาตรงหน้าอกข้างซ้ายใช่เล่นตอนที่เห็นท่าทางนั้นและประโยคนั้นจากเขา

"..." เหมยหลินเงียบประมวลคำพูดใจร้ายพวกนั้นอย่างพิจารณา เมื่อก่อนคนที่เย็นชากับเธอตอนนี้เขาไม่ได้ใจร้ายกับเธอแบบนี้ หนึ่งปีที่คบกันคำพูดพวกนี้เขาไม่เคยพูดกับเธอเลยสักครั้ง

แต่ตอนนี้เขาสาดประโยคใจร้ายพวกนั้นกับเธออย่างง่ายดายโดยไม่นึกถึงว่าเธอจะรู้สึกยังไง ซึ่งมันรู้สึกเจ็บจี๊ดใช้ได้เลยละ

"ไม่มีใช่ไหม งั้นรู้เอาไว้เลยว่าเธอมันน่ารำคาญขนาดไหน การที่เธอพยายามกลับมาหาฉันแบบนี้ มันไม่ได้ทำให้ฉันหวั่นไหวและอยากกลับไปหาเธอเลยสักนิด"

เฮ้อ! เจ็บเหมือนกันแฮะแต่ก็คงเจ็บไม่เท่าเขาหรอกมั้ง

"หลินรู้ว่าหลินผิดที่ทิ้งพี่ไปแบบนั้น หลินมีเหตุผลที่ทำแบบนั้นพี่ฟังเหตุผลหลินก่อนได้ไหม"

"ฟังเหรอ ฟังเอาอะไรตอนนี้วะหลิน ฉันเคยโทรหาเธอเป็นร้อยสายเพราะอยากฟังเหตุผลของเธอ แต่เธอไม่รับสายฉันเลย แล้วจะมาบอกเหตุผลเอาอะไรตอนนี้" บรรยากาศในรถเริ่มมาคุขึ้นเรื่อยๆ พีพีที่กำลังขับรถอยู่เขารู้สึกโมโหมากที่เหมยหลินบอกให้เขาฟังเหตุผลวันที่ทิ้งเขาในตอนนี้ 

ทั้งที่ตอนนั้นเขาพยายามติดต่อไปร้อยสายเพื่อต้องการฟังเหตุผล แต่เธอกลับหายไปไม่รับสายเขาสักครั้ง แล้วจะมาพูดมาอธิบายเอาอะไรตอนนี้ 

"หลินอยากขอโอกาสได้รักพี่อีกครั้ง"

"เหอะ พูดง่ายนี่ อยากได้โอกาสก็ลองขึ้นมาแหกขาบนเตียงให้ฉันเอาสิ เผื่อจะได้ลองเปิดใจให้อีกครั้ง" 

"..." เหมยหลินเงียบ นิ้วมือเรียวสวยของเธอประสานเข้ากันอย่างประหม่าขึ้นมา เธอไม่เคยเจอพีพีในเวอร์ชั่นนี้มาก่อน ผู้ชายที่เคยอ่อนโยนกับเธอเมื่อก่อนไม่เคยพูดจาร้ายไม่พูดคำหยาบ ตอนนี้เขาคนนั้นคงหายไปจากโลกนี้แล้วจริงๆ ถึงได้มีพีพีที่เย็นชาดุร้ายและเกรี้ยวกราดแบบนี้ขึ้นมาแทน

"นึกปอดแหกขึ้นมาหรือไง เอาไงอยากให้ฉันเปิดใจให้โอกาสเธออีกครั้งก็ลองนอนให้ฉันเอาดูสิ ถ้าเธอถึงใจฉัน ฉันจะรับมาไว้พิจารณา" เหมยหลินเริ่มเกร็งตัวเธอกำมือบนตักไว้แน่น ทั้งรู้สึกประหม่ารู้สึกเจ็บปวดกับคำพูดถากถางและดูแคลนเหล่านั้นจากผู้ชายที่เธอเคยรักอย่างมาก แต่เพราะเธอรู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ที่จะไปทำอะไรได้เธอเลยต้องอดทนฟังต่อไปจนน้ำตาเม็ดเล็กหยดเผาะลงบนแก้มใสจนได้

เธอจึงรีบใช้หลังมือปาดน้ำตาทิ้งอย่างรวดเร็วเพราะกลัวคนข้างๆ จะเห็น ก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือต่อว่า...

"หลินขอโทษค่ะ หลินคาดหวังกับพี่มากเกินไป หลินคิดว่าพี่จะยังใจดีกับหลินเหมือนเดิม หลินขอโทษที่หลินไม่เจียมตัว สิ่งที่พี่ขอถ้ามันไม่ได้เกิดจากความรักหลินก็คงให้พี่ไม่ได้ หลังจากนี้หลินจะไม่มายุ่งกับพี่อีก"

เอี๊ยด!

"ดี ไม่ยุ่งกันดีแล้ว เลิกแล้วก็ไปให้สุด ปากเก่งก็ทำตัวให้เก่งเหมือนปากด้วยละกัน ลงไป" สิ้นสุดคำพูดแข็งกระด้างจากคนใจร้ายเสียงปลดล็อกประตูรถก็ดังขึ้น เป็นสัญญาณบอกว่าให้เหมยหลินลงจากรถตามคำสั่ง เหมยหลินที่ยังนั่งเงียบอยู่ที่เดิมจึงเก็บกระเป๋าขึ้นมาสะพายแล้วเปิดประตูลงจากรถในที่สุด

แค่เสี้ยววินาทีที่เธอลงจากรถรถมัสแตงคันสีดำที่เธอนั่งมาก่อนหน้านี้ก็ออกตัวพุ่งเร็วไปทันที ออกตัวไปจนสุดสายตาของเธอที่มองอยู่พร้อมกับความรู้สึกชาวาบที่เกิดขึ้นกลางใจของเธอตอนนี้

เธอทำไม่สำเร็จ เธออ่อนแอเกินไปที่จะเจอพีพีเวอร์ชั่นปัจจุบัน หัวใจของเธอมันรับคำพูดพวกนั้นไม่ไหวจริงๆ

"เอาเถอะหลิน ในเมื่อเราเป็นฝ่ายไปจากเขาเองเราก็ต้องรับผลกรรมให้ได้สิ" พูดปลอบใจตัวเองจบเหมยหลินก็ปาดน้ำตาที่ไหลรินออกมาทิ้งอีกครั้ง ก่อนที่จะโบกรถแท็กซี่ที่กำลังขับมาเพื่อกลับคอนโดเองต่อ 

หลังจากที่กลับมาถึงคอนโด เหมยหลินก็ค่อยๆ เดินเข้าห้องนอนอย่างหมดแรง ร่างเล็กทิ้งตัวลงบนเตียงแล้วนึกถึงคำพูดใจร้ายของพีพีซ้ำๆ ก่อนที่จะหันไปเห็นตู้เก็บของที่มีกล่องบางอย่างอยู่ในนั้น 

เหมยหลินจึงยัดกายลุกขึ้นจากเตียงเดินไปที่ตู้เก็บของอย่างช้าๆ เธอเปิดตู้หากล่องเก็บความทรงจำที่เธอเคยมีคู่กันกับพีพี เธอเปิดดูสิ่งของมากมายที่อยู่ในกล่องมองมันจนภาพความทรงจำเมื่อสามปีก่อนฉายชัดขึ้นมาอีกครั้ง น้ำตาเม็ดใสก็หยดเผาะลงบนแก้มใสอีกครั้ง จากที่ยืนดูสิ่งของในกล่องพร้อมน้ำตาไปเงียบๆ หลังๆ เธอเริ่มไม่ไหวจึงปล่อยเสียงโฮออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

เสียงร้องไห้ที่บีบหัวใจดังก้องไปทั่วทั้งห้อง เหมยหลินใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงในการร้องไห้เสียใจกับเรื่องราวทั้งหมดที่มันเกิดขึ้นเพราะตัวเองจนไม่มีน้ำตาให้ไหลแล้ว เธอก็ผล็อยหลับพร้อมกับกล่องที่เต็มไปด้วยความทรงจำในอ้อมกอดอย่างน่าสงสาร...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกมรักนายวิศวะอันตราย   บทที่ 44 "รักที่สุด"

    @ลานไอซ์สเก็ตหลังจากที่ฉันกับดาด้าทานข้าวเที่ยงเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราสองคนก็รีบมาที่ลานไอซ์สเก็ตต่อทันที ฉันมาที่นี้ไม่ได้โทรบอกพี่พีก่อน มาโดยเงียบๆ กับดาด้าสองคน ตอนถึงลานฉันก็เดินไปด้วยมองลานไอซ์สเก็ตข้างล่างไปด้วย ตอนนี้ในสนามน้ำแข็งสีขาวมีนักกีฬากำลังซ้อมกันหลายคน แต่จะมีอยู่หนึ่งคนที่ฉันจำรูปร่างเขาได้เป็นอย่างดีถึงแม้ว่าชุดที่ใส่มันจะดูพองใหญ่เพราะป้องกันการกระแทกและการบาดเจ็บสวมหมวกปิดบังใบหน้าแต่ไม่ได้กลบความหล่อให้หายไปเลยสักนิด เลขชุดที่ใส่ก็คือเบอร์เก้าสิบเก้า เขาคือพี่พีอดีตนักกีฬาทีมชาติที่ฉันเคยติดตามเป็นแฟนคลับของเขา วันนี้ได้เห็นเขาลงสนามอีกครั้ง และใช่ เขายังเท่ห์เหมือนเดิมเวลาที่อยู่ในสนามเลยละ"นั่นไงพี่พี เวลาอยู่ในสนามเขายังเท่ห์เหมือนเดิมเลยอะ" ความคิดเห็นนี้ของดาด้าฉันเห็นกับมันด้วยล้านเปอร์เซ็นต์ เวลาที่พี่พีอยู่ในลานน้ำแข็งสีขาวเขาจะเท่ห์และโดดเด่นเสมอ ความเก่งความสามารถของเขาทำให้ทุกคนต้องยอมรับ แต่มีอีกเรื่องที่จะเด่นขึ้นมามากๆ เวลาที่พี่พีเล่นคือ เขาจะไม่ค่อยยอมใครสักเท่าไหร่ พร้อมใส่เต็มที่ ดุดันและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน ซึ่งมันเหมือนเป็นเสน่ห์อีกอย่า

  • เกมรักนายวิศวะอันตราย   บทที่ 43 "สายตาแห่งความรัก"

    Maeylin partเช้าวันต่อมา...หลังจากที่ผ่านการปรับความเข้าใจจนเข้าใจกันทุกตรงและเติมความรักกันอย่างเร่าร้อนไปแล้วในเมื่อคืนที่ผ่าน ตื่นเช้านี้ฉันก็ได้พี่พีคนน่ารักแต่เพิ่มเติมคืออาการคลั่งรักที่เพิ่มขึ้นจากเมื่อก่อนขึ้นอีกเท่าตัวมายืนแปรงฟันอยู่ข้างๆ แถมไม่ได้แปรงฟันอย่างเดียวด้วยแต่เขากลายเป็นคนที่ขี้แกล้งฉันแบบหน้าตายด้วยการขยับเข้ามากอดจากทางด้านหลังแล้วแกล้งหอมแก้มฉันหลายๆ ครั้งจนหนำใจตัวเองจนแก้มฉันช้ำหมดแล้วไม่พอแค่นั้นแปรงฟันเสร็จเขายังดึงใบหน้าของฉันเข้าไปจูบปากซ้ำอีกด้วย ทำเอาฉันต้องยืนเท้าเอวมองค้อนด้วยสายตาดุๆ กลับไป แต่ถามว่าคนตัวสูงตรงหน้าที่ยืนจ้องตาฉันด้วยสายตาอมยิ้มตอนนี้จะกลัวฉันไหมก็ต้องตอบว่าเขาไม่กลัวอยู่แล้ว เพราะถ้ากลัวเขาก็คงไม่ยืนบีบแก้มฉันจนปากยื่นแบบนี้หรอก"น่ารักจัง" พูดว่าน่ารักไม่พอแต่พี่พียังยืนยิ้มด้วยความคลั่งรักใส่ฉันด้วย ซึ่งคำพูดนั้นพร้อมกับรอยยิ้มของเขาตอนนี้ทำเอาฉันที่ยืนทำตาค้อนก่อนหน้านี้ถึงกับหลุดยิ้มออกมา"อะไรของพี่เนี่ย ชมแบบนี้เลยเหรอ""ก็แฟนพี่น่ารักจริงนี่ คนอะไรมองตาค้อนปากยื่นยังน่ารักเท่าโลกได้ขนาดนี้" เหอะ เข้าใจพูดด้วยนะไอ้คนบ้า ฉั

  • เกมรักนายวิศวะอันตราย   บทที่ 42 "คืนฝันดี" nc

    เป็นเวลานานนับนาทีที่พีพีเอาแต่จูบเหมยหลินด้วยความละมุนอ่อนโยน ยืนแลกจูบด้วยความรักและความโหยหากันทั้งสองฝ่าย การจูบครั้งนี้จึงเต็มด้วยความหวานแต่แฝงไปด้วยความคลั่งไคล้นัวเนียกันจนพีพีอดไม่ไหวต้องผละออกมาแล้วอุ้มเหมยหลินขึ้นชั้นสองที่เป็นห้องนอนของตัวเองแทนทันทีที่ถึงเตียงกว้างพีพีก็วางร่างเล็กของเหมยหลินไว้บนเตียงอย่างเบามือ ยัดกายขึ้นถอดเสื้อตัวเองออกเผยร่างกายสมบูรณ์แบบที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างคนสุขภาพดีแต่ก็แอบดูเซ็กซี่ยั่วยวนสายตาเด็กสาวอย่างเหมยหลินที่กำลังจับจ้องจนออกอาการกลืนน้ำลายลงคอหน้าแดงอย่างเลี่ยงไม่ได้เหมยหลินไม่กล้ามองกล้ามหน้าท้องบางๆ ที่ดูเซ็กซี่นั่นอย่างตรงไปตรงมา เพราะยิ่งจ้องมันก็ยิ่งทำให้เธอทำตัวไม่ถูกใบหน้าเห่อร้อนท้องน้อยร้อนวูบวาบหัวใจสั่นรัวแรงจนเธอนึกอายขึ้นมานี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเห็นร่างกายสมบูรณ์แบบนั่นของพีพีแต่ไม่รู้ว่าทำไมคืนนี้ถึงได้ทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหวได้ขนาดนี้"จ้องเหมือนกับว่าเธอเพิ่งเห็นร่างกายผัวตัวเองครั้งแรก...ทำไม ฉันยั่วใจเธอเกินไปใช่ไหม"จุ๊บ!"อื้มม" ถามคำถามที่ไม่ได้ต้องการคำตอบด้วยสายตาเจ้าเล่ห์จบริมฝีปากร้ายของพีพีก็ฉกจูบริมฝีปาก

  • เกมรักนายวิศวะอันตราย   บทที่41 "รักด้วยความเข้าใจ"

    หลังจากที่ตกลงกับสกายเสร็จพีพีก็ขับรถกลับไปที่คอนโดตัวเองตามที่สกายแนะนำไว้ กลับไปถึงปุ๊บเขาก็ทรุดตัวลงบนโซฟากลางห้องโถงทันที สภาพร่างกายตอนนี้เหมือนคนไร้เรี่ยวแรงไม่มีผิด ความรู้สึกปวดหนึบตรงกลางใจกำลังบีบตัวเข้าหากันจนทำให้เขารู้สึกทรมานขึ้นมา มือไม้สั่นเทาอย่างตอนสามปีที่แล้วอีกครั้ง ความรู้สึกกลัวและความรู้สึกเจ็บปวดใจกำลังถาโถมเข้ามาหาเขาอีกครั้ง หากแต่รอบนี้มันต่างกันตรงที่ว่าเขาเป็นฝ่ายทำร้ายความรู้สึกเหมยหลินเฉยชาและเย็นชากับเธอเพราะความโกรธมันบังตาเกินไป เธอทนไม่ไหวก็เลยเลือกหนีเขาไปแบบนี้ ถ้าเมื่อเช้าเขาใจอ่อนยกโทษให้เหมยหลินแล้วกลับไปเป็นเหมือนเดิมอย่างที่เธอต้องการทุกอย่างก็จะไม่เป็นแบบนี้ปึก! แอ๊ด~ฟึบ!"หลิน!" พีพีเบิกตาโตด้วยความตกใจหลังจากที่นั่งเงียบๆ กับตัวเองอยู่ดีๆ เหมยหลินก็เปิดประตูห้องนอนเดินออกมา ทันทีที่เหมยหลินเห็นพีพีนั่งหน้าเครียดแต่พอเห็นหน้าเธอเขาก็ทำหน้าตกใจพร้อมกับยัดกายลุกขึ้นรีบปรี่ตัวเดินเข้ามาหาแล้วดึงเธอเข้าไปสวมกอดอย่างกับกลัวว่าเธอจะหายไปไหน คิ้วเรียงสวยก็ขมวดเข้าหาด้วยความงุนงงทันที"พี่พีเป็นอะไรคะเนี่ย กอดหลินแน่นเกินไปแล้วหลินหายใจไม่ออกค่

  • เกมรักนายวิศวะอันตราย   บทที่ 40 "ร้อนใจ"

    หลายชั่วโมงต่อมา...ด้านเหมยหลิน"หลินวันนี้พี่พีไม่มารับเหมือนเดิมใช่ปะ" ดาด้าที่กำลังเก็บอุปกรณ์ต่างๆ ที่นำเอามาทำป้ายผ้าเอ่ยถามเหมยหลินที่กำลังเก็บอุปกรณ์อีกฝั่ง ตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่มเดิมทีวันนี้รุ่นพี่แจ้งว่าจะปล่อยเด็กปีหนึ่งกลับดึกเพราะต้องเร่งทำอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในวันกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่จู่ๆ ตารางก็ถูกเปลี่ยนกะทันหันก็เลยได้กลับก่อนเวลาหลายชั่วโมงวันนี้เหมยหลินได้เล่าเรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ดาด้าได้ฟังรวมถึงเรื่องที่สกายเป็นคนมารับเมื่อวานด้วย ดาด้าได้ฟังก็รีบออกความคิดเห็นทันทีว่าพีพีทำเกินไปแล้ว จะโกรธจะงอนกันแค่ไหนก็ไม่ควรทำกันขนาดนี้ เมื่อกี้เธอเลยตั้งคำถามแบบนั้นขึ้นมาเพราะตอนนี้นักศึกษาก็เริ่มทยอยกลับกันบ้างแล้ว แต่เสียงข้อความหรือเสียงโทรเข้าในโทรศัพท์ของเหมยหลินก็ยังไม่ได้ยินสักแอะเดียวถ้าเป็นวันปกติเธอจะได้ยินเสียงข้อความและเสียงโทรศัพท์จากเครื่องของเหมยหลินแล้วเพราะพีพีจะคอยโทรถามว่าเลิกกิจกรรมตอนไหน แต่พอทั้งสองคนมีปัญหากันโทรศัพท์ของเหมยหลินก็เงียบเป็นเป่าสากเลย"คงงั้นมั้งแก เขายังไม่หายโกรธอะแต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันนั่งรถแท็กซี่

  • เกมรักนายวิศวะอันตราย   บทที่ 39 "ใจแข็งไม่ลง"

    หลายนาทีต่อมา...หลังจากที่พีพีไล่เหมยหลินให้ไปอาบน้ำ คล้อยหลังคนตัวเล็กเดินหายเข้าไปในห้องนอนเขาจึงหมุนตัวหันกลับไปดูอาหารเช้าที่เหมยหลินบอกว่าทำไว้เตรียมให้เขาด้วย ข้าวต้มกุ้งกลิ่นหอมน่ากิน มือใหญ่จับทัพพีคนข้าวต้มในหม้อเบาๆ รอยยิ้มมุมปากก็ยกยิ้มขึ้นบางๆ เพราะปกติแล้วทุกเช้าเขาจะเป็นคนทำให้เหมยหลินกินทุกวัน แต่วันนี้คงจะเป็นวันแรกที่ได้ทานฝีมือของยัยเด็กขี้แยนั่น"หวังว่าจะไม่โกรธที่ฉันเมินแล้วใส่ยาพิษลงไปนะ" พีพีพึมพำเบาๆ ก่อนจะเดินไปหยิบถ้วยสองใบตักข้าวต้มใส่ลงไป จากนั้นก็ยกออกไปวางที่โต๊ะอาหารนั่งรอเหมยหลินออกมาทานด้วยกันใช้เวลานั่งรอนานหลายนาทีเหมยหลินในชุดนักศึกษาถูกต้องตามกฎระเบียบเด็กปีหนึ่งก็เดินออกมาจากห้องนอน แวบแรกที่เธอเห็นคนที่บอกว่าจะไม่กินข้าวต้มที่เธอทำให้นั่งเล่นโทรศัพท์รออยู่ที่โต๊ะอาหารพร้อมข้าวต้มที่ทำให้วางอยู่สองที่คิ้วเรียงสวยของเธอก็ขมวดเข้าหากันอย่างแปลกใจทันทีไหนเขาบอกว่าจะไม่กิน? แล้วถ้วยที่วางอยู่ตรงหน้าคืออะไร"ยืนเซ่อทำอะไรอยู่ตรงนั้น มานั่งทานข้าว" พีพีละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ตวัดสายตาหันไปเห็นร่างเล็กตรงหน้าประตูห้องนอนชั้นล่างเห็นเหมยหลินยืนขมวดคิ้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status