LOGINพระเอกเข้าใจผิดว่านางเอกคือคนที่ทำร้ายน้องชายฝาแฝดของตัวเองให้เจ็บปวดปางตาย ทั้งที่ความจริงมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น และเขาแก้แค้นผิดคน! — “ริว ขอฉันคืนเถอะนะ” “ไม่” “แต่นั่นมันของฉันนะ นายไม่มีสิทธิ์เอาไป เอาคืนมา” “บอกว่าไม่ไง!” “โอ๊ย!” เขาจับแขนฉันด้วยมือเดียวแล้วกระชากเข้าไปหา “ทำไม! หวงมากเหรอ” เขาเสียงแข็งใส่ฉัน เหมือนไม่พอใจที่ฉันอยากได้กระเป๋าคืน แล้วฉันผิดตรงไหน ในเมื่อนั่นมันของของฉัน “ก็นั่นมันของของฉัน ถ้านายเอาไป แล้วฉันจะกลับบ้านยังไง ขอฉันคืนเถอะนะ เงินฉันอยู่ในนั้น ฮือ ฮึก” น้ำตาฉันมันทำท่าจะไหลอีกแล้ว ฉันเกลียดตัวเองจริงๆ “กลับบ้านเหรอ กลับบ้านหรือไปทำอะไรต่อกันแน่ ไอ้หมอนั่นมันให้ค่าจ้างล่วงหน้าเอาไว้แล้วไม่ใช่เหรอ คงจะอยากไปหามันจนตัวสั่นแล้วสินะ ถึงได้ร้อนรนขนาดนี้” เขาทำฉันชะงัก ไม่ชินเลยสักนิดที่เขาเอาแต่กล่าวหาฉันแบบนี้ “นายพูดอะไร บอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้ทำอะไรอย่างที่นายว่า เมื่อไหร่นายจะเลิกดูถูกกันสักที”
View MoreJIRIN
18:00 น. Rrrrrrrrrr...!!! “ฮัลโหล” “กว่าจะรับได้นะ! ฉันโทรไปเป็นรอบที่ร้อยแล้ว!!!” “ขอโทษทีนะวี คือจีทำงานอยู่” “แล้วนี่เลิกงานรึยัง!” “อืม” “งั้นมาเจอฉันหน่อย!” “เจอ?” “เออ! เดี๋ยวส่งโลเคชั่นไปให้ รีบๆมานะ ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุย แค่นี้แหละ!” ปึก! วีวางสายไปแล้ว แต่ฉันก็ยังยืนงงอยู่ที่เดิมอยู่เลย ไม่เข้าใจว่าวีมีเรื่องสำคัญอะไรจะคุยกับฉัน เพราะร้อยวันพันปี วีไม่เคยโทรมา จะว่าไป ฉันยังไม่ได้บอกชื่อฉันเลยใช่มั้ย งั้นบอกก่อนแล้วกัน จะได้ไม่งง ฉันชื่อจีรินนะ เรียกสั้นๆว่าจีก็ได้ ตอนนี้ฉันเรียนรัฐศาสตร์ปี3แล้วล่ะ ตั้งใจจะเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ฉันเลยเลือกเรียนม.เปิดตั้งแต่แรก เหตุผลที่ต้องทำงาน เพราะทางบ้านฉันค่อนข้างลำบากน่ะ ฉันเป็นเด็กต่างจังหวัด ตอนมาเรียนก็มาพร้อมวีนี่แหละ นั่นสินะ คงจะสงสัยกันอีกเรื่องใช่มั้ยว่าวีเป็นใคร งั้นฉันอธิบายเลยละกัน วีเขาชื่อจริงว่าวีรินน่ะ เป็นพี่สาวฝาแฝดของฉันเอง แต่เราแยกกันอยู่ตั้งแต่เริ่มมาเรียนแล้วล่ะ เพราะวีสอบชิงทุนม.ดังได้ ส่วนฉัน เอ่อ ไม่ค่อยอยากจะพูดเลย ว่าหัวฉันมันทึบไปหน่อยน่ะ บวกกับตั้งใจจะทำงานหาเงินเองด้วย เลยไม่คิดจะสอบที่ไหนตั้งแต่แรก พอมากรุงเทพก็ตัดสินใจมาเรียน ม.เปิดเลย ตึ๊ง! เหมือนไลน์จะเด้งนะ คงเป็นวีที่บอกว่าจะส่งโลเคชั่นมาให้ เพราะปกติ ฉันไม่ค่อยจะมีเพื่อนหรอก จะมีก็แต่เพื่อนๆที่ทำงาน คือฉันทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟน่ะ กลางวันก็ทำที่ร้านอาหาร กลางคืนก็ทำที่ผับ ส่วนถ้าวันไหนหยุดงานก็มีรับจ็อบบ้าง อะไรที่ฉันทำได้ ฉันก็ทำหมด ถ้าสุจริตอ่ะนะ ไม่อยากเลือกงาน เพราะรู้ดีว่าฐานะอย่างฉันคงไม่มีสิทธิ์เลือกหรอก เพราะถ้ามัวแต่เลือก มีหวัง อดตายแหงๆ(~~) LINE _virin: มาที่ร้านนี้ _virin sent a location. เป็นไลน์ของวีจริงๆด้วย วีนัดให้ฉันไปหาที่ร้านอะไรสักอย่าง อืม งั้นน่าจะต้องนั่งรถเมล์สาย... ปี๊นๆๆ...!!! นั่นไง มาพอดีเลย งั้นฉันขอขึ้นรถเมล์ก่อนนะ เดี๋ยวไม่ทัน ดูท่าทางวีจะรีบด้วย ไม่รู้มีอะไรสำคัญ...x_x??? #Jirin End RYU “เมื่อไหร่จะเลิกทำตัวโง่” ผมถามน้องชายผมด้วยน้ำเสียงนิ่งๆตามแบบฉบับของผม ก่อนนั่งลงไปตรงหน้ามัน “กูถามให้ตอบ” ที่ผมต้องพูดอีกประโยคทั้งๆที่ปกติแล้ว ผมไม่ค่อยจะชอบพูดสักเท่าไหร่ก็เพราะมันเอาแต่นั่งซดเหล้า ทำเหมือนเสียงผมเป็นอากาศธาตุ “ไอ้เรียว!” คราวนี้ผมกดเสียงต่ำ จ้องมันตาเขม็ง มันถึงได้ยอมเงยหน้ามองผม ในขณะที่แก้วเหล้าก็ยังอยู่ในมือ “มึงกลับไปเหอะ กูอยากอยู่คนเดียว” กลายเป็นมันไล่ผมซะงั้น นี่ผมพี่มันนะเว้ย จริงสินะครับ ผมยังไม่ได้บอกเลย ว่าถึงผมจะเป็นพี่มัน แต่ก็เรียกตัวเองว่าพี่ได้ไม่ค่อยเต็มปากหรอก เพราะเราสองคนเป็นฝาแฝดกัน อายุห่างกันไม่กี่นาที ส่วนชื่อเหรอ ไอ้ผีตายซากตรงหน้าผมมันชื่อเรียว ส่วนผมริว เราเรียนบริหารเหมือนกัน ตอนนี้อยู่ปี3 เอาเป็นว่าคร่าวๆแค่นั้นละกัน ทีนี้ก็กลับมาเรื่องที่ผมกำลังคุยกับมันอยู่ดีกว่า ผมไม่เข้าใจมันเลย ทำไมต้องจมปลักอยู่กับอะไรเหี้ยๆเพราะฝีมือคนอื่น ทั้งๆที่มันพาตัวเองออกมาจากความบัดซบพวกนั้นได้ แค่มันพยายาม “ทำไมไม่ลืมยัยนั่นซะ” “กูทำไม่ได้” “ทำไม่ได้?” ผมเอียงหน้ามองมัน มันที่กำลังจะเอาเหล้ากรอกปากตัวเองอีกรอบ “กะอีแค่ผู้หญิงเลวๆคนเดียว มึงจะจำอะไรนักหนา” “กูก็ไม่ได้อยากจำ แต่มันลืมไม่ลง มึงไม่ใช่กู มึงไม่รู้หรอก ว่ามันทรมานแค่ไหน เวลาต้องเห็นเขา แล้วต้องนึกถึงเรื่องพวกนั้น” “งั้นย้าย ม. จบมั้ย จะได้ไม่ต้องเห็น ไม่ต้องเจอ ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น” ผมคิดว่าทางนี้ดีสุดแล้ว ที่จะทำให้มันลืมผู้หญิงสันดานสกปรกคนนั้น “ย้าย ม.?” ไอ้เรียวมันถามออกมาแบบคนเหม่อลอย “อืม ย้ายไปเรียนที่อื่น จะได้จบเรื่อง เดี๋ยวกูช่วยจัดการให้” ผมบอกมันแล้วตบไหล่มันเบาๆ มันก็นิ่งนะ ไม่พูดอะไร เพราะงั้นผมจะถือว่ามันยอมแล้วกัน ก็ดีครับ มันยอม ผมจะได้ค่อยสบายใจหน่อย อย่างน้อยผมก็ไม่ต้องทนเห็นน้องชายในสภาพผีตายซากแบบนี้ต่อ เพราะแค่มันเป็นมาครึ่งเดือน ผมก็เกินจะทนเต็มที #Ryu End JIRIN @Nimmaan Inn’ “ตกลงว่าตามนี้นะ ถ้าแกยังเห็นว่าฉันเป็นพี่แก!” พูดจบวีก็ลุกขึ้นทันที ก่อนฉันจะเห็นว่าวีหันหลังเดินออกไปโดยไม่สนใจฉันอีก “วี เดี๋ยวก่อนสิวี วี!” ฉันวิ่งตามออกไป แต่ไม่ทันแล้ว วีขึ้นรถไปกับใครแล้วก็ไม่รู้ คงเป็นแฟนวี แฟนคนที่วีบอกว่ารักเขามาก มากจนมันกลายมาทำร้ายคนที่ไม่เกี่ยวข้องอย่างฉันให้เดือดร้อนไปด้วย “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันนะ” ฉันมองตามรถที่วีนั่งออกไปด้วยความกังวล นึกถึงเรื่องสำคัญที่วีบอกแกมบังคับฉันในร้านเมื่อกี้แล้วมันมืดแปดด้านไปหมด ความจริงแล้วฉันไม่ได้อยากทำ แต่วีขู่ฉันถึงขั้นตัดความเป็นพี่น้อง แล้วจะให้ฉันทำยังไงได้ ถ้าไม่ใช่ทำตาม...(-!!!-) วันต่อมา @มหาลัย “มันต้องเป็นแบบนี้จริงๆเหรอจี” เชื่อมั้ยว่าตอนนี้ฉันยืนขาสั่นอยู่หน้าคณะบริหารของม.ดังแห่งหนึ่ง ซึ่งมันคือมหาลัยที่วีเรียนอยู่ และตอนนี้ ฉันอยู่ในชุดนักศึกษา...ของวี พูดมาถึงตรงนี้ พอจะเดาออกกันใช่มั้ย ว่าเรื่องสำคัญที่วีบอกแกมบังคับให้ฉันทำคืออะไร ใช่แล้วล่ะ วีบังคับให้ฉันมาเรียนแทนในนามของเธอ ส่วนเหตุผล วีบอกแค่ว่าอยากไปอยู่กับแฟน ห่างเขาไม่ได้ หึ ดูเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นสักนิดเลยใช่มั้ย มันไม่คุ้มเลยสักนิดที่ฉันต้องเสียสละงานของฉันในกลางวันเพื่อมาเรียนแทนพี่สาวที่ติดแฟน แต่ที่ฉันต้องฝืนทำมัน เพราะฉันยังอยากเป็นพี่น้องกับวีต่อไป “ทำใจดีๆจี ถือว่ามาเอาความรู้” ฉันฝืนยิ้มให้ตัวเอง ก่อนตัดสินใจก้าวขาเข้าไปในคณะ ห้องเรียนคาบแรกของวันนี้ อืม... รู้สึกว่าจะอยู่ชั้น4 “ต๊าย!” อยู่ๆเสียงนี้ก็ดังขึ้น พร้อมกับเจ้าของเสียงสองสามคนที่เดินมาดักหน้าฉันระหว่างที่ฉันกำลังจะเดินไปขึ้นลิฟต์ แล้วที่แปลกไปกว่านั้น คือสามคนนี้มองฉันเหมือนตัวอะไรสักอย่างที่ไม่ใช่คน ...?-? “มีอะไรเหรอ” ฉันมองสามคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ “ยังมีหน้ามาถามอีกนะ จะแอ๊บไปไหนไม่ทราบ คนเขารู้กันทั้งคณะแล้วจ้ะ อ้อ! ไม่สิ ต้องบอกว่าคงจะทั้งมหาลัยแล้วมากกว่า” ยิ่งยัยพวกนี้พูด ฉันยิ่งไม่เข้าใจ “บอกมาตรงๆเลยได้มั้ย คือฉันไม่เข้าใจเรื่องที่พวกเธอพูดจริงๆ” “อ้อเหรอ ไม่รู้เหรอ นี่ถามหน่อยเหอะ ว่าทำยังไงหน้าถึงจะหนาขนาดเธอเหรอจ๊ะวีริน ฉาวไปทั้งมหาลัยขนาดนี้ ถึงยังกล้ามาเรียนอีก” งงเหมือนฉันมั้ย คือพวกนี้พูดอะไร แล้วอะไรคือฉาว ฉันไม่เข้าใจ เข้าใจอารมณ์มั้ย คือฉันมืดแปดด้านไปหมดแล้วตอนนี้ “หมายความว่าไง” “ชิ ยังแอ๊บไม่เลิก บอกตามตรงนะ ว่าถ้าฉันเป็นเธอ คงเอาปี๊บคลุมหัวตลอดชีวิต ชาตินี้คงไม่กล้าออกไปไหนอีกเลย” ฉันว่าฉันคงคุยกับคนพวกนี้ไม่รู้เรื่องแล้วล่ะ ไม่รู้เรื่องก็ไม่ต้องรู้ ลิฟต์นี่ฉันก็ไม่ขึ้นก็ได้ ในเมื่อบันไดก็มี “อ้าว จะไปไหนเหรอ หรือทนรับความจริงไม่ได้จ๊ะ” พวกนั้นจะตามมาทำไมกันนะ บันไดก็ดันอยู่อีกฝั่งนึงซะด้วยสิ “ยังตามมาไม่เลิกอีก” ฉันหันไปมองพวกนั้นพลางรีบเร่งเดินให้เร็วขึ้น เพราะฉันเริ่มเรียนรู้แล้วล่ะ ว่าพวกนั้นไม่ได้มาดี แต่จงใจมาหาเรื่องชัดๆ แต่จะว่าไป คนอื่นๆที่มองมาทางฉัน ก็ทำสีหน้าแปลกๆเหมือนกัน แบบนี้มันชักไม่ปกติแล้วนะ ตกลงวีไปทำอะไรเอาไว้กันแน่ ? ปึก! ซวยแล้วไง! ฉันมัวแต่มองหน้ามองหลังจนไม่รู้เผลอไปชนใครเข้า แต่ถ้าให้เดาคงเป็นผู้ชาย ไม่ผิดแน่ เพราะผิวสัมผัสมันเรียบๆแข็งๆ อีกอย่าง ฉันรู้สึกว่าตัวเขาก็สูงมากด้วย เพราะหน้าฉันอยู่แค่อกเขาเอง เพราะงั้น ฉันต้องเงยสินะ ถึงจะเห็นหน้าเขา และฉันคิดถูกจริงๆ เขาเป็นผู้ชาย แถมเป็นผู้ชายที่ เอ่อ หล่อมากด้วย ทั้งหุ่นทั้งหน้า โคตรเป๊ะ เหมือนนายแบบเกาหลีไม่มีผิด คือปกติฉันไม่ใช่ผู้หญิงประเภทคลั่งโอปป้าเกาหลีหรอกนะ แต่ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันคนนี้ เขาหล่อเบอร์นั้นจริงๆ หล่อจนฉันใจสั่นไปหมด กว่าจะก้าวถอยหลังมาหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่างได้ บอกตามตรงว่าโคตรต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก “เอ่อ ขะ...ขอโทษ”RYUบอกตามตรงว่าตอนนี้ผมแทบจะรอให้ถึงเวลาเลิกงานของจีรินไม่ไหว ผมตื่นเต้น เพราะตอนนี้ผมนึกออกแล้วครับ ว่าจะตอบแทนความน่ารักของเมียผมยังไง คิดว่าเธอจะต้องดีใจแน่ๆ แต่เดี๋ยวนะ ทำไมผมรู้สึกว่าจีรินแปลกๆ เธอยิ้มตอบผมก็จริง แต่เหมือนเธอจะมีอะไรในใจ ดูท่าจะไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่ด้วยสิ งั้นเดี๋ยวเธอเลิกงาน ผมคงต้องลองถามดู#Ryu EndJIRINเลิกงาน...“กลับกันเลยมั้ย” ริวเดินมาหาฉัน“อืม เดี๋ยวขอเอากระเป๋าแป๊บนึงนะ”“อืม” เขาพยักหน้าแล้วนั่งรอ ส่วนฉันก็แยกไปเอากระเป๋าที่หลังร้าน“อิจฉาน้องจีจังเลยอ่ะ” อยู่ๆพี่พนักงานเขาก็พูดยิ้มๆกับฉัน“เอ่อ อิจฉาอะไรเหรอคะ”“แหม ก็แฟนน้องจีไงล่ะคะ ผู้ชายอะไรหล่อแล้วยังโคตรน่ารักอีก ทั้งมารับมาส่ง ทั้งมานั่งรอจนเลิกงาน แถมไม่บ่นอะไรสักคำ ดูท่าทางจะรักน้องจีมากด้วยนะคะ พี่ล่ะอยากได้แบบนี้สักคนจัง”“พี่ก็เว่อร์ไปค่ะ” ฉันพูดยิ้มๆ พลางหยิบกระเป๋า และฉันคงยิ้มได้เต็มหน้ากว่านี้ ถ้าหากว่าตอนนี้ฉันไม่มีอะไรในใจให้ต้องกังวล“ไม่เว่อร์หรอกค่ะ แฟนน้องจีอ่ะ น่ารักจริงๆ น้องจีโชคดีมากเลยนะ ที่ได้เขาเป็นแฟน”“เอ่อ ขอบคุณค่ะ งั้น จีกลับก่อนนะคะ”“จ้ะ พรุ่งนี้เจอกันนะ”“
“วี” ฉันหันกลับไปมองถึงได้รู้ว่าคนเรียกคือใคร“เธอมาทำไม” ริวก้าวมาขวางวีเอาไว้ เหมือนตั้งใจไม่ให้เข้ามาใกล้ฉัน“ถอยไป ฉันจะคุยกับจี”“ฉันไม่ให้คุย บอกแล้วไงว่าอย่ายุ่งกับจีรินอีก จะไปไหนก็ไป ไสหัวไปให้พ้น”“ไม่!” วีตวาดใส่หน้าริวแล้วพยายามมองมาที่ฉัน“จี แกต้องช่วยฉันนะ ถ้ายังอยากเป็นพี่เป็นน้องกันอยู่”“กับผู้หญิงเลวทรามต่ำช้าอย่างเธอน่ะเหรอ จะมีคนอยากเป็นพี่เป็นน้อง เลือกมาดีกว่า ว่าอยากไปดีๆ หรืออยากโดนโยนออกไป”“ริว” ฉันแตะแขนริวเบาๆ“ไม่เป็นไรหรอก”“แต่”“ไม่เป็นไรจริงๆ ฉันแค่อยากรู้ว่าวีจะพูดอะไร” ฉันบอกริวก่อนเดินขึ้นมายืนข้างๆเขา“มีอะไรเหรอวี”“แกต้องช่วยฉัน”“เรื่องอะไรเหรอ”“ไปเจอเพื่อนฉันแทนฉันที ฉันไม่อยากเจอมัน”“เธอคิดจะทำอะไรอีก คราวที่แล้วหลอกจีรินให้ไปรับกรรมแทนมันยังไม่พอหรือไง”“ไม่ใช่เรื่องของนาย!”“วีริน!” ริวกดเสียงต่ำจนน่ากลัว และฉันรู้ว่าตอนนี้เขากำลังโกรธมาก รู้ด้วยว่าที่เขาโกรธขนาดนี้เพราะคงเป็นห่วงและต้องการจะปกป้องฉัน แต่ฉันเองก็อยากปกป้องเขาและเป็นห่วงเขาเหมือนกัน เพราะงั้น ฉันถึงคิดว่าควรจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ริวจะได้ไม่ต้องมาพลอยลำบากใจไปกับฉัน
JIRIN“ที่นี่เหรอริว” ฉันถามเพื่อความแน่ใจ แต่คิดว่าไม่ผิดหรอก ที่นี่แน่ๆ เพราะริวเลี้ยวรถเข้ามาจอดในลานจอดรถของสวนสนุกแล้ว ใช่แล้วล่ะ ริวพาฉันมาสวนสนุก“อืม” เขาพยักหน้าแล้วลงจากรถ ฉันก็เลยลงตามก่อนริวจะจูงมือพาฉันเข้าไปข้างใน“โห...” รู้สึกตื่นตาตื่นใจขึ้นมาทันที ปกติฉันเคยเห็นแต่ในทีวี ไม่เคยมาเห็นของจริงเลยสักครั้ง“ริว อันนั้นเรียกอะไรอ่ะ” ฉันจับแขนริวเขย่าๆแล้วชี้ให้เขาดู“อันไหน”“ที่หมุนเหวี่ยงๆอยู่บนนั้นอ่ะ”“อ๋อ สกายโคสเตอร์ไง ไม่รู้จักเหรอ” เขาถามเสียงเรียบปกติ แต่ก็เหมือนแปลกใจหน่อยๆ“ไม่อ่ะ ฉันไม่เคยมา”“ไม่เข้าใจ”“ก็คือไม่เคยมาไง ฉันเป็นคนต่างจังหวัดน่ะ ตั้งใจมาเรียนแล้วก็ทำงานไปด้วย ไม่ค่อยได้เที่ยวหรอก ว่าแต่ มันสนุกมั้ย อยากเล่นอ่ะ”“ไปดิ”“จริงเหรอ” ชักตื่นเต้นแล้วสิ แบบว่ามันเก็บอาการไม่อยู่ ใครจะบอกว่าฉันเป็นเด็กที่เพิ่งได้เหยียบสวนสนุกเป็นครั้งแรก ฉันก็ไม่เถียงแล้วล่ะ“จริง”“เย้!!!”“เพิ่งรู้ว่าฉันมีเมียเด็ก” นั่นไง โดนเข้าแล้ว“นายอ่ะ”“ก็พูดเรื่องจริง ไปเหอะ อยากเล่นเดี๋ยวจัดให้” แล้วเขาก็จูงมือฉันไป เดี๋ยวนะ แล้วทำไมเมื่อกี้เขายิ้มแปลกๆ แต่ช่างเถอะ ตอนนี้ฉั
RYU“ทำไมต้องขับรถเร็วขนาดนี้ด้วย” ผมไม่แน่ใจว่าที่จีรินถามเพราะไม่รู้จริงๆหรือแกล้งไม่รู้กันแน่ เธอดูไม่ออกหรือไงว่าผมไม่พอใจเรื่องที่เธอคุยอี๋อ๋อกับไอ้หมอนั่นด้วยท่าทางโคตรสนิทสนม เธอเป็นเมียผมนะ ผมหึงนะเว้ย“...” ผมเลือกที่จะเงียบไม่ตอบ หมั่นไส้เธอ น้อยใจด้วย ก็นอกจากเธอจะคุยกับไอ้หมอนั่นข้ามหน้าข้ามตาผมแล้ว เธอยังมีหน้ามาพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าโสดอีก ผัวยืนหัวโด่อยู่ทั้งคน ยังจะบอกว่าโสด แบบนี้มันน่าจับกดซะให้เข็ด ถ้าไม่ติดกับว่าผมยังต้องพิสูจน์ตัวเอง แต่ถึงจะอย่างนั้น ผมก็อดน้อยใจไม่ได้อยู่ดี“ริว ฉันถามนายอยู่นะ”“อยากถึงคอนโดเร็วๆ” คราวนี้ผมเลือกตอบแบบนิ่งๆให้มันพ้นๆไป ไม่อยากพูดอะไรมากกว่านี้ เพราะถึงจะพูด ยัยผู้หญิงใจร้ายก็คงไม่รู้เรื่องอะไรอยู่ดี เพราะถึงผมจะแสดงออกว่าน้อยใจเธอชัดเจนขนาดนี้ เธอก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะง้อผมเลย#Ryu EndJIRIN@คอนโดตั้งแต่กลับมาถึง ริวไม่พูดกับฉันสักคำ ไม่รู้เป็นอะไรของเขา ท่าทางแปลกๆ แถมเมื่อกี้ก็เดินผ่านหน้าฉันเข้าไปอาบน้ำเฉยเลย“เป็นอะไรของนาย” ตอนนี้ฉันยืนอยู่หน้าห้องน้ำ แปลกใจจริงๆที่อยู่ๆเขาก็เงียบขรึมผิดปกติ“คงไม่เป็นไรหรอกมั