Masukหลายวันต่อมา...
@มหาวิทยาลัย
"ไงไอ้พี วันนี้หน้ามึงดูเซ็งๆ นะ กายหยาบยังไม่พร้อมมาเรียนเหรอวะ" สกายหนึ่งในเพื่อนสนิทตั้งแต่มัธยมของพีพีที่นั่งมองเพื่อนสนิทเดินทอดน่องมาตั้งแต่ทางเข้าคณะด้วยสีหน้าหม่นหมองไม่ค่อยสดใส ดูอึนๆ เซ็งๆ จนเขาที่นั่งมองดูอยู่ต้องเอ่ยทักอย่างห้ามไม่ได้
ถามว่าสีหน้าของเพื่อนที่เขาเห็นอยู่ตอนนี้มันผิดปกติจากทุกวันหรือไหม ตอบได้คำเดียวว่าเปล่า ปกติที่เห็นก็จะทรงเฉยๆ ไม่ค่อยแสดงออกทางสีหน้าเท่าไหร่ ดูราบเรียบไปหมด แต่แปลกไอ้สีหน้าแบบคนไร้วิญญาณแบบนี้กลับถูกตาถูกใจสาวๆ ทั่วมหาวิทยาลัยซะงั้น
ซึ่งวันนี้ก็เป็นอีกวันที่เพื่อนพีของเขาเดินมาด้วยสีหน้าแบบเดิมแต่อาจจะเพิ่มเติมตรงที่มันมีดีเทลขึ้นมานิดหน่อย คือมันดูเซ็งดูหงุดหงิดและดูเบื่อโลกมากกว่าทุกวัน
"หรือว่ามึงยังแฮงค์อยู่วะ" ฉลามชายหนุ่มทรงแบดบอยออกแนวกวนๆ หนึ่งในเพื่อนสนิทอีกคนของพีพีเอ่ยติดตลกเล็กน้อยหลังจากที่เห็นสีหน้าไม่ค่อยสดใสของเพื่อน
"ช่วงนี้กูนอนไม่ค่อยหลับว่ะ"
"เป็นเหี้ยไรวะ หลินตามมาหลอกหลอนมึงหรือไง" ฉลามว่าขึ้น ทำให้คนที่กำลังจะหย่อนกายนั่งลงบนเก้าอี้ใต้ตึกคณะอย่างพีพีถึงกับชะงัก ทำหน้าเซ็งพร้อมกลอกตาไม่พอใจกับคำพูดของเพื่อนก่อนที่จะกระแทกก้นนั่งลงในเวลาต่อมา
"เป็นผีหรือไงถึงต้องมาหลอกกู" ก็ไม่ใช่ เพราะหลายวันก่อนยัยผู้หญิงคนนั้นเพิ่งมาหาเขาแบบตัวเป็นๆ พร้อมคำขอโทษนี่เอง
"ก็คงไม่ใช่แน่นอนเพราะล่าสุดกูเพิ่งได้ข่าวมาว่าหลินได้ทุนเรียนที่นี่ มึงเตรียมตัวไว้ได้เลยไอ้พี มึงได้เจอหลินแน่" เหอะ ตั้งใจพุ่งเป้ากลับมาขอคืนดีเขาหรือเปล่า ถึงได้ดิ้นรนสอบชิงทุนได้มหาวิทยาลัยที่เขาเรียนจนได้
อย่างที่รู้กันว่ามหาวิทยาลัยที่เขาเรียนอยู่ตอนนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ค่าเทอมแพงที่สุด ฐานะอย่างยัยเด็กเหมยหลินที่บ้านล้มละลายอย่างนั้นแน่นอนว่าไม่มีปัญญาเรียนที่นี่แน่นอน แต่พยายามสอบชิงทุนมาได้แบบนี้ เป้าหมายเดียวก็คงจะเป็นเรื่องที่เธอมาพูดคืนนั้น
ขอโอกาส...เหอะ ไม่มีวันซะหรอก!
"จะเรียนก็เรียนไปแต่อย่ามายุ่งมาเกะกะกับกูก็พอ เลิกแล้วก็คือเลิก" พีพีตอบกลับอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่กลับไป
"มึงพูดอย่างกับว่าก่อนหน้านี้มึงได้เจอหลินมาแล้วยังไงอย่างงั้นอะ" สกายถามพร้อมหรี่ตาจับผิดพีพีที่นั่งทำหน้าอารมณ์ไม่ดี
"เออจริง กูก็คิดเหมือนไอ้กาย" ฉลามว่าเสริมพร้อมกับยื่นหน้าเข้าใกล้พีพี จ้องมองแววตาที่ดูเลิ่กลั่กเล็กน้อยของเพื่อนอย่างจับพิรุธ ไอ้นี่มันน่าสงสัยวะ
พีพีที่นั่งไม่ค่อยติดเท่าไหร่ เห็นเพื่อนพากันจ้องรอคำตอบก็นึกรำคาญขึ้นมา สุดท้ายเขาก็เลยตัดสินใจบอกความผิดพลาดที่เกิดขึ้นคืนนั้นกับเพื่อนในที่สุด
"...กูเมาแล้วกดโทรผิด กูไปกดเบอร์ยัยเด็กนั่นก็เลยได้เจอกัน"
"แล้วไงต่อ" ฉลามถามทำหน้าราบเรียบพยายามไม่ออกอาการที่อยากจะขำเพื่อน มึงพลาดอย่างมหันต์แล้วเพื่อน!
"ยัยเด็กนั่นมาหากู แล้วพูดว่าขอโอกาส"
"แล้วมึงว่าไง" สกายถามพร้อมจ้องมองแววตาของเพื่อนที่ดูเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งในความเศร้าหม่นนั้นก็แฝงไปด้วยความเจ็บปวดและความโกรธแค้นในเวลาเดียวกัน ก่อนจะได้ยินคำตอบที่แข็งกร้าวว่า
"กูเจ็บแล้วจำ"
"..." หลังจากที่ได้ยินคำตอบของพีพี ทั้งสกายและฉลามก็พากันนั่งเงียบไม่มีใครว่าอะไรออกมา พวกเขารู้ดีที่สุดอยู่อย่างหนึ่งคือ เหมยหลินคือรักแรกของพีพีที่พีพีทั้งรักและทะนุถนอมที่สุด รู้ว่าเหมยหลินลำบากเพื่อนของพวกเขาก็ไม่นึกรังเกียจเธอ อะไรที่ช่วยได้พีพีก็ช่วยเต็มที่ แต่สุดท้ายคนที่เต็มที่กับความรักอย่างพีพีกลับเป็นฝ่ายถูกทิ้ง
ซึ่งพวกเขาเองก็ไม่ทราบถึงเหตุผลพวกนั้นของเหมยหลินเช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะต่อให้พีพีพูดว่าเจ็บแล้วจำอย่างแข็งกร้าวออกมา แต่สภาพตามความเป็นจริงที่พวกเขาเห็นตอนนี้มันส่วนทางกันอย่างสิ้นเชิง
"สภาพมึงตอนนี้เนี่ย กูว่าไม่น่าจะจำว่ะเพื่อน มึงยังคิดถึงและโหยหาเขาอยู่" เป็นฉลามที่พูดออกมาแถมยังจี้ใจดำพีพีได้ตรงจุดอีก ทำเอาคนถูกกล่าวหาหันขวับพร้อมถลึงตาปฏิเสธเสียงแข็ง!
"ไม่! กูไม่ได้คิดถึงยัยเด็กนั่น"
"อะเคร มึงกำลังปากแข็ง" ฉลามว่าต่อ
"ปากแข็งเหี้ยไร กูไม่ได้คิดถึงจริงๆ" พีพีปฏิเสธเสียงแข็งอีกครั้ง เขาสาบานได้เลยว่าไม่ได้คิดถึงยัยเด็กนั่นจริงๆ
"แค่มึงยังเก็บเบอร์เขาไว้ในเครื่องอะ แค่นี้มึงก็แพ้แล้วไอ้สัส" แต่ฉลามก็ไม่ย่อท้อ จี้ใจดำเพื่อนต่อแถมยังดึงไม้เด็ดออกมาโจมตีอีกด้วย ทำเอาพีพีถึงกับชะงักเลิ่กลั่กไปต่อไม่ถูกเลยทีเดียว
เขาแค่ลืมลบเบอร์ทิ้ง ลืมลบซึ่งไม่ได้ตั้งใจจะเก็บเบอร์ไว้
"กูลืมลบไง เดี๋ยวกูลบตอนนี้เลย" ว่าจบพีพีก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดลบเบอร์โทรศัพท์ของเหมยหลินให้เพื่อนทั้งสองคนอย่างสกายกับฉลามได้เห็นกันจะๆ ไปเลย เพื่อนทั้งสองคนเห็นแบบนั้นก็มองหน้ากันก่อนที่จะถอนหายใจอย่างเอือมระอาออกมา
ลบเบอร์แต่ไม่ได้ลบสิ่งที่อยู่ในใจแล้วมันจะมีประโยชน์อะไรวะ?
"เอาเถอะ แล้วแต่มึงเลยเพื่อนแต่หลังจากนี้มึงได้ว้าวุ่นใจแน่ๆ ปะขึ้นไปเรียนกันเถอะ" สกายที่เบื่อคนปากแข็งอย่างพีพีแล้ว จึงเลือกที่จะปล่อยเพื่อนไป ขี้เกียจมานั่งบี้ให้เพื่อนยอมรับว่ายังคิดถึงสาวรุ่นน้องอยู่ ถ้าเพื่อนปฏิเสธก็ขอให้ปฏิเสธสิ่งที่อยู่ในใจให้ได้ตลอดรอดฝั่งละกัน
.
.
.
ด้านเหมยหลิน
"หลินเธอโอเคใช่ไหม ถ้าเดินๆ อยู่แล้วเจอเข้ากับพี่พีอะ" ดาด้าเพื่อนสนิทคนเดียวของเหมยหลินตั้งแต่เรียนมัธยมด้วยกันเอ่ยถามเพื่อนที่กำลังเดินออกจากตึกคณะมุ่งตรงไปที่ตึกรวมคนหล่ออย่างวิศวะ
เธอทราบมาว่าเพื่อนสอบชิงทุนเรียนมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เธอก็ไม่รอช้าขอพ่อกับแม่เรียนที่นี่ด้วยเช่นกันเพราะจะได้อยู่ใกล้เพื่อนรักอย่างเหมยหลิน
เพราะเหมยหลินเป็นเด็กที่น่าสงสาร ตอนนี้เธอกำพร้าทั้งพ่อและแม่ใช้ชีวิตอยู่ตามลำพังคนเดียว เธอชวนไปอยู่ที่บ้านด้วยเหมยหลินก็ปฏิเสธ บอกจะเอาเงินและสมบัติที่พ่อแม่ทิ้งไว้ไปซื้อคอนโดแล้วใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น ไม่อยากเป็นภาระใครรวมถึงเพื่อนสนิทอย่างเธอด้วย เพื่อนน่าสงสารขนาดนี้เธอก็ทำใจให้เพื่อนเดินตามลำพังไม่ได้ จึงพยายามอ่านหนังสือแล้วสอบเข้าที่นี่ด้วยอีกคน กว่าจะผ่านมาได้ก็ลำบากแสนยากเข็นใช้ได้เหมือนกัน
แต่เรื่องที่ดูเหมือนจะลำบากกว่าการเข้ามาเรียนที่นี่ตอนนี้คือ เพื่อนเธอกำลังคิดจะง้อแฟนเก่านี่แหละ
ซึ่งเธอมองจากดาวอังคารยังดูออกเลยว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเพื่อนของเธอดันเป็นฝ่ายทิ้งฝั่งนั้นมาก่อน แถมฝั่งนั้นที่เธอทราบมาในตอนนี้ก็คือ เขาเย็นชามากแถมยังแอบปากร้ายอีกด้วย ได้ข่าวว่าเป็นตัวตึงของคณะวิศวะเอกเครื่องกลด้วยสิ
เฮ้อ! ไม่อยากจะนึกถึงสภาพตอนที่ได้พบกันเลย
"โอเคสิแก ฉันตั้งใจแล้วว่าจะง้อพี่พี" เหมยหลินตอบขณะที่กำลังสับขาเดินอย่างมุ่งมั่น เธอฝ่าฟันความกลัวในใจมาแล้วเธอก็ต้องทำให้สำเร็จ
"แล้วแกไม่คิดว่าเขาจะตะบันหน้าแกกลับมาบ้างหรือไง เลิกกันไปสามปีเลยนะหลิน เขาคงไม่มีเยื่อใยสไปเดอร์แมนอะไรกับแกแล้วมั้ง"
ด้าดาพูดต่อด้วยสีหน้ากังวลและแอบเป็นห่วงเพื่อน เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนถึงได้คิดจะง้อตอนนี้ เวลามันผ่านนานเกินไปแล้ว มันคงไม่ง่ายที่จะต่อให้ติดเหมือนเดิม
"ไม่ลองก็ไม่รู้อะด้า" เหมยหลินตอบพร้อมฉีกยิ้มบางๆ ให้เพื่อน ก่อนจะเดินตรงไปทางคณะวิศวะต่อ
ตอนนี้เธอยังไม่รู้ว่าจะไปทำอะไรแถวตึกนั้น แต่เป้าหมายที่ทำให้เธอเลือกเดินไปที่ตึกคณะวิศวะหลังจากเรียนภาคเช้าเสร็จคือผู้ชายที่เธอเจอเมื่อหลายคืนก่อน เธออยากทวงคืนเขาอีกครั้ง ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นฝ่ายที่เดินไปจากเขาก่อน แต่ตอนนี้เธอขอเห็นแก่ตัวทวงคืนเขาอีกครั้ง
เพราะสามปีที่ผ่านมาเธอมั่นใจว่าอีกฝ่ายยังรักเธออยู่!
ตุบ!
"อ๊ะ!"
หลังจากที่เดินเข้ามาในตึกวิศวะแล้ว จู่ๆ ก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นเมื่อเหมยหลินเดินมาทางตรงอยู่ดีๆ ก็ถูกหนุ่มปริศนาที่กำลังเดินออกมาจากซอยในตึกชนเข้าอย่างจัง ทำเอาเหมยหลินหน้าเหวอหลับตาแน่นด้วยความตกใจ แต่เธอยังถือว่าโชคดีที่อีกฝ่ายคว้าแผ่นหลังของเธอมากอดไว้ทันก่อนที่จะได้ยินเสียงทุ้มลึกถามว่า…
"เป็นไรป่าว..."
พีพีรีบคว้าแผ่นหลังของหญิงสาวที่เดินชนตอนที่เขาเดินออกมาจากซอยหนึ่งภายในตึก เป็นจังหวะชนที่อีกฝ่ายกำลังเดินตรงแต่เขากำลังจะออกจากซอย เลยทำให้ชนกันอย่างจังแต่ดีที่เขาคว้าแผ่นหลังของเธอมากอดไว้ทันก่อนจะถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า
แต่พอได้เห็นใบหน้าของคนที่ตัวเองรับไว้เท่านั้นแหละ เขาก็รีบปล่อยมือออกจนอีกฝ่ายล้มลงไปนั่งแมะบนพื้นประหนึ่งว่าเพิ่งจับเชื้อโรคมายังไงอย่างงั้น จนเพื่อนทั้งสองคนอย่างสกายกับฉลามตกใจอุทานคำหยาบออกมา
"เชี้ยพี!"
"หลิน! แกเป็นไรป่าว" ดาด้าถามพร้อมรีบลงไปประคองร่างกายเพื่อนขึ้นมาด้วยความเป็นห่วงทันที หลังจากที่เห็นเพื่อนร่วงลงไปนั่งแมะบนพื้นจากการปล่อยมือของคนที่เพิ่งช่วยเพื่อนไว้ แต่พอเงยหน้าขึ้นไปมองคนตัวสูงที่ยืนไม่ไกลจากเพื่อนเพื่อจะอ้าปากด่าที่ปล่อยเพื่อนตัวเองเจ็บตัวแบบนี้ ดาด้าถึงกับชะงักนิ่งไปทันที เมื่อพบกับใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรลงมาจุติบนโลกมนุษย์กำลังทำหน้าตึงเข้มคือบุคคลที่เพื่อนบอกว่าจะง้อนั่นเอง
"พี่พี!"
@ลานไอซ์สเก็ตหลังจากที่ฉันกับดาด้าทานข้าวเที่ยงเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราสองคนก็รีบมาที่ลานไอซ์สเก็ตต่อทันที ฉันมาที่นี้ไม่ได้โทรบอกพี่พีก่อน มาโดยเงียบๆ กับดาด้าสองคน ตอนถึงลานฉันก็เดินไปด้วยมองลานไอซ์สเก็ตข้างล่างไปด้วย ตอนนี้ในสนามน้ำแข็งสีขาวมีนักกีฬากำลังซ้อมกันหลายคน แต่จะมีอยู่หนึ่งคนที่ฉันจำรูปร่างเขาได้เป็นอย่างดีถึงแม้ว่าชุดที่ใส่มันจะดูพองใหญ่เพราะป้องกันการกระแทกและการบาดเจ็บสวมหมวกปิดบังใบหน้าแต่ไม่ได้กลบความหล่อให้หายไปเลยสักนิด เลขชุดที่ใส่ก็คือเบอร์เก้าสิบเก้า เขาคือพี่พีอดีตนักกีฬาทีมชาติที่ฉันเคยติดตามเป็นแฟนคลับของเขา วันนี้ได้เห็นเขาลงสนามอีกครั้ง และใช่ เขายังเท่ห์เหมือนเดิมเวลาที่อยู่ในสนามเลยละ"นั่นไงพี่พี เวลาอยู่ในสนามเขายังเท่ห์เหมือนเดิมเลยอะ" ความคิดเห็นนี้ของดาด้าฉันเห็นกับมันด้วยล้านเปอร์เซ็นต์ เวลาที่พี่พีอยู่ในลานน้ำแข็งสีขาวเขาจะเท่ห์และโดดเด่นเสมอ ความเก่งความสามารถของเขาทำให้ทุกคนต้องยอมรับ แต่มีอีกเรื่องที่จะเด่นขึ้นมามากๆ เวลาที่พี่พีเล่นคือ เขาจะไม่ค่อยยอมใครสักเท่าไหร่ พร้อมใส่เต็มที่ ดุดันและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน ซึ่งมันเหมือนเป็นเสน่ห์อีกอย่า
Maeylin partเช้าวันต่อมา...หลังจากที่ผ่านการปรับความเข้าใจจนเข้าใจกันทุกตรงและเติมความรักกันอย่างเร่าร้อนไปแล้วในเมื่อคืนที่ผ่าน ตื่นเช้านี้ฉันก็ได้พี่พีคนน่ารักแต่เพิ่มเติมคืออาการคลั่งรักที่เพิ่มขึ้นจากเมื่อก่อนขึ้นอีกเท่าตัวมายืนแปรงฟันอยู่ข้างๆ แถมไม่ได้แปรงฟันอย่างเดียวด้วยแต่เขากลายเป็นคนที่ขี้แกล้งฉันแบบหน้าตายด้วยการขยับเข้ามากอดจากทางด้านหลังแล้วแกล้งหอมแก้มฉันหลายๆ ครั้งจนหนำใจตัวเองจนแก้มฉันช้ำหมดแล้วไม่พอแค่นั้นแปรงฟันเสร็จเขายังดึงใบหน้าของฉันเข้าไปจูบปากซ้ำอีกด้วย ทำเอาฉันต้องยืนเท้าเอวมองค้อนด้วยสายตาดุๆ กลับไป แต่ถามว่าคนตัวสูงตรงหน้าที่ยืนจ้องตาฉันด้วยสายตาอมยิ้มตอนนี้จะกลัวฉันไหมก็ต้องตอบว่าเขาไม่กลัวอยู่แล้ว เพราะถ้ากลัวเขาก็คงไม่ยืนบีบแก้มฉันจนปากยื่นแบบนี้หรอก"น่ารักจัง" พูดว่าน่ารักไม่พอแต่พี่พียังยืนยิ้มด้วยความคลั่งรักใส่ฉันด้วย ซึ่งคำพูดนั้นพร้อมกับรอยยิ้มของเขาตอนนี้ทำเอาฉันที่ยืนทำตาค้อนก่อนหน้านี้ถึงกับหลุดยิ้มออกมา"อะไรของพี่เนี่ย ชมแบบนี้เลยเหรอ""ก็แฟนพี่น่ารักจริงนี่ คนอะไรมองตาค้อนปากยื่นยังน่ารักเท่าโลกได้ขนาดนี้" เหอะ เข้าใจพูดด้วยนะไอ้คนบ้า ฉั
เป็นเวลานานนับนาทีที่พีพีเอาแต่จูบเหมยหลินด้วยความละมุนอ่อนโยน ยืนแลกจูบด้วยความรักและความโหยหากันทั้งสองฝ่าย การจูบครั้งนี้จึงเต็มด้วยความหวานแต่แฝงไปด้วยความคลั่งไคล้นัวเนียกันจนพีพีอดไม่ไหวต้องผละออกมาแล้วอุ้มเหมยหลินขึ้นชั้นสองที่เป็นห้องนอนของตัวเองแทนทันทีที่ถึงเตียงกว้างพีพีก็วางร่างเล็กของเหมยหลินไว้บนเตียงอย่างเบามือ ยัดกายขึ้นถอดเสื้อตัวเองออกเผยร่างกายสมบูรณ์แบบที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างคนสุขภาพดีแต่ก็แอบดูเซ็กซี่ยั่วยวนสายตาเด็กสาวอย่างเหมยหลินที่กำลังจับจ้องจนออกอาการกลืนน้ำลายลงคอหน้าแดงอย่างเลี่ยงไม่ได้เหมยหลินไม่กล้ามองกล้ามหน้าท้องบางๆ ที่ดูเซ็กซี่นั่นอย่างตรงไปตรงมา เพราะยิ่งจ้องมันก็ยิ่งทำให้เธอทำตัวไม่ถูกใบหน้าเห่อร้อนท้องน้อยร้อนวูบวาบหัวใจสั่นรัวแรงจนเธอนึกอายขึ้นมานี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเห็นร่างกายสมบูรณ์แบบนั่นของพีพีแต่ไม่รู้ว่าทำไมคืนนี้ถึงได้ทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหวได้ขนาดนี้"จ้องเหมือนกับว่าเธอเพิ่งเห็นร่างกายผัวตัวเองครั้งแรก...ทำไม ฉันยั่วใจเธอเกินไปใช่ไหม"จุ๊บ!"อื้มม" ถามคำถามที่ไม่ได้ต้องการคำตอบด้วยสายตาเจ้าเล่ห์จบริมฝีปากร้ายของพีพีก็ฉกจูบริมฝีปาก
หลังจากที่ตกลงกับสกายเสร็จพีพีก็ขับรถกลับไปที่คอนโดตัวเองตามที่สกายแนะนำไว้ กลับไปถึงปุ๊บเขาก็ทรุดตัวลงบนโซฟากลางห้องโถงทันที สภาพร่างกายตอนนี้เหมือนคนไร้เรี่ยวแรงไม่มีผิด ความรู้สึกปวดหนึบตรงกลางใจกำลังบีบตัวเข้าหากันจนทำให้เขารู้สึกทรมานขึ้นมา มือไม้สั่นเทาอย่างตอนสามปีที่แล้วอีกครั้ง ความรู้สึกกลัวและความรู้สึกเจ็บปวดใจกำลังถาโถมเข้ามาหาเขาอีกครั้ง หากแต่รอบนี้มันต่างกันตรงที่ว่าเขาเป็นฝ่ายทำร้ายความรู้สึกเหมยหลินเฉยชาและเย็นชากับเธอเพราะความโกรธมันบังตาเกินไป เธอทนไม่ไหวก็เลยเลือกหนีเขาไปแบบนี้ ถ้าเมื่อเช้าเขาใจอ่อนยกโทษให้เหมยหลินแล้วกลับไปเป็นเหมือนเดิมอย่างที่เธอต้องการทุกอย่างก็จะไม่เป็นแบบนี้ปึก! แอ๊ด~ฟึบ!"หลิน!" พีพีเบิกตาโตด้วยความตกใจหลังจากที่นั่งเงียบๆ กับตัวเองอยู่ดีๆ เหมยหลินก็เปิดประตูห้องนอนเดินออกมา ทันทีที่เหมยหลินเห็นพีพีนั่งหน้าเครียดแต่พอเห็นหน้าเธอเขาก็ทำหน้าตกใจพร้อมกับยัดกายลุกขึ้นรีบปรี่ตัวเดินเข้ามาหาแล้วดึงเธอเข้าไปสวมกอดอย่างกับกลัวว่าเธอจะหายไปไหน คิ้วเรียงสวยก็ขมวดเข้าหาด้วยความงุนงงทันที"พี่พีเป็นอะไรคะเนี่ย กอดหลินแน่นเกินไปแล้วหลินหายใจไม่ออกค่
หลายชั่วโมงต่อมา...ด้านเหมยหลิน"หลินวันนี้พี่พีไม่มารับเหมือนเดิมใช่ปะ" ดาด้าที่กำลังเก็บอุปกรณ์ต่างๆ ที่นำเอามาทำป้ายผ้าเอ่ยถามเหมยหลินที่กำลังเก็บอุปกรณ์อีกฝั่ง ตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่มเดิมทีวันนี้รุ่นพี่แจ้งว่าจะปล่อยเด็กปีหนึ่งกลับดึกเพราะต้องเร่งทำอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในวันกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่จู่ๆ ตารางก็ถูกเปลี่ยนกะทันหันก็เลยได้กลับก่อนเวลาหลายชั่วโมงวันนี้เหมยหลินได้เล่าเรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ดาด้าได้ฟังรวมถึงเรื่องที่สกายเป็นคนมารับเมื่อวานด้วย ดาด้าได้ฟังก็รีบออกความคิดเห็นทันทีว่าพีพีทำเกินไปแล้ว จะโกรธจะงอนกันแค่ไหนก็ไม่ควรทำกันขนาดนี้ เมื่อกี้เธอเลยตั้งคำถามแบบนั้นขึ้นมาเพราะตอนนี้นักศึกษาก็เริ่มทยอยกลับกันบ้างแล้ว แต่เสียงข้อความหรือเสียงโทรเข้าในโทรศัพท์ของเหมยหลินก็ยังไม่ได้ยินสักแอะเดียวถ้าเป็นวันปกติเธอจะได้ยินเสียงข้อความและเสียงโทรศัพท์จากเครื่องของเหมยหลินแล้วเพราะพีพีจะคอยโทรถามว่าเลิกกิจกรรมตอนไหน แต่พอทั้งสองคนมีปัญหากันโทรศัพท์ของเหมยหลินก็เงียบเป็นเป่าสากเลย"คงงั้นมั้งแก เขายังไม่หายโกรธอะแต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันนั่งรถแท็กซี่
หลายนาทีต่อมา...หลังจากที่พีพีไล่เหมยหลินให้ไปอาบน้ำ คล้อยหลังคนตัวเล็กเดินหายเข้าไปในห้องนอนเขาจึงหมุนตัวหันกลับไปดูอาหารเช้าที่เหมยหลินบอกว่าทำไว้เตรียมให้เขาด้วย ข้าวต้มกุ้งกลิ่นหอมน่ากิน มือใหญ่จับทัพพีคนข้าวต้มในหม้อเบาๆ รอยยิ้มมุมปากก็ยกยิ้มขึ้นบางๆ เพราะปกติแล้วทุกเช้าเขาจะเป็นคนทำให้เหมยหลินกินทุกวัน แต่วันนี้คงจะเป็นวันแรกที่ได้ทานฝีมือของยัยเด็กขี้แยนั่น"หวังว่าจะไม่โกรธที่ฉันเมินแล้วใส่ยาพิษลงไปนะ" พีพีพึมพำเบาๆ ก่อนจะเดินไปหยิบถ้วยสองใบตักข้าวต้มใส่ลงไป จากนั้นก็ยกออกไปวางที่โต๊ะอาหารนั่งรอเหมยหลินออกมาทานด้วยกันใช้เวลานั่งรอนานหลายนาทีเหมยหลินในชุดนักศึกษาถูกต้องตามกฎระเบียบเด็กปีหนึ่งก็เดินออกมาจากห้องนอน แวบแรกที่เธอเห็นคนที่บอกว่าจะไม่กินข้าวต้มที่เธอทำให้นั่งเล่นโทรศัพท์รออยู่ที่โต๊ะอาหารพร้อมข้าวต้มที่ทำให้วางอยู่สองที่คิ้วเรียงสวยของเธอก็ขมวดเข้าหากันอย่างแปลกใจทันทีไหนเขาบอกว่าจะไม่กิน? แล้วถ้วยที่วางอยู่ตรงหน้าคืออะไร"ยืนเซ่อทำอะไรอยู่ตรงนั้น มานั่งทานข้าว" พีพีละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ตวัดสายตาหันไปเห็นร่างเล็กตรงหน้าประตูห้องนอนชั้นล่างเห็นเหมยหลินยืนขมวดคิ้

![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





