แชร์

บทที่ 4

last update วันที่เผยแพร่: 2026-01-23 19:51:02

ตั้งแต่ชิงหลานกลับมาจากเมืองหลวง เด็กหญิงก็กินได้มากขึ้น ร่างกายของนางเริ่มมีเนื้อมีหนังและเลือดฝาดบนใบหน้า จังฮูหยินเห็นเช่นนั้นก็ดีใจมากจึงใช้ให้เสี่ยวลิ่งนำเงินไปซื้อเนื้อหมูมาผัดให้บุตรสาวกิน

“ท่านแม่ เงินของท่านหมดไปกับการรักษาข้ามิใช่น้อยยังเหลือเงินพอซื้อหมูมากขนาดนี้เลยหรือ” ชิงหลานแอบเห็นจังฮูหยินนับเงินอีแปะร้อยเป็นพวงในยามค่ำคืนก็พอจะรู้ว่าเงินที่ท่านแม่เก็บเอาไว้คงจะมิได้มีมากนัก

“ยังพอจะซื้อให้เจ้ากินได้บ้าง อีกไม่กี่วันแม่ก็จะไปขอรับงานจากเถ้าแก่เนี้ยจางเพิ่ม เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก”

เผยมู่ซีที่อยู่ในร่างชิงหลานนึกเห็นใจจังฮูหยินที่ต้องสูญเสียบุตรสาวเพียงคนเดียวไป ทั้งสภาพการใช้ชีวิตก็ยากแค้นลำเค็ญจึงอยากจะหาหนทางช่วยเหลือนาง

“ยามท่านไปร้านสกุลจางให้ข้าไปด้วยได้หรือไม่”

“เจ้าอยากไปทำไมกัน เพิ่งหายป่วยมาหยกๆ พักให้เยอะๆ เถอะ”

“ท่านแม่ดูสิ ข้าอ้วนขึ้นตั้งเยอะ กินข้าวทีละสองถ้วยแล้ว ให้ข้าไปด้วยนะ ข้าอยากเห็นตลาด”

จังฮูหยินดูสีหน้าบุตรสาวที่เริ่มมีเนื้อที่แก้ม ท่าทางดูแข็งแรงมากขึ้นกว่าแต่ก่อนราวกับคนละคนก็พยักหน้ารับ “อันที่จริงสีหน้าของเจ้าก็ดีขึ้นมากแล้ว ไปแค่นี้คงไม่เป็นไร”

จวนสกุลชิงอยู่ห่างจากตลาดระยะเดินพอได้เหงื่อ จังฮูหยินเดินจูงมือบุตรสาวทั้งชี้ชวนให้ดูสองข้างทางด้วยความสุขใจ

“หลานเอ๋อร์ ดูลำคลองสายนี้สิ ตอนเจ้าเป็นเด็กในยามฝนตกพวกเราเคยออกมารอจับปลาได้ตั้งหลายตัวแน่ะ”

“น่าสนุกจังเลยนะเจ้าคะ” ชิงหลานยิ้มกว้าง ความทรงจำของเด็กหญิงเต็มไปด้วยความสุขในวัยเด็ก นางออกมาจับปลาตามท้องถนนกับมารดาและจังเสี่ยวลิ่ง

พ่อบ้านลู่เองก็ออกมาช่วยจับปลาด้วย พวกเขาจับปลาได้มากจนกินไม่หมด ลู่ฮั่นจึงแนะนำให้ทำปลาตากแห้งเพื่อเก็บเอาไว้กิน

“สนุกสิ! เจ้าน่ะสนุกกว่าผู้ใด จับปลาจนเสื้อผ้าเปียกปอนเลอะโคลนตมไปหมด เหนื่อยจนแทบหมดแรงกลับมาก็นอนอยู่เป็นวัน”

จังฮูหยินรู้สึกว่าหลังจากฟื้นขึ้นมาครั้งนี้ บุตรสาวดูเปลี่ยนไปมากราวกับมิใช่คนเดิม นางเคยนอนร่วมห้องกับบุตรสาวแต่คราวนี้ชิงหลานกลับยืนยันว่านอนคนเดียวได้ บุตรสาวที่เคยอ่อนแอและต้องการที่พึ่งทั้งทางกายและทางใจกลายเป็นสาวน้อยที่เข็มแข็งและร่าเริงอย่างที่ควรจะเป็นแล้ว

ร้านเย็บปักสกุลจางอยู่คู่อำเภอเฉินมายาวนาน ช่างของร้านล้วนได้รับการถ่ายทอดฝีมือจากรุ่นสู่รุ่น เครื่องเย็บปักที่งดงามถูกคัดนำไปจำหน่ายในเมืองหลวงด้วย

คหบดีจินผู้ร่ำรวยแห่งเมืองหลวงเคยเดินทางผ่านมายังอำเภอนี้ ครั้นเห็นว่างานฝีมือสกุลจางดีเยี่ยมจึงติดต่อขอนำไปขายทำให้รายได้ของร้านสกุลจางมากขึ้นจนต้องเปิดรับคนงานเพิ่มอีกจำนวนมาก

จังฮูหยินเอางานเย็บปักของตนมาให้เถ้าแก่เนี้ยจางได้ดูเป็นครั้งแรกก็ได้รับคำชมและเชิญชวนให้นางนำเอางานปักมาวางจำหน่าย

งานปักแบบสอดผสานสีของจังฮูหยินเป็นภูมิรู้ที่ถูกถ่ายทอดกันมาในสกุลจังโดยเฉพาะจึงยากจะมีผู้เลียนแบบได้ แม้จะใช้เวลาในการปักอยู่นานแต่เมื่อทำเสร็จกลับคุ้มค่ายิ่ง เงินค่าจ้างที่ได้มา มากพอที่จะดูแลทั้งสามชีวิตให้อยู่รอดในแต่ละเดือน

“ท่านแม่ ของในร้านเหล่านี้งดงามยิ่งนักเจ้าค่ะ”

ชิงหลานยืนลูบไล้ผ้าปักงดงามด้วยสายตาหลงใหล หากยามนี้นางยังเป็นเผยมู่ซีก็คงพอจะมีโอกาสได้รับผ้างดงามเช่นนี้สักพับจากท่านย่า แต่เมื่อเป็นชิงหลานเห็นทีแม้แต่ลูบไล้ก็ยังต้องรู้สึกผิด

“คุณหนูชิงสายตาแหลมคมนัก ผ้าพวกนี้เป็นฝีมือของช่างเก่าแก่สกุลจาง พับนี้มีไว้เพื่อส่งเข้าวัง”

เถ้าแก่เนี้ยจางรู้ว่าจังฮูหยินคือคนของสกุลชิงก็พูดคุยอย่างให้เกียรติเสมอมาแม้จะรู้ว่านางเป็นภรรยานอกสมรสที่ถูกส่งออกมาอยู่นอกจวน

คำพูดของคนเฝ้าจวนสกุลชิงคนเดิมก่อนจะย้ายออกจากอำเภอเฉินได้พูดถึงจังฮูหยินเอาไว้ว่านางเป็นเพียงอนุภรรยาที่มิได้มีการตบแต่งเข้าสู่สกุลชิงอย่างถูกต้อง ส่วนชิงหลานเองก็ไม่รู้ว่าเป็นบุตรีของใต้เท้าชิงจริงหรือไม่

แต่เถ้าแก่เนี้ยจางที่ได้พูดคุยและรู้จักนิสัยใจคอของจังฮูหยินเห็นว่าจังฮูหยินเป็นสตรีและเป็นมารดาที่ดีจึงได้กล่าวถึงจังฮูหยินในทางที่ดี ทำให้คนในอำเภอเฉินมอง จังฮูหยินด้วยสายตาที่เห็นอกเห็นใจขึ้น

ชิงหลานกวาดตามองไปรอบๆ ร้านก็พบว่าตามฝาผนังมีอักษรมงคลและภาพวาดแขวนขายอยู่จึงมองด้วยความชื่นชม

ตอนที่นางยังเป็นเผยมู่ซีท่านย่าเชิญอาจารย์ที่มีฝีมือด้านการเขียนอักษรและวาดภาพมาสอนนางหลายคน ทำให้นางเองก็พอมีฝีมือด้านนี้อยู่บ้าง

“เถ้าแก่เนี้ยเจ้าคะ ท่านรับซื้อภาพวาดพวกนี้ด้วยหรือ”

เถ้าแก่เนี้ยจางหันกลับมามองเด็กหญิงที่ยืนมองภาพวาดด้วยความชื่นชม

“คุณหนูชิง ชอบภาพพวกนี้หรือ”

“เจ้าค่ะ”

แม้ชิงหลานจะดูออกว่าลายเส้นของจิตรกรที่วาดภาพพวกนี้มิได้เก่งกาจนัก จะว่าไปก็แค่พอใช้ได้แต่ก็มิได้เอ่ยความคิดของตนออกมา

“แรกๆ ก็มีคนเอามาฝากขาย แต่พอขายได้มากเข้า ข้าจึงรับซื้อเอาไว้เอง นับว่าเป็นสินค้าที่ทำรายได้เลยล่ะ”

อำเภอเฉินเป็นอำเภอเล็กก็จริงแต่เป็นอำเภอทางผ่านก่อนถึงเมืองหลวง ทำให้การค้าขายของเมืองนี้ค่อนข้างคึกคัก ในอำเภอมีโรงเตี๊ยมถึงสองแห่ง ร้านค้าที่ตั้งอยู่ระหว่างทางผ่านล้วนขยายแผงกันยาวเหยียด แต่ละวันมี รถม้าหลายสิบคันมาจอดแวะพักซื้ออาหารและรับประทานอาหารอยู่ไม่ขาดสาย

ร้านค้าสกุลจางเป็นร้านขายของที่ระลึกและของที่ฝากที่มีผู้นิยมแวะเป็นอันดับต้นๆ

“เถ้าแก่เนี้ย คราวนี้ข้ามัวแต่พาหลานเอ๋อร์ไปหาหมอในเมืองหลวงจึงไม่ได้ปักงานอยู่หลายวันจึงมาขอรับงานเพิ่ม”

ใบหน้าเปื้อนยิ้มของเจ้าของร้านมองดูดวงตาอิดโรยของจังฮูหยินแล้วก็พยักหน้า นางเองก็มีบุตรถึงสามคนย่อมเข้าใจในทุกข์ของสตรีที่พยายามหาเงินรักษาบุตร

‘เห็นท่า เงินเก็บของจังฮูหยินคงจะหมดไปกับการรักษาลูกแล้ว’

“ท่านทำไหวก็รับไปเถิด ช่วงนี้คนเดินทางผ่านเข้าเมืองหลวงนิยมซื้องานของท่านนัก ดูสิ! ที่แขวนไว้คราวก่อนมีคนมาซื้อไปจนหมดแล้ว”

จังฮูหยินเงยหน้าขึ้นมองตำแหน่งที่วางเปล่าบนผนัง “ดีจริง ข้ายังเกรงอยู่เลยว่าตั้งราคาสูงเช่นนั้นจะขายได้ยาก”

“ผลงานของท่านยากจะหาคนเทียบได้ ร้านคหบดีจินในเมืองหลวงก็แจ้งมาว่าต้องการอีกหลายชิ้น หากท่านทำเพิ่มได้ก็เร่งมือเถิด เรื่องเงินข้าพร้อมจะจ่ายให้”

จังฮูหยินก้มหน้าน้อยๆ นางไม่กล้าเอ่ยว่า ยามนี้ตนเองเหลือเงินแค่ร้อยอีแปะยังไม่รู้ว่าจะประทังชีวิตไปจนกระทั่งปักงานพวกนั้นเสร็จได้อย่างไร

เถ้าแก่เนี้ยจางยิ้ม “ครั้งนี้ข้าจะให้เงินมัดจำงานท่านไปก่อนสักสองตำลึงก็แล้วกัน”

สีหน้าของจังฮูหยินแช่มชื่นขึ้นในทันทีรีบกล่าวขอบคุณเถ้าแก่เนี้ยจางซ้ำแล้วซ้ำอีก น้ำตาของนางขณะที่ก้มก็เจียนจะหยาดหยด หากมิได้เถ้าแก่เนี้ยผู้นี้ชีวิตของนางในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเห็นทีคงไม่อาจประคับประคองให้ผ่านมาได้

ชิงหลานได้ยินสิ่งที่สตรีทั้งสองสนทนากันแล้วก็สะท้อนใจ ยามอยู่ในจวนสกุลเผยนางไม่เคยต้องคิดมากเรื่องเงินทองเพราะมีที่นอนที่กินอยู่สุขสบาย ยามนี้เงินเพียงตำลึงเดียวกลับต้องรอความเมตตาจากผู้อื่น

น่าเสียดายที่นางเป็นเพียงดวงวิญญาณเร่ร่อนไม่อาจหยิบเอาของมีค่าบนศพคุณหนูเผยออกมาได้สักชิ้น

จังเสี่ยวลิ่งรีบเข้ามาช่วยถือห่อผ้าและด้ายที่ได้จากร้านสกุลจาง นางลุ้นแทบตายขอให้นายหญิงกล้าเอ่ยปากขอเงินมัดจำจากเถ้าแก่เนี้ย จังฮูหยินเกรงใจเถ้าแก่เนี้ยเป็นทุนเดิม ดีที่เถ้าแก่เนี้ยช่างสังเกต เห็นสีหน้าและแววตาของจังฮูหยินก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังเป็นทุกข์

“นายหญิงเช่นนี้เราก็มีเงินซื้อข้าวสารและของแห้งกลับเรือนแล้วสิเจ้าคะ”

จังฮูหยินยิ้มน้อย “ขาดแคลนสิ่งใดพวกเราก็ซื้อให้ครบเถิด แต่เดือนนี้ข้าคงต้องเร่งมือปักงานให้เสร็จโดยเร็ว”

“นายหญิงสบายใจได้ ข้าจะช่วยท่านอย่างสุดฝีมือเจ้าค่ะ”

**************
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 253

    เหล่าลู่ที่คอยยืนดูอยู่ใกล้ๆ ถอนหายใจอย่างโล่งอก ชิงหลานเป็นห่วงศิษย์พี่จึงคอยวนเวียนมาป้อนข้าวป้อนยาอยู่ไม่ขาดระยะ ทำเอาองค์ชายสิบห้ารู้สึกน้อยพระทัยที่พระชายาให้ความสำคัญกับศิษย์พี่มากจนลืมพระองค์เมื่อเห็นจั๋วเหรินหาวอาการดีขึ้นจึงได้ทรงเข้าไปนั่งเฝ้าใกล้ๆ “มือปราบจั๋ว! ข้ามีเรื่องอยากจะถามเจ้า!”

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 252

    ชิงหลานชักกระบี่ทิวาราตรีออกมา เมื่อนางประสานกระบี่ขึ้นฟ้า ก็เกิดฟ้าผ่าลงมาสามสายพร้อมกัน เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! จางหยงหย่วนถึงกับตะลึงเมื่อเห็นร่างของนางแยกออกเป็นสองร่าง สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้านี้เขาเคยเห็นมาแล้วครั้งหนึ่งที่สะพานปันเยว่เมื่อครั้งที่เขาใช้เล่ห์หวังลวงองค์ชายส

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 251

    ทหารหนุ่มมองเห็นด้านที่พับขึ้นเขียนตัวเลขหนึ่งร้อยตำลึงเอาไว้เขาจึงโบกมือปล่อยให้นางกับคนเข็นรถพาร่างเน่าๆ นั้นผ่านชายแดนไปได้ ส่วนตัวเขารีบเข้าไปยังห้องที่ก่วนเสวียนหลินนั่งรออยู่ “รายนี้ให้สินบนหนึ่งร้อยตำลึงขอรับ!” “อืม...สองวันมานี้มีคนให้สินบนจนผิดปกติ เป็นไปอย่างที่องครักษ์กั

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 250

    มือทั้งสองข้างของเขาเลื่อนไล้ไต่ตามส่วนเว้าส่วนโค้งของนางไม่ยอมหยุดจนท้ายสุดนางก็ถูกไฟพิศวาสของเขาแผดเผาอีกรอบ“น้องหญิง พรุ่งนี้เราต้องข้ามเขาไปอีกไกล ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้เล่นจับโจรกับเจ้าอีกยามใด เจ้าตามใจข้าสักหน่อยก็แล้วกันนะ” ถ้อยกระซิบกระเส่าเว้าวอนทำเอาชิงหลานใจอ่อนอีกหน“ท่านพี่ก็เหลือเรี่ย

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 249

    “บาดเจ็บพอสมควรขอรับ! เมื่อครึ่งเดือนก่อนมีมือสังหารบุกไปที่เรือนของท่านลุงท่านป้า ข้ากับพรรคพวกไปพบเข้าพอดี ดีที่คนที่ข้าพาไปด้วยในวันนั้นเป็นจอมยุทธ์ฝีมือดี พวกเขาจับมือสังหารไว้ได้หนึ่งคน คนผู้นั้นพยายามจะฆ่าตัวตายแต่สหายของข้าป้องกันเอาไว้ได้ ซ้ำยังเค้นจนได้รู้ความจริงว่าพวกเขาเป็นคนของใต้เท้าจา

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 248

    ฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเผยทราบข่าวว่าหลานสาววางแผนฆ่าพระชายาชิงหลานจนต้องถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัสหนำซ้ำยังถูกขังคุกเพื่อรอการประหารก็ร้องไห้ด้วยความเศร้าสะเทือนใจ “ไม่น่าเลย! ไม่น่าเลยจริงๆ เพราะความอาฆาตแค้นแท้ๆ ทำให้นางต้องถูกประหาร”เผยลู่หลิ่งที่ถูกปล่อยออกมาเพราะยอมนำเอาทรัพย์สินที่ได้มาจากพี่ส

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 24

    เสี่ยวลิ่งลอบถอนหายใจ เมื่อครู่นางประหม่าแทบแย่เกรงว่าจะถูกคนกลุ่มนั้นซักไซ้ไล่เลียง จงเหยียนชักม้าพานางไปส่งยังประตูจวนโดยมีเหล่าลู่เปิดประตูต้อนรับเมื่อเห็นองครักษ์หนุ่มประคองเสี่ยวลิ่งลงจากหลังม้า ผู้ดูแลจวนสกุลชิงชะงักเล็กน้อยแต่ไม่กล้าเอ่ยคำใดออกมา ปล่อยให้เสี่ยวลิ่งที่หน้าแดงก่ำก้มหน้าขอบคุณอ

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 23

    เสี่ยวลิ่งมองแผ่นหลังองครักษ์จงด้วยความทึ่ง นางมิเคยใกล้ชิดบุรุษรุ่นราวคราวเดียวกันเพราะนับตั้งแต่ติดตามฮูหยินมาอยู่ที่อำเภอเฉินแห่งนี้ก็นานมาแล้วตั้งแต่คุณหนูยังเป็นเด็กอายุไม่กี่ขวบ นางคุ้นกับเหล่าลู่บ่าวรับใช้ประจำจวนสกุลชิงยิ่งกว่าบุรุษอื่น ในขณะที่เหล่าลู่กลับดูเป็นคนเก็บตัวและเงียบขรึม นางรู้ว

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 21

    จังฮูหยินเลือกชุดในฤดูหนาวสำหรับตนเองและบุตรสาวคนละสามชุด ส่วนของเสี่ยวลิ่งและเหล่าลู่ได้ไปคนละสองชุด จังเสี่ยวลิ่งยิ้มกว้างจนปากแทบจะฉีกด้วยความ ดีใจ เพี๊ยะ!ชิงหลานยื่นมือไปตีแขนสาวใช้ “เสี่ยวลิ่ง เจ้ายิ้มเช่นนี้เถ้าแก่เนี้ยจางจะคิดว่าเจ้าเป็นบ้าเอาได้นะ” “คุณหนู! ท่านอย่าห้ามข้า

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 20

    “แต่...ข้าก็ได้เบิกเงินล่วงหน้ามาตั้งห้าตำลึงเทียวนะ”“ปัดโธ่! คุณหนูแกล้งข้านี่ หลอกให้ข้าตกใจแทบแย่”ชิงหลานอดจะหัวเราะออกมาไม่ได้ “ข้ารู้ว่าเจ้าหวังจะได้เครื่องนอนครบชุดใช่ไหมเล่า วางใจเถิดข้าไม่ลืมคำสัญญาหรอก นอกจากของเจ้าแล้วก็ต้องซื้อให้เหล่าลู่ด้วย จวนจะถึงฤดูหนาวแล้วหากยังใช้เครื่องนอนเก่าอย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status