อะไรที่ควรจำก็จำ อะไรที่ควรลืมก็ลืม!
เกิดเป็นราชวงศ์ก็ไม่รู้จักความรักอยู่แล้ว หนำซ้ำสามีที่ตนไม่ได้เป็นผู้เลือกยังหูเบา
นางเป็นองค์หญิงกำเนิดในครรภ์กุ้ยเฟยของอดีตฮ่องเต้ หญิงสูงศักดิ์เช่นนางแต่งกับเยียนอ๋องซื่อจื่อก็นับได้ว่าเป็นคู่กิ่งทองใบหยก แต่หารู้ไม่หลังจากเข้าหอเขาก็รักษาระยะห่าง จนนางไม่เข้าใจว่าตนทำสิ่งใดผิด สามีถึงหมางเมิน
เวลาผ่านไปหลังแต่งงาน นางยังไม่มีวี่แววตั้งครรภ์ เหอหวางเฟยหรือท่านหญิงเหอแม่สามี จึงใส่ยาปลุกกำหนัดเพื่อให้นางและสามีได้ร่วมเรียงเคียงหมอน และถือว่าแผนการท่านหญิงเหอสำเร็จ แต่มันนำพาซึ่งหายนะมา
สู่นาง
กระดาษชวนจื่อแผ่นเล็กเรียบเรียงถ้อยคำพลอดรักด้วยคำกลอนที่บรรยายอย่างลึกซึ้ง อยู่ในกล่องลับใต้เตียงหลังจากนางกำนัลทรยศไปรายงานเยียนอ๋องซื่อจื่อว่านางคบชู้ พร้อมกับพามาหาซึ่งหลักฐานถึงในห้องนอน
หยางหยู่เฟยส่ายหน้าไม่ยอมรับ ให้นางตายเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ก็ยอม แต่ใครจะคาดคิดคนที่ฮ่องเต้ทรงเกรงพระทัย ยกให้เป็นคุณชายอันดับหนึ่งกลับโหดเหี้ยมกับสตรีได้ขนาดนี้
เขาจับนางมัดมือมัดเท้านางยังพอทน แต่ให้หมัวมัวที่ถือกฎบ้านเป็นคนลงทัณฑ์นางอย่างสะบักสะบอม พร้อมกับประณามอย่างเลือดเย็น
‘ส่งสตรีไร้ยางอายผู้นี้ ไปอยู่ในสุสานตระกูลเยียน
ที่นอกเมือง’
สิ้นคำสั่งร่างที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกหามขึ้นรถเหมือนหมูตัวหนึ่ง เดินทางออกไปท่ามกลางฝนที่กำลังตกชุกในฤดูใบไม้ผลิ โดยไม่สนว่านางจะเจ็บไข้ได้ป่วยหรือไม่
ราวกับนางเป็นกุลีแบกหามไร้ซึ่งเกียรติยศและศักดิ์แห่งการเป็นองค์หญิง
สติที่เลือนรางเฝ้าถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่านางทำสิ่งใดผิด หรือเพราะนางใจดีเกินไปจนทำให้คนทำร้ายนางเอาได้
ร่างของนางกระแทกกับพื้นในบริเวณสุสานดัง ‘พลั่ก’ เสียงน้ำที่ตกกระทบพื้นมีเสียงฉ่ำแฉะ เคล้ากับเสียงกบเขียดร้องเป็นเพื่อน มีสายฝนที่เป็นผ้าห่มคลุมกาย ความกลัวกัดกินใจจนต้องเอามือลูบหน้าท้อง พูดกับสิ่งมีชีวิตที่ยังไม่มีใครรับรู้ว่าเขากำลังมาเกิด เว้นเสียแต่นาง แล้วให้สัญญากับตนเองว่า
“จะล้างแค้นให้ได้”
ใช่นางรอดมาได้ และเฝ้าเลี้ยงหน่อเนื้อของคนที่นางแค้นฝังกระดูก ลูกชายและลูกสาวของนางเป็นฝาแฝด
ถูกบ่มเพาะความร้ายกาจและความอำมหิตเข้าไปจนถึงก้นบึ้งวิญญาณ กระทั่งทั้งคู่สิบห้าหนาวจึงเข้าร่วมกองทัพของเหอจื่อหยาง แม่ทัพแคว้นซิ่งที่สามีนางกล่าวหาว่าคบชู้และนำมาซึ่งหายนะของทั้งสอง เมื่อเขาอายุได้สิบแปดหนาว
หลิงเผิงและหลิงหลง สองแม่ทัพคู่ชายหญิงลอบนำกองกำลังเข้าบุกจวนเยียนอ๋องซื่อจื่อ เพื่อต้องการสังหารและล้างแค้นให้กับมารดา นางต้องการดูความหายนะของสามีด้วยตาตัวเอง จึงเข้าไปในจวนด้วย
แต่ทว่าสามีชั้นเชิงและประสบการณ์มากกว่า จึงแทงกระบี่เข้าไปที่ลูกสาวจนนางสติแตก อาละวาดชักกระบี่ไปแทงเขา แต่ทว่านางที่ไม่เป็นวรยุทธกลับถูกฆ่าในกระบี่เดียว ลูกชายของนางที่เดิมก็ชิงชังเยียนอ๋องซื่อจื่ออยู่แล้ว จึงปลิดชีพของเขาเพื่อล้างแค้น
ใครจะคาดคิดว่าเขาเตรียมรับมืออยู่ก่อนแล้ว ห่าธนูร้อยพันดอกพุ่งเข้าใส่ตัวบุตรชายของนาง จนสุดท้ายก็ล้มไปกองอยู่ด้วยกันสามแม่ลูก บัดนั้นนางจึงตระหนักได้ว่าความแค้นที่นางสั่งสมมานั้นไม่อาจล้างได้ไม่พอ ยังไม่สามารถล้างมลทินให้ตัวเอง ที่โดนข้อหาคบชู้ให้หมดสิ้น
“ท่านชนะแล้วเยียนอ๋องซื่อจื่อ ท่านฆ่าลูกและเมียของท่านสำเร็จแล้ว ดีใจหรือไม่” นางพูดกับเขาพร้อมกระอักเลือดออกมาหนึ่งคำ ก่อนจะหลับตาลงภาพสุดท้ายที่เห็นราวกับนางตาฝาด เพราะน้ำตาของเขาไหลรินลงมาเงียบ ๆ
หยางหยู่เฟยประจักษ์แล้วว่าแค้นกันไปมาก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด นางจึงอธิษฐานต่อฟ้า
“หากข้ามีชีวิตอีกครั้ง...ดอกบัวขาวอะไรนั่นนางจะไม่เป็น แค้นอะไรนั่นนางจะไม่สน ซ้ำแล้วยังจะเลี้ยงบุตรชายและบุตรสาวด้วยความรักอีกครั้ง”
คล้ายกับชาติภพเป็นเพียงฝันหนึ่งตื่น นางสะดุ้งขึ้นในกระท่อมไม้ไผ่ใกล้สุสานตระกูลเยียน พร้อมกับภาพเลือนรางของใครบางคน ที่คิดเท่าไหร่นางก็คิดไม่ออก
“เยียนอ๋องซื่อจื่อใบหน้าเช่นไรกัน!”
“แล้วทำไมนางถึงคิดถึงแม่ทัพเหอผู้เกรียงไกรแสนใจดีผู้นั้น”