ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า

ช่างมารดามันเถอะใครเฝ้าก็เฝ้า

last updateLast Updated : 2025-12-15
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Not enough ratings
63Chapters
1.0Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เมื่อองค์หญิงโดนหมิ่นเกียรติโยนข้อหาคบชู้ให้กับแค่เศษกระดาษหนึ่งแผ่น นางจึงมีจุดจบที่สุสานตระกูลเยียน“สุสานตระกูลเยียนหาใช่สุสานบิดาของข้า ช่างมารดามันเถอะ!ใครอยากเฝ้าก็เฝ้าอยากอยู่ก็อยู่ข้ากับลูกจะไป

View More

Chapter 1

บทที่ 1

“สตรีไร้ยางอาย!!”

เสียงด่าทอในมโนสำนึก ทำให้ร่างที่อ่อนล้าโรยแรงจากอาการป่วยย่ำแย่ลง นางส่ายหัวไปมาพร้อมกับยกมือผลักไสในความมืดมิดจนมองไม่เห็นทางข้างหน้า หมอกสีขาวปกคลุมจนต้องยกมือปัดไปมาให้มันจางลง แต่ทว่ากลับยิ่งหนาขึ้น พร้อมกับความเยือกเย็นราวกับถูกแช่แข็งในภูเขาหิมะพันปีอันหนาวเหน็บ

“ท่านแม่...ท่านแม่ตื่นสิ...ตื่นก่อน” เสียงเด็กหญิงพลันทำให้นางที่กำลังดิ้นรนหยุดนิ่งสงบลง นางเงี่ยหูฟังอีกหนว่าเสียงที่เรียกนั้นคือเสียงของผู้ใดกัน

“พี่ใหญ่...ท่านแม่ไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่” หลิงหลงถามพี่ชายฝาแฝดของตัวเอง ที่นั่งชะโงกหน้าเอามืออังหน้าผากท่านแม่แล้วยกอีกมื้อป้อม ๆ อังที่หน้าผากตัวเองใบหน้าครุ่นคิดจนคิ้วขมวดเป็นปมแน่น

“ตัวไม่ร้อนเหมือนเมื่อครู่แล้ว” แม้ในใจหลิงเผิง

จะหวาดกลัว แต่เขาต้องเข้มแข็งเพื่อน้องสาวคนเดียวของเขา เขาไม่อยากเห็นน้องสาวร้องไห้อีกแล้ว

เสียงพี่น้องคุยกันทำให้หยางหยู่เฟยขมวดคิ้ว แม้จะพยายามหาทางออกจากกลุ่มหมอกควันหนาทึบนี้ แต่ก็หาทางออกไม่พบ จนเมื่อมีเสียงหนึ่งที่แว่วดังเข้ามากระทบโสตประสาทการได้ยินของนาง

ลืมความรัก ลืมความแค้น ลืมว่าใครเคยร้ายกับเจ้า ใช้ชีวิตของเจ้าที่เหลือจากนี้ให้ดีก็พอ

“ใคร...นั่นเสียงใคร” หยางหยู่เฟยตะโกนใส่ในความมืด ที่นางมองไม่เห็นร่างเงาของผู้ใดเลย มีแต่เสียงสะท้อนคล้ายกับระฆังดังหง่างเหง่ง วังเวงราวกับเป็นเสียงเพรียกจากนรก...

"ท่านแม่...ข้าหลิงเผิงบุตรชายของท่าน" หลิงเผิง

ยกมือที่เย็นชืดของมารดาทาบที่แก้มป่องของตนเอง แม้จะพยายามเข้มแข็งไม่ให้น้ำตาหลั่งลงมาเท่าใด แต่เขาก็ยังเป็นเพียงเด็กสี่หนาวที่ต้องการมารดา แม้บิดาของเขาจะไม่มี

ก็ตาม

นางคือความอบอุ่นเดียวที่ทำให้เขาทนทุกการดูถูกของลูกชาวบ้าน ในหมู่บ้านใกล้สุสานตระกูลเยียน เขายอมให้คนหยามเกียรติ แต่จะไม่ทนหากมารดาหนึ่งเดียวของตนต้องจากไป

“ลูก...ลูก...ลูก ฮึก!” หลังจากนางเดินวนจนหมุนรอบตัวแล้วเกิดแรงเหวี่ยงมหาศาล ผลักนางขึ้นมาจากความมืดมิด ดวงตาที่เคยหลับค่อย ๆ ปรือขึ้นมองสิ่งรอบกาย จากนั้นนางจึงเห็นว่ามีเด็กสองคนที่อยู่ข้าง ๆ โดยมีเด็กชายและหญิง ใบหน้าพวกเขามอมแมมเล็กน้อย คล้ายกับยังไม่ได้อาบน้ำ

“ท่านแม่ฟื้นแล้ว”

เสียงตื่นเต้นดีใจของหลิงหลงดังขึ้น พร้อมกับน้ำตาที่หยดแหมะที่มือของนาง นางมองซ้ายขวาเพื่อตั้งสติพลันเรื่องราวชาติที่ผ่านมา เป็นเหมือนความฝันอันยาวนานของนาง ก็ค่อย ๆ หลั่งไหลเข้ามาในความทรงจำ จนทำให้นางรู้สึกเวียนหัว

ลูก...ลูกยังอยู่กับนาง ลูกคือสิ่งเดียวที่เหลืออยู่

ในชีวิต ลูกคือความหวังเดียวของนาง

ดวงตาที่พร่าเลือนจากหยาดน้ำใส ๆ ทำให้มองเด็กทั้งสองไม่ชัดนัก นางดึงทั้งคู่เข้ามากอดพร้อมกับภาพที่เห็นพวกเขาถูกบิดาไร้คุณธรรมสังหารกับมือ

แต่นางจำหน้าเขาผู้นั้นไม่ได้ ความทรงจำของนางเห็นเพียงลาดไหล่กว้าง ความสูงราวแปดฉื่อ กับหยาดน้ำตาหนึ่งหยดที่ไหลตรงปลายคาง...

‘ข้าจำใบหน้าเขาไม่ได้สินะ นี่หรือโอกาสที่นางได้รับอีกครั้ง เช่นนั้นนางของแก้ไขชีวิตของนางด้วยตนเองเถิด’

ผ่านมาสามวันแล้ว นางนั่งคิดทบทวนหลังกล่อมให้ลูกชายลูกสาวนอนกลางวัน ตัวตนของนางคือองค์หญิงผู้กำเนิดในครรภ์กุ้ยเฟยของอดีตฮ่องเต้ ‘ฮันจงตี้’ โดยมีมารดาคือ ‘หวังจื่อ’ กุ้ยเฟยที่มาจากตระกูลหวัง แต่หลังจากเสด็จพ่อสิ้นพระชนม์ ก็เกิดการแย่งชิงบัลลังก์กันขึ้น

พี่น้องของนางล้วนถูกส่งตัวแตกแยกออกไป ผู้ที่เป็นชายโดนขับให้อยู่ไกลจากเมืองหลวง ไม่ให้กลับมาอีกตลอดชั่วชีวิต ป้องกันการก่อกบฏซ้ำแย่งบัลลังก์คืนจากเสด็จอาของนาง เหล่าสตรีหากไม่สมรสไปต่างแคว้นเพื่อสร้างความสัมพันธ์ ก็ส่งไปแต่งงานกับตระกูลเล็กใหญ่แล้วแต่เสด็จอาของนางจะจัดการ

นางที่เป็นองค์หญิงซึ่งกำเนิดจากกุ้ยเฟย จึงได้รับเกียรติอยู่เล็กน้อย ให้แต่งเข้าตระกูลเยียนของเยียนอ๋อง

โดยบุตรชายหนึ่งเดียวนามว่าเยียนอ๋องซื่อจื่อหรือเยียน-

เหรินเข้าพิธีกับนางแต่โดยดีไม่ขัดขืน

ความสัมพันธ์ของตระกูลเยียนนางรับรู้ดีว่าเยียนอ๋องต้องการเอาใจเสด็จอาของนางที่เพิ่งขึ้นครองราชย์ จึงรับพระราชทานสมรส แต่ทว่าท่านหญิงเหอมารดาของเยียน-

เหรินไม่คิดแค่เอาใจฮ่องเต้เท่านั้น นางมีเชื้อสายตระกูลหวังที่มั่นคงมายาวนาน หวังเชื่อมสัมพันธ์เพื่อส่งให้บุตรชายเป็นใหญ่ในราชสำนักภายหน้า

ท่านหญิงเหอต้องการให้นางท้องจึงทำทุกวิถีทางเพื่อให้นางและเยียนเหรินเข้าใจกัน แต่นางเป็นสตรีก็ไม่อาจถามถึงความไม่พอใจได้ เพราะเกรงจะทำให้เขาขุ่นเคืองมากขึ้น ได้แต่เป็นชายาที่ดีตั้งใจดูแลเรือนรอคอยสามีกลับบ้านทุกเมื่อเชื่อวัน

นางแต่งเข้ามามีสาวใช้ที่ไว้เนื้อเชื่อใจเพียงคนเดียว คือ ‘หวงตานตาน’ ดังนั้นมีเรื่องอันใดนางจะเล่าให้หวงตาน-ตานฟังทั้งหมด แต่นางก็จิตใจดีเกินไปและใจอ่อนไว้ใจ

คนง่าย จนไม่รู้ว่าสาวใช้ของนางกำลังหักหลัง

นางก็ไม่เคยดูแคลนหวงตานตานเลยสักครั้ง ไม่รู้ว่ามูลเหตุครั้งนี้เกิดเพราะเหตุใดกัน และนั่นคือสิ่งที่นางอยากรู้ที่สุด

ต่อมาคือจดหมายที่ทำจากกระดาษชวนจื่อ กระดาษที่ใช้ภายในกองทัพมาอยู่ในห้องนางได้อย่างไร อีกทั้งถ้อยคำน่าเกลียดเหล่านั้นอีก นางเคยพบแม่ทัพเหออยู่ครั้งหนึ่ง

ก็ตอนแต่งงาน แล้วมีงานเลี้ยงในจวนตระกูลเยียน แต่เป็นงานเลี้ยงแบ่งแยกชายหญิง นางไม่เคยทักหรือพูดคุยสักคำ ทั้งท่านแม่ทัพก็ดูสุขุมไม่แสดงความเจ้าชู้กับสตรีใดออกมาให้เห็น

ที่สำคัญกว่าอื่นใดคือ ‘เขาคือญาติฝ่ายมารดาของสามี’ ดังนั้นมีเหตุผลอันใดที่คนใส่ร้ายพุ่งเป้าไปยังแม่ทัพเหอและนาง โอกาสและความเป็นไปได้แทบเป็นศูนย์ แต่คนที่เป็นสามีไม่รู้เกิดมาไร้สมองตรึกตรองหรืออย่างไร เชื่อเพียงเศษกระดาษกับคำโป้ปดของบ่าวคนหนึ่ง แล้วก็ส่งนางมายังสุสานร้างของตระกูลเยียนเพื่อดับโทสะในใจ

‘เหอะ...พูดไปก็เจ็บใจเปล่า ๆ ไม่สู้หลังจากนี้ นางจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กับลูกชายและลูกสาวหรอกรึ’

องค์หญิงหยางหยู่เฟยเช่นนางเคยหวังว่าวันหนึ่งเขาจะกลับมารับนางและบอกว่าเข้าใจผิด นางยินดีอภัยและกลับไปเป็นภรรยาของเขา อยู่เลี้ยงดูบุตรชายและบุตรสาวให้เขาอย่างดี

แต่รอมาจนห้าปี บัดนี้ลูกสาวและลูกชายของนางเติบโตขึ้นแล้ว แต่ครั้งนี้นางจะไม่เดินกลับทางเก่าที่เส้นทางเต็มไปด้วยขวากหนาม มีจุดหมายคือปากเหวมีความตายรออยู่เบื้องหน้า และมีนรกเป็นที่สิ้นสุดอีกแล้ว

“สุสานตระกูลเยียนหาใช่สุสานบิดาของข้า ช่างมารดามันเถอะ! ใครอยากเฝ้าก็เฝ้า อยากอยู่ก็อยู่ ข้ากับลูกจะไป”

เมื่อทบทวนเรื่องทุกอย่างดีแล้ว นางจึงหยิบไม้กับถ่านขึ้นมาวาดแผนที่ในหัวที่เคยแอบไปเล่นในห้องทรงอักษรของเสด็จพ่อ นางจำได้ว่าแคว้นชิ่งประกอบด้วยสี่เมืองหลัก คือ ฉางอัน เสี้ยนหยาง ไท่สุ่ย และลั่วหยาง โดยมีสามเมืองติดทะเล มีเพียงเสี้ยนหยางเมืองเดียวที่ไม่ติดทะเล เมื่อคิดอย่างรอบครอบ ฉางอันคือเมืองหลวงการเดินทางจากเหนือลงใต้ เป็นเรื่องที่ต้องใช้ทั้งแรงและเงินจำนวนมาก

นางมีตั๋วและเงินเพียงสองร้อยตำลึง ที่ตอนถูกทำโทษนั้นมีติดกายอยู่ในถุงหอม ซึ่งเป็นของที่มารดาทำให้ แล้วมารดาก็ใส่ตั๋วแลกเงินไว้ให้นางด้วยเผื่อยามฉุกเฉิน

แต่ก่อนไม่เคยคิดว่าองค์หญิงเช่นนางจะตกต่ำต้องใช้ตั๋วแลกเงินนี้สักครั้งจนเกือบลืมไปแล้ว นางใช้มันแลกเงินมาดูแลลูกตลอดห้าปีหมดไปเกือบครึ่ง แต่ก็ยังเหลืออีกร้อยกว่าตำลึง เพราะใช้กับยารักษาโรคเป็นส่วนมาก จึงทำให้ใช้ออกไปไม่น้อย

ร้อยตำลึงกว่า ๆ ที่เหลือนี้ยังไม่รวมใช้ตั้งตัวให้กับตัวเอง ดังนั้นเมืองเสี้ยนหยางที่เป็นเมืองรองน่าจะเป็นเมืองที่พวกนางแม่ลูกจะไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน

หลังตื่นนอนตอนบ่ายหลิงเผิงก็สะพายตะกร้าสานขึ้นหลัง เขาจะไปเก็บฟืนรอบ ๆ ป่าให้ท่านแม่ แต่หยางหยู่-เฟยเห็นจึงห้ามเขาเอาไว้

“หลิงเผิงนั่นเจ้าจะไปที่ใด”

“เก็บฟืนขอรับท่านแม่ ท่านเพิ่งฟื้นไข้ให้ข้าทำงานช่วยท่านเถิด”

หยางหยู่เฟยเห็นความไร้เดียงสาและความเข้มแข็งในแววตาของเด็กน้อยผู้นี้ นางไม่รู้ว่าตอนนั้นคิดได้อย่างไร

ที่เลี้ยงดูพวกเขาให้เป็นจอมวายร้ายคิดฆ่าบิดาตัวเอง

เพื่อล้างแค้นให้กับนาง

“เจ้าเป็นเด็กดีของแม่นัก มานี่เถอะไม่ต้องไปเก็บแล้วฟืน มาช่วยแม่เก็บของพวกเราจะไปจากที่นี่พรุ่งนี้”

หลิงเผิงคิดว่าตัวเองหูฝาด นี่ท่านแม่พูดจริงหรือหลอกให้เขาดีใจกันแน่ เขารังเกียจที่สุดการนอนอยู่ใกล้สุสาน เด็กคนอื่นในหมู่บ้านรอบสุสานชอบคิดว่าเขาเป็นพวกภูตผีมักล้อเขาเสมอ แม้เจ็บปวดใจแต่เขาอดกลั้นมาตลอด

ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับท่านแม่

มาวันนี้เหมือนฝันของหลิงเผิงจะเป็นจริง

“ท่านแม่...เราจะไปจากที่นี่ได้หรือขอรับ ท่านไม่ได้หลอกข้าใช่หรือไม่” หลิงเผิงวิ่งไปกอดขามารดา ตนเองสูงเพียงเลยเข่าของนางมาเท่านั้น พร้อมกับน้ำตาแห่งความดีใจหลั่งออกมา

คนเป็นแม่อย่างนางอดสงสารลูกไม่ได้ เพราะความหวังในจิตใจเพียงเล็ก ๆ มันสร้างบาดแผลให้กับลูกชายของนาง นางหวังให้สามีหายโกรธนาง ทั้งที่นางไร้ความผิด

‘นางรักเขาหรือ’

เหอะ...มันน่าสมเพชจริง ๆ รักบุรุษชั่วช้าผู้นั้นได้อย่างไร เพราะสุดท้ายแล้วเขาก็อยากฆ่านางกับลูกให้ตายอยู่ดี บัดนี้ใบหน้าของเขานางก็ลืมเลือนไปแล้ว มีอะไรให้ต้องอาวรณ์อยู่ที่นี่อีกเล่า

“ใช่ เราจะไปเริ่มต้นชีวิตกันใหม่ อยู่ด้วยกันแม่ลูก

ที่เสี้ยนหยาง”

ชั่วชีวิตนางอยู่แต่เมืองหลวงฉางอัน ไม่เคยไปที่ใดเลยนอกจากสุสานตระกูลเยียน ครั้งนี้นางจะไปเมืองอื่นเป็นครั้งแรก หวังว่าชีวิตใหม่ของนางจะมอบอะไรดี ๆ ให้นางบ้าง

หลิงหลงที่ตื่นนอนทีหลังเพิ่งรับรู้จากพี่ชายก็กระโดดดีใจ นางกลัวที่จะอยู่ที่นี่ นางไม่อยากนอนใกล้กับหลุมศพเหล่านี้ นางอยากมีบ้านสักหลังอยู่กับท่านแม่กินข้าวพร้อมหน้า นางหวังเพียงเท่านั้นจริง ๆ

รุ่งขึ้นรถม้าที่นางตัดใจไปจ้างมา ก็มารับพวกนางสามแม่ลูก หลิงเผิงจับเอาไก่ใส่เล้าไปด้วย เขาเอาข้าวไปหลอกล่อมันมาจากชายป่า ทุกวันได้กินไข่จากแม่ไก่เหล่านี้ทำให้เขาเติบโต ตอนนี้เขาจะย้ายไปเมืองอื่นก็จะนำมันไปด้วย

ท้ายรถมีข้าวของสามแม่ลูกหนึ่งหีบกับไก่อีกสามตัวภายในรถม้ามีสามแม่ลูกนั่งอยู่ โดยท่านลุงที่จ้างไปส่งนั้นเป็นท่านลุงใจดีที่มีรถม้ารับส่งคน ทำให้ภายในใจหลิงเผิงรู้สึกดีนัก

‘เขารอวันนี้มานาน’

“อาเฟย เจ้าอยู่ที่นี่มาก็หลายปี ไปต่างเมืองครั้งแรกจะไม่เป็นไรหรือ” ท่านลุงกู่ถามพวกนางแม่ลูกอย่างเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าอยากให้ลูก ๆ เติบโตในสภาพแวดล้อมที่ดีสักหน่อย หากข้ามีกำลังมากพออยากให้เขาได้ร่ำเรียนมีความรู้” อดีตนางเป็นองค์หญิง แต่ไม่มีใครรู้ฐานะของนาง ทุกคนรู้เพียงนางเป็นคนที่ตระกูลเยียนส่งมาเฝ้าสุสานเท่านั้น

“เช่นนั้นก็อวยพรพวกเจ้าให้โชคดี เดินทางจากที่นี่ไปก็น่าจะราวห้าวัน ข้าจะเลือกเส้นทางหลวงจะได้ไม่เป็นอันตราย”

การเดินทางไปต่างเมืองควรเดินทางเป็นขบวนใหญ่ นางลืมข้อนี้ไปจริง ๆ เพราะอาจจะมีโจรชุกชุมได้ แต่หากเป็นถนนหลวงนางก็เบาใจ เพราะอดีตเสด็จพ่อของนางได้เคยวางกำลังทหารดูแลราษฎรไว้ตลอดเส้นทาง ทำให้การสัญจรไร้โจรปล้นฆ่า ทำให้เหล่าคาราวานพ่อค้าและคนเดินทางปลอดภัย

แต่เมื่อถึงด่านตรวจระหว่างเมืองฉางอันเขตติดต่อของเสี้ยนหยางจำต้องตรวจทะเบียนครัวเรือน นางไม่เคยเดินทางด้วยตนเองมาก่อนจึงไม่รู้ว่าต้องมีด้วย

“อาเฟยข้างหน้ามีตรวจทะเบียนครัวเรือนแล้ว เจ้ามีหรือไม่”

“ท่านลุงกู่ทำอย่างไรดี ข้าไม่ได้เตรียมมาด้วยเจ้าค่ะ” นางไปขอเอกสารที่อำเภอไม่ได้ หาไม่ตระกูลเยียนก็จะรู้ว่านางยังรอดชีวิต ทั้งมีลูกสองคนที่ใบหน้าราวกับบิดาถอดออกมา ไม่แน่ว่านางกับลูกอาจไม่ปลอดภัย

“เช่นนั้นก็แย่แล้ว” ลุงกู่ปาดเหงื่อพูดอย่างจนใจ

ป้ายผ่านขององค์ชายองค์หญิงมีติดตัวด้วยกันทุกคน และนางก็ยังเก็บเอาไว้เสมอ จากตอนแรกคิดว่าชีวิตนี้ไม่ต้องใช้มันแล้ว แต่คราวนี้เห็นที่ต้องใช้

นางดึงป้ายที่ติดอยู่ที่เอวมาถือเอาไว้ จากนั้นเปิดรถม้าให้คนตรวจค้นพร้อมกับยื่นให้ทหารผู้ตรวจ ภาวนาว่าอย่าเพิ่งยกเลิกป้ายผ่านทางนี้เลยนะ

ทหารมองป้ายกับมองนางสองแม่ลูกแล้วก็โค้งเล็กน้อย จากนั้นก็ปล่อยพวกนางออกไป ทำให้หยางหยู่เฟย โล่งอก เอาไว้เมื่อถึงเมืองเสี้ยนหยางได้ที่อยู่เป็นหลักแหล่งนางจะไปขอทะเบียนครัวเรือนด้วยตนเอง

คล้อยหลังรถม้าผ่านไป นกพิราบสื่อสารก็ส่งไปยังกองทัพตระกูลเหอ คนที่ได้รับจดหมายคลี่ออกแล้วอ่านอักษรเพียงไม่กี่ตัวแล้วจุดไฟเผาทิ้งเสีย

“เมื่อเจ้าตัดสินใจแล้ว ข้าจะปกป้องเจ้าให้เอง!”

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
63 Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status