หนีรักชินอ๋องตัวร้าย

หนีรักชินอ๋องตัวร้าย

last updateLast Updated : 2025-09-29
By:  วริษาOngoing
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
6
1 rating. 1 review
27Chapters
5.3Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ชีวิตเดิมบัดซบอยู่แล้ว ไฉนสววรค์ยังส่งมาให้อยู่ในร่างของหญิงสาวที่ต้องแต่งเข้าจวนชินอ๋องตัวร้ายอย่างไม่มีทางขัดขืน เขาได้ฉายาว่าเป็นชายมักมากในกาม มัวเมาในกามารมย์วัน ๆ เอาแต่เข้าหอนางโลม

View More

Chapter 1

ตอนที่ 1 ฉันไม่ใช่คุณหนู

ค่ำคืนฤดูเหมันต์ ได้ยินเสียงลมพายุหิมะพัดกระหน่ำดังหวีดหวิว คลอด้วยเสียงม่านหน้าต่างถูกลมตีดังพึ่บพั่บ

จี้หานอีหรี่ตาลง ปลายนิ้วอันเย็นเฉียบเลิกม่านที่ตากลมจนแข็งกระด้างขึ้น สายตามองฝ่าความมืดมิดในคืนหิมะตกหนักออกไปไกล แม้เสียงเกือกม้าที่ควบตะบึงมาจะปะปนไปกับเสียงพายุหิมะฟังแทบไม่รู้เรื่อง แต่นางก็ยังได้ยิน

พลันมีเสียงอ่อนหวานดังขึ้นจากด้านหลังว่า "พี่สะใภ้ ท่านพี่จะมารับพวกเราหรือไม่"

จี้หานอีปล่อยม่านลง ไม่ได้ตอบคำ เพียงหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า

นางรู้ดี เขาต้องมาแน่

ไม่ว่าพายุหิมะจะรุนแรงเพียงใด เขาก็ต้องมา

วันนี้ เดิมทีนางไม่ได้คิดติดตามหลี่หมิงโหรวมาที่เรือนน้ำพุร้อนเลย แต่เขากลับกล่าวว่า "หานอี เจ้าเป็นพี่สะใภ้ของหมิงโหรว หมิงโหรวมีโรคหนาวเข้าแทรก เจ้าควรต้องดูแลนาง"

ยามเขาเอ่ยประโยคนี้ น้ำเสียงช่างเย็นชานัก ทั้งยังจัดแจงทุกอย่างไว้เสร็จสรรพคล้ายเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว

เพียงแต่ขณะเดินทางกลับ หิมะตกหนักปิดกั้นถนน ล้อไม้แตกหัก จึงมีรถม้าจำนวนมากติดค้างอยู่กลางทาง

สารถีขี่ม้ากลับไปส่งข่าว นี่ก็ผ่านไปเกือบสองชั่วยามแล้ว อีกประเดี๋ยวคงกลับมา

เสียงเกือกม้าที่ดังขึ้นเดี๋ยวใกล้เดี๋ยวไกลในค่ำคืนแห่งพายุหิมะนั้นไม่ต่างไปจากเสียงกลองรัวกระหน่ำ ยิ่งใกล้เข้ามาก็ยิ่งร้อนรน กระทั่งเจ้าม้าส่งเสียงร้องกึกก้อง นอกรถม้าจึงมีเสียงทุ้มละมุนแฝงด้วยความกังวลเรียกหา "หมิงโหรว"

ทันใดนั้น ผ้าม่านก็ถูกเลิกขึ้น มือใหญ่เรียวยาวข้างหนึ่งยื่นเข้ามา

จี้หานอีหลุบตาลงมองมือข้างนั้น ชัดเจนว่าไม่ได้ยื่นมาเพื่อรับนาง

ข้างกายได้ยินเสียงสะอื้นไห้ของหลี่หมิงโหรวดังขึ้น ช่างฟังดูทั้งอ่อนแอและน่าทะนุถนอมนัก "ท่านพี่ ในที่สุดท่านก็มาแล้ว"

หลี่หมิงโหรวจรดปลายนิ้วที่อ่อนนุ่มลงบนฝ่ามือเรียวยาวข้างนั้น บางทีอาจเพราะหวาดกลัวเกินไป ร่างอรชรในชุดสีชมพูจึงโถมเข้าใส่อีกฝ่ายคล้ายผีเสื้อตัวน้อย เสียงสะอื้นแผ่วเบาในค่ำคืนหิมะนั้นช่างไม่ต่างไปจากทิวทัศน์แห่งวสันตฤดูที่อบอุ่นยาวนาน ชวนให้ผู้คนพลอยลุ่มหลงไม่รู้ตัว

จี้หานอีเห็นนิ้วมือเรียวยาวซึ่งวางอยู่บนแผ่นหลังของผู้สวมอาภรณ์สีชมพูชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะโอบกอดคนในอ้อมแขนแนบแน่นขึ้นในความเงียบ

หลังจากนั้น เสื้อคลุมขนจิ้งจอกหนานุ่มตัวหนึ่งก็ถูกคลี่คลุมลงบนไหล่อันบอบบางงดงามคู่นั้น

จี้หานอีถอนสายตากลับมา จับจ้องมองไปที่ม่านด้านข้าง

ผ้าม่านปลิวไสวตามแรงลมของพายุหิมะ เกล็ดหิมะสาดซัดเข้ามาตกกระทบลงบนแก้มของนาง แต่นางกลับไม่รู้สึกถึงความหนาวเหน็บอีกแล้ว

นางทำเพียงซ่อนมือที่แข็งเกร็งไว้ในส่วนลึกของแขนเสื้อ

หลี่หมิงโหรวร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดของเซี่ยอวี้เหิงอยู่นาน ก่อนจะยอมสงบลงภายใต้การปลอบโยนอันอบอุ่นของชายหนุ่ม จากนั้น นางก็ถูกเขาอุ้มลงจากรถม้าไป

จี้หานอีได้ยินเสียงซึ่งยังคงสั่นเครือของหลี่หมิงโหรวดังขึ้นนอกรถม้าว่า "แล้วพี่สะใภ้เล่าเจ้าคะ"

คำพูดต่อมาของชายหนุ่มถูกกลืนหายไปในพายุหิมะ จี้หานอีฟังไม่ได้ยิน แต่มันก็ไม่ได้สำคัญถึงเพียงนั้น

นางเพียงกระชับเสื้อคลุมบนร่าง ขณะมองดูโคมแก้วหลิวหลีในรถม้าถูกสายลมพัดพาให้สั่นไหวอย่างเงียบงัน ทอดเป็นเส้นเงาแตกสลายลงบนร่างของนาง

ไม่นานนัก ผืนผ้าม่านก็ถูกเลิกขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าหล่อเหลาสูงศักดิ์ซึ่งดูห่างเหินปรากฏขึ้นตรงหน้า และเขาก็กล่าวประโยคแรกกับนางในค่ำคืนนี้ "รถม้าที่จะมารับพวกเจ้าติดหิมะเดินทางมาไม่ได้ ข้าทำได้เพียงขี่ม้าล่วงหน้ามาก่อนเท่านั้น"

"หมิงโหรวกลัวความหนาวเย็นมาแต่ไหนแต่ไร คราวนี้นางตกใจจนขวัญเสีย บนหลังม้านั่งได้เพียงคนเดียว ประเดี๋ยวข้าจะพานางกลับไปส่งก่อน"

"รบกวนเจ้ารออีกสักหน่อย รถม้าคงรีบมารับในอีกไม่ช้า"

จี้หานอีพยักหน้าด้วยความเข้าใจ ไม่ไต่ถามสิ่งใด เพียงรับคำว่า "ได้เจ้าค่ะ"

ใบหน้าของชายหนุ่มดูวูบไหวไม่ชัดเจนภายใต้แสงโคมสลัวราง เขามองใบหน้าที่เรียบเฉยของจี้หานอี จากนั้นจึงเห็นว่านางนั่งขดตัวหนาวสั่น ผิวพรรณซีดขาว เท้าที่กำลังจะก้าวเดินไปจึงชะงักกึก

เขามองนางอีกครั้ง เพื่ออธิบายเพิ่มหนึ่งประโยค "ตอนข้ามานำเสื้อคลุมขนจิ้งจอกมาได้เพียงตัวเดียว เจ้าเป็นพี่สะใภ้นาง คงต้องให้เจ้าอดทนแล้ว"

ถ้อยคำทำนองนี้จี้หานอีได้ยินมานับครั้งไม่ถ้วนหลังแต่งกับเขา คล้ายว่าการที่นางแต่งกับเขานั้น ก็สมควรได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจเช่นนี้

หากเป็นเมื่อก่อน นางคงถามเขาไปแล้วว่า ผู้ใดคือภรรยาของท่านกันแน่?

แต่ถ้าถามไป เซี่ยอวี้เหิงย่อมต้องมองนางด้วยสายตาเย็นชายิ่งกว่าเดิม

เขาจะไม่พูด ไม่แม้แต่จะอธิบายเพิ่มเติมสักครึ่งคำ แต่เขาจะใช้สายตาซึ่งเสมือนลิ่มน้ำแข็งทิ่มแทงจิตใจนางไม่ให้เหลือชิ้นดี ทำให้นางรู้สึกว่าตนเองเป็นคนเสียสติไร้เหตุผล

จี้หานอีในยามนี้เหนื่อยล้าเกินกว่าจะเอ่ยถาม ในเมื่อถามไปก็ไร้ประโยชน์ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คงไม่พานางกลับไปด้วยอยู่ดี ภรรยาเช่นนาง ไม่เคยมีความสำคัญในใจเขาอยู่แล้ว

นางเหนื่อยเสียจนคร้านจะพูดจา จึงทำได้เพียงพยักหน้า "รีบไปเถิดเจ้าค่ะ หมิงโหรวยังรอท่านอยู่บนหลังม้า"

หลังพูดประโยคนี้จบ จี้หานอีก็เห็นหัวคิ้วของเซี่ยอวี้เหิงขมวดมุ่น ขณะมองนางด้วยสายตาหลายความรู้สึก

จี้หานอีหลับตาลง ไม่ใช่เพราะอื่นใด แต่เป็นเพราะไม่มีอะไรให้พูดแล้วเท่านั้น

เซี่ยอวี้เหิงเม้มริมฝีปาก ไม่ได้พูดคำใดอีก เพียงปรายตามองจี้หานอีแวบหนึ่ง จากนั้นจึงปล่อยม่านลง

ได้ยินเสียงเกือกม้าดังขึ้นนอกรถม้า ก่อนที่เสียงนั้นจะเลือนหายไปในพายุหิมะอย่างรวดเร็ว

พลัน เสียงเศร้าสร้อยของสาวใช้นามหรงชุนก็ดังขึ้นข้างกาย "นายท่านทิ้งฮูหยินน้อยไว้ที่นี่คนเดียว ไม่คิดเป็นห่วงเลยหรือเจ้าคะ"

จี้หานอีค่อย ๆ เอนกายพิงไปทางหรงชุนผู้อยู่ด้านข้าง นางซบลงบนไหล่ของสาวใช้ พลางหลุบตาลงมองถ่านไฟในเตาน้อยปลายเท้าซึ่งเหลือเพียงแสงไฟริบหรี่

หลังระบายลมหายใจอันเย็นเยียบคำรบหนึ่ง นางก็รู้สึกว่าตนชักจะเริ่มชอบความโดดเดี่ยวเช่นนี้เสียแล้ว

นางหลับตาลงในความเงียบก่อนกระซิบ "หรงชุน เดี๋ยวข้าขอนอนสักงีบ"

ชั่วขณะที่หลับตาลง นางก็มองเห็นตนเองเมื่อสามปีก่อน

นั่นคือช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วงปีหนึ่ง นางรออยู่ที่หน้าประตูจวนสกุลเซี่ยอยู่นาน กระทั่งเซี่ยอวี้เหิงปรากฏตัว

ในมือนางกำหนังสือหมั้นหมายกระชับแน่นขณะวิ่งเข้าไปหา ในใจทั้งตื่นเต้นและประหม่า แต่กลับแสร้งทำเป็นสงบนิ่งยามเงยหน้ามองเขา "ข้าคือบุตรสาวสกุลจี้"

"ข้ามาเพื่อจะถามท่านว่า สัญญาหมั้นหมายของพวกเรายังมีผลอยู่หรือไม่?"

จี้หานอีในยามนั้นถึงวัยปักปิ่นแล้ว และนั่นก็นับเป็นความใจกล้าเพียงครั้งเดียวในชีวิตของนาง

ในตอนนั้น นางตื่นเต้นเสียจนฝ่ามือเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เนื่องจากไม่รู้ว่าจะได้รับคำตอบเช่นไร

เวลานั้น บิดานางถูกจับเข้าคุก จวนสกุลจี้เองก็โดนยึดทรัพย์ ยามต้นไม้ล้มลิงค่างต่างหนีหาย จวนสกุลจี้ซึ่งเคยมีแขกเหรื่อมาเยี่ยมเยือนไม่ขาดสาย กลับเหลือเพียงผู้คนที่คอยซ้ำเติมยามตกต่ำเท่านั้น

แม้นางกับมารดาจะได้รับความเมตตาละเว้นโทษ ไม่ต้องติดร่างแหตามไปด้วย แต่ก็ต้องไปอาศัยอยู่กับท่านตาซึ่งตกอับไปแล้ว และหากเซี่ยอวี้เหิงจะกลับคำไม่แต่งงานด้วย ก็คงไม่มีผู้ใดตำหนิเขาได้

นับเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ กาลเวลาย่อมแปรเปลี่ยนทุกสิ่ง

แม้แต่ตัวจี้หานอีเอง ในครั้งนั้นก็เตรียมใจไว้แล้วว่า หากเซี่ยอวี้เหิงกลับคำ นางก็จะฉีกหนังสือหมั้นหมายทิ้งเสียตรงนั้น

เพราะเซี่ยอวี้เหิงขณะนั้นมีชื่อเสียงในเมืองหลวงพอสมควร ถือเป็นขุนนางตั้งแต่อายุน้อย บุรุษผู้สง่างามดั่งดวงจันทร์กระจ่าง ย่อมมีหญิงสาวตระกูลผู้ดีนับไม่ถ้วนในเมืองหลวงหมายปองอยากแต่งกับเขา

เขาไม่ได้ขาดแคลนคู่ครองที่ดีกว่านางเลย

นางถึงขั้นเตรียมพูดว่า หากเขาไม่เต็มใจ นางก็จะฉีกหนังสือหมั้นทิ้ง ถือเสียว่าไม่เคยมีสัญญานี้ และนางก็ไม่คิดโทษเขาด้วย

แต่เซี่ยอวี้เหิงกลับเอ่ยปากตอบรับ

จี้หานอีลืมไปแล้วว่าเวลานั้นเซี่ยอวี้เหิงมีสีหน้าเช่นไร นางจำได้เพียงเสียงของเขา มันทั้งทุ้มละมุนและเนิบช้า ให้ความรู้สึกคล้ายดั่งกองไฟกลางหิมะในวันฤดูใบไม้ร่วงที่ยังไร้ความอบอุ่น เขากล่าวว่า "ในเมื่อเป็นคำสั่งของบิดามารดา สัญญาหมั้นย่อมต้องมีผล"

"เช่นนั้นข้าน้อยจะให้ท่านแม่ไปพูดคุยเรื่องฤกษ์แต่งที่จวนนะเจ้าคะ"

ชั่วขณะนั้น จี้หานอีคิดว่าตนเองได้พบเจอกับคู่ครองที่ดีที่สุดในชีวิตแล้ว

คู่ครองผู้เป็นเสมือนกองไฟกลางหิมะ ย่อมต้องดีต่อนางดังเช่นที่บิดาดีต่อมารดาของนางเป็นแน่

นางคิดว่าตนเองจะได้มีบ้านอีกครั้ง

แต่แล้วคู่ครองที่นางวาดหวัง กลับแต่งนางเพียงเพราะต้องการรักษาชื่อเสียง ส่วนในใจเขานั้นมีผู้อื่นอยู่แล้ว

ภายใต้หิมะขาวโพลน นางหมุนตัวกลับด้วยความพิศวงคล้ายเพิ่งตื่นจากความฝันตื่นหนึ่ง ก่อนสบตากับดวงตาที่ผิดหวังคู่นั้นในความฝันยามดึก "เจ้าจงดูให้ชัด นี่คือสามีที่เจ้าเลือกเอง"

ลมหนาวบาดผิวระลอกหนึ่งพัดผ่านผ้าม่านหนาหนัก ปลุกคนในห้วงฝันให้ตื่นขึ้นมา

จี้หานอีลืมตาโพลง มองดูถ่านไฟที่มอดดับไปนานแล้ว

นิ้วมือแข็งเกร็งไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะไปเขี่ยมันอีก

นางหวนนึกถึงปีนั้นที่ตนเองอายุสิบสี่ ขณะไปเยี่ยมบิดาในคุกเป็นครั้งสุดท้าย บิดายังคงกุมมือนางไว้ด้วยความเมตตาพร้อมกล่าวอย่างแช่มช้าว่า "หานอี เจ้าอย่าได้ร้องไห้ไปเลย โลกนี้ไม่มีถูกผิดที่แท้จริงฉันใด ก็ไม่มีดีเลวที่แน่นอนฉันนั้น"

"ก็เหมือนดั่งราชสำนักที่มีขึ้นมีลง ผู้ชนะไม่แน่ว่าจะชนะตลอดไป และผู้แพ้เองก็ย่อมมีความหวังกลับมายิ่งใหญ่ได้เช่นกัน"

"เจ้าอย่าได้คิดเคียดแค้น อย่าได้คิดห่วงหา และอย่าได้คิดยึดติด"

"ปล่อยวางอดีต และจงก้าวเดินไปข้างหน้าเสมอ"

จี้หานอีมองดูหิมะนอกหน้าต่างรถม้า

นางพลันตาสว่าง คงต้องยุติความสัมพันธ์อันหยุดนิ่งในฤดูเหมันต์ที่แสนหนาวเหน็บนี้ลงเสียที นางถึงจะสามารถทำตามที่ท่านพ่อบอก ก้าวเดินไปข้างหน้าได้ตลอดไป

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

reviews

Nattery
Nattery
อ่านเพื่อความบันเทิงจริงๆ ไม่อิงอะไรทั้งนั้น ขอบคุณที่อัพเดทจนจบ
2025-10-20 11:38:48
1
2
27 Chapters
ตอนที่ 1 ฉันไม่ใช่คุณหนู
บทนำอี้เหยาหญิงสาวในยุคปัจจุบันไปร้านเหล้าดื่มและบ่นเรื่องชีวิตให้กับเพื่อนสนิทฟัง ใครจะคิดว่าเธอจะเมาหลับตื่นขึ้นมาอีกทีดันทะลุมิติไปอยู่ในร่างงของบุตรสาวคนรองของใต้เท้าตกอับ แม้ว่าจะโชคดีที่ไม่ต้องทำงานแต่เธอกลับต้องมีเรื่องทุกข์ใจเพราะต้องแต่งเข้าจวนอ๋อง ที่ขึ้นชื่อว่ามักมากในกาม บ้าตัณหา โหดเหี้ยมอยากได้อันใดก็ต้องได้ เพื่อให้ตระกูลของตนเองไม่ตกต่ำไปมากกกว่านี้ ท่านพ่อของนางจึงขอร้องให้นางแต่งไปเป็นอนุหรือพระชายารองของชินอ๋องหวังหมิง นางไม่สามารถขัดขืนได้จึงยอมแต่งเข้าจวนทว่าหลัวจตากที่นางเหยียบเข้าจวนอ๋องทุกวันนางคิดหาหนทางออก แต่ไม่ได้ง่ายอย่างที่นางคิดเอาไว้ ไหนจะพระชายาเอกเสวี่ยหมิ่นที่เหมือนจะดีกับนางแต่ก็แอบร้ายอยู่ลึก ๆ นางจึงคิดหาหนทางหนีจากชินอ๋องเพื่อเอาชีวิตรอดไม่สนใจแล้วว่าตระกูลของนางจะเป็นเช่นไร ทว่าสวรรค์ไร้ความเมตตาจะหนีเช่นไรก็ไม่มีทางจะหนีเขาพ้นเสียทีและนางได้ไปล่วงรู้เรื่องที่ไม่สมควรรู้อีกด้วยคำเตือน***นิยายเรื่องนี้แต่งตามความเข้าใจของนักเขียนเท่านั้น ไม่ได้อ้างอิงตามประวัติศาสตร์โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน อ่านเพื่อความบันเทิงสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิ
Read more
ตอนที่ 2 ทะลุมิติมาเป็นคุณหนู
ตอนที่ 2 ทะลุมิติมาเป็นคุณหนู“เฮือก!!” ร่างบางสะดุ้งตื่นอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้นางรู้แล้วทุกอย่างว่าตอนนี้ตนเองอยู่ในร่างของซูอี้หานบุตรสาวคนรองของใต้เท้าซู“คุณหนูฟื้นแล้ว ข้าคิดว่าคุณหนูจะฟื้นมาไม่ทันเวลาเข้าพิธีอีกเจ้าค่ะ ใจข้าสั่นไหวไปหมด คุณหนูอย่าทำเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ” สาวใช้ข้างกายคนเดิมกุมมือของอี้เหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ‘นี่คือสาวใช้คนสนิทของอี้หานสินะ ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าตัวเองคือซูอี้หาน และวันนี้คือวันที่ต้องแต่งเข้าจวนอ๋องหวังหมิง ในเมื่อสวรรค์ต้องการให้ฉันเข้ามาอยู่ในร่างนี้ ฉันคงต้องแต่งงานกับเขาเหมือนเดิม เอาล่ะเป็นยังไงเป็นกันแต่งเข้าจวนไปก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง’ อี้เหยาคิดในใจ ก่อนจะยันกายลุกขึ้นสั่งสาวใช้แต่งกายให้ตนเอง“ซูซูแต่งตัวให้ฉันสิ เราจะได้ออกเดินทางไปที่จวนชินอ๋องกัน ตอนนี้ฉันพร้อมแล้ว”“เอ่อ ข้าคิดว่าคุณหนูต้องกระทบกระเทือนที่ศีรษะไปชนเข้ากับเสาไม้แน่ ๆ แม้แต่คำพูดของคุณหนูยังไม่เหมือนเดิม ข้าต้องแจ้งท่านใต้เท้าให้ท่านหมอมาตรวจดูเสียก่อนเจ้าค่ะ” อี้เหยาลืมสนิทว่าตนเองอยู่ในยุคที่พูดจาอีกแบบ นางตีเข้าที่หัวของตนเองเบา ๆ หนึ่งครั้งก่อนจะหันมายิ้มห
Read more
ตอนที่ 3 ไม่มีทางให้แตะต้อง
ตอนที่ 3 ไม่มีทางให้แตะต้องเวลาผ่านไปไม่นานเกี้ยวได้หยุดเคลื่อนไหวเสียงของบ่าวรับใช้ดังขึ้นมาจากด้านนอก“พระชายาตอนนี้ถึงจวนของท่านชินอ่องแล้วพะย่ะค่ะ” ซูซูเปิดผ้าคุมเกี้ยวให้คุณหนูของนางเดินออกมา โดยมีชินอ๋องยืนรอรับอยู่“มาเถอะพระชายาเจ้ามิต้องเป็นกังวลอันใด ต่อจากนี้ชีวิตของเจ้าจะดีกว่าเมื่อตอนที่เจ้าเป็นคุณหนูตระกูลซูเสียอีก ข้าจะดูแลเจ้าเป็นอย่างดี” น้ำเสียงที่ชวนทำให้นางขยะแขยงดังขึ้นอีกครั้ง อี้หานทำได้เพียงกัดริมฝีปากฝืนทนทำพิธีกับเขาจนเสร็จทุกอย่างจนมาถึงเวลาที่นางต้องยกน้ำชาให้แก่พระชายาเอกที่นั่งอยู่ต่อหน้า พระชายาเอกเย็นชาไม่เอ่ยวาจาได้เพียงแต่น้อยรับน้ำชายกดื่ม เท่ากับว่าตอนนี้เหลือเพียงพิธีเดียวคือการเข้าห้องหอ นางถูกนำตัวมาที่ตำหนักแยกฝั่งซ้ายของตนเองต่อจากนี้ หัวใจของอี้หานเต้นแรงตึกตักจะให้ซูซูเข้ามาอยู่ด้วยก็มิได้เพราะยังไม่เสร็จสิ้นพิธีนั่งกังวลอยู่บนเตียงหนานุ่มรอคอยชินอ๋องมาเปิดผ้าคุมหน้าปัง! เสียงประตูถูกเปิดเข้ามาจากด้านนอก เสียงฝีเท้ากำลังย่างกรายเข้ามาเรื่อย ๆ หัวใจของอี้หานยิ่งเต้นแรงมากกว่าเดิมตึก ตึก“ในที่สุดเวลาที่ข้าเฝ้ารอคอยก็มาถึงเสียที ข้าได้ยินคำร
Read more
ตอนที่ 4 ท่านไม่ใช่คุณหนูของข้า
ตอนที่ 4 ท่านไม่ใช่คุณหนูของข้า ฝั่งด้านหวังหมิงหลังจากที่เขาเดินออกมาจากตำหนักของพระชายารองเขากลับมาที่ห้องของตนเองเปลี่ยนอาภรณ์เตรียมออกไปด้านนอก“ท่านจะออกไปที่ใดกันจะทิ้งพระชายารองตั้งแต่วันแรกที่แต่งนางเข้ามาเลยหรือขอรับ” เสียงในเงามืดดังขึ้นพร้อมเดินออกมาจากด้านหลัง“ข้าไม่ได้ทิ้งนางแต่นางต่างหากที่ปฏิเสธข้า แต่ก็ดีเช่นเดียวกัน ข้าได้ยินมาว่าวันนี้ฝั่งนั้นจะแอบดำเนินการเมื่อข้าใช้เวลาอยู่ในห้องหอ วันนี้เราจะต้องออกไปจัดการคนเหล่านั้นเจ้าเองก็ไปเตรียมเรียกคนของเราเอาไว้ ข้าจะไม่ยอมให้แผนการของคนพวกนั้นทำร้ายข้าได้” เจิงหลงชายคนสนิทที่เป็นเหมือนข้ารับใช้ สหายคนรู้ใจที่เล่นและคอยอยู่เคียงข้างหวังหมิงมาตั้งแต่ยังเยาว์ ยิ้มเยาะก่อนจะน้อมรับคำสั่งของหวังหมิงและเอ่ยถามเขาเรื่องพระชายารองอีกครา“ขอรับ ข้าจะรีบไปทำตามที่ท่านสั่งเดี๋ยวนี้ แต่ว่าข้าอดสงสัยมิได้พระชายารองที่งดงามไม่สามารถมัดใจท่านให้เข้าหอได้เลยหรือ? เมื่อครู่ท่านบอกนางปฏิเสธ ใบหน้าเช่นท่านนะหรือ? สตรีใดเห็นต่างพากันลุ่มหลง ไม่น่าจะเป็นไปได้"“เพราะนางไม่เหมือนสตรีใดในใต้หล้านะสิ” เพียงแค่คิดใบหน้าของหวังเมิงพลันเปลี่ย
Read more
ตอนที่ 5 ถูกจับได้
ตอนที่ 5 ถูกจับได้“อึก อึก คุณหนู คุณหนูของข้าไปอยู่ที่ใดเจ้าคะ ป่านนี้จะเป็นเช่นไรบ้างทำไมถึงให้วิญญาณสตรีนางอื่นเข้ามาอยู่ในร่างของตนเองเช่นนี้”“ซูซูเจ้าตั้งสติเสียก่อนเถอะ คุณหนูของเจ้าอาจจะไม่ได้ไปที่ใดนางอาจจะอยู่ในร่างเดียวกันกับข้า เพราะไม่ว่าความทรงจำความรู้สึกของนางที่มีต่อทุกคนยังคงอยู่ ใช่ว่าข้าเองจะอยากมาแย่งร่างของนางเสียหน่อย แต่เพราะสวรรค์ต่างหากส่งข้ามา” อี้หานรีบประคองตัวของซูซูให้ลุกขึ้นก่อนที่ทุกคนจะเห็นเข้า มาอยู่ในจวนอ๋องทุกคนที่นี่ล้วนเป็นคนของอ๋องหวังหมิง "ต่อให้เจ้าร้องไห้โวยวายคุณหนูของเจ้าจะกลับมา ตอนนี้เจ้าต้องอยู่เคียงข้างช่วยเหลือข้า ข้าเชื่อว่าการที่สวรรค์ส่งข้ามาย่อมมีเหตุผล” ซูซูสะอึกไห้พยักหน้าปาดน้ำตาออกจากใบหน้า“ข้าขอโทษเพคะ เพราะข้าเป็นห่วงคุณหนูแต่คำพูดของท่านก็เป็นความจริงต่อให้ข้าร้องไห้จนไม่เหลือน้ำตาคุณหนูของข้าก็คงไม่กลับมาอยู่ดี "“ข้าเชื่อว่าวันหนึ่งนางอาจจะกลับมาแน่ ๆ ตอนนี้เราออกไปที่ห้องโถงเถอะ เจ้าบอกเองมิใช่หรือว่าท่านชินอ๋องจะมากินอาหารเช้ากับข้า”“เพคะพระชายา” ซูซูคิดตามคำพูดของอี้หานไม่แน่นี่อาจจะเป็นลิขิตจากสวรรค์ให้วิญญาณนางนี้ม
Read more
ตอนที่ 6 คารวะพระชายาเอก
ตอนที่ 6 คารวะพระชายาเอก“เอ่อ....ท่านชินอ๋องเพคะข้ามิได้ต้องการหลอกลวงท่านนะ แต่ว่าข้าถือเคล็ดใช่ ๆ ท่านเชื่อคำทำนายหรือไม่? ก่อนที่ข้าจะแต่งเข้าจวนของท่านมีหมอดูทักข้าว่าต้องแต่งใบหน้าเช่นไรถึงจะมีอายุยืนและมีบุตรที่แข็งแรง แต่ว่าตอนนี้ข้าคงไม่ต้องแต่งแล้วเพราะข้าเข้ามาเหยียบอยู่ที่จวนของท่านและปลอดภัยดี ข้าได้ยินมาว่าท่านชินอ๋องจิตใจเมตตาเรื่องเพียงเท่านี้ท่านคงไม่ถือสานะเพคะ ” “ผิดแล้วพระชายา ข้านะบ้าอำนาจไร้ความยุติธรรมสิ่งที่เจ้าทำผิดจะต้องถูกลงโทษแล้วข้านะบ้าในกามารมณ์เอาไว้ราตรีนี้ข้าจะลงโทษพระชายาให้สาสมแก่ใจ เมื่อครู่พระชายาเอ่ยถึงบุตรใช่หรือไม่ ดีๆ ค่ำคืนนี้ข้าคงลงโทษพระชายาไม่ให้หลับให้นอนเลย ” หวังหมิงมองนางตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยใบหน้าหื่นกาม อี้หานเสียวสันหลังวูบวาบไม่อยากให้เวลาเดินต่อเลยแม้แต่น้อยเหลียวมองไปหาซูซูเพื่อขอความช่วยเหลือแต่นางก็มิอาจจะช่วยเหลือได้ทำได้เพียงก้มหน้าลงต่ำหลบสายตาของอี้หาน “ข้าร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงนักเมื่อครู่ท่านไม่ได้ยินที่สาวใช้ของหม่อมฉันกล่าวมาหรือเพคะ หากท่านอ๋องโหดร้ายกับข้าเช่นนั้นมีหวังข้าคงได้จับไข้จนลุกไม่ขึ้นแน่
Read more
ตอนที่ 7 มอบหมายงาน
ตอนที่ 7 มอบหมายงาน“เจ้าช่างเป็นคนที่ซื่อตรงคิดเช่นไรเอ่ยมาเช่นนั้น หากเจ้าต้องการอยู่อย่างสงบเจ้าย่อมได้ตามที่เจ้าต้องการ มานั่งลงข้าง ๆ ข้าเถอะ เหม่ยหนิงไปนำจอกน้ำชามาต้อนรับพระชายารอง”“เพคะ” อี้หานยิ้มกริ่มอย่างดีใจที่เจอคนดีอย่างพระชายาเอกอย่างน้อยนางก็เบาใจเรื่องภรรยาหลวงรังแกภรรยาน้อย ทั้งสองนั่งคุยกับในเรื่องราวต่าง ๆ มากมายจนดวงตะวันเริ่มจะตั้งอยู่ตรงกลางหัว อี้หานจึงขอตัวกลับ“ข้ามารบกวนเวลาท่านพี่เสวี่ยหมิ่นนานมากแล้ว ยามนี้แดดเริ่มแรงแล้วท่านเข้าไปพักผ่อนเถอะเพคะ ”“นั่นสินะ ข้าพูดกับเจ้าเพลินไปหน่อย จริงสิ ท่านชินอ๋องได้บอกกับเจ้าหรือไม่ต่อจากนี้เจ้ามีหน้าที่อันใดในจวน” อี้หานคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย นางเป็นพระชายารองต้องมีหน้าที่ของตนเองด้วยหรือมิใช่ให้อยู่อย่างสบาย ๆ ไปวัน ๆ หรอกหรือ? “มีงานด้วยหรือเพคะ”“ตอนนี้ข้าดูแลงานหลังจวนหมดทุกอย่าง ในเมื่อเจ้าเข้ามาเป็นพระยาชารองที่นี่ต้องมีหน้าที่ของตนเองเช่นเดียวกัน เหม่ยหนิง เจ้าไปเอาบันทึกการซื้อของในห้องเครื่องมามอบให้แก่พระชายารองต่อจากนี้งานพวกนี้จะเป็นหน้าที่ของนาง อี้หานเจ้าเป็นบุตรสาวขุนนางแม้จะตำแหน่งน้อยก็คงไ
Read more
ตอนที่ 8 ค่าเสียเวลา
ตอนที่ 8 ค่าเสียเวลาเวลาผ่านไป 1 ชั่วยามอี้หานนอนตัวแข็งทื่อแทบไม่กล้าขยับไปทางใด ในห้องนอนยามนี้มีเพียงเสียงลมหายใจของทั้งสองและเสียงหัวใจเต้นแรงของอี้หาน'ทำไมถึงไม่ยอมกลับไปกันนะเป็นอย่างนี้ใครจะไปนอนหลับได้ ไม่น่าคิดแผนนี้เลยเพราะความโง่และสมองอันน้อยนิดของข้า โอ๊ย! แล้วอย่างนี้จะหาทางหนีเขาได้อย่างไรนะ' อี้หานคิดในใจพยายามขยับกายเล็กน้อยเพื่อคลายตัวออกจากแขนแกร่งของเขา"พระชายาเจ้ายังไม่หลับหรือ? หรือว่าไข้ขึ้นแต่ว่าร่างกายของเจ้าไม่ได้ร้อนแล้วนะ รู้สึกเหมือนมันจะเย็นราวกับคนปกติ ""เอ่อ..ที่ข้านอนไม่หลับเพราะไม่คุ้นชินที่ท่านชินอ๋องมานอนกอดเช่นนี้เพคะ อีกอย่างการเจ็บป่วยของข้ามักจะเป็นเช่นนี้ เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็นทว่าข้างในยังคงร้อนระอุอยู่เพคะ""เป็นอย่างนี้นี่เอง ตั้งแต่ข้าเกิดมาพึ่งจะเคยได้ยินอาการป่วยของพระชายาช่างแปลกจริง ๆ ข้าอยากให้ร่างกายของเจ้ากลับมาแข็งแรงในเร็ววันเช่นนั้นคืนนี้ข้าจะกลับไปนอนที่ตำหนักของข้า " อี้หานใลหน้าพลันเปลี่ยนสีเมื่อได้ยินคำพูดของหวังหมิงคิดว่าคืนนี้จะไม่ได้หลับได้นอนต้องคอยระแวงเสียแล้ว“ข้าขออภัยด้วยนะเพคะที่ทำให้ท่านชินอ๋องต้องเสียเวลาอีกวัน”
Read more
ตอนที่ 9 มีเรื่องให้ตรวจสอบ
ตอนที่ 9 มีเรื่องให้ตรวจสอบ รุ่งเช้าวันต่อมา อี้หานนอนไม่หลับทั้งคืนไม่ว่าจะข่มตานอนเพียงใดนางก็มักจะคิดถึงยามที่ริมฝีปากของหวังหมิงประทับลงที่ริมฝีปากของนาง หัวใจเต้นโครมครามทั้งคืน ซูซูเดินเข้ามาในห้องถึงกับตกใจเมื่อเห็นพระชายานั่งอยู่ที่เก้าอี้ในห้องมืดสลัว“พระชายาทำหม่อมฉันตกใจหมดเลยเพคะ ปกติทุกเช้าหม่อมฉันจะเป็นคนมาปลุกท่านให้ลุกแต่งกายเหตุใดวันนี้ท่านถึงตื่นตั้งแต่เช้าตรู่เช่นนี้ ” ใบหน้าอิดโรยไม่ได้หลับได้นอนหันมามองซูซูยิ่งทำให้นางตกใจมากกว่าเดิมรอบดวงตาของอี้หานดำคล้ำคล้ายคนไม่ได้หลับได้นอน“ข้าไม่ใช่ตื่นแต่เช้าตรู่แต่ข้าไม่ได้นอนเลยต่างหาก โอ๊ยตอนนี้ข้าปวดหัวจริง ๆ” อี้หานใช้มือทั้งสองข้างจับที่หัวของตนเอง ซูซูรีบเข้าไปนวดบ่าไหล่พร้อมเอ่ยถาม“เหตุใดพระชายาถึงนอนไม่หลับเพคะ ให้ตามท่านหมอหลวงมาตรวจอาการดีหรือไม่ ? หรือว่ามื้อคืนนี้หม่อมฉันลืมจุดกำยานไว้ให้เช่นนั้นเช้านี้พระชายานอนพักสักนิดเถิดเพคะ หม่อมฉันจะจุดกำยามเพื่อให้ท่านผ่อนคลายเอง”“จะเป็นอะไรได้ก็เพราะท่านชินอ๋องบ้านั่นผู้เดียวทำข้าไม่ได้หลับได้นอน ข้าเกลียดเขาจริง ๆ ”ซูซูเริ่มเข้าใจอาการของนายหญิงที่นอนไม่หล
Read more
ตอนที่ 10 โรคระบาด
ตอนที่ 10 โรคระบาดฝั่งด้านอี้หานหลังจากที่นางกินข้าวเสร็จได้เดินทางมาที่ห้องเครื่องพร้อมสาวใช้สามสี่คนที่เดินตามมาคอยดูแลและมีซูซูที่ยืนถือร่มตามหลังนางมาติด ๆ เพราะยามนี้แสงแดดเริ่มร้อน“ว้าวนี่หรือห้องเครื่องช่างกว้างใหญ่จริง ๆ นี่ ” อี้หานตื่นเต้นกวาดสายตามองสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ตรงหน้า สาวใช้ในห้องครับตกใจรีบพากกันออกมาต้อนรับแม้กระทั่งพ่อครัวใหญ่“พระชายารองมีเรื่องอันใดถึงมาเยือนที่ห้องเครื่องหรือพะย่ะค่ะ หรือว่าอาหารที่กระหม่อมทำไม่ถูกปาก”“มิใช่ มิใช่ท่านพ่อครัวมิต้องเป็นกังวลข้าแค่อยากมาเดินสำรวจดูในสิ่งที่ข้าต้องดูแลเท่านั้น พระชายาเสวี่ยหมิ่นมอบงานให้ข้าดูแลบันทึกการใช้จ่ายหลังจวน ข้าอยากรู้ว่าสิ่งของที่ซื้อในแต่ละครั้งต้องใช้เบี้ยอัฐเท่าไหร่ เท่านั้นเอง”“เป็นเช่นนั้นเองหรือพะย่ะค่ะ พอดีวันนี้เป็นวันที่ของใช้ในครัวเรือนหมดพอดีพระชายาอยากจะออกไปที่ตลาดกับพวกกระหม่อมหรือไม่จะได้รู้ว่าของที่ใช้มีอะไรบ้างราคาเท่าไหร่พะย่ะค่ะ”“ดีเลย ข้าเองก็อยากออกไปเปิดหูเปิดตา เช่นนั้นออกไปตลาดกันเถอะ” อี้หานกระปรี้กระเปร่าเมื่อได้ยินว่าจะได้ออกไปข้างนอกตั้งแต่ทะลุมิติมานางไม่เคยไปที่ใดเลยนอก
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status