เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย

เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-26
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
253Bab
2.9KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เผยมู่ซีรถม้าตกเขาเสียชีวิตพร้อมกับสาวใช้คนสนิท ทว่าวิญญาณนางไปอยู่ในร่างของเด็กหญิงผู้เป็นบุตรสาวนอกสมรสของขุนนางใหญ่ เมื่อพบว่าการตายของตนมิใช่อุบัติเหตุ เด็กหญิงผู้กลับมาเกิดใหม่ขึ้นค่อยๆ สะสางบัญชีแค้น

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

...ข้าตายแล้ว! ข้าตายแล้วจริงๆ หรือนี่ ....

รถม้าที่แยกส่วนเป็นเสี่ยงๆ อยู่ตรงหน้ายังไม่น่ากลัวเท่าร่างของนางในชุดเจ้าสาวสีแดงที่พาดฟุบอยู่บนโขดหินเบื้องหน้า

เลือดสดๆ ไหลอาบทั่วร่าง ใบหน้าบิดเบี้ยวจนแทบจะมองเค้าเดิมไม่ออก สองแขนห้อยเหมือนไร้กระดูก เท้าสองข้างบิดกลับหลัง ศพของนางกระเด็นออกจากรถม้าไปไม่ไกลนักคงจะเป็นเพราะการกระแทกกับก้อนหินบริเวณนี้

พลันนางจึงนึกขึ้นได้ว่าในรถม้าคันนี้มีสาวใช้ประจำตัวที่นั่งมาด้วย

“หยวนจุน! หยวนจุน!” นางส่งเสียงร้อง พยายามมองหาสาวใช้ประจำตัว รอบข้างช่างเงียบงันนัก นางขยับออกไปไกลกว่าเดิม ยามนี้ใกล้จะฟ้าสางแล้วทำให้พอมองเห็นได้รางๆ

นางก้มลงมองตนเองยิ่งตกใจเมื่อเห็นว่าตั้งแต่หัวเข่าจนถึงปลายเท้าของตน ไม่มีอยู่แล้ว ร่างของนางคล้ายลอยไปตามที่จิตตั้งความปรารถนา

...จริงสิ! ข้าตายไปแล้ว นี่เป็นเพียงวิญญาณเท่านั้น

ความรู้สึกเจ็บปวดที่จำได้เลือนรางเพียงไม่กี่อึดใจนั้นไม่มีหลงเหลืออยู่ นางจำได้ว่าอนุสติสุดท้ายได้ยินเสียงรถม้ากระทบกับก้อนหินดังลั่น ร่างของนางถูกอัดอย่างแรง หน้าอกถูกกระแทกคราหนึ่งบีบแน่นจนหายใจไม่ออก จากนั้นความรู้สึกก็วูบดับไป รู้ตัวอีกทีก็มายืน ไม่สิ...ลอยนิ่งๆ อยู่เบื้องหน้าเศษซากรถม้านั่นแล้ว!

นางลอยไปรอบๆ จนพบศพสตรีอีกผู้หนึ่งที่กระเด็นไปติดอยู่ในซอกหินใหญ่ริมแม่น้ำ ใบหน้าของเยว่หยวนจุนเละไปซีกหนึ่ง แขนขาห้อยรุ่งริ่งสลับกลับข้างอย่างน่ากลัว ร่างของสาวใช้คนสนิทผู้นี้ก็แหลกเหลวไม่ต่างจากศพของนาง

“หยวนจุน ข้าขอโทษที่พาเจ้ามาตายอนาถเช่นนี้”

เผยมู่ซีมองไปรอบๆ แล้ววิญญาณของหยวนจุนเล่า เหตุใดนางจึงไม่เห็นวิญญาณของสาวใช้คนสนิท ทั้งๆ ที่เป็นคนตายเหมือนกันแท้ๆ นางจึงตะโกนร้องเรียกอีกครั้งเผื่อวิญญาณของหยวนจุนจะได้ยิน

....แปลกจริง! หรือว่า วิญญาณหยวนจุนจะถูกยมทูตพาไปก่อนแล้ว

เวิ้งแม่น้ำนี้มีแต่โขดหินระเกะระกะ หินขนาดใหญ่น้อยวางทับซ้อนกันอยู่เป็นบริเวณกว้าง มองเลยออกไปเป็นหน้าผาสูงชัน นางแหงนมองจนรู้สึกปวดคอ อยากจะตะโกนร้องให้คนช่วย แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนเองคือดวงวิญญาณที่ออกจากร่างจึงได้แต่สลดใจ

เผยมู่ซีสงสัยว่าจากนี้นางต้องทำอย่างไร หรือต้องรอให้มียมฑูตมารับนางไปยมโลกอย่างที่เคยอ่านในบันทึกเก่าแก่ จากนั้นก็ไปเข้าแถวดื่มน้ำแกงยายเมิ่งเพื่อให้ลืมชาติที่แล้วเป็นการเตรียมไปเกิดใหม่

เสียงฝีเท้าม้าก้องไปทั่วหุบเขา เผยมู่ซีรู้สึกใจเต้นโครมครามด้วยความตื่นเต้น มีคนผ่านมาทางนี้แล้ว หากว่านางยังคงนั่งรอเฝ้าศพตนและหยวนจุนอยู่ที่นี่ก็คงไม่มีประโยชน์อันใดสู้ขึ้นไปดักข้างบนจะดีกว่า

รถม้าของนางเองก็ตกมาจากข้างบนนั่น นางหันกลับไปมองซากรถและศพของตนเองอย่างเศร้าใจ

...แปลกจริง! ไม่มีซากม้าแม้สักตัว...

เพียงจิตปรารถนาจะขึ้นไปข้างบน ร่างของนางก็ลอยละลิ่วตรงขึ้นไปตามหน้าผา รถม้าคันใหญ่วิ่งมาช้าๆ เพราะหนทางนั้นสูงชัน

เผยมู่ซีถูกดึงดูดจนร่างของนางลอยหวือเข้าไปแปะติดอยู่ข้างรถม้า จากนั้นก็วูบเข้าไปข้างใน นางมองเห็นเด็กหญิงหน้าตาจิ้มลิ้มอายุประมาณสิบขวบนอนหายใจรวยริน ข้างๆ มีสตรีงดงามผู้หนึ่งนั่งกุมมืออยู่และอีกข้างมีสาวใช้คอยใช้ผ้าซับเหงื่อ

“หลานเอ๋อร์! เจ้าอดทนหน่อยเถิด อีกไม่นานก็ถึงโรงหมอแล้ว!” โฉมงามผู้นั้นปลอบใจเด็กหญิงด้วยสีหน้าอมทุกข์

เผยมู่ซีก้มลงมองคนทั้งคู่ในรถม้าด้วยความเห็นใจ ใบหน้าของเด็กหญิงที่ถูกเรียกว่าหลานเอ๋อร์ซีดขาว ริมฝีปากเผือดสี แตกเป็นเกล็ด ลอกออกมาหลายส่วน ร่างกายดูอ่อนระโหยโรยแรงคล้ายคนเจ็บป่วยมาเป็นเวลานาน

หญิงสาวรู้สึกว่าสิ่งที่ตนเห็นช่างเป็นภาพที่น่าเวทนายิ่งจึงอยากจะออกจากรถม้าคันนี้ แต่ตั้งจิตปรารถนาจะออกไปเท่าใดก็ไม่เป็นผล

‘เอ๊ะ! รถม้านี้มีสิ่งใดกันทำให้ข้าออกไปมิได้’

ระหว่างที่เผยมู่ซีกำลังใคร่ครวญหาเหตุผล เสียงของสตรีที่เฝ้าอยู่ข้างเด็กหญิงก็ดังขึ้น

“กำยันต์เอาไว้หลานเอ๋อร์! แม่ไปขอมาจากวัดหยกสวรรค์[1]ที่ร่ำลือกันว่าศักดิ์สิทธิ์มาก เทพยดาฟ้าดินจะต้องช่วยเจ้าได้” น้ำเสียงนั้นเจื้อสะอื้น

เผยมู่ซีตะลึงมองหน้ามารดาของหลานเอ๋อร์ที่กำลังยัดผ้ายันต์สีเหลืองผืนเล็กใส่ในมือของบุตรสาว

เด็กหญิงกำมือแน่น มิได้ตอบสนองต่อคำพูดของมารดา

“ไม่ได้การเจ้าค่ะนายหญิง เดี๋ยวข้าช่วยเอง” สาวใช้มีสีหน้าตกใจ นางช่วยฮูหยินแกะมือน้อยนั้นออก

ครั้นฮูหยินกุมมือของบุตรสาวที่มียันต์เอาไว้ แสงสีทองก็ทอประกายเจิดจ้าออกจากกำมือของเด็กหญิงผู้นั้น

เผยมู่ซีที่มัวแต่มองอยู่ ถูกแสงนั้นเข้า พลันรู้สึกว่าร่างกายของตนเองวูบวาบ พอก้มลงมองช่วงขาก็ได้เห็นว่าร่างของตนเองถูกดูดเข้าไปในกำมือของหลานเอ๋อร์

‘โอ๊ะ! อ๊ะ! นี่เกิดอะไรขึ้น’

เด็กหญิงที่นอนดิ้นกระสับกระส่ายอยู่เมื่อครู่ แน่นิ่งไป สาวใช้เห็นเช่นนั้นก็รีบอังนิ้วที่ปลายจมูกของผู้ป่วยตัวน้อย

“นายหญิง คุณหนูไม่หายใจแล้วเจ้าค่ะ!” สีหน้าของสาวใช้ซีดเผือด

ฮูหยินได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจจนอ้าปากค้าง นางส่ายศีรษะเหมือนจะไม่เชื่อก่อนจะยื่นนิ้วไปวางเหนือริมฝีปากบนของบุตรสาว ทว่า....ทุกอย่างกลับเงียบสงบ

สตรีทั้งสองที่เฝ้าอยู่รถม้าร้องเรียกหลานเอ๋อร์ออกมาพร้อมกับส่งเสียงคร่ำครวญออกมาพร้อมกัน

“หลานเอ๋อร์! อย่าจากแม่ไป! ฮือๆ ฮือๆ”

เสียงร่ำไห้น่าเวทนานั้นดังอยู่ไม่ขาดกระทั่งรถม้าจอดหน้าโรงหมอ

ท่านหมอเกาเคยอยู่ที่หัวเมืองของแคว้นหมิงแต่เพราะฝีมือการรักษาเป็นที่เลื่องลือ ฮ่องเต้จึงได้มีพระราชโองการจัดตั้งโรงหมอในเมืองหลวงและให้หมอเกา[2]มาดูแล

ผู้ช่วยร่างใหญ่ของหมอเกาขึ้นไปบนรถม้าช่วยอุ้มเด็กหญิงที่สิ้นสติลงมา ท่านหมอมองดูร่างระทดระทวยของเด็กหญิงด้วยสายตาเวทนา

“พานางเข้าไปนอนข้างใน”

“ท่านหมอ! ช่วยลูกสาวข้าที นางไม่หายใจแล้ว!”

“ท่านวางใจ...ข้ารักษาผู้ป่วยทุกคนเต็มที่อยู่แล้ว” หมอเกาเดินลิ่วตามไป เขานั่งลงตรวจชีพจรของเด็กหญิงอยู่ครู่หนึ่ง “ฮูหยินชีพจรของบุตรสาวท่านอ่อนมากก็จริงแต่ยังพอมีความหวัง”

สตรีทั้งสองที่ยืนสะอื้นฮักๆ เมื่อครู่บนรถม้าเห็นอยู่ชัดๆ ว่าหลานเอ๋อร์ไม่หายใจแล้ว คนทั้งสองหันมาจับมือกันด้วยสีหน้ายินดีเปี่ยมล้น

“ท่านหมอ บุตรสาวของข้ามีโอกาสจะฟื้นใช่หรือไม่ ”

“คิดว่าเป็นเช่นนั้น” หมอเกาหันไปเทยาลูกกลอนเล็กๆ ในขวดกระเบื้องสีน้ำตาลใส่ปากเด็กหญิงสองสามเม็ดก่อนจะป้อนน้ำตามไป “ร่างกายของนางยังตอบสนองดีอยู่ ท่านดูสิว่านางยังกลืนได้ นับว่าเป็นสัญญาณที่ดี เดี๋ยวข้าจะไปต้มยาให้นางก่อน พวกท่านดูแลนางให้ดีเถิด”

เหงื่อของเด็กหญิงผุดออกมาไม่ขาดสาย เปลือกตาของนางเริ่มขยุกขยิก ใบหน้าส่ายไปมา ฮูหยินดีใจยิ่งนักที่เห็นบุตรสาวเคลื่อนไหวอีกครั้ง

“นายหญิงสวรรค์เมตตาจริงๆ เจ้าค่ะ ดีที่เรามาพบหมอเกา คุณหนูมีหวังจะหายแล้ว” สาวใช้สีหน้าแช่มชื่น

“อืม! ไม่เสียทีที่ข้าจ้างรถม้าพาหลานเอ๋อร์มาถึงที่นี่”

จังฮูหยินทอดถอนใจ เงินเก็บของนางมิได้มีมากนัก ที่ผ่านมาเงินที่สามีให้คนนำมามอบให้เป็นครั้งคราว เจียดออกมาเก็บได้สักหน่อยก็ต้องใช้พาบุตรสาวไปหาหมอ แต่ค่าใช้จ่ายในคราวนี้หนักหนานัก คงต้องรับจ้างปักผ้าเพิ่มขึ้นอีกมาก

สินเดิมที่นางนำติดตัวมาด้วยถูกสตรีร้ายกาจผู้นั้นใช้เล่ห์กลยึดเอาไว้ส่วนหนึ่ง สิ่งที่นางซุกซ่อนออกมาจากจวนได้ก็ถูกนำมาขายประทังชีวิต กระทั่งได้พบกับเถ้าแก่เนี้ยใจดีคอยหยิบยื่นงานเย็บปักให้ จึงมีรายได้พอเลี้ยงบุตรสาวและดูแลสาวใช้ที่ติดตามอย่างจงรักภักดี

“นายหญิงท่านอย่ากังวลไปเลยเจ้าค่ะ ท่านหมอเกามีวิชาแพทย์ล้ำเลิศ ย่อมช่วยชีวิตคุณหนูได้แน่ กลับไปข้าจะขยันช่วยท่านเย็บปักงานให้เยอะกว่าเดิม พวกเราจะได้มีเงินพอใช้จ่าย”

“เสี่ยวลิ่งที่ผ่านมาเจ้าเองก็ยอมอยู่ดูแลพวกเราทั้งๆ ที่ไม่อาจจ่ายค่าจ้างได้ ข้าละอายใจอย่างยิ่ง นับตั้งแต่หลานเอ๋อร์เจ็บป่วยเจ้าเองก็ต้องเหน็ดเหนื่อยช่วยข้าหาเงินอีก เพียงเท่านี้ก็ไม่รู้ว่าจะชดเชยเจ้าอย่างไรไหว” จังฮูหยินหน้าสลดลง นางเป็นเจ้านายที่สร้างความลำบากให้กับสาวใช้อย่างน่าละอาย

จังเสี่ยวลิ่งเห็นสีหน้าจังฮูหยินดูหมองคล้ำลงก็รีบยื่นมือไปกุมอีกฝ่ายเอาไว้

“ท่านอย่ากล่าวเช่นนั้นเลย ข้าเป็นเด็กกำพร้าที่สกุลจังเมตตาชุบเลี้ยง ขอเพียงมีที่อยู่ที่กินให้ข้า เบี้ยหวัดย่อมไม่จำเป็นต้องให้ ข้ายินดีตอบแทนพระคุณท่านไปชั่วชีวิต”

จังฮูหยินถอนหายใจเฮือกใหญ่ สบตากับเสี่ยวลิ่งด้วยความซาบซึ้ง

“หากไม่มีเจ้า ข้าสองคนแม่ลูกคงไม่อาจจะอยู่ดีมีสุขมาจนป่านนี้ ความจริงพวกเราต่างหากที่ได้พึ่งพาเจ้า”

[1] วัดหยกสวรรค์ จากเรื่อง ท่านหญิงจีจอมพลัง

[2] ท่านหมอเกา จากเรื่อง ซือซือฮองเฮาพันโฉม
Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
253 Bab
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status