ทะลุมิติมาเป็นภรรยาปากร้ายยุค 70

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาปากร้ายยุค 70

last updateLast Updated : 2025-07-17
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Not enough ratings
14Chapters
1.1Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ในยุค 70 และพบว่ามีลูกถึงสามคน และถูกครอบครัวสามีเอาเปรียบเป็นอย่างมาก เธอจึงตั้งปณิธานอันแน่วแน่ว่าจะเปลี่ยนความเป็นอยู่ของพวกเขาให้ดีขึ้นให้ได้!

View More

Chapter 1

บทนำ

หมอหลวงชราทรุดกายคุกเข่าลงกับพื้นดังตุบ เอ่ยด้วยความสะเทือนใจว่า: “องค์รัชทายาท... กระหม่อมไม่อาจหักใจลงมือได้จริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ... แม่นางเจียงร่วมตกระกำลำบาก ถูกเนรเทศไกลถึงสามพันลี้ไปพร้อมกับพระองค์จนร่างกายมีโรคภัยรุมเร้า หากยังต้องมากรีดเอาโลหิตหัวใจไปอีก เมื่อนางฟื้นขึ้นมา ย่อมต้องเจ็บปวดทรมานเจียนตายเป็นแน่พ่ะย่ะค่ะ...”

“พอได้แล้ว!” เซี่ยฉางหลีตวาดกร้าวขัดจังหวะ นัยน์ตาสาดประกายเย็นเยียบจนน่าสะพรึงกลัว “ในเมื่อท่านไม่กล้าลงมือ เช่นนั้นข้าจะทำเอง!”

เขาแย่งมีดสั้นมาจากมือหมอหลวง แล้วแทงทะลวงเข้าที่กลางอกของเจียงชิงเซ่อโดยไร้ซึ่งความลังเลแม้แต่น้อย

“อึก...”

ปลายนิ้วของร่างบางบนเตียงสั่นเทิ้มขึ้นมาแผ่วเบา ทว่ากลับไม่มีผู้ใดล่วงรู้

โลหิตสีแดงฉานทะลักล้น เซี่ยฉางหลีรีบนำชามหยกมารองรับไว้ จวบจนเต็มเปี่ยม เขาก็สะบัดแขนเสื้อหมุนตัวเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะเหลียวหันกลับมามอง

หมอหลวงชราเดินโซซัดโซเซตามออกไป ประตูตำหนักปิดลงเสียงดังสนั่น ก่อนที่เสียงฝีเท้าจะค่อย ๆ ห่างไกลออกไป

บนเตียงนอน... เจียงชิงเซ่อค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เหงื่อเย็นเยียบหลั่งรินจนเปียกชุ่มปอยผมข้างขมับ

นางขบริมฝีปากล่างของตนเองไว้แน่น เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เสียงร้องแห่งความเจ็บปวดเล็ดลอดออกมา

เจ็บ... เจ็บเหลือเกิน...

ไม่มีใครรู้เลยว่า แท้จริงแล้วนางไม่ได้สลบไสลไปแต่อย่างใด

ครึ่งชั่วยามก่อน เซี่ยฉางหลียกถ้วยน้ำแกงหยกน้ำค้าง มาป้อนให้นางด้วยมือของเขาเอง ทว่าพอดื่มลงไปนางก็รู้สึกถึงความผิดปกติ จึงฝืนใจล้วงคออาเจียนออกมาจนหมด ใครจะคาดคิดว่าในนั้นกลับผสมยาหมาเฟ่ยส่านเอาไว้

ที่แท้ก็เพื่อนางหลับใหล จะได้ลงมือกรีดเอาโลหิตหัวใจของนางไปช่วยชีวิต

มู่หลิวอิ๋งอย่างนั้นหรือ?!

มือเรียวสั่นสะท้านขณะยกขึ้นมากุมบาดแผลเหวอะหวะกลางอก เลือดสดยังคงซึมผ่านร่องนิ้ว ย้อมชุดนอนสีขาวบริสุทธิ์จนแดงฉาน

ช่างน่าขันสิ้นดี...

สามปีก่อน องค์รัชทายาทเซี่ยฉางหลีทำให้โอรสสวรรค์พิโรธ จนถูกปลดและเนรเทศ ขุนนางบุ๋นบู๊ทั้งราชสำนักต่างหลบหน้าหนีหาย บรรดาทายาทตระกูลสูงศักดิ์ที่เคยรายล้อมประจบประแจงต่างหลีกหนีราวกับเขาเป็นงูพิษ แม้แต่มู่หลิวอิ๋ง คู่หมั้นคู่หมายที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เยาว์วัย ยังประกาศถอนหมั้นกลางคันเพราะเกรงจะถูกหางเลขไปด้วย

มีเพียงนาง... ที่ยอมขัดใจคนทั้งตระกูล ดึงดันที่จะติดตามเขาไป!

ระหว่างทางถูกเนรเทศ โจรป่าดักปล้น ก็เป็นนางที่เอาตัวเข้ารับคมดาบแทนเขา ในฤดูหนาวอันแสนหฤโหดที่ไร้ซึ่งอาหารประทังหิว ก็เป็นนางที่ยอมอดเพื่อเก็บเสบียงทั้งหมดไว้ให้เขา ยามที่เขาไข้ขึ้นสูงไม่ยอมลด ก็เป็นนางที่กรีดข้อมือตนเอง รินเลือดผสมยาป้อนให้เขาดื่ม

นางร่วมกินข้าวบูดเน่า ร่วมหลับนอนบนกองฟาง ร่วมทนทุกข์ฝ่าพายุหิมะและลมหนาวตลอดระยะทางสามพันลี้ไปกับเขา

แต่มาบัดนี้ เมื่อเขาได้หวนคืนสู่ตำแหน่งรัชทายาทแห่งตำหนักบูรพา เพียงแค่

มู่หลิวอิ๋งมาคุกเข่าร้องไห้คร่ำครวญพรรณนาถึงความจำเป็นหน้าประตูวัง เขากลับใจอ่อนยวบ ถึงขั้นไม่เสียดายที่จะมากรีดเอาโลหิตหัวใจของนางไปช่วยชีวิตสตรี

ผู้นั้น!

นางพยุงร่างโซซัดโซเซลงจากเตียง ทุกย่างก้าวราวกับกำลังเหยียบย่ำลงบนคมมีด บาดแผลที่กลางอกฉีกขาดและเจ็บปวดร้าวระบมตามการเคลื่อนไหว ทว่าความเจ็บปวดทางกายนี้ กลับเทียบไม่ได้เลยกับเศษเสี้ยวความปวดร้าวในจิตใจ

ตำหนักของมู่หลิวอิ๋งสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ มองผ่านบานหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้ นางเห็นเซี่ยฉางหลีกำลังประคองป้อนเลือดกลางใจชามนั้นเข้าปากมู่หลิวอิ๋งอย่างทะนุถนอม

“เจ็บเจ้าค่ะ...” มู่หลิวอิ๋งหลับตาพริ้ม น้ำตาเอ่อคลอเบ้า “ท่านพี่ฉางหลี ข้าเจ็บเหลือเกิน...”

ร่างของเซี่ยฉางหลีชะงักงัน: “ทนอีกนิดเถิด อีกประเดี๋ยวก็หายแล้ว”

เมื่อมู่หลิวอิ๋งดื่มเลือดชามนั้นจนหมดและซุกตัวอยู่ในอ้อมอกของเขา สีหน้าของนางก็ดูมีเลือดฝาดขึ้นมากจริง ๆ ครู่ต่อมา นางก็ค่อย ๆ ลืมตาฟื้นคืนสติ สิ่งแรกที่สะท้อนเข้าสู่สายตาคือนัยน์ตาที่เปี่ยมไปด้วยความห่วงใยของเซี่ยฉางหลี

“ท่านพี่ฉางหลี!” ร่างบางสั่นสะท้าน รีบคว้าแขนเสื้อของเขาไว้แน่น “ท่านให้อภัยข้าแล้วใช่หรือไม่? ข้าผิดไปแล้ว ปีนั้นข้าขี้ขลาดเกินไป ทนความลำบากไม่ไหว... แต่ข้าเสียใจ เสียใจจริง ๆ! หากท่านไม่ต้องการข้าแล้ว ข้าก็ขอสู้ตายเสียดีกว่า!”

ขาดคำ นางก็ทำท่าจะพุ่งโขกศีรษะเข้ากับกำแพง

“พอได้แล้ว!” เซี่ยฉางหลีรั้งตัวนางไว้ ก่อนจะกดร่างมู่หลิวอิ๋งลงบนเตียงอย่างแรง แล้วประกบริมฝีปากจุมพิตนางอย่างดุดัน

นั่นมิใช่จุมพิตที่อ่อนโยน ทว่าเต็มไปด้วยความโกรธขึ้ง ความปวดร้าว และการระบายอารมณ์อย่างจนใจ

เขาจุมพิตนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับต้องการบดขยี้ร่างนั้นให้หลอมรวมเข้ากับกระดูกและสายเลือด เมื่อเขาเอ่ยปากอีกครั้ง น้ำเสียงกลับแฝงความรวดร้าวที่ถูกสะกดกลั้นไว้อย่างสุดแสน: “มู่หลิวอิ๋ง เจ้ามันก็แค่อาศัยว่าข้ารักเจ้า...”

“ข้ายังต้องการเจ้า ข้าจะทอดทิ้งเจ้าได้อย่างไร? เมื่อวานข้าได้ทูลขอราชโองการจากเสด็จพ่อแล้ว ให้เจ้ากับเจียงชิงเซ่อแต่งเข้าตำหนักบูรพาในวันเดียวกัน... นางเป็นพระชายาองค์รัชทายาท ส่วนเจ้า... เป็นพระชายารอง”

“พระชายารองหรือ?” มู่หลิวอิ๋งน้ำตาร่วงเผาะ “ท่านพี่ฉางหลี ท่านเคยรับปากข้าแล้วนี่ว่าจะครองคู่กับข้าเพียงหนึ่งเดียวตลอดชีวิต”

“เซ่อเซ่อทำเพื่อข้ามามากเกินไป ข้ามิอาจทอดทิ้งนางได้ เจ้าเพียงแค่รู้ไว้ว่า... คนที่ข้ารักสุดหัวใจมีเพียงเจ้าคนเดียวก็พอแล้ว!”

กล่าวจบ เขาก็ตระกองกอดนางไว้แน่น ริมฝีปากบางเฉียบไล้เรื่อยไปตามไหปลาร้าของนาง

แววตาที่เปี่ยมไปด้วยความลึกซึ้งคู่นั้น ราวกับต้องการปลดเปลื้องความรัก ความแค้น และความคิดถึงตลอดสามปีที่ผ่านมาจนหมดสิ้น

เจียงชิงเซ่อทอดมองเงาร่างสองสายที่ทาบทับกันหลังม่านมุ้ง จู่ ๆ บาดแผลกลางอกก็ปวดแปลบขึ้นมาจนนางต้องค้อมตัวลง

นางกุมหน้าอกแน่น หยาดเลือดร่วงหล่นลงกระทบพื้นหยดแล้วหยดเล่า ทว่าต่อให้ร่างกายจะเจ็บปวดเพียงใด ก็มิอาจเทียบได้กับความรู้สึกราวกับถูกหมื่นศรทะลวงใจในยามนี้

เซี่ยฉางหลีหนอเซี่ยฉางหลี เส้นทางเนรเทศสามพันลี้อันแสนยาวไกล ที่แท้... ท่านก็ยังคงไม่ได้รักข้า

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้า... เจียงชิงเซ่อ ก็ใช่ว่าจะมีเพียงท่านที่ข้าต้องแต่งงานด้วย

ทุ่มเทรักชายคนหนึ่งอย่างสุดหัวใจมาถึงสิบปี เพิ่งรู้ว่าแท้จริงแล้ว... การปล่อยวาง กลับใช้เวลาเพียงแค่ชั่วพริบตา

นางหันหลังเดินจากมา โลหิตหยดรินไปตลอดทาง เบ่งบานกลายเป็นดอกไม้สีแดงฉานอันงดงามแต่น่าสลดใจไปตามระเบียงทางเดิน

เหล่านางกำนัลขันทีตามรายทางต่างพากันถอยหนีด้วยความตื่นตระหนก ทว่านางกลับไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย สองเท้าก้าวตรงดิ่งไปยังตำหนักบรรทมของฮ่องเต้

“แม่นางเจียง?” ขันทีเฝ้าประตูเห็นนางอาบชุ่มไปด้วยเลือดก็ตกใจจนหน้าถอดสี “ท่านเป็นอะไรไป...”

“ธิดาขุนนางเจียงชิงเซ่อ ขอเข้าเฝ้าฝ่าบาท เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสัมพันธไมตรีระหว่างสองแคว้น รบกวนกงกงรีบเข้าไปทูลรายงานด้วย!”

ครู่ต่อมา ประตูตำหนักก็เปิดออก...

ภายในห้องพระอักษร ฮ่องเต้ทอดพระเนตรสตรีที่คุกเข่าอยู่กลางตำหนักด้วย

พระขนงที่ขมวดเข้าหากัน “ชิงเซ่อ นี่เจ้า...”

เจียงชิงเซ่อโขกศีรษะลงกับพื้นอย่างแรง: “ได้ยินมาว่าแคว้นเป่ยอวี้ส่งสาส์นสู่ขอสตรีสูงศักดิ์แห่งราชวงศ์ฟ้า หม่อมฉันขออาสาสมัครใจแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรี ณ แคว้นเป่ยอวี้อันห่างไกล เพื่อแลกกับความสงบสุขตราบชั่วนิรันดร์ของชายแดนเพคะ!”

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
14 Chapters
บทนำ
ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนหลังจากพ้นช่วงฤดูการเก็บเกี่ยว ชาวบ้านหลายคนต่างกำลังพักผ่อนหย่อนใจหลังจากเหน็ดเหนื่อยมาเป็นเวลานานหากแต่ยังไม่ได้ปลดปล่อยอารมณ์ไปตามสายลมที่กำลังเย็นสบายก็ต้องพากันสะดุ้งเมื่อมีเสียงหนึ่งที่คุ้นเคยดังลั่นหมู่บ้าน“ทำไมห้ะ สามีของฉันหาเงินมาไม่ใช่น้อยกับอีแค่เงินสองหยวนทำไมให้ฉันไม่ได้” เสียงแหลมสูงที่เป็นที่คุ้นชินของชาวบ้านดังลั่น“เธอโวยวายอะไรอีกแล้ว” ชาวบ้านที่กำลังพักผ่อนอยู่พูดคุยกันอย่างมึนงง เธอได้ชื่อว่าเป็นผู้หญิงปากร้ายเป็นที่นินทาสนุกปากของชาวบ้าน“คงทะเลาะกับแม่สามีอีกแล้ว” หนึ่งในนั้นพูดขึ้น“ครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเงิน”“อั๊ยยา ผู้หญิงที่วันๆ เอาแต่โวยวายด่าทอไม่สมควรที่จะเก็บเงิน จางจื่อหานส่งเงินมาเดือนนึงไม่ใช่น้อยหากให้เธอเก็บคงมีแต่ผลาญจนหมด ดูสิตอนนี้ยังกล้าขอเงินมากถึงสองหยวน” หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเอ่ยอย่างเยาะหยัน“แต่แม่เฒ่าจางก็ลำเอียงเกินไป จางจื่อหานไปเป็นทหารอยู่ที่กองทัพส่งเงินมาทุกเดือนแต่ลูกเมียของเขากับใส่เสื้อผ้าขาดวิ่น แล้วดูลูกๆ ของจางจื่อซวานสิใส่เสื้อผ้าใหม่ใส่ทุกปี แบบนี้ไม่เท่ากับว่าเอาเงินของจื่อหานไปเลี้ยงครอบครัวพี่ช
last updateLast Updated : 2025-07-07
Read more
บทที่ 1 การกลับมา
ทุกคนที่ได้ยินก็ตะลึงงัน นังปากร้ายนี่พูดจาเหตุผลตั้งแต่เมื่อไหร่ ปกติมีแต่โวยวายพูดจาไร้สาระไม่รู้เรื่องหรือไม่ก็ด่าทออย่างหยาบคายแต่ไม่สามารถจับใจความได้ แต่ครั้งนี้มันแปลก หรือเป็นเพราะหัวเธอกระแทกเลยผิดปกติไปแล้ว!“นี่สะใภ้รอง เธอพูดแบบนี้ก็ไม่ถูก จื่อหานเป็นน้องชายต้องกตัญญูกับพ่อแม่พี่ชายพี่สะใภ้เป็นเรื่องที่ถูกต้อง” เหมยลี่ว่าพลางเชิดหน้า“ใช่ เขาไปเป็นทหารไม่ได้ดูแลพ่อแม่ มีแค่พี่ชายและพี่สะใภ้ดูแลเงินที่ได้มาควรตอบแทนนั้นถูกต้อง” แม่เฒ่าจางเห็นด้วยอย่างที่สุด“ฉันเข้าใจแล้ว จื่อหานไม่ได้เลี้ยงดูพ่อแม่เพราะงั้นต้องให้เงินตอบแทนเป็นเรื่องที่ถูกต้อง งั้นไม่สู้ให้พี่ใหญ่ไปเป็นทหารแล้วให้จื่อหานมาดูแลพ่อแม่ที่บ้านแทนสิ เขาจะได้แสดงความกตัญญูได้อย่างเต็มที่” ซิ่วอิงตอบกลับอย่างยียวน“นี่แก พูดบ้าอะไร” เหมยลี่พูดอย่างไม่พอใจ นังบ้านี่คิดจะให้สามีของเธอไปเป็นทหาร ไปตายในสนามรบงั้นเหรอใครจะไปยอม“ทำไม ไม่ใช่ว่าเมื่อกี้แม่กับสะใภ้ใหญ่บอกว่าจื่อหานไม่ได้ดูแลพ่อแม่ เพราะงั้นก็ควรให้เขากลับมาดูแลพ่อแม่ที่บ้านนั่นถูกแล้ว” ซิ่วอิงเอ่ยย้ำว่านี่มันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง“แก แก แม่ ฉันคิดว่าน้องสะ
last updateLast Updated : 2025-07-07
Read more
บทที่ 2 ไม่หย่า
เมื่อแม่เฒ่าจางและคนอื่นๆ พากกันออกไปซิ่วอิงก็อุ้มซีห่าวมานั่งบนเตียงเตาก่อนจะสำรวจดูซูเม่ย เมื่อเห็นว่าไม่บาดเจ็บตรงไหนก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เธอนำไข่ต้มที่ซ่อนไว้นำมาแบ่งให้เด็กๆ ไม่สนสายตาของจางจื่อหานที่มองมาที่เธอ มองแล้วอย่างไรเธอไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อยในเมื่อเด็กๆ ก็เป็นคนบ้านนี้เป็นหลานของย่าเหมือนกันทำไมพวกเขาจะกินไม่ได้ คราแรกเธอไม่ได้สนใจเขาแต่พอถูกจ้องมองนานๆ ก็รู้สึกอึดอัด ซีซวนปลีกตัวออกไปบอกว่าจะไปอาบน้ำ ซูเม่ยหลบไปนั่งอีกฝั่งอย่างเงียบมีเพียงซีห่าวที่ยังคงกอดเธอไว้อยู่“ถ้าคุณจะหย่าก็ได้ แต่ต้องให้เด็กๆ เลือกว่าจะอยู่กับใคร” ในที่สุดเธอก็ทนไม่ไหวความอึดอัดไม่ไหวพูดมันออกมา“…..” เขายังคงเงียบจนซิ่วอิงคิดว่าเขาไม่มีปากหรือไง หรือเป็นคนไม่ค่อยพูด?“ที่แม่บอกว่าฉันขโมยไข่ เรื่องนี้ฉันคิดว่าฉันไม่ผิดทำไมลูกๆ ของพี่ชายคุณกินได้แต่ทำไมลูกของฉันกินไม่ได้” ซิ่วอิงไม่คิดที่จะปิดบังความจริง“…..” จางจื่อหานมองหน้าภรรยาอย่างครุ่นคิด เธอเป็นใครกัน? เขารู้ว่าเธอไม่ใช่ภรรยาของเขาเพราะตอนที่เราทั้งสองคนสบตากันเขาเห็นร่างของใครบางคนซ้อนทับเธอ คนๆ นั้นหน้าตาเหมือนภรรยาของเขาเพียงแต่การ
last updateLast Updated : 2025-07-07
Read more
บทที่ 3 สิ่งที่ได้รู้
แม่เฒ่าจางนั่งกำตะเกียบจ้องมองไปยังครอบครัวของลูกชายคนรองด้วยสายตาไม่ค่อยจะพอใจ เธอไม่ชอบที่จะเห็นนังปากร้ายกับลูกๆ กินอาหารบนโต๊ะอย่างมีความสุข ถ้าไม่ใช่ว่าสามีต้องการไว้หน้าลูกชายคนเล็กเธอคงไล่พวกมันไปแล้ว เมื่อวานขโมยไข่เธอไปวันนี้ยังมีหน้ามากินอาหารอีก ยิ่งคิดเธอยิ่งโมโห!“นี่เจ้าเล็ก” ในที่สุดแม่เฒ่าจางก็ทนไม่ไหวที่จะสั่งสอนลูกชาย“แม่กินข้าวเถอะ” จางจื่อหานบอกผู้เป็นแม่แล้วคีบอาหารให้ภรรยา ซิ่วอิงเงยหน้ามองเขา“กิน” จางจื่อหานเอ่ยบอกเธอก่อนจะคีบอาหารของตนเองเข้าปาก“นี่แกยังเห็นหัวแม่คนนี้อยู่ไหม” แม่เฒ่าจางเริ่มโมโหที่ลูกชายคนเล็กไม่สนใจเธอ“นี่น้องชาย ทำไมถึงเมินแม่แบบนี้” จางจื่อซวานอดไม่ได้ที่จะสั่งสอนเขา“พี่ใหญ่คิดมากไป” จางจื่อหานเอ่ยตอบน้ำเสียงเรียบ เขาไม่ได้เมินแม่แค่ต้องก่อนกินข้าวให้เรียบร้อยก่อนพูดคุย“น้องสามีไม่ได้อยู่บ้านดูแลแม่กลับมาก็ทำตัวห่างเหินแบบนี้มันใช้ไม่ได้” เหมยลี่พูดขึ้น“สะใภ้ใหญ่พูดถูก งั้นคุณควรกลับบ้านมาดูแลพ่อแม่” ซิ่วอิงเอ่ยขึ้นบ้าง ทั้งๆ ที่จางจื่อหานส่งเงินมาให้พวกเขาใช้จ่ายยังจะบอกว่าเขาไม่ได้ดูแลพ่อแม่อีก“นี่ นี่” สะใภ้ใหญ่เหมยลี่พูดไม่ออก“
last updateLast Updated : 2025-07-08
Read more
บทที่ 4 ตัดขาด
“นี่แก แก อั๊ยหยาชีวิตฉันทำไมถึงโชคร้ายแบบนี้มีลูกชายก็ไม่เชื่อฟัง ลูกสะใภ้ก็อกตัญญู” แม่เฒ่าจางเริ่มเล่นละครร้องห่มร้องไห้ตัดพ้อชะตาชีวิตตัวเอง“แม่ว่าพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ไม่?” ซิ่วอิงเอ่ยถามด้วยใบหน้าใสซื่อ“ฉันด่าเธอนั่นแหละ” แม่เฒ่าจางมองค้อนทันที“โอ้ งั้นเหรอ” ซิ่วอิงยกยิ้มแบบไม่ใส่ใจ“แก เจ้าเล็กดูเมียของลูกสิ เธอต้องการทำให้แม่ปวดใจตาย” แม่เฒ่าจางเอ่ยกับลูกชายหวังให้ลูกชายหย่ากับภรรยา“แม่ เรามาตกลงกันดีๆ เถอะ ผมจะแยกบ้านแม่ควรแบ่งเงินที่เราควรจะได้” จางจื่อหานไม่สนใจการแสดงของแม่เฒ่า“นี่ลูก” แม่เฒ่าจางพูดไม่ออก เธอรู้สึกเหมือนสูญเสียลูกชายที่เชื่อฟังไปแล้ว“เอาล่ะ พอกันได้แล้ว เจ้าเล็กจะแยกบ้านเราควรมอบเงินให้เขา” พ่อเฒ่าจางพูดออกมาในที่สุด หากเขายังปล่อยให้ภรรยาดื้อรั้นต่อไปลูกสะใภ้คนรองอาจจะไปคณะกรรมการปฏิวัติจริงๆ ถึงตอนนี้เราทุกคนจะมีความผิด“ไม่มีเงินแล้ว” แม่เฒ่าจางยังคงยืนกราน“ไปเอาออกมา ร้อยหยวนหรือสองร้อยหยวนนำมันออกมา” พ่อเฒ่าจางพูดเสียงแข็ง“ฉันจะไปมีเงินมากขนาดนั้นได้ยังไง ให้พวกเขายี่สิบหยวนก็พอนี่ถือว่ามากที่สุดแล้ว” แม่เฒ่าจางไม่ยินยอมที่จะเสียเงินจำนวนมากไป“จ
last updateLast Updated : 2025-07-08
Read more
บทที่ 5 ย้ายบ้าน
จางจื่อหานพาซิ่วอิงกลับมาเก็บสองที่ห้อง สองสามีภรรยาช่วยกันเก็บของใส่กล่องไม้ยิ่งเก็บข้าวของจื่อหานก็รู้สึกเจ็บปวดหัวใจ ภรรยาและลูกๆ ของเขามีเพียงเสื้อผ้าเก่าๆ ไม่กี่ชิ้นเท่านั้น ของทั้งห้องมีแค่สองกล่องไม้ เขารู้สึกล้มเหลวในฐานะสามีและพ่อโดยสมบูรณ์ ดวงตาสีเข้มมองไปที่ภรรยาอย่างรู้สึกผิดเมื่อก่อนเธอและลูกๆ ต้องลำบากเป็อย่างมากแต่เขากลับไม่รู้อะไรเลย“แม่จ๊ะ ป้าสะใภ้บอกว่าเราต้องออกไปจากที่นี่ เป็นเรื่องจริงเหรอจ๊ะ” ซูเม่ยเอ่ยถาม ซีซวนและซีห่าวก็เดินเข้ามาในห้อง ซีห่าวรีบเข้าไปกอดผู้เป็นแม่ในทันที“ผมจะไปกับแม่” ซีห่าวกลัวว่าแม่จะทิ้งจึงกอดไว้แน่น ซิ่วอิงคลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน“แน่นอน พวกเราจะไปด้วยกันทั้งหมด” ซิ่วอิงพูดพร้อมกับยกมือเรียวลูบหัวเด็กน้อย“เราจะย้ายบ้านเหรอจ๊ะแม่” ซูเม่ยเอ่ยถามผู้เป็นแม่ด้วยดวงตาเป็นประกาย ถ้าเธอไม่ต้องอยู่ที่บ้านหลังนี้อีกนับว่าเป็นเรื่องที่ดี“ใช่ ต่อไปนี้จะย้ายไปอยู่ที่ท้ายหมู่บ้าน” ซิ่วอิงตอบด้วยรอยยิ้ม“ยกของไปไว้ที่บ้านท้ายหมู่บ้าน” จางจื่อหานเอ่ยบอกลูกชายคนโตเสียงเรียบ ซีซวนเห็นสายตาของพ่อก็ไม่กล้าขัดรีบยกกล่องไม้ออกไปทันที“เราจะไปอยู่บ้านร้างท้ายหม
last updateLast Updated : 2025-07-08
Read more
บทที่ 6 จากลา
“แม่ ฉันกลับมาแล้ว” ซุเม่ยรีบวิ่เข้ามาชโะโงกหน้าดูอาหารบนโต๊ะดวงทาของเธอวาววับ ซีซวนเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบนิ่งไม่ต่างจากผู้เป็นพ่อแต่ซิ่วอิงแอบเห็นว่าตอนที่มองอาหารดวงตาของเขาเป็นประกายไม่น้อย เด็กก็คือเด็กสินะ“ล้างมือหรือยัง” ซิ่วอิงเอ่ยถามเด็กๆ“แม่ไม่ต้องห่วง พวกฉันล้างเรียบร้อยแล้ว” ซีห่าวพูดพร้อมกับชูสองมือให้แม่ของตัวเองดู“งั้นรีบมากินเถอะ พ่อเขารอนานแล้ว” ซิ่วอิงรีบบอกเด็กๆ จากนั้นทั้งห้าคนก็ลงมือทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย“แพนเค้กนี้อร่อยมาก ไข่ผัดกุ้ยช่ายนี่ก็เหมือนกันฉันไม่เคยเคยกินอะไรแบบนี้มาก่อน” คำพูดไร้เดียงสาของลูกสาวไม่ต่างจากเข็มนับพันที่ทิ่มลงที่ใจของผู้เป็นพ่อ ริมฝีปากหนาขบเม้มจนเลือดห่อจนกระทั่งมีมือเรียวมาจับมือข้างที่เขาวางไว้บนขา จางจื่อหานหันไปมองไปใบหน้าของภรรยาเธอยกยิ้มบางๆ ให้เขาดูอบอุ่นและอ่อนโยนหัวใจของเขารู้สึกผ่อนคลายลง“พ่อกลับมาแล้วต่อไปนี้พวกเราจะได้กินแต่ของอร่อย” ซิ่วอิงพูดพร้อมกับคีบอาหารให้กับซีห่าวตัวน้อย“ห่าวห่าว เวลาผู้ใหญ่ให้ของต้องพูดว่ายังไง” ซิ่วอิงพูดกับเด็กน้อยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนเธอต้องค่อยๆ สอนเขา“ขอบคุณครับแม่” ซีห่าวเอ่ยขอบคุณพ
last updateLast Updated : 2025-07-08
Read more
บทที่ 7 ใครว่านางปากร้ายขี้เกียจ?
หลังจากที่จางจื่อหานกลับไปที่กองทัพซิ่วอิงก็ยังคงทำกิจวัตรประจำวันตามปกติ เพียงแต่ตอนนี้เธอคิดว่าเธอควรเริ่มไม่ทำงานแลกแต้มไม่งั้นส่วนแบ่งอาหารเธอจะได้น้อยลงเธอตั้งใจแล้วว่าจะทำให้ลูกๆ ของเจ้าของร่างกินอิ่มและนอนหลับได้เต็มที่หากเธอไม่ไปทำงานเกรงว่าอาหารจะไม่พอ วันนี้ซิ่วอิงจึงตื่นตั้งแต่ตีห้ามาเตรียมอาหารเช้าเป็นแพนเค้กและไข่ผัดมะเขือเทศ ส่วนแบ่งอาหารตอนแยกบ้านได้มาเยอะพอสมควรประกอบกับที่จางจื่อชิงนำมาให้ทำให้พวกเขามีอาหารเพียงพอที่จะกินอิ่มท้อง“แม่ทำไมวันวันนี้ตื่นเช้าจัง” ซูเม่ยที่ตื่นขึ้นมาเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ ส่วนซีซวนทำเพียงเหลือบมองแล้วนั่งลงที่โต๊ะกินข้าว“ตื่นมาทำอาหาร” ซิ่วอิงเอ่ยตอบ เด็กคนนี้จะหาว่าเธอตื่นสายเหรอ?“แม่แปลกไปมาก” ซูเม่ยพูดพร้อมกับกินอาหาร“รีบกินจะได้รีบไปทำงาน” ซิ่วอิงเอ่ยบอกเด็กสาว“วันนี้แม่จะไปทำงานด้วยเหรอ” เธอเห็นการแต่งตัวของคนเป็นแม่ก็พอจะเดาได้“แน่นอน ตอนนี้เราแยกบ้านแล้วต้องทำงานแลกคะแนน” ซิ่วอิงเอ่ยบอกเด็กสาวด้วยรอยยิ้ม“เมื่อก่อนไม่เห็นจะทำ” ซีซวนพึมพำเบาๆ“เมื่อก่อนแม่แค่เห็นว่าต่อให้ทำเราก็ไม่ได้กินดีกว่าเดิมเหมือนทำแล้วให้คนอื่นได้กิน แต่ตอ
last updateLast Updated : 2025-07-08
Read more
บทที่ 8 บุกรุก!
“เรื่องนี้อย่าให้พ่อของแกรู้” แม่เฒ่าจางเอ่ยบอกลูกชายคนโต แม้ว่าพ่อเฒ่าจางจะลำเอียงรักลูกชายคนโตแต่เขาก็มักจะไว้หน้าตัวเองเสมอไม่แสดงออกถึงความลำเอียงมากเกินไป วันนี้พ่อเฒ่าจางมัววแต่ไปพูดคุยกับเพื่อนฝูงทำให้ทั้งสามคนคิดวางแผนที่จะทำเรื่องนี้“คุณแม่คะ แล้วนังนั่นจะไม่ไปแจ้งสันติบาลเหรอคะ” เหมยลี่เองก็อยากได้เงินห้าร้อยหยวนแต่เธอก็กังวลไม่ได้ หากนังปากร้ายนั่นไปแจ้งสันติบาลหรือคณะกรรมการปฏิวัติพวกเธออาจจะถูกจับ“มีลูกสะใภ้ที่ไหนจะแจ้งจับแม่สามี” จะสามารถทำแบบนั้นได้ยังไง ไม่เคยมีสะใภ้คนไหนกล้าแจ้งจับแม่สามีแม้ว่าจะเป็นเรื่องที่โดนทุบตีก็ตามมันถูกมองว่าเป็นปกติเว้นเสียแต่ว่าจะมีคนตาย“แต่มันแยกบ้านไปแล้วนะคะ” เหมยลี่ไม่แน่ใจว่าสามารถทำแบบนั้นได้ เธอไม่อยากถูกจับ“นี่สะใภ้ใหญ่ เธอกลายเป็นคนขี้ขลาดตั้งแต่เมื่อไหร่” แม่เฒ่าจางพูดอย่างไม่สบอารมณ์“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะแม่” เหมยลี่ที่เห็นแม่สามีเริ่มไม่พอใจก็ไม่กล้าที่จะแย้งอีก ในใจก็แอบเห็นด้วยว่าจางจื่อหานคงไม่แจ้งจับแม่ตัวเองหรอก“แม่ครับ ผมว่าเราควรไปตอนที่มันออกไปทำงาน” เวลานั้นชาวบ้านจะออกไปทำงานแลกคะแนนกันหมดไม่มีใครอยู่บ้านถือว่าทางสะด
last updateLast Updated : 2025-07-08
Read more
บทที่ 9 กล้าดียังไงมาทำลูกฉัน
“หยุด!” ซิ่วอิงตะโกนดังลั่น หลังจากไปทำงานเธอรู้สึกเป็นห่วงซีห่าวมากกลัวว่าจะไข้ขึ้นสูงเธอจึงรีบเร่งทำงานพื้นที่ที่ได้รับมอบหมายให้เสณ้จโดยเร็วหลังจากผ่านไปพักใหญ่หน้างานของเธอเหลือไม่มากซีซวนที่มองอาการของผู้เป็นแม่ออกก็อาสาทำที่เหลือแทนและให้เธอกลับมาที่บ้านก่อนหลังจากทำงานเสร็จเขาจึงจะตามมาทีหลัง เมื่อซิ่วอิงเดินมาใกล้จะถึงบ้านเธอได้ยินเสียงของซูเม่ยตะโกนขอความช่วยเหลือเธอตกใจกลัวว่าซีห่าวอาจจะไข้ขึ้นสูงจนช็อคจึงรีบวิ่งมาอย่างรวดเร็วแต่สิ่งที่เห็นคือคนชั่วทั้งสาวคนนั่นกำลังรังแกลลูกของเธอทำให้เธอตะโกนบอกให้พวกเขาหยุดด้วยอารมณ์ที่โมโห ยิ่งเมื่อเธอมองเห็นเลือดที่ไหลอาบใบหน้าของซีห่าวดวงตาของเธอก็เริ่มดำมืดขึ้น ซิ่วอิงคว้าไม้กวาดที่อยู่ไม่ไกลมาถือไว้ในมือแล้วก้าวฉับๆ ไปหาทั้งสามคนทันที“กล้าดียังไงมารังแกลูกของฉันห้ะ” ซิ่วอิงพูดพร้อมกับง้างไม้กวาดไล่ฟาดทั้งสามคนโดยไม่สนว่าจะเป็นครอบครัวของสามี“กรี๊ดด อย่านะ” เหมยลี่กรีดร้องอย่างหวาดกลัว“นังปากร้ายจะฆ่าคนแล้ว ช่วยด้วย จะฆ่าคนแล้ว โอ้ย!” จางจื่อซวานที่โดนตีก็ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด เขารู้สึกหวาดกลัวมากจึงวิ่งไปชนประตูอย่างแรงจนทำให้
last updateLast Updated : 2025-07-17
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status