แชร์

บทที่ 3

last update วันที่เผยแพร่: 2026-01-23 19:50:36

เพียงสามวัน ชิงหลานก็สามารถลุกขึ้นจากเตียงและเดินไปมาได้ ท่านหมอเกาดีใจมาก เด็กน้อยที่ดูแล้วอาการร่อแร่กลับรอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์ เงินค่ารักษาก็ขอรับเพียงเล็กน้อย และยังมีน้ำใจมอบสมุนไพรบำรุงกำลังให้ชิงหลานอีกหลายห่อ

“เห็นชิงหลานแข็งแรงเช่นนี้ ข้าที่เป็นหมอก็พลอยมีความสุขไปด้วย ฮูหยินท่านนำสมุนไพรเหล่านี้กลับไปต้มให้นางกินเถอะ ตัวเล็กผอมบางเช่นนี้ต้องบำรุงกำลังอีกมาก”

จังฮูหยินน้ำตารื้น “พระคุณท่านหมอมาก ชีวิตนี้ข้าจะไม่มีวันลืม”

“อย่าได้คิดมาก เห็นบุตรสาวของท่านฟื้นจากความตายมาได้อย่างอัศจรรย์เช่นนี้ บอกตามตรงล้วนเป็นเพราะวาสนาของนาง ข้าเองก็มิได้ทำอันใดมาก”

“หากไม่มีท่าน หลานเอ๋อร์ของข้าก็คง.....”

“ไอหยา....ฮูหยิน อย่าได้เกรงใจ เป็นหน้าที่ของหมอที่ต้องช่วยชีวิตคน ได้เห็นบุตรสาวของท่านฟื้นคืนมาอีกครั้ง ข้าเองก็ดีใจมาก”

จังฮูหยินเห็นว่าบุตรสาวสีหน้าแจ่มใสร่างกายแข็งแรงก็ยินดีนัก เมื่อชิงหลานขอให้มารดาพาตนเดินเล่นที่ตลาดในเมืองหลวงก่อนกลับ จังฮูหยินจึงรับปาก ทั้งเห็นว่าเงินที่เตรียมมาไว้รักษาชิงหลานยังเหลือพอจะซื้อชุดใหม่ให้เด็กหญิงได้สองชุด

“มาถึงเมืองหลวงทั้งที่ ซื้อเสื้อผ้าให้เจ้าสักสองชุดกลับไปด้วยก็ดีเหมือนกัน ปีนี้ตัวเจ้าโตขึ้นอีก เสื้อผ้าชุดเก่าอีกไม่นานคงใส่ไม่ได้”

ชิงหลานก้มลงมองดูเสื้อผ้าแล้วก็ให้นึกทอดถอนใจ แม้ตัวตนเก่าของนางในสกุลเผยจะถูกกดขี่ แต่เสื้อผ้าที่นางใส่มิได้ซอมซ่อจนน่าสงสารอย่างชิงหลาน

เมื่อเห็นจังฮูหยินซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้ เด็กหญิงจึงยิ้ม

‘สองแม่ลูกสกุลชิงช่างน่าเวทนานัก กระทั่งเสื้อผ้าก็ยังต้องปะชุนเพื่อสวมใส่ ในขณะที่ข้า ผู้คิดว่าตนเองลำบาก อย่างน้อยท่านย่าก็ยังให้เสื้อผ้าใหม่ข้าปีละหลายชุด ต่อไปข้าต้องรู้จักคุณค่าของเสื้อผ้าให้มากขึ้น’

“หลานเอ๋อร์ แม่ขอโทษที่ปล่อยให้เจ้าต้องสวมเสื้อผ้าเก่าๆ อยู่หลายปี ปีก่อนอากาศหนาวเย็นเราต้องใช้เงินซ่อมแซมเครื่องนอนและผ้าห่ม”

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะท่านแม่ แค่ข้าป่วย ท่านก็ลำบากมากพอแล้ว เอาไว้ข้าหายดี ข้าจะทำงานหาเงินช่วยท่านเอง”

ชิงหลานเห็นว่าจังฮูหยินเองประหยัดมาก แม้ชุดของนางจะสะอาดสะอ้านแต่ก็สีสันซีดเซียวลงไม่น้อย การพาบุตรสาวมารักษาตัวในเมืองหลวงครั้งนี้นางคงจะเลือกชุดที่ดีที่สุดเท่าที่จะมีได้มาแล้วกระมัง

เด็กหญิงมองดูจังฮูหยินด้วยความเห็นใจ อนุภรรยาในเรือนที่มีฮูหยินเอกโหดร้ายก็มักจะเจอชะตากรรมเช่นนี้

“หลบด้วย! หลบด้วย!” ขบวนมือปราบจำนวนมากที่ขี่ม้านำทางรถม้าคันใหญ่ที่ประดับด้วยผ้าขาวและดำร้องตะโกนสั่งผู้คนสองข้างทาง

ผู้คนสองข้างทางต่างชี้ชวนกันซุบซิบดูรถม้าสองคันที่วิ่งตามกัน

“นี่มันเกิดอันใดขึ้น”

“ว่าที่พระชายาขององค์ชายสิบห้าน่ะสิ! รถม้าตกหน้าผาสิ้นชีพไปพร้อมสาวใช้คนสนิท น่าอนาถนัก เห็นว่ากำลังเตรียมตัวจะเข้าพิธีอภิเษกสมรสอีกไม่กี่วันนี้แล้วแต่กลับต้องมาเคราะห์ร้าย พวกมือปราบก็เลยวุ่นวายกันยกใหญ่”

ชิงหลานยืนตะลึงอยู่ข้างมารดา แม้จะรู้ว่าตนเองเสียชีวิตไปแล้วทั้งยังได้เห็นสภาพอันสยดสยองของศพตนเองกับตาแต่นางก็อดจะน้ำตาไหลสังเวชในชะตากรรมของตนเองมิได้

คนที่ยืนรายรอบล้วนยืนยันว่านั่นคือศพของคุณหนูเผยที่กำลังจะเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับองค์ชายสิบห้าผู้เป็นพระอนุชาของหมิงฮ่องเต้[1]

‘ในเมื่อข้าตายไปแล้ว พันธะสัญญาแต่งงานก็คงถูกยกเลิก หรือไม่ สกุลเผยก็อาจจะคัดเลือกคุณหนูคนที่เหลือในจวนไปเสนอต่อราชสำนัก ช่างเถอะ...ถึงอย่างไรนับแต่นี้ก็ไม่เกี่ยวกับข้า’

จังฮูหยินได้ยินชาวบ้านวิจารณ์เรื่องสตรีที่เคราะห์ร้ายทั้งสองก็นึกเวทนา ครั้นก้มหน้าลงกลับได้เห็นบุตรสาวของตนน้ำตาไหลพราก ยืนโงนเงน คล้ายจะเป็นลมก็ตกใจ

“หลานเอ๋อร์! เจ้าเป็นอันใดไป” จังฮูหยินปล่อยมือทิ้งข้าวของลงพื้นก่อนจะหันไปประคองบุตรสาวที่บอบบางอย่างยิ่ง

ชิงหลานร่างทรุดลง จังเสี่ยวลิ่งเองก็ตกใจรีบตะโกนบอกคนรอบข้างให้ถอยออกไปให้หมด

บุรุษรูปร่างสูงโปร่งงามสง่าที่ขี่ม้าย่างเหยาะตามหลังขบวนรับศพว่าที่พระชายาหันมามองราษฏรที่ยืนล้อมกันอยู่ เขาดึงบังเหียนม้าให้หยุดต่อหน้าสองแม่ลูก

“เกิดอันใดขึ้น เหตุใดพวกเจ้าจึงขวางขบวนม้าของมือปราบเช่นนี้” หมิงเฉิงอวี่เอ่ยถาม

จังฮูหยินเงยหน้าขึ้นมองบุรุษรูปงามผู้นั้น ดูจากเครื่องแต่งกายและม้าตัวงามที่เขาขี่แล้วนางก็พอประเมินได้ว่าฐานะของเขาไม่ธรรมดา

“ขออภัยด้วยเถิดคุณชาย บุตรสาวของข้าร่างกายอ่อนแอเพิ่งหายป่วยจึงเป็นลมไป มิได้ตั้งใจจะขัดขวางขบวนของพวกท่านเลยจริงๆ”

มือปราบข้างหลังรีบวิ่งมาดูเหตุการณ์ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองบุรุษรูปงามบนหลังม้า “องค์ชายโปรดอภัย พวกข้าน้อยมิได้ดูแลกันผู้คนออกจากถนนให้ดีจึงได้เกิดเหตุนี้ขึ้นพะย่ะค่ะ”

“ไม่เป็นไร...พวกเจ้ารีบช่วยนางเถิด บุตรสาวของนางเป็นลมไปแล้ว” ดวงตาหงส์ของหมิงเฉิงอวี่มองสองแม่ลูกที่กำลังประคองกันอยู่พื้นถนน

“พะย่ะค่ะ”

จังฮูหยินได้ยินมือปราบเรียกบุรุษบนหลังม้าเช่นนั้นก็ตกตะลึง รีบโขกศีรษะขออภัย “หม่อมฉันขออภัยองค์ชาย หม่อมฉันมีตาหามีแววไม่ ล่วงเกินองค์ชายเสียแล้วเพคะ”

“ช่างเถิดเรื่องเล็กน้อย รีบพาบุตรสาวเจ้าไปหาหมอเถิด” องค์ชายสิบห้าปรายตามองเด็กหญิงในอ้อมกอดของสาวใช้ที่นั่งคุกเข่าอยู่ใกล้ๆ แวบหนึ่งก่อนจะชักบังเหียนม้าจากไป

มือปราบที่ยืนตัวสั่นอยู่ใกล้ๆ รีบเรียกรถม้าคันข้างหลังให้รับชิงหลานพร้อมด้วยมารดาและจังเสี่ยวลิ่งไปยังโรงหมอท่านหมอเกา

ครั้นไปถึงท่านหมอเกาก็บอกเพียงให้ชิงหลานนอนพักผ่อนสักครู่ไม่นานก็จะดีขึ้น จังฮูหยินกับสาวใช้จึงได้แต่ถอนหายใจอย่างโล่งอก

“เฮ้อ! ค่อยยังชั่วข้านึกว่าคุณหนูจะเป็นเหมือนเมื่อวานเสียอีก” สาวใช้ระบายลมหายใจ

“สบายใจได้ ชิงหลานเพียงแค่เสียใจจนหมดแรงไปเท่านั้น ว่าแต่เกิดเหตุอันใด ทำให้นางเสียใจเช่นนี้” ท่านหมอเกามองเด็กหญิงด้วยความข้องใจ

จังฮูหยินเบือนหน้าจากบุตรสาวหันมาตอบท่านหมอ “พวกเรายืนดูขบวนมือปราบที่นำศพว่าที่พระชายาองค์ชายสิบห้ากลับเข้าเมือง จู่ๆ หลานเอ๋อร์ก็น้ำตาไหลแล้วเป็นลมไป”

หมอเกาทำหน้าฉงน “พวกท่านรู้จักผู้ตายหรือ”

จังฮูหยินกับเสี่ยวลิ่งส่ายศีรษะพร้อมกัน “ไม่รู้จัก”

“อืม...ช่างเป็นเรื่องแปลกเสียจริง”

ครั้นบุตรสาวได้สติกลับมา จังฮูหยินจึงว่าจ้างรถม้าให้กลับไปส่งพวกตนที่อำเภอเฉิน[2]

อำเภอแห่งนี้เผยมู่ซีเคยเห็นในแผนที่ อยู่ไม่ห่างจากเมืองหลวงมากนัก เล่าลือกันว่าวัดพระโพธิสัตว์ที่อำเภอนี้คือสถานที่ที่หมิงฮ่องเต้และฮองเฮาทรงค้นพบขุมทรัพย์ทองคำของอดีตฮ่องเต้และได้นำทองเหล่านั้นมาใช้ในการสร้างเขื่อนป้องกันภัยน้ำท่วมและแห้งแล้ง

เรือนของสกุลชิงในอำเภอเฉิน เดิมใช้อยู่อาศัยมาหลายสิบปี กระทั่งทายาทรุ่นที่สามเข้าไปเป็นขุนนางในราชสำนักและสร้างจวนใหญ่โตในเมืองหลวงจึงทิ้งที่นี่ไว้โดยคนดูแลสามคน แม้จะไม่ใหญ่โตอย่างจวนสกุลเผยแต่เผยมู่ซีก็เห็นว่าเป็นเรือนที่มีขนาดใหญ่เพียงแต่ใหญ่โตเกินกว่าที่คนสี่คนจะช่วยกันดูแลไหว อีกอย่างเรือนหลังเล็กที่มีล้วนโยกโย้จะพังแหล่มิพังแหล่

ปีก่อนมีพายุเข้าทำให้เรือนหลายหลังพังไปบางส่วน แม้จังฮูหยินจะให้คนดูแลเรือนแจ้งไปยังจวนสกุลชิงที่เมืองหลวงแล้วแต่กลับมิมีผู้ใดออกมาซ่อมแซม ยังดีที่มีเรือนอีกสามหลังพอใช้การได้ พวกนางและบ่าวรับใช้ผู้นั้นจึงได้แบ่งปันอาศัย

จังฮูหยินเดินนำหน้าบุตรสาวไปยังเรือนนอนที่ขนาดเล็กกว่าเรือนนอนของเผยมู่ซีในชาติที่แล้ว เรือนนี้มีห้องนอนสามห้องมีทางเดินเชื่อมต่อไปยังเรือนหลังกลางที่เป็นห้องโถงใหญ่

ความทรงจำเดิมของชิงหลานบอกให้เผยมู่ซีได้รู้ว่าในตอนที่มาอยู่ที่นี่ ปีแรกอากาศหนาวเย็น จังฮูหยินกับ เสี่ยวลิ่งจึงได้ย้ายเอาครัวมาไว้เรือนเล็กที่อยู่ติดกับเรือนใหญ่รับแขกหลังนี้เพราะพวกนางมีคนเพียงสามคน

ส่วนเรือนของบ่าวรับใช้เพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ก็ยังอยู่ที่เดิมด้านท้ายจวน อีกสองปีต่อมา จังฮูหยินจึงให้คนดูแลเรือนผู้นั้นย้ายมานอนที่เรือนที่ใกล้เข้ามาอีก

“ที่นี่คงไม่มีผู้ใดมาสนใจพวกเราอีกแล้ว เรือนใหญ่โตมีเพียงพวกเราสี่คนก็มาอยู่ใกล้กันสักหน่อยเถิด หากเกิดปัญหาจะได้เรียกกันได้ทัน”

ผู้ดูแลเรือนมีนามว่า ‘ลู่ฮั่น’ เป็นบุรุษอายุสามสิบห้าที่ยังมิได้แต่งงานเขาเป็นกำลังหลักของเรือนสกุลชิงที่อำเภอเฉินแห่งนี้ ยังดีที่เขาแข็งแรงจึงช่วยตัดฟืนเผาถ่านและตักน้ำ ทำให้จังเสี่ยวลิ่งไม่ต้องลำบากมากนัก

เผยมู่ซีรู้สึกได้ถึงความซาบซึ้งที่หลานเอ๋อร์รู้สึกต่อเหล่าลู่ ในยามที่คนของบ้านใหญ่มาตรวจเรือนเดิม เหล่าลู่จะทำทีเหมือนไร้น้ำใจไม่คอยช่วยเหลืองานเพื่อมิให้คนของฮูหยินใหญ่เพ่งเล็ง หากว่าเหล่าลู่แสดงท่าทีช่วยเหลือสองแม่ลูก ฮูหยินใหญ่ก็จะไล่เขาให้ไปทำหน้าที่อื่นเหมือนกับบ่าวรับใช้สองคนก่อนหน้านี้

เมื่อกลับถึงจวน ลู่ฮั่นเห็นชิงหลานดูสดใสกว่าตอนที่ออกไปจากอำเภอเฉินก็ยิ้มกว้าง

“คุณหนูขอรับ สีหน้าดีอย่างนี้ เห็นทีท่านหมอเกาคงจะเป็นหมอเทวดาสมคำร่ำลือ”

[1] หมิงฮ่องเต้ พระเอกจากเรื่อง ซือซือฮองเฮาพันโฉม

[2] อำเภอเฉิน ถูกกล่าวถึงในเรื่อง ซือซือฮองเฮาพันโฉม
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 253

    เหล่าลู่ที่คอยยืนดูอยู่ใกล้ๆ ถอนหายใจอย่างโล่งอก ชิงหลานเป็นห่วงศิษย์พี่จึงคอยวนเวียนมาป้อนข้าวป้อนยาอยู่ไม่ขาดระยะ ทำเอาองค์ชายสิบห้ารู้สึกน้อยพระทัยที่พระชายาให้ความสำคัญกับศิษย์พี่มากจนลืมพระองค์เมื่อเห็นจั๋วเหรินหาวอาการดีขึ้นจึงได้ทรงเข้าไปนั่งเฝ้าใกล้ๆ “มือปราบจั๋ว! ข้ามีเรื่องอยากจะถามเจ้า!”

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 252

    ชิงหลานชักกระบี่ทิวาราตรีออกมา เมื่อนางประสานกระบี่ขึ้นฟ้า ก็เกิดฟ้าผ่าลงมาสามสายพร้อมกัน เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! จางหยงหย่วนถึงกับตะลึงเมื่อเห็นร่างของนางแยกออกเป็นสองร่าง สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้านี้เขาเคยเห็นมาแล้วครั้งหนึ่งที่สะพานปันเยว่เมื่อครั้งที่เขาใช้เล่ห์หวังลวงองค์ชายส

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 251

    ทหารหนุ่มมองเห็นด้านที่พับขึ้นเขียนตัวเลขหนึ่งร้อยตำลึงเอาไว้เขาจึงโบกมือปล่อยให้นางกับคนเข็นรถพาร่างเน่าๆ นั้นผ่านชายแดนไปได้ ส่วนตัวเขารีบเข้าไปยังห้องที่ก่วนเสวียนหลินนั่งรออยู่ “รายนี้ให้สินบนหนึ่งร้อยตำลึงขอรับ!” “อืม...สองวันมานี้มีคนให้สินบนจนผิดปกติ เป็นไปอย่างที่องครักษ์กั

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 250

    มือทั้งสองข้างของเขาเลื่อนไล้ไต่ตามส่วนเว้าส่วนโค้งของนางไม่ยอมหยุดจนท้ายสุดนางก็ถูกไฟพิศวาสของเขาแผดเผาอีกรอบ“น้องหญิง พรุ่งนี้เราต้องข้ามเขาไปอีกไกล ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้เล่นจับโจรกับเจ้าอีกยามใด เจ้าตามใจข้าสักหน่อยก็แล้วกันนะ” ถ้อยกระซิบกระเส่าเว้าวอนทำเอาชิงหลานใจอ่อนอีกหน“ท่านพี่ก็เหลือเรี่ย

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 249

    “บาดเจ็บพอสมควรขอรับ! เมื่อครึ่งเดือนก่อนมีมือสังหารบุกไปที่เรือนของท่านลุงท่านป้า ข้ากับพรรคพวกไปพบเข้าพอดี ดีที่คนที่ข้าพาไปด้วยในวันนั้นเป็นจอมยุทธ์ฝีมือดี พวกเขาจับมือสังหารไว้ได้หนึ่งคน คนผู้นั้นพยายามจะฆ่าตัวตายแต่สหายของข้าป้องกันเอาไว้ได้ ซ้ำยังเค้นจนได้รู้ความจริงว่าพวกเขาเป็นคนของใต้เท้าจา

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 248

    ฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเผยทราบข่าวว่าหลานสาววางแผนฆ่าพระชายาชิงหลานจนต้องถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัสหนำซ้ำยังถูกขังคุกเพื่อรอการประหารก็ร้องไห้ด้วยความเศร้าสะเทือนใจ “ไม่น่าเลย! ไม่น่าเลยจริงๆ เพราะความอาฆาตแค้นแท้ๆ ทำให้นางต้องถูกประหาร”เผยลู่หลิ่งที่ถูกปล่อยออกมาเพราะยอมนำเอาทรัพย์สินที่ได้มาจากพี่ส

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 8

    ชิงหลานก้มหน้าก้มตาวาดรูปตั้งแต่ยามเฉินไปจนถึงยามอู่ ส่วนจังฮูหยินกับจังเสี่ยวลิ่งก็อยู่ในห้องปักเย็บ กระทั่งสาวใช้รู้สึกว่าตนเองเริ่มหิวจึงเงยหน้าขึ้น “นายหญิงเจ้าคะ ได้เวลาอาหารเที่ยงแล้วเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าไปอุ่นอาหารสักครู่” “เจ้าไปเถอะ ประเดี๋ยวข้าไปเรียกหลานเอ๋อร์เอง” ท

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 7

    ชิงหลานพาสาวใช้ย้อนกลับไปร้านเครื่องเขียนอีกคราหนึ่ง นางกล่าวขอบคุณเถ้าแก่เนี่ยแล้วขอซื้อกระดาษอย่างดีอีกห้าแผ่น “เงินที่เหลือทั้งหมดข้าจะให้ท่านแม่เอาไว้ใช้...นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าหาเงินได้เอง ข้ารู้แล้วล่ะเสี่ยวลิ่งว่าความภูมิใจในตนเองเป็นอย่างไร” เสี่ยวลิ่งมองหน้าคุณหนูของตนแล้ว

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 6

    “พวกเขามิได้ลืมหรอก ข้าคิดว่าเจ้าของเรือนใหม่คงฐานะดีพอจะซื้อภาพจริงแล้วจึงได้ทิ้งของเลียนแบบพวกนี้เอาไว้” ชิงหลานคลี่ม้วนภาพพวกนั้นออกกางบนโต๊ะใหญ่หลายภาพ พลันนางก็นึกถึงคำพูดของเถ้าแก่เนี่ยร้านเครื่องเขียน‘จริงสิ! หากภาพพวกนี้ขายได้ล่ะก็...ข้าเองก็มีหนทางหาเงินได้เช่นกัน’ เสี่ยว

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   บทที่ 5

    “ท่านแม่ ซื้อเครื่องเขียนให้ข้าสักชุดได้หรือไม่เจ้าคะ”ชิงหลานเห็นร้านเครื่องเขียนที่อยู่เบื้องหน้าก็อยากจะเข้าไป ในยามที่นางเป็นเผยมู่ซี ไม่ว่าจะเสียใจ โมโห หรือเศร้าใจนางมักจะวาดภาพอยู่เงียบๆ ในห้องนอน จังฮูหยินตะลึงอยู่ครู่ “เจ้าอยากจะเขียนอักษรหรือ ที่เรือนก็พอมีกระดาษเหลือนี่ เจ้ายังเข

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status