Partager

บทที่ 2

“พี่ใหญ่ตื่น ฮือ ๆ เถาเถากลัว” เสียงร้องไห้ดังขึ้นข้างหูของเด็กสาวคนหนึ่งผู้ซึ่งสลบไปเพราะถูกลูกเห็บตกใส่ศีรษะ

“เถาเถา มู่มู่ หนิงหนิง พวกลูกอยู่ไหน” เสียงตะโกนเรียกแข่งกับเสียงดังคล้ายประทัดถูกจุดช่วงปีใหม่ทำให้เด็กน้อยหยุดเสียงสะอื้นของตนลงเพื่อเงี่ยหูฟังให้แน่ใจ

“แม่ หนูอยู่ตรงนี้อยู่กับพี่ใหญ่” เมื่อหญิงสาวได้ยินเสียงของบุตรสาวคนเล็กเจ้าตัวก็พอใจชื้นขึ้น จึงได้รีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งฝ่าทั้งหลังคาหญ้าและลูกเห็บสีขาวที่กำลังตกลงมาไปทางต้นเสียง

“เถาเถา ลูกเป็นอะไรไหม แล้วพี่ของลูกล่ะเป็นอะไรหรือเปล่า” คนเป็นแม่ถามขึ้นในระหว่างที่เจ้าตัวกำลังมองหาหนทางช่วยเหลือเด็กทั้งคู่

“แม่ พี่ใหญ่เรียกไม่ตื่นเลย หนูกลัว”

คำพูดนี้ของเด็กหญิงวัยเจ็ดขวบทำให้คนเป็นแม่ตัวชาวาบ

“เกิดอะไรขึ้นกับหนิงหนิง” ผู้เป็นแม่ถามขึ้นอย่างตกใจ

“พี่ใหญ่ผลักหนูในตอนที่มีก้อนอะไรไม่รู้กำลังตกลงมา ก้อนนั้นก็เลยตกใส่หัวของพี่ใหญ่จากนั้นพี่ใหญ่ก็สลบไป ฮือ ๆ แม่จ๋าหนูกลัว” คำพูดของเด็กน้อยฟังไม่ได้สรรพเนื่องจากเจ้าตัวกำลังร้องไห้อย่างหนัก

หญิงสาวผู้มีรูปร่างผอมใบหน้าซีดเหลืองตัวสั่นด้วยความกลัว สวรรค์ได้โปรดอย่าพรากลูกของฉันไปเลยนะคะ หล่อนเพิ่งจะอายุสิบสามปีเท่านั้นเอง น้ำตาของเธอไหลอาบแก้มซูบตอบอย่างน่าสงสาร

“เถาเถาฟังแม่นะ ลูกรีบเขย่าตัวพี่ใหญ่ให้ฟื้นเร็วเข้า” เมื่อผู้เป็นแม่บอกเช่นนี้เด็กน้อยก็ทำตามอย่างเชื่อฟัง

“พี่ใหญ่ตื่นเถอะ พี่ใหญ่” คนตัวเล็กเขย่าตัวของพี่สาวไปร้องไห้ไป ทำให้ทั้งน้ำมูกน้ำตาไหลตกลงบนใบหน้าของคนเป็นพี่ในตอนนี้เสี่ยวเฉาได้ย้ายร่างมาเรียบร้อยแล้วโดยไม่รู้ตัว ย้อนกลับไปก่อนหน้าหลังจากที่เธอได้รับโทรศัพท์จากพี่สาวคนรอง ด้วยความอยากพิสูจน์ความจริงในเรื่องที่ฝัน

หญิงสาวจึงได้ทดลองเก็บสิ่งของในห้องนอนของตนทั้งหมด “เก็บ” และสิ่งอัศจรรย์ก็ปรากฏตรงหน้าของเธอเมื่อสิ่งของทุกอย่างภายในห้องหายไป

“เฮ้ย! เป็นไปได้ยังไง ถ้าเป็นอย่างนี้ก็แสดงว่าฉันจะต้องจากพี่ ๆ ไปสินะ” เธออุทานก่อนที่จะรำพึงถึงญาติที่เหลืออยู่ด้วยน้ำเสียงแห่งความโศกเศร้า

ทว่าหลังจากคิดได้ว่าหนึ่งชีวิตของเธอแลกกับอีกสี่ชีวิตเจ้าตัวจึงพอยิ้มออกมาได้บ้าง

เมื่อตกตะกอนความคิดของตนเรียบร้อยเธอจึงได้ลงมือจดในสิ่งที่ต้องการทำทุกอย่างลงในสมุด

“เรื่องแรกทำพินัยกรรม เรื่องต่อมาก็ซื้อของเพราะคุณยายคนนั้นบอกว่ามีเวลาให้ถึงแค่เที่ยงคืน”

เสี่ยวเฉาจึงได้จัดการทุกอย่างไปทีละเรื่องไม่เว้นแม้แต่การเก็บของในบ้านหลังนี้ที่มีความทรงจำมากมายทั้งสุขและเศร้า

หญิงสาวไล่เรียงสิ่งที่ตัวเองต้องการเก็บตั้งแต่ชั้นบนลงมาจนกระทั่งถึงห้องใต้ดินที่เป็นห้องสะสมอาวุธ

“เจ้าพวกนี้ก็เอาไปด้วย หวังว่าคงไม่ต้องใช้หรอกนะ แต่ยายคนนั้นบอกว่าเป็นช่วงวุ่นวายนี่ เอ๋! แล้วมันยุคไหนกันล่ะ ช่างมันเถอะคิดไปก็ปวดหัว ถ้าอย่างนั้นอาจจะหลีกเลี่ยงการปะทะไม่ได้เอาเป็นว่าเก็บไปให้หมดก่อนดีกว่า ใช้หรือไม่ค่อยว่ากัน” เจ้าตัวคิดก่อนจะเริ่มสำรวจภายในบ้านอีกครั้ง

“เอาละ เก็บของในบ้านเรียบร้อยไปชอปปิ้งกันเถอะ” เมื่อเห็นว่าสิ่งของที่ตนมักใช้อยู่ประจำถูกกวาดเข้าไปเก็บไว้จนหมดดังนั้นเธอจึงหยิบกุญแจรถและเลือกที่จะมายังตลาดขายของสดที่ตนเป็นลูกค้าประจำ

หลังจากเสร็จสิ้นจากการซื้อของหญิงสาวก็ไปต่อที่ร้านอาหารชื่อดังอีกหลายร้าน โดยสั่งทุกเมนูโปรดเก็บไว้เป็นจำนวนมาก

รถส่งของมากมายพากันวิ่งตรงมาที่บ้านของหล่อนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโชคดีที่ว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ส่วนบุคคลจึงไม่มีใครมาสอดรู้สอดเห็นเรื่องของเธอ

ทางด้านเสี่ยวเฉาเมื่อได้สิ่งใดมาแล้วเจ้าตัวก็จะขีดฆ่าข้อความนั้นทิ้ง และพยายามไล่เลียงอีกครั้งว่ายังตกหล่นสิ่งใดอีกหรือไม่ และเมื่อเห็นว่าสิ่งของที่ตัวเองต้องการได้มาครบหมดทุกอย่างหญิงสาวจึงได้ขับรถไปโรงพยาบาล หล่อนไม่ได้เข้าไปบอกลาญาติสองคนสุดท้ายที่เหลืออยู่เพราะไม่ชอบการจากลา

ดังนั้นเธอจึงเฝ้ามองครอบครัวของพี่ชายพี่สาวและ หลาน ๆ อยู่ห่าง ๆ เพียงหน้าประตูกระจกกั้นเท่านั้น

ก่อนที่จะตัดสินใจยกโทรศัพท์มือถือของตนกดเบอร์โทรออกซึ่งเป็นเบอร์ของพี่สาวคนรอง

“พี่คะ วันพรุ่งนี้พี่ช่วยไปหาฉันที่บ้านด้วยนะคะ ฉันมีอะไรจะบอก” หญิงสาวเลือกจะโกหกออกไปด้วยน้ำเสียงสดใสแต่ทว่าคนเป็นพี่สาวกลับรู้สึกวูบโหวงอยู่ในอก และยังไม่ทันที่พี่สาวจะทันได้ตอบโต้อะไร

โทรศัพท์ในมือก็ถูกย้ายไปที่พี่ชายคนโต “น้องเล็ก ทำไมไม่มาหาพี่ล่ะเกิดอะไรขึ้นกับน้องหรือเปล่า” น้ำเสียงของคนพูดเต็มไปด้วยความกังวล

สาเหตุที่เขาถามแบบนี้เป็นเพราะหากเป็นเวลาปกติคนแรกที่มักจะปรากฏตัวในเวลาที่คนในครอบครัวไม่สบายก็คือน้องน้อยคนนี้นั่นเอง

“พี่ใหญ่ฉันขอโทษค่ะ พอดีว่าฉันไม่สบายนิดหน่อย” เธอเลือกที่จะโกหกอีกครั้ง ทั้งยังพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาจึงทำให้เสียงที่เปล่งออกไปฟังดูแปร่งหู

“น้องเล็กไม่สบายตรงไหน บอกพี่นะเด็กดี พี่จะรีบไปหา” แม้ผู้พูดจะยังมีสายน้ำเกลือคามืออยู่ก็ตามแต่ด้วยความเป็นห่วงน้องสาวสุดหัวใจชายหนุ่มไม่คิดรั้งรอสักเสี้ยวนาที

“ฉันไม่เป็นไรค่ะ พี่ใหญ่ก็รู้ตั้งแต่เล็กจนโตฉันเคยป่วยที่ไหนเพียงแค่ปวดหัวกินยาเดี๋ยวก็หาย” เสี่ยวเฉาพยายามกลั้นเสียงสะอื้นพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงเช่นทุกครั้ง

“ไม่เป็นอะไรจริง ๆ นะ” คนเป็นพี่ถามซ้ำโดยมีน้องสาวคนรองเงี่ยหูฟังอยู่ด้วยกัน

“ไม่เป็นอะไรจริง ๆ ค่ะ พี่ใหญ่คะ ฉันรักพี่นะ รักพี่รอง รักทุกคนเลย” คำบอกรักจากน้องสาวทำให้พี่ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความตกใจ

“น้องเล็ก ฮัลโหล น้องเล็ก” คนเป็นพี่พยายามส่งเสียงเรียกแต่สายกลับถูกตัดไปแล้ว

“น้องรองพี่ว่าน้องเล็กดูแปลก ๆ นะ เธอไปดูหล่อนที่บ้านสักหน่อยสิ” “ได้ค่ะ พี่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ฉันคิดว่าเธอไม่เป็นอะไรหรอก” ผู้พูดยังกล่าวไม่ทันจบประโยคเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“พี่รอง พี่เปิดลำโพงนะคะ ฉันสบายดีตอนนี้กำลังมาท่องเที่ยว หากพี่ไม่เชื่อก็สามารถโทรถามคุณสุ่ยได้เลย เพราะเขาเป็นคนมาส่งฉันที่สนามบินตอนเช้าฉันก็จะกลับ เอาไว้พี่รองค่อยไปเจอฉันที่บ้านดีไหมคะ” น้ำเสียงของหญิงสาวฟังดูสดใสขึ้นจึงทำให้พี่ทั้งสองรู้สึกวางใจ

“ถ้าอย่างนั้นน้องเที่ยวให้สนุกนะ ว่าแต่น้องไปที่ไหนล่ะ ถึงแล้วส่งข้อความ ไม่ดีกว่า โทรมาบอกพี่ด้วย” คนเป็นพี่ใหญ่พูดส่วนคนเป็นพี่รองนั้นตอนนี้กำลังติดต่อกับเลขาส่วนตัวของคนปลายสาย

เมื่อได้รับการยืนยันอย่างแน่ชัดว่าน้องสาวคนเล็กเป็นปกติดีพวกเขาก็ยิ้มออกมาอย่างโล่งอก ก่อนวางสายคนเป็นน้องก็ไม่วายกล่าวย้ำในเรื่องให้พี่สาวไปยังบ้านของตนอีกครั้ง

“ได้จ้ะ พรุ่งนี้ช่วงบ่ายพี่จะเข้าไปหาน้องนะ” แม้จะรู้สึกถึงความไม่สบายใจบางอย่างแต่ทว่าคนเป็นพี่สาวก็พยายามปัดความรู้สึกรบกวนนั้นทิ้งไป

ภายในค่ำคืนเดียวกันจู่ ๆ ก็ปรากฏแสงสีขาวสว่างจ้าไปทั่วทั้งห้องนอนของหญิงสาวที่เช่าไว้ภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง แสงสีขาวนั้นได้ครอบคลุมร่างของผู้กำลังนอนหลับสนิทเอาไว้

ก่อนที่ดวงจิตของเธอจะหลุดออกจากร่างคงเหลือไว้เพียงร่างกายที่ปราศจากลมหายใจอันสวยงามนอนนิ่งไม่ไหวติงเพียงเท่านั้น

การจากไปของน้องสาวสุดที่รักได้สร้างความโศกเศร้าให้กับคนเป็นพี่ทั้งสองเป็นอย่างมาก

แม้ว่าพวกเขาจะพยายามทำตัวให้เข้มแข็งอย่างไรก็ตามความทรงจำที่มีต่อน้องสาวก็ไม่อาจลบเลือนไปได้เลย จนกระทั่งนาทีสุดท้ายของชีวิตในอีกหลายสิบปีต่อมา

อีกฟากฝั่งคนละช่วงเวลา เปลือกตาของเด็กหญิงเริ่มสั่นไหว “พี่ใหญ่ตื่น” คนเป็นน้องยังคงเรียกคนเป็นพี่อย่างต่อเนื่องจนเสียงเริ่มแหบ

ในระหว่างนี้คนเป็นแม่เองก็กำลังพยายามยกไม้และเศษซากหลังคาที่ขวางหน้าระหว่างเธอกับลูกสาวออกอย่างไม่ยอมแพ้

“เถาเถา พี่ของลูกฟื้นหรือยัง”

เด็กน้อยส่ายศีรษะก่อนปล่อยโฮขึ้นอีกครั้ง “อย่าร้อง” น้ำเสียงแหบแห้งดังขึ้นอย่างแผ่วเบา

“แม่ พี่ใหญ่!!” คนตัวเล็กตะโกนขึ้นเสียงดัง

“เถาเถา พี่ของลูกเป็นอะไร” คนเป็นแม่เริ่มใจคอไม่ดีจึงได้พยายามออกแรงยกไม้ที่ขวางอยู่ตรงหน้าออกอย่างเต็มที่

“แม่” เสียงของเสี่ยวเฉาฟังดูไร้เรี่ยวแรงจนเธอเองยังรู้สึกประหลาดใจ ทั้งนี้เป็นเพราะความทรงจำสุดท้ายของร่างนี้จู่ ๆ ก็กลายเป็นภาพตัดเสียอย่างนั้น

“อดทนหน่อยนะลูก แม่กำลังจะไปช่วยแล้ว” คนเป็นแม่กล่าวปลอบ

“พี่ใหญ่เจ็บไหม” เด็กหญิงตัวน้อยถามพี่ขึ้นอย่างเป็นห่วง “ไม่เจ็บ เถาเถาเด็กดีไม่ต้องร้องไห้นะ” เสี่ยวเฉาเอ่ยปลอบพลางยกมือเช็ดน้ำตาให้น้องสาวอย่างอ่อนโยน

เมื่อท่อนไม้สุดท้ายที่ขวางหน้าระหว่างแม่กับลูกถูกเอาออก นางฟู่ก็เข้าไปสำรวจร่างกายของลูกสาวคนโตทันที

“เสี่ยวหนิงเจ็บตรงไหนไหมลูก” เสียงสั่นเครือของหญิงสาวตรงหน้าทำให้เสี่ยวเฉาในร่างของเจ้าของชื่อรู้สึกสะท้านอยู่ในอก “ไม่เจ็บค่ะ”

นางฟู่รู้ดีว่าลูกสาวตั้งใจปกปิดเพื่อไม่ให้ตนเป็นห่วง คนเป็นลูกจะไม่เจ็บได้อย่างไรในเมื่อหน้าผากของเธอบวมแดงจนกลายเป็นสีม่วงแบบนั้น น้ำตาของคนเป็นแม่เริ่มไหลออกมาอีกครั้งราวทำนบแตก

“แม่ไม่ดีเองที่ให้ลูกต้องมาลำบาก”

“แม่ไม่ผิดเลยเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกเราสักนิด แม่คะอย่ามัวแต่ร้องไห้น้องรองล่ะคะ เขาอยู่ไหน” ในความทรงจำเดิมเธอมีน้องชายซึ่งเป็นแฝดพี่ของเสี่ยวเถาอยู่หนึ่งคน

เมื่อได้ยินคำถามของบุตรสาวคนเป็นแม่ก็ส่ายหน้าทั้งน้ำตา “แม่ไม่รู้ แม่พยายามตามหาลูกทั้งสามจนมาเจอลูกกับเถาเถาแต่มู่มู่” นางฟู่เอ่ยเสียงสั่นด้วยความกลัว

“แม่ใจเย็นลงก่อนนะคะ เอาเป็นว่าพวกเราออกไปจากตรงนี้ก่อน จากนั้นแม่อยู่กับน้องเล็กนะ ส่วนน้องรองฉันจะไปตามหาเอง” เสี่ยวเฉาพยายามยันกายลุกขึ้นยืน
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 90

    แม้ว่าหลี่ลู่เหอจะรอดพ้นจากปากนรกมาได้ทว่ามั่วเฉิงกับเด็กหนุ่มคนนั้นไม่ได้โชคดีอย่างเขา ดวงตาของชายหนุ่มแดงก่ำภายใต้ร่มคันสีดำที่เสี่ยวหนิงเป็นผู้ยืนกางให้เนื่องจากแขนของเจ้าตัวมีเชือกห้อยเฝือกคล้องไว้ที่คอ “มั่วเฉิง นายเป็นวีรบุรุษของพวกเราฉันขอให้นายนอนหลับให้สบาย ส่วนเรื่อ

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 89

    “พ่อคะ พาหนูไปหาเขา ได้โปรด” เธอวิงวอนร้องขออย่างน่าสงสารจนหยางเฉียนหมิงไม่อาจปล่อยผ่าน “ได้ พ่อจะพาลูกไปเอง” เขาตอบรับเสียงหนัก รถจิ๊ปสีเขียวของกองทัพพาสองพ่อลูกหยางเดินทางเข้ามาถึงค่ายแห่งหนึ่งหลังจากสองพ่อลูกนั่งรถไฟผ่านหลายสถานีกว่าจะมาถึงตัวมณฑลแห่งนี้ “ที่นี

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 88

    เสียงล้อรถดังเอี๊ยดอ๊าดขับไล่กวดกันไปมาอย่างเอาเป็นเอาตายตามท้องถนนในตรอกซอกซอยทำให้ผู้คนที่กำลังสัญจรพากันอกสั่นขวัญแขวน เปรี้ยง! รถคันที่ถูกยิงส่ายไปมาเนื่องจากยางแตก “บ้าเอ้ย! สหายหลี่เมื่อถึงบริเวณโรงงานร้างด้านหน้าคุณรีบพาเสี่ยวหมี่ไปหาที่รับส่งข่าว ส่วนผมจะเป็นตัวล่อให้

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 87

    “พี่ใหญ่!! เกิดเรื่องกับพี่เขยแล้วครับ” ซีห่าวตะโกนขึ้นเสียงดังพลางชูกระดาษหนังสือพิมพ์ที่พาดหัวเกี่ยวกับคนที่ตนเพิ่งกล่าวถึงวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา เสี่ยวหนิงรับหนังสือพิมพ์จากมือน้องชายก่อนกวาดตาอ่านเนื้อหาในนั้นอย่างรวดเร็วใบหน้าของหล่อนซีดเผือด ในขณะที่เธอกำลังช่วยคนกำลังลำบ

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 86

    “พี่ล้อเล่นน่ะ ว่าแต่น้องหยิกพี่ทำไม” หลี่ลู่เหอยกมือของเธอขึ้นมาลูบไล้แผ่วเบาพร้อมกันนั้นสายตาของเขาก็แสดงความรักที่มีต่อหญิงสาวอย่างไม่ปิดบัง ยังไม่ทันที่เสี่ยวหนิงจะตอบโต้หล่อนก็ถูกภาพเบื้องหน้าสะกดสายตาเอาไว้ “สวยจัง” ปากสีแดงสวยขยับขึ้นลง ดวงตาของเธอเปล่งประกายคล้ายมีแสง

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 85

    สายลมหนาวพัดโชยท่ามกลางป่าเขาที่ต้นไม้ยืนต้นตายแห้งเหี่ยวเนื่องจากสภาพอากาศอันเลวร้ายที่มองไปทางไหนก็เห็นเพียงสีขาวโพลนของหิมะที่ทอดยาว ครอบครัวเสือทั้งสี่ตัวที่บัดนี้ได้คืนร่างเดิมเป็นการชั่วคราวได้แยกย้ายกันวิ่งสำรวจป่าแห่งนี้ราวกับเป็นบ้านของตน โดยหญิงสาวผู้อยู่ในชุดเสื้อโ

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 32

    “พี่ใหญ่ พี่รอง ทุกคนกลับมาแล้ว” เสียงเล็ก ๆ ของเด็กทั้งสามวิ่งมารับหน้าพี่ ๆ ของตนด้วยความกระตือรือร้น ทั้งสามคนซึ่งมีความสูงแค่ต้นขาของคนเป็นพี่รีบวิ่งมาหาหล่อนด้วยรอยยิ้มกว้าง “เป็นเด็กดีกันหรือเปล่า” “ค่ะ/ครับ/ฮับ” พวกเขาต่างพากันตอบรับพร้อมกัน เสี

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-22
  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 24

    แสงอรุณแรกเริ่มโผล่พ้นขึ้นขอบฟ้าจนกระทั่งมองเห็นบรรยากาศยามเช้าอย่างชัดเจน “พวกเจ้าเหนื่อยกันไหม” นางฟู่ถามลูกชายหญิงอย่างเป็นห่วง “ไม่เหนื่อยครับ/ค่ะ” เด็กทั้งสิบคนยังคงมีใบหน้าแย้มยิ้ม โดยเฉพาะเจ้าตัวเล็กทั้งสามที่นั่งอยู่บนรถเข็น การเดินเท้าเข้าเมืองไม่ได้น่าเบ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-20
  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 71

    คนทั้งคู่หรือแม้แต่คนอารักขาของพวกเขาไม่มีใครทันได้สังเกตแมวน้อยตัวลายที่กระโดดหายไปตามขื่อหลังคาอย่างว่องไว ทางด้านเสี่ยวหนิงหลังจากร้องเพลงติดต่อกันไปถึงสองเพลงหล่อนก็อาศัยช่วงเวลาพักหลบออกมา และเมื่อได้ข้อมูลที่เหลาหู่นำมาเธอก็แสร้งเดินนวยนาดมาทางหลี่ลู่เหอด้วยรอยยิ้มหวานจนสะกดทุกสายต

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-01
  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 56

    “ค่ะแม่” เจ้าตัวรับปากเสียงใส “พี่ใหญ่ ผมไปด้วยนะครับ” ซีห่าวรีบพูดขึ้น “ตกลง มีใครอยากจะเข้าไปในเมืองอีกไหมจ๊ะ” คนเป็นพี่สาวถาม ทั้งนี้เป็นเพราะเธอไม่ค่อยได้พาน้องชายหญิงเข้าตัวเมืองบ่อยนัก “ผมครับ” เสี่ยวตงกับเสี่ยวหนิวยกมือตอบเสียงดัง “แล้วคนอื่นล่ะ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-28
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status