ทะลุยุคพร้อมมิติห้างระดับโลก ภาค 1

ทะลุยุคพร้อมมิติห้างระดับโลก ภาค 1

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2024-12-20
โดย:  อตวสัตถายังไม่จบ
ภาษา: Thai
goodnovel12goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
46บท
2.2Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

กะจะมาซื้อปืนที่พึ่งออกใหม่ไปยิงเล่น ดันทะลุมิติไปโลกที่ต่างจากเดิมตนเเละครอบครัวเป็นหนี้ ลุงป้าเเก่งเเย่งสมบัติ แต่ไม่รู้เพราะพระเจ้าเมตตาหรือเปล่าจึงได้มิติห้างสรรพสินค้ามาด้วย

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

ตอนที่ 1 ทะลุมิติ

ตอนที่ 1 ทะลุมิติ

     วันที่ทราบข่าวว่าปืนรุ่นใหม่ออกวางจำหน่ายที่ห้างสรรพสินค้าอันดับหนึ่งของโลก ห้างที่มีขายทุกอย่างต้องแต่ดินก้อนเล็กไปจนถึงยานรบสงคราม สถานที่ตั้งอยู่ติดทะเลตัวห้างกินพื้นที่หลายกิโลเมตร  ในแต่ละวันมีผู้คนเข้าไปจับจ่ายซื้อของนับแสนคน ตั้งเเต่ประชาชนคนธรรมดาไปจนถึงผู้นำประเทศ

     หากเป็นชั้นขายสินค้าธรรมดาทั่วไปทุกคนสามารถเข้าถึงได้ แต่หากเป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูงตั้งแต่อุปกรณ์การทดลอง อาวุธสงคราม หรือสินค้าที่อาจก่อให้เกิดหายนะ ผู้ซื้อจะต้องมีระดับใบอนุญาตเฉพาะที่จะเข้าชั้นนั้น ๆ ได้ ซึ่งผมก็มีมันอยู่พอสมควร แม้จะไม่สามารถซื้อยานบินรบแบบผู้นำประเทศได้แต่ก็ยังสามารถซื้ออาวุธสงครามที่ระดับรองลงมาอย่างเช่นปืนรุ่นใหม่ที่วางอยู่บนชั้นคริสตัลเบื้องหน้า 

     ก่อนที่ผมจะหยิบปืนตัวอย่างมาทดสอบดู จู่ ๆ เบื้องหน้าก็ปรากฏจุดแสงสีรุ้งขึ้น ด้วยความสงสัยจึงเอื้อมมือไปหยิบ แสงนั้นพุ่งเข้าร่างกายผม ตอนนั้นเองภาพทุกอย่างเบื้องหน้าก็มืดดับลง

.......

ณ สถานที่อันห่างไกล

     "ไอ้โต๋ ตื่นๆๆ ถึงที่หมายเเล้วโว้ย"  เสียงของเนสเรียกผมให้ตื่นจากการหลับใหลบนรถยนต์มือสองของเขา

     "ของีบอีกหน่อยน่า"  ผมกล่าวออกไป เเต่เหมือนเพื่อนจะไม่ยอมให้ทำเช่นนั้น เนสดับเครื่องรถ และเร่งผมอีกครั้ง ทำให้ผมจำใจยอมออกจากรถในที่สุด

     "เอกสารมึงเตรียมครบยัง คราวนี้ไม่พลาดแน่นะ"   เนสเอ่ยกำชับ 

     "เตรียมครบเเล้ว ครั้งก่อนกูไม่ตั้งตัวต่างหาก ลืมนิดๆหน่อยๆเอง"   ผมกล่าวแต่เพื่อนเจ้ากรรมดันมำสีหน้าไม่เชื่ออย่างนั้น

     "ลืมนิดหน่อยบ้านมึงสิ คนอะไรจะไปสมัครสอบครูจังหวัดเซียงเก่าแต่ดันเอาเเค่บัตรประจำตัวประชาชนไปใบเดียว เอกสารไม่มีสักอย่าง"  เนสเอ่ยรำลึกความหลัง ผมยักไหล่ทีหนึ่ง

    "ช่างมันเหอะน่า จังหวัดเซียงเก่าไม่ใช่เป้าหมายสักหน่อย จังหวัดลามปาร์คนี่ต่างหากคือเป้าหมาย เออ เดี๋ยวสมัครเสร็จเราไปดูบ้านติดทะเลกูกัน" ผมเอ่ยชวนเพื่อน

     "เข้าใจเเล้วน่า รีบไปสมัครก่อนเถอะ กูอุตส่าห์มาส่งถึงที่เลยนะมึง"  เสียงของเนสเอ่ยเร่ง ผมจึงถือเอกสารเข้าไปสมัครสอบครูในสำนักงานเบื้องหน้า 

    ดูเหมือนชีวิตของผมจะราบรื่นแต่เอาเข้าจริงดันมีเเต่อุปสรรค กล่าวตามตรงตัวผมไม่ใช่คนของโลกนี้  ผมจำได้ว่าก่อนหน้านั้นกำลังจะซื้อปืนที่พึ่งออกใหม่ แต่สติก็ดับวูบหลังจากจับดวงแสงสีรุ้ง 

     ผมตื่นขึ้นมาในห้องโกโรโกโสรกรุงรัง ข้างกายมีแต่ขวดเหล้า ตรงพื้นมีอ้วกที่ส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมา จากนั้นก็มีความทรงจำของเจ้าของร่างหลั่งไหลเข้ามาทำเอาปวดหัวจนเหมือนจะระเบิดตูมเป็นโกโก้ครั้น

     ตอนนั้นเองจึงได้รู้ว่าร่างนี้ไม่ใช่ของผม และเหมือนว่าโลกนี้จะไม่ใช่โลกเดิมที่ผมรู้จัก ผมอยากพิสูจน์สิ่งที่รับรู้จากความทรงจำ จึงเปิดประตูห้องออกไปเผชิญกับท้องฟ้ายามค่ำคืน ผมเห็นดวงดาวสุกสกาวเปล่งแสงระยิบระยับงดงามตา และดวงจันทร์ที่ที่พิสูจน์ให้รู้ว่านี่ไม่ใช่โลกเดิม 

     ทำไมนะหรือ ก็เพราะดวงจันทร์มันมีสองดวงยังไงล่ะ 

     เท่าที่รู้จากความทรงจำ เรื่องของวัฒนธรรมกับภาษาส่วนใหญ่นั้นใกล้เคียงกันราวกับถอดแบบออกมาจากโลกเดิมของผม ต่างกันแค่ชื่อเรียก แต่ก็ไม่ได้เหมือนทั้งหมด 

     โลกนี้มีสัตว์ประหลาด และมีเหล่านักล่าที่จัดการพวกมัน ที่สำคัญมันมีสิ่งที่เรียกว่า ก็อดกิฟต์ ซึ่งมันก็คือพลังวิเศษที่มนุษย์บางคนมีมัน 

     ผมรู้ว่าผมก็มี แต่มันดันไม่ใช่พลังสายต่อสู้ ก็อดกิฟต์ของผมน่าจะพึ่งถูกปลุกให้ตื่น หรือไม่ก็อาจจะเป็นสิ่งที่ติดมาจากโลกเก่า

     ซึ่งสิ่งนั้นก็คือมิติห้างสรรพสินค้าติดทะเลที่มีพร้อมทุกสิ่งอย่าง 

     ทีเเรกผมก็ไม่เชื่อ แต่เมื่อลองหยิบนมออกมาจากมิติมาดื่มดู รสชาติมันเหมือนเดิมทุกประการ ไม่สิมันอร่อยกว่าเดิมอีก ด้วยนิสัยของผมคงไม่หยุดทดสอบแค่นั้น ผมได้ลองเอาหลายสิ่งออกมาไม่ว่าจะเป็นเครื่องดนตรี ขนม ปืน ระเบิด รถจักรยานยนต์ และเอาใส่กลับเข้าไปที่เดิม  เอาออกมาอีกหลายๆครั้งจนพอใจในผลลัพธ์การพิสูจน์

     เดิมทีก็คิดว่าคือความฝัน แต่สามสัปดาห์ผ่านไปได้ชี้ให้เห็นแล้วว่านี่คือความจริง

     ก่อนหน้าตัวตนร่างนี้พึ่งเรียนจบใหม่ แต่โดนแฟนหลอก ทรัพย์สินเกลี้ยงเกลา แถมเป็นหนี้ห้าล้านเพราะถูกหลอกให้ใช้บ้านกับที่ดินค้ำรถหรูให้เเฟน แต่แล้วเธอก็บอกเลิกพร้อมกับพาเเฟนใหม่มาควง เขาเป็นผู้ดีมีเงินมีเส้นสายมากมาย 

     ด้วยความเจ็บซ้ำจิตใจจึงปวดร้าวมืดแปดด้าน ความคิดก็เตลิดเปิดเปิงวิตกด่าตัวเองว่าทำให้ครอบครัวเดือดร้อน สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการกินเหล้าหนัก กินยาบางประเภทจนช็อกตาย

     แล้วตัวผมก็มาแทนที่วิญญาณเดิม 

     เมื่อเงินหมด งานไม่มี ก็ต้องหาวิธีทำให้ชีวิตดีขึ้น ทีแรกก็เอาของในมิติออกมาขายแต่ดันไม่มีใครซื้อ ผมจะเจอคำถามเดิมซ้ำๆว่าขอสแกนจ่ายผ่านโค้ดนักล่า ซึ่งผมไม่มีมันนี่สิ คนที่จะซื้อส่ายหน้าเเล้วเดินหนีเอาดื้อๆ

     หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวผมก็ไปสมัครเป็นนักล่า แต่ว่าการจะเป็นได้ต้องมีอายุ 25 ปีบริบูรณ์ ถ้าอายุน้อยกว่านั้นให้ผู้ปกครองลงชื่อยินยอม 

     ซึ่งผมก็ยัง 24 ปีอยู่ อีกครึ่งปีก็จะ 25 แล้ว จึงกลับบ้านไปขอแม่ แต่กลับกลายเป็นว่าแม่ค้านหัวชนฝา ไม่ยอมให้เป็นนักล่า ไม่ว่าผมจะพูดอะไรแม่ก็ไม่ยอม สุดท้ายจึงพูดเรื่องหนี้ห้าล้าน นั่นกลับกลายเป็นว่าคำพูดของผมทำให้แม่เสียใจหนักเข้าไปอีก และจะไม่ยอมให้ผมเป็นนักล่า และกำชับคำเดียวซ้ำๆว่าอยากให้ผมเป็นข้าราชการ ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงอยากให้เป็นนักหนา แต่เหตุผลของแม่นั้นยาวเหยียดบานตะไทแม้จะเถียงกลับยังไงก็ไม่ฟังกันอีก

     นั่นจึงทำให้ผมลงเอยอย่างที่เห็น 

     หลังจากสมัครสอบครูเสร็จผมก็พาเนสเดินทางไปบ้านติดทะเลตามที่แม่บอกและเคยพามาเมื่อนานมาเเล้ว แต่เมื่อไปถึงผมกับเนสก็มองหน้ากัน

     "เชี่ยไรว่าเนี่ย"  ผมกับเนสอุทานลั่น 

      สิ่งที่ผมกับเนสเห็นคือบ้านเก่าโทรม ๆ หลังหนึ่งที่ถูกทิ้งร้างไว้ รอบบ้านหญ้าขึ้นรกชัฏ สภาพแวดล้อมบริเวณนี้เงียบเหงาไร้ผู้คน สิ่งยืนยันที่ว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านของครอบครัวผมจริงๆก็คือกุญแจบ้านที่แม่ให้มา มันสามารถเปิดประตูรั้วเหล็กขึ้นสนิมและเปิดเข้าไปในบ้านได้แม้จะต้องเคาะให้สนิมหลุดนานหน่อย

     "ไอ้โต๋ กูว่าเราไปพักโรงแรมดีกว่าไหม เห็นสภาพบ้านมึงแล้วไม่น่าจะนอนได้ว่ะ"  เนสเอ่ยเสนอความเห็น ผมพยักหน้ารับ สุดท้ายจึงลงเอยด้วยการหาโรงเเรมราคาถูก ซึ่งการพักโรงเเรมครั้งนี้มันทำให้เงินในกระเป๋าของผมร่อยหรอลงทุกที

     เช้าวันรุ่งขึ้นเราสองคนนั่งรถเที่ยวเพื่อสำรวจดูสภาพเเวดล้อมโดยรอบว่ามีร้านค้าตรงจุดไหน ตลาดอยู่ตรงไหน ผู้คนที่นี่ใช้ชีวิตเช่นไร จากนั้นก็ไปแจ้งการประปากับการไฟฟ้าเพื่อให้เขาปลดล็อกการใช้น้ำกับไฟปัจจัยจำเป็นในการดำเนินชีวิต เสียค่าธรรมเนียมและค่าปรับจนกระเป๋าผมเหลือเงินสี่ร้อยบาท 

     หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จผมให้เนสไปส่งหน้าโรงเเรมโดยอ้างว่าจะพักที่นี่ไปพลางๆก่อน เมื่อเนสส่งผมเสร็จก็บอกลากัน มันจะขับรถกลับไปทำธุระต่อ

     ผมถอนหายใจเฮือกหนึ่ง 

     "อย่างแรกต้องหาเงินก่อนสินะ" ผมเอ่ยกับตัวเอง หากจะโทรขอแม่คงทำให้ท่านหนักใจ แค่เพราะค่าใช้จ่ายทางบ้านก็เกือบจะติดลบอยู่รอมร่อ คุณพ่อเองก็ทำงานหนักแบกภาระหนี้สินครอบครัว บางครั้งก็ต้องปะทะคารมกับญาติพี่น้องเรื่องทรัพย์สินมรดก ฝ่ายลุงกับป้าก็จะเอาทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นบ้าน รถที่ดิน หรือแม้แต่ข้าวของเครื่องใช้ของปู่กับย่าที่เสียชีวิตไปแล้ว นี่เหมารวมไปถึงของใช้ที่พ่อกับแม่หาเงินซื้อมาเองอีก

     น้องสาวสามคนก็กำลังอยู่ในวัยเล่าเรียน พี่สาวอีกสองคนก็ทำงานหามรุ่งหามค่ำช่วยแบ่งเบาภาระทางบ้าน คงมีแต่ผมที่เป็นลูกชายคนเดียว จึงถูกคาดหวังให้เป็นผู้นำครอบครัว นั่นจึงเป็นเหตุผลที่แม่อยากให้ผมเป็นข้าราชการโดยไม่ฟังเหตุผลใดทั้งสิ้น 

     ผมทำทีเป็นล้วงกระเป๋ากางเกงแต่ที่จริงแล้วกำลังเปิดมิติห้างหยิบเอาทองคำแท่งขนาด 1 บาทออกมา ด้วยสภาพผมตอนนี้หากเอาเเท่งใหญ่กว่านี้อาจกลายเป็นที่สงสัยเอาได้ ผมว่าเริ่มขายของน้อยแล้วค่อยๆขยับไปหาของใหญ่จะทำกำไรได้ระยะยาวกว่า

      ผมเดินตามหาร้านทองที่ใกล้ที่สุดก็เจอร้านหนึ่งจึงเข้าไปสอบถามเรื่องขายทองที่ไม่มีใบรับประกัน ทางพนักงานร้านบอกว่าขายได้แต่ต้องขอฝนทองดูเปอร์เซ็นต์ทอง ผมตอบตกลงอย่างว่าง่าย ผ่านไปครู่หนึ่งก็ออกจากร้านพร้อมกับเงิน 32,000 บาท ไม่รู้ว่าทางร้านหักค่าอะไรไปบ้างแต่ก็ยังดีที่ได้เงิน

     ผมสะพายกระเป๋าเสื้อผ้าเรียกรถรับจ้างไปส่งที่บ้านติดทะเล 

     สภาพบ้านก็อย่างที่เคยอธิบายไปก่อนหน้า บ้านปูนผสมไม้ที่ทิ้งร้างนับสิบปี เมื่อผมสังเกตดูดีๆก็เห็นที่ละแวกใกล้ๆมีบ้านถูกทิ้งร้างอีกหลายหลัง ผมไม่เข้าใจว่าทำเลติดทะเลดีๆแบบนี้แต่กลับไม่ค่อยมีคนอยู่อาศัย หากคิดหาเหตุผลต่อคงหาคำตอบไม่ได้ ผมจึงปัดความคิดนี้ทิ้งไปแล้วหันมาสนใจความจริงที่อยู่เบื้องหน้า 

     "พื้นที่ถือว่ากว้างพอตัว ไม่คิดว่าแม่จะมีที่แบบนี้ด้วย"  ผมเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกทึ่ง เพราะที่ผ่านมาแม่เก็บเงียบเรื่องบ้านแห่งนี้มาโดยตลอด จะว่าไปก็ไม่แปลกที่จะปกปิดเป็นความลับ เพราะเครือญาติของผมนั้นหิวกระหายมรดก หิวในเงินตราและทรัพย์สินของครอบครัวผม ขนาดรถจักรยานยนต์ของแม่ยังถูกเอาไปให้หลานใช้เลย โทรศัพท์ใหม่ของผมที่แม่เก็บเงินซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดก็ถูกป้าขอไปให้ลูกชายแกใช้ แม้แต่เงินที่พ่อหามาได้แต่ละเดือนยังถูกแบ่งไปให้เครือญาติเกือบครึ่ง  เท่านั้นยังไม่พอ ข้าวสารกับไข่ในครัวก็ไม่เว้น

      ผมเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อกับแม่ถึงยอมให้พวกนั้นเอารัดเอาเปรียบขนาดนี้ 

     "เฮ้อ คิดมากไปก็เป็นกังวลเปล่าๆ  ว่าเเต่เราจะทำยังไงกับที่รกๆแบบนี้ดี"   ผมเอ่ยกับตัวเอง  มิติห้างที่ติดตัวผมมามันมีของเกือบทุกอย่างก็จริง แต่ส่วนใหญ่ผมจำไม่ได้ว่าแต่ละชั้นมีอะไรบ้าง 

เรื่องที่ผมเอาทองคำกับปืนออกมาได้นั่นเป็นเพราะว่าผมไปจุดนั้นบ่อย เวลานึกถึงมันก็มีของอยู่ในมิติเบื้องหน้าเเล้ว 

      สิ่งที่ผมต้องการในตอนนี้คืออุปกรณ์ปรับที่ดิน หรือไม่ก็เครื่องจักรอำนวยความสะดวก แต่ประเด็นคือผมไม่รู้ว่ามันอยู่ชั้นไหนนี่สิ ถ้าจะไห้เข้าไปหาแต่ละชั้น กว่าจะเจอของที่ต้องการอาจใช้เวลาเป็นเดือนๆ ไม่ก็เป็นปีก็ได้ 

      แค่ชั้นเเรกๆที่เป็นวัตถุดิบสดก็กินพื้นที่หลายโซนหลายกิโลเมตร แล้วห้างมันมีมากกว่าสี่ร้อยชั้น คนเข้าไปใช้บริการเป็นแสนยังไม่รู้สึกแออัด แม้จะให้ผมเดินทั้งวันก็คงไปไม่ถึงชั้นสองแน่

     "ถ้ากดแสกนแล้วมีรถระบบเอไอมารับเหมือนโลกก่อนคงดี"  ผมบ่อนอุบ  การเดินห้างในโลกก่อนจะใช้โทรศัพท์แสกนหน้าห้าง เลือกรายการสินค้าก็จะมีรถขับโดยเอไอมารับแล้วพาไปยังจุดที่ต้องการ แต่ตอนนี้ไม่มีแบบนั้นนี่สิ จุดแสกนก็หาไม่เจอ โทรศัพท์ที่ผมใช้นี่ก็รุ่นดึกดำบรรพ์ รถเอไอก็ไม่เห็นสักคันอีกต่างหาก

      ขณะที่ผมกำลังทำใจแล้วจะเข้าไปเดินหาสิ่งที่ต้องการในมิติ ทันใดนั้นเอง

ติ้ง!

..........

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status