ログインหนิงอ้าย คือผู้ที่โชคชะตากำหนดให้เกิดใหม่อีกครั้งด้วยความเมตตาของเทพบรรพกาลทั้งสาม ภารกิจนี้ย่อมไม่ง่าย แต่หากทุกฝ่ายร่วมมือกันเชื่อว่าย่อมสามารถเอาชนะและนำแสงสว่างกลับคืนสู่มหาพิภพนี้ได้อีกครั้ง...
もっと見る天国と地獄を同じ日のうちに味わうなんて、滅多にない経験だと思う。
膝の上においた手を、私はぎゅっと握りしめた。
そうしないと、顔を覆って泣き出してしまいそうだったから。
「さらばだ。もう会うこともないだろう」
席を立ったロベールが、そんな私を一瞥して応接室を出て行った。
「ああ……マルグリット……」
見守っていた母が背中から抱きしめてくれる。
「大丈夫。大丈夫よ。仕方がないことなんだから……」
私は呟いた。
自分に言い聞かせるように。
騎士にとって結婚というのは家と家との結びつきだ。ごく幼少の頃に私とロベールの婚約したのには、家柄が釣り合うからという以上の理由はなかった。
それは事実だけれど、私は彼を好もしく思っていたし、彼も私を大切に扱ってくれていた。
新年や季節の祭のさいには、互いに手紙や贈り物をしていたし、このまま一、二年のうちには婚姻し、幸福な家庭を築けるものだと漠然と思っていたのだ。
今日、ロベールの口から婚約の破棄を告げられるその瞬間まで。
「たしかに、仕方のないことではあるが……」
ぎり、と、父が奥歯をかみしめる。
そりゃあ悔しいよね。私もだよ、お父さん。
婚約破棄の理由は、ロベールが出世したことだ。
ただの騎士から、十四騎士の一人に。
軍隊のことはよく判らないんだけど、お父さんたち普通の騎士を何人か束ねるような地位なんだって。
爵位持ちの貴族まで、あと階ひとつってところらしい。
わざわざ報告にきてくれた彼を、私も父も母も手放しで祝福した。
大出世だもの。
十四騎士なんて、誰でもなれるようなものじゃない。ほとんどの騎士は騎士のまま現役を退く。
おそらく父だってそうだろう。
それが二十歳で抜擢されたんだから、無邪気に喜んでしまった。
次にくる言葉を考えもせず。
「ヴァンサン家とルグラン家は釣り合わなくなるから、婚約を解消する」
とね。
それはその通り。
十四騎士家となったヴァンサンと、普通の騎士家であるルグランでは家柄が合わないよ。
だけど十年だよ?
私が七歳、ロベールが十歳のときから、ずっと互いを大切に思い、愛を育んできたんじゃなかったの?
釣り合わないっていっても、貴族と平民ほど離れてるわけじゃない。
この程度の身分差の夫婦など、いくらでもいる。
「だが、平の騎士の娘を娶ったところで出世には役立たないと思ったのだろうな」
ふんと父が鼻息を荒くした。
驚愕から怒りへと変わったようである。
「ヴァンサンの小倅など、こちらから願い下げだ。メグ、気にすることないからな。父さんがもっと良い相手を探してきてやる」
愛称で呼び、父が笑った。
そう簡単にはいかないだろう。捨てられた女、という悪評はたぶんあっという間に社交界に広がる。
傷物扱いだ。
わざわざ娶りたいなんて家は、トゥルーン王国に百五十もある騎士家のなかでもいくつあることか。
「殿方は、もう当分いいです」
我ながら情けない顔で返した。
一生大切にするとか、君の明るさに癒やされるとか、この剣は君を守るためにあるとか言ってたくせにね。出世と私を天秤に乗せたら、前者がどーんと沈んで、私は簡単に振り落とされてしまう。
殿方にとって、出世というのはそれほど大切なことなんだろうけど。
女の立場が、あまりにも軽すぎるよ。
※※※※
さて、あらためて、私の名はマルグリット・ルグラン。
ルグラン家の長女だ。
兄と弟がいるので、どっちかが騎士家を継ぐだろう。
私は普通にお嫁に行くのだろうと思っていたが、このていたらくだ。
このまま冷や飯食いの行かず後家になってしまう可能性がでてきた。にもかかわらず、積極的に嫁ぎ先を探してもらう気にもなれないというね。
「おねいちゃん。げんきない?」
はあああ、と、ため息をついた私を、小さな女の子が心配そうに見上げる。
おっと、いかんいかん。
子供たちの前では常に笑顔だ。
「元気いっぱいだよ。チロル」
むんと力こぶを作って見せたあと、頭を撫でてやる。
王都コーヴの一角にある託児所。
週に四日、私はここで奉仕活動をおこなっている。
こういうのも騎士や貴族の子女の義務なのだ。
教会を手伝ったり、病院を手伝ったり、学校を手伝ったり、人それぞれだけど、私が託児所を奉仕先に選んだのは、将来子供が生まれたときに役立つかなーなんて、ちょっとした邪心もあったんだよね。
だからバチがあたったのかもしれない。
「げんきなそうなの」
「お姉ちゃん、フラれちゃったんだよぉ」
チロルはまだちっちゃいんで言葉の意味も分からないだろうから、笑いながら適当なことをいっておく。
「なんだと! 豆ぐりっとがフラれた!」
「まん丸ぐりっとが!」
耳ざとく聞きつけて、悪ガキどもが駆け寄ってきた。
「こら! てきとうなあだ名で呼ぶな!」
たしかに私は、人様よりちょっと背が低いし、人様よりちょびっとだけ太ってるけどさ。
人の身体的な特徴をあげつらってはいけません。
叱ってやると、比較的年長の子が胸を反らす。
「心配すんな! 豆ぐりっとは、オレが嫁にもらってやる!!」
どーんと胸を叩いたりして。
「はいはい。マルコが大人になったらね」
託児所にいるのは平民の子供たちだ。
これはこれで身分違いなんだよね。
なんか、めんどくさい世の中だよなぁ。
ความกังวลแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจของทุกคนขณะที่พวกเขาเฝ้าดูการเผชิญหน้ากับอสูรมารจางหมิ่นที่เทียบเท่ากับราชทินนามเทพสวรรค์วิญญาณขั้นสูง พวกเขารู้ดีว่าผู้อาวุโสหนุ่มผู้นี้เป็นราชทินนามเทพยุทธ์วิญญาณที่แข็งแกร่งและมีพรสวรรค์ แต่อย่างไรคู่ต่อสู้ของเขานั้นก็ทรงพลังอย่างหาที่เปรียบมิได้เช่นกัน ยามนี้จางหมิ่นในสภาพอสูรมารนั้นมีพละกำลังมหาศาลมีความเร็วที่เหลือเชื่อและความสามารถในการฟื้นฟูที่น่าทึ่งทั้งยังสามารถทนทานต่อการโจมตีได้อย่างไม่เพลี่ยงพล้ำ และการโจมตีของเขานั้นรุนแรงพอที่จะสังหารราชทินนามเทพยุทธ์วิญญาณที่อ่อนด้อยได้อย่างไม่ยากนักแม้จะต้องเผชิญกับอสูรมารที่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับราชทินนามเทพสวรรค์วิญญาณขั้นสูงแต่หนิงอ้ายกลับไร้ซึ่งความหวาดหลัวแต่อย่างใด สิ่งนี้กลับชวนให้เขาหวนคิดไปถึงช่วงเวลาที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองแห่งการสังหารในครั้งนั้น แก่นแท้แห่งการต่อสู้ จิตสังหารที่ดิบเถือนบ้าคลั่งที่เคยสะกดไว้คล้ายกำลังถูกปลุกขึ้นโดยที่ไม่ต้องร้องขอกลิ่นอายอหังการที่แข็งแกร่งไม่ธรรมดาของราชทินนามเทพยุทธ์วิญญาณขั้นกลางที่มีรากฐานบ่มเพาะลึกล้ำชวนให้ผู้ที่เคยกังขาถึงความเป็นมาและความสามารถของผู
ท่ามกลางความมืดมิดแห่งอนธการที่ได้ปกคลุมทั่วทั้งสนามประลอง บริเวณโดยรอบต่างอัดแน่นไปด้วยความชั่วร้ายและความสิ้นหวัง ม่านพลังพิสดารสายนี้ส่องประกายสีดำม่วงเข้มประกายริ้วคลื่นแผ่กระจายทั้งยังก่อตัวเป็นกำแพงหนาที่ไม่อาจมองทะลุผ่านได้ มากไปกว่านั้นม่านพลังผืนนี้ยังดูดกลืนพลังปราณฟ้าดินโดยรอบเข้ามาเสริมแกร่งอีกด้วย แม้ว่าบรรดาผู้อาวุโสหลายคนจะพยายามโจมตีหรือใช้สมบัติวิเศษเข้าขัดขวางการทำงานแต่ก็ไร้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการได้"สมบัติเทพมารจุติอย่างนั้นรึ? เป็นไปได้อย่างไรกัน!!!" กุ้ยเจินหรือเจ้าตำหนักศาสตร์แห่งค่ายกลเอ่ยด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ ไม่คิดว่าจางหมิ่นที่เป็นผู้ขายวิญญาณนั้นจะครอบครองสมบัติมารระดับสูงเช่นนี้ได้"มันคือสิ่งใดกันสมบัติเทพมารจุติที่เจ้าเอ่ยถึง..." รุ่ยเหอผู้เป็นรองเจ้าสำนักศึกษาและเจ้าตำหนักศาสตร์แห่งการต่อสู้เอ่ยถามด้วยความสงสัย"สมบัติเทพมารจุติเป็นที่เล่าขานกล่าวกันว่าเป็นสมบัติล้ำค่าที่เกิดจากการหลอมรวมพลังของเทพและมารเข้าด้วยกันจึงทำให้สมบัติวิเศษชิ้นนี้มีพลังอำนาจมหาศาลสามารถบันดาลสิ่งที่ปรารถนาได้ทุกประการ โดยเชื่อกันว่าเมื่อครั้งอดีตกาลมีมหาเทพเทพสองตนที่ทรงพลังยิ่ง
คราแรกที่ลู่ซีได้ยินว่าศิษย์ใหม่นามว่าจางหมิ่นนั้นเอ่ยวาจาส่อเสียดหนิงอ้ายเขาก็รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก เขารู้ดีว่าหนิงอ้ายไม่ได้ปรากฎตัวในสำนักนับเป็นเวลาสิบปีแล้วจึงไม่มีผู้ใดคุ้นเคยหรือพบเห็นหน้ามาก่อน ยิ่งการกลับมาครั้งนี้รูปลักษณ์ของเขานั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเสียด้วยซ้ำ อีกทั้งหนิงอ้ายยังเป็นผู้ร้องขอว่ายามนี้ควรปกปิดตัวตนของเขาไปเสียก่อน ด้วยเพราะไม่ล่วงรู้ว่าบรรดาศิษย์ใหม่ที่ผ่านการทดสอบในปีนี้ได้มีผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์ที่เป็นสายข่าวของเผ่าพันธ์มารปีศาจที่ถูกส่งตัวมาหรือไม่ แม้ความลับนี้อาจจะเก็บไว้ได้ไม่นานแต่อย่างน้อยท่ามกลางการทดสอบฝีมือเพื่อคัดเลือกเข้าตำหนักนี้ย่อมสามารถสังเกตุอาการพิรุจผิดปกติจากที่ควรจะเป็นได้“ป้ายหยกชั่วคราวลำดับที่เจ็ด ข้าต้องการประลองกับผู้อาวุโสท่านนั้นขอรับ!!” เสียงของศิษย์ใหม่คนหนึ่งดังขึ้นเรียกความสนใจจากบรรดาศิษย์สืบทอดและศิษย์หลักของตำหนักทั้งสี่ที่ยืนเรียงอยู่ด้านหน้าเพื่อรอเข้าทดสอบเป็นคู่ประลองกับเหล่าศิษย์ใหม่ แม้คำกล่าวนี้จะไม่ได้เอ่ยชื่อแต่ทุกคนในที่นี้ย่อมกระจ่างใจดีว่าถ้อยคำนี้เจาะจงถึงผู้ใด“กฎเกณฑ์เงื่อนไขในการทดสอบคัดเลือกเข้าสังกัดต
การทดสอบศิษย์ใหม่ในปีนี้ที่มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขกฎเกณฑ์การทดสอบกล่าวว่าเป็นที่น่าตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย บรรดารุ่นเยาว์ชายหญิงเหล่านี้ต่างตั้งตารอที่จะได้ประลองกับศิษย์ผู้สืบทอดหรือศิษย์หลักของตำหนักทั้งสี่ด้วยความมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยม พวกเขารู้ดีว่าการประลองครั้งนี้จะเป็นโอกาสอันดีที่จะได้แสดงความสามารถของตนเองและพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าพวกเขาคู่ควรที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสำนักศึกษาแห่งนี้ แม้ไม่รู้ว่าผลลัพธ์ของการทดสอบจะออกมายอดเยี่ยมมากเพียงใดแต่สิ่งหนึ่งที่คาดเดาได้นั่นคือการประลองครั้งนี้จะต้องเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความท้าทายอย่างแน่นอนศิษย์ใหม่ประจำปีการศึกษาจำนวนห้าคนแรกที่ต้องทำการประลองแสดงฝีมือนั้นถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะยามที่ได้ยินเสียงเรียกหมายเลขของป้ายหยกที่พวกเขาถือครองอยู่ ด้วยเพราะไม่เตรียมใจว่าจะได้ลงทดสอบรวดเร็วถึงเพียงนี้ จากนั้นบรรดาสหายและผู้ที่อยู่ใกล้เคียงต่างได้เข้าไปอวยพรให้พวกเขาทำให้ดีที่สุด จากนั้นพวกเขาจึงได้ก้าวเท้ามุ่งตรงไปยังลานประลองที่มีศิษย์สืบทอดและศิษย์หลักทั้งสี่ที่ยืนเรียงเฝ้ารอคอยว่าพวกเขานั้นจะเลือกใครในการทดสอบความสามารถครั้งนี้แน่นอนว่าศิษย์
มหาพิภพพิสดารแห่งนี้ประกอบไปด้วยสามพิภพ สี่มหาสมุทร แปดมหาทวีป โดยที่สามพิภพนั้นจะแบ่งเป็นดินแดนพิภพระดับสูง ดินแดนพิภพระดับกลางและพิภพระดับล่าง โดยมีสี่ทะเลมหาสมุทรตั้งอยู่ 4 ทิศล้อมรอบที่เชื่อว่าเป็นที่พักพิงของเทพบรรพกาลสูงสุดทั้งสาม และแปดมหาทวีปที่ได้มีการแบ่งการปกครองตามทิศทั้งแปดของดินแดนพิภ
หลังจากนั้นก็มีของล้ำค่ามากมายที่ถูกขึ้นวางประมูลอย่างต่อเนื่องด้วยเพราะสิ่งของเหล่านี้ล้วนเป็นที่หมายตาทั้งสิ้นส่งผลให้บรรยากาศในงานจึงยิ่งเป็นไปด้วยความดุเดือดยิ่ง ภายในหอประมูลแห่งนี้เต็มไปด้วยกลุ่มอิทธิพลจากทั่วทั้งสารทิศแต่ละผู้ถือป้ายต่างเสนอสิ่งของแลกเปลี่ยนที่เหนือชั้นอย่างเท่าเทียมไม่อ่อนด
เวลาถัดมานั้นก็ได้มีการนำเอาสมบัติวิเศษระดับสูงอีกหลายชิ้นขึ้นเปิดประมูล จนกระทั่งถึงสมบัติวิเศษชิ้นสุดท้ายที่เป็นถึงสมบัติระดับสูงครึ่งก้าวระดับตำนานที่ขึ้นชื่อในเรื่องการปกปักษ์รักษาชีวิตด้วยอักขระเวทย์ที่เข้มข้นไปด้วยพลังปราณศักดิ์สิทธิ์ที่อัดแน่น ซึ่งสมบัติชิ้นนี้เป็นสิ่งของประมูลจากกลุ่มนักล่า
หนิงอ้ายครุ่นคิดถึงสูตรโอสถระดับเจ็ดที่เขาตั้งจะจะปรุงขึ้นหลังจากได้สมุนไพรครบถ้วน สมุนไพรระดับเซียนทั้งสองชนิดนี้มิใช้ว่าจะหาเจอได้โดยง่าย เพียงพบเจอชนิดหนึ่งก็นับว่าเป็นวาสนาอย่างยิ่งแล้ว หลังจากที่หน่วยข่าวของตระกูลได้ข้อมูลมาว่าสมุนไพรระดับเซียนทั้งสองที่ หนิงอ้ายต้องการถือเป็นหนึ่งในสิ่งของขึ้












レビュー