Partager

บทที่ 4

“เสี่ยวหนิง เจ้าพอใจเงินจำนวนนี้หรือไม่ ว่ากันตามความเป็นจริงนะ ยุคนี้ใคร ๆ ต่างก็ต้องรัดเข็มขัด บางคนบางครอบครัวต่างต้องกินดินแทะรากไม้เพราะความอดยากจากสงคราม

จะมีใครมาสนใจเรื่องเครื่องประดับกัน สหายน้อยเจ้าเห็นด้วยหรือไม่ แล้วอีกอย่างแม้หยกของสหายจะเป็นของดีแต่ทว่ามันกลับไม่ใช่ของเก่าเงินจึงได้ไม่มากนัก”

เสี่ยวเฉามองชายชราตรงหน้าด้วยความเข้าใจแต่ใครจะคิดว่าแหวนหยกหนึ่งวงจากหยกหายากในยุคปัจจุบันที่มีราคาแพงลิ่วจะนำมาแลกเงินได้แค่ห้าหยวน

เฮ้อ! เอาเถอะได้แค่นี้ก็มากพอแล้ว ห้าหยวนสำหรับยุคนี้บางครอบครัวต้องอดออมถึงหลายปีทีเดียว เจ้าตัวคิดพลางทอดถอนใจ

“ขอบคุณท่านปู่ผู้ดูแลมากค่ะ เสี่ยวหนิงขอลาก่อน” เด็กหญิงผู้ถักผมเปียสองข้างสวมเสื้อบุนวมสีหม่นค้อมตัว

ในขณะที่เธอเดินไปตามท้องถนนภายในหัวก็คิดหาข้ออ้างในการนำอาหารไปฝากคนในครอบครัวรวมถึงหมอตู้ผู้มีเมตตา โดยที่เสี่ยวเฉาเริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลคล้ายกับว่ามีสิ่งอันตรายคืบคลานเข้ามาใกล้

“ใคร?” ฟุบ! ความมืดเข้าจู่โจมหล่อนอย่างกะทันหันโดยไม่ทันให้เธอได้ตั้งตัว

“ลูกพี่ เด็กคนนี้หน้าตาดีทีเดียวอย่างนี้คงขายได้เงินมากเป็นแน่ฮิฮิ” เสียงหัวเราะแหลมสูงทำให้เสี่ยวเฉาที่กระเด้งกระดอนไปบ่นบ่าของมันรู้สึกปวดหู

ไอ้บ้า พวกนี้กล้าจับเจ๊ใส่กระสอบ พวกมันช่างไม่กลัวตายเสียจริง ๆ เจ้าหล่อนคิดก่อนที่จะเรียกมีดเล่มบางออกมาเพื่อกรีดกระสอบดูว่าคนพวกนี้พาตนไปทางไหน

ในระหว่างนี้เธอก็เปิดประสาทสัมผัสของตนออกทั้งหมดเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมอีกด้วย

มีเสียงหวูดของเรือ พวกมันคิดจะพาเราหนีไปทางเรืออย่างนั้นเหรอ ไม่สิเมื่อกี้อีกคนหนึ่งบอกว่าอยากได้เหยื่อเพิ่มอีกสักสองสามคน ถ้าอย่างนั้นพวกมันอาจจะนำตัวเราไปซ่อนเอาไว้ก่อน เสี่ยวเฉาครุ่นคิดโดยที่สายตามองเห็นแต่พื้นดินอันเฉอะแฉะกับจมูกได้กลิ่นคาวคละคลุ้งลอยมาตามลม

ที่นี่น่าจะเป็นทะเล แต่คือที่ไหนกันล่ะ เจ้าตัวตั้งข้อสังเกต

พวกมันพาตัวของเสี่ยวเฉาเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวากระโดดลงเรือเดินผ่านมาหลายลำจนในที่สุดพวกมันทั้งคู่จึงได้หยุดฝีเท้าลง

“ลูกพี่” ชายผู้มีหน้าที่เฝ้าเรือลำนี้ทักหนึ่งในสอง “อืม ไม่มีเหตุกาณ์อะไรใช่ไหม” ผู้พูดกวาดตามองโดยรอบเพื่อจับสังเกตรอบ ๆ ตัวอย่างหวาดระแวง

“จะมีอะไรได้ พี่ก็รู้เด็กที่เราจับมาหากไม่เป็นพวกขอทานก็เป็นคนต่างถิ่น อีกอย่างตอนนี้ทุกหนแห่งเต็มไปด้วยความวุ่นวายไม่มีใครมาสนใจใครหรอก” ชายคนนั้นพูดไปพลางเหยียดแขนบิดขี้เกียจ

“ไม่มีก็ดีแต่แกก็อย่าประมาท วันนี้ข้าเห็นพวกทหารหลายคนเริ่มเดินตรวจตราอยู่ไม่น้อย รีบเปิดประตูเถอะข้าจะเอาเด็กใหม่ลงไปซ่อน” ชายคนเดิมติงก่อนที่จะสั่งชายผู้มีหน้าที่เฝ้าเรือ

เสียงเปิดประตูลับที่ถูกซ่อนเอาไว้ตรงพื้นเรือเปิดออกเสี่ยวเฉาไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดนอกจากความมืดแต่ฉับพลันสิ่งที่เธอไม่คาคคิดก็เกิดขึ้น

เมื่อจู่ ๆ เธอก็สามารถมองเห็นภาพได้ชัดเจนราวกับกลางวันโดยที่เจ้าตัวไม่ได้รู้เลยว่าในตอนนี้ดวงตาของตนได้กลายเป็นสีเขียวสว่างเรืองรอง

“เฮ้ย!” เจ้าตัวเผลอร้องอุทานด้วยความตกใจจึงรีบเอามือปิดปากของตนทันที “ลูกพี่เหมือนผมได้ยินเสียงร้อง”

“แกคิดมากเกินไปแล้วอาจจะเป็นเสียงของเครื่องจักรก็ได้รีบเอานังเด็กคนนี้ไปรวมกับเด็กพวกนั้นเถอะ จากนั้นจะได้รีบออกไปเหม็นชะมัด”

ชายสองคนอาศัยแสงตะเกียงเพียงเล็กน้อยก้าวเท้าตามความเคยชิน หลังจากลงบันไดมาได้คนทั้งคู่ก็ช่วยกันยกกระสอบใส่ร่างของเสี่ยวเฉาวางลง

“มัดมือเท้ามันด้วยเอาให้แน่นหนานะ” คนเป็นลูกพี่สั่ง

เสี่ยวเฉาแสร้งปิดเปลือกตากระทั่งเมื่อหูได้ยินว่าเสียงฝีเท้าของพวกมันเดินห่างออกไปไกลเธอจึงได้เริ่มสำรวจรอบด้าน

‘ไอ้เลวพวกนี้จะชั่วเกินไปแล้ว’ เด็กหญิงสบถเมื่อเธอพบว่ามีเด็กที่ถูกจับมาจำนวนหลายคนนั่งบ้างนอนคุดคู้อยู่กับพื้นบ้างด้วยสภาพถูดมัดราวบ๊ะจ่าง

“พี่สาว” เสียงเล็ก ๆ เสียงหนึ่งดังขึ้นทำให้เสี่ยวเฉาหลุดจากภวังค์ในขณะที่เธอกำลังแกะเชือกบริเวณข้อมือ

“หืม? หนูเห็นฉันเหรอ” เจ้าตัวถามด้วยความประหลาดใจเพราะในที่แห่งนี้มืดมาก

“ใช่ พี่สาวมีตาสีเขียวสวยมากเลยหนูก็เลยเห็น” เด็กหญิงตัวน้อยตอบเสียงแผ่วก่อนจะตามมาด้วยเสียงไออย่างทรมาน

“ตาสีเขียว” เสี่ยวเฉาไม่มีเวลาให้ครุ่นคิดนานนักเมื่อเธอได้ยินเสียงไอของเด็กคนนั้น

“เด็กน้อย หนูไม่สบายเหรออดทนเอาไว้นะ พี่สาวให้สัญญาว่าจะช่วยทุกคนออกไปให้ได้” คำพูดของเด็กหญิงเริ่มทำให้เด็กน้อยหลายคนมีความหวัง

เสี่ยวเฉาเริ่มปวดหัวเพราะตอนนี้เด็กแต่ละคนเริ่มส่งเสียงดังหากเป็นเช่นนี้เกรงว่าโจรด้านบนจะต้องได้ยินเป็นแน่

“ชู่ว์!! พวกหนูเงียบ ๆ กันก่อน หากเป็นอย่างนี้พวกเราจะหนีไปไม่ได้นะ” ดูเหมือนว่าคำพูดของหล่อนจะได้ผลจนเจ้าตัวยังรู้สึกประหลาดใจ เพราะเด็กทั้งหญิงชายพากันกลั้นเสียงของตนเอาไว้อย่างเชื่อฟัง

“ดีมาก เอาละพี่จะเริ่มแก้เชือกให้ทีละคนนะ จากนั้นให้นั่งหรือนอนกันอยู่นิ่ง ๆ ยามเมื่อมีคนเข้ามาเข้าใจไหม” เด็กทั้งหลายพยักหน้าทำให้เสี่ยวเฉารู้สึกโล่งใจ

ก่อนที่เธอจะเริ่มตัดเชือกออกจากเท้าและมือของเด็กผู้มีอายุน้อยกว่าทีละคน

“พวกหนูหิวกันไหม”

เด็กทุกคนพยักหน้ารับซึ่งเฉี่ยวเฉาไม่รู้ว่าเด็กแต่ละคนถูกจับมานานแค่ไหน ดังนั้นจึงตั้งใจจะเอาอาหารอ่อน ๆ ย่อยง่ายออกมาให้พวกเขากินแต่การจะทำเช่นนี้ได้ภายในห้องที่มืดสนิทแห่งนี้คงต้องมีแสงมากพอ

“หากพี่สาวทำอะไรพวกหนูห้ามถามห้ามตกใจตกลงไหม” น้ำเสียงของเสี่ยวเฉาฟังดูจริงจัง

และเมื่อเด็ก ๆ ตอบรับเป็นอย่างดีเจ้าตัวจึงได้เรียกไฟฉายออกมา ซึ่งการกระทำของเธอทำให้เด็กผู้อายุน้อยทุกคนเบิกตากว้างด้วยความตกใจกระนั้นพวกเขาก็ไม่ส่งเสียง

“พี่สาวเป็นเทพธิดาเหรอ” เด็กหญิงคนหนึ่งถามขึ้นอย่างเลื่อมใส

“คิดว่ายังงั้นก็ได้นะ เอาละตอนนี้ก็รีบมากินโจ๊กกันก่อนหากออกไปได้เมื่อไหร่พี่สาวจะเลี้ยงอาหารดี ๆ”

เด็กทั้งหมดที่ถูกจับมามีหกคนไม่รวมเสี่ยวเฉา อายุมากที่สุดคือสิบขวบ เด็กคนนี้ก็คือเด็กหญิงที่พูดกับเสี่ยวเฉาเป็นคนแรกนั่นเองและยังมีเด็กชายอยู่อีกคน

“พวกเจ้าค่อย ๆ กินไม่ต้องรีบพี่สาวจะคอยดูต้นทางให้” เสี่ยวเฉาค่อย ๆ คลานเข่าอย่างเงียบเชียบหูก็คอยฟังความเคลื่อนไหวของคนด้านบน

ในตอนนี้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่มีใครทราบได้ ยกเว้นคนที่อยู่ด้านนอกโดยเฉพาะแม่ของเด็กหญิงที่กำลังเป็นห่วงลูกสาวคนโต

“สหายฟู่มาเดินวนไปวนมาหน้าประตูเพราะอะไร” ชายวัยกลางคนผู้เป็นเจ้าของเรือนถามอย่างสงสัยหลังสังเกตอยู่พักใหญ่ยามเห็นนางฟู่เดินไปเดินมาด้วยท่าทางร้อนใจ

“ท่านหมอ เสี่ยวหนิงลูกสาวของฉันยังไม่กลับมาเลย” น้ำตาของคนเป็นแม่ไหลอาบแก้มด้วยความเป็นห่วงบุตร

“หล่อนไปไหน” หมอวัยกลางคนถามขึ้นอย่างตกใจเนื่องจากช่วงนี้ยังคงอยู่ในความวุ่นวายแม้ว่าสงครามจะเริ่มยุติกระนั้นจำนวนผู้คนอพยพหรือย้ายถิ่นเข้ามาก็มีมาก ไม่แน่ว่าเด็กคนนั้นอาจจะประสบเคราะห์กรรมอย่างเช่นหลานชายของเขา

“เธอบอกว่าจะไปรับจ้าง” นางฟู่ตอบตามตรง

“รับจ้าง สหายไม่รู้หรือว่าตอนนี้สภาพบ้านเมืองเป็น แบบไหนทุกหนแห่งมีแต่ความวุ่นวายโจรผู้ร้ายก็เยอะ” ชายวัยกลางคนเอ็ดตะโรเสียงดัง

“ท่านหมอ ละ...แล้วฉันควรทำยังไงดีเสี่ยวหนิงหายไปตั้งนานแล้วยังไม่กลับมาเลย” นางฟู่คุกเข่าร่ำไห้แม้ว่าจะไร้เสียงแต่ท่าทางของหล่อนนั้นช่างชวนให้ผู้คนรู้สึกสงสารจับใจ

“เอาเถอะ สหายเงียบก่อนหากยังร้องอยู่แบบนี้ลูกอีกสองคนของสหายจะเป็นห่วง ข้าจะออกไปดูให้เอง” ชายวัยกลางคนพูดพร้อมกับพ่นลมหายใจออกมา

“ขอบคุณท่านหมอ” นางฟู่โขกหัวไปทางเขาสามครั้ง

“พอเถอะ สหายรีบไปดูเด็ก ๆ ได้แล้ว”

หมอวัยกลางคนกระชับเสื้อคลุมของตนแน่นเดินไปได้สักพักเขาก็ยกมือขึ้นมาจ่อปากก่อนเป่าลมร้อนของตนขับไล่ความหนาวเย็น

“เห็นทีปีนี้น่าจะหนาวจัดขนาดเพิ่งเข้าสู่ฤดูหนาวยังหนาวถึงเพียงนี้” ชายวัยกลางคนพึมพำสองเท้าย่ำผ่านเศษซากความเสียหายจากลูกเห็บที่บางก้อนเริ่มละลาย

สองสายตาก็มองหาเด็กหญิงผู้มีดวงตาเฉลียวฉลาดไปตลอดทางในใจก็พลันเริ่มเกิดความกังวล

เขาตามหาเด็กหญิงตั้งแต่ช่วงบ่ายจนกระทั่งฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีจึงได้เดินกลับบ้าน

ใบหน้าห่อเหี่ยวของหมอตู้ทำให้นางฟู่ผู้นั่งรอการกลับมาของทั้งลูกสาวและหมอผู้มีบุญคุณดวงตาแดงเรื่อ

“เอาไว้หากหล่อนยังไม่กลับมาวันพรุ่งข้าจะพาสหายไปแจ้งต่อเจ้าหน้าที่รัฐ” เขาตอบเสียงหม่น

สาเหตุที่ชายวัยกลางคนเห็นใจครอบครัวนี้เป็นเพราะในยามนี้เขาเองก็คิดถึงหลานชายคนเดียวเป็นอย่างมากนั่นเอง ย้อนกลับไปช่วงที่เขาอพยพมาที่นี่ใหม่ ๆ ในตอนนั้นเขาได้กระเตงหอบหิ้วเอาญาติหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่มาด้วย

ทว่าในระหว่างที่ออกไปรักษาชาวบ้านในเช้าวันหนึ่งพอกลับมาถึงเรือนเขากลับไม่พบหลานชายอย่างที่ควรเป็น

เขาออกตามหาไปทุกหนทุกแห่งก็ยังไม่เจอตัว นับตั้งแต่วันนั้นผ่านมาจนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลามากกว่าร่วมสัปดาห์

ยิ่งพอมาเห็นเด็กคนเมื่อคืนความคิดถึงที่มีต่อหลานชายก็ยิ่งทวีความรุนแรง ทั้งหมดทั้งมวลนี้แหละจึงทำให้เขาไม่คิดไล่สี่แม่ลูก

“แม่ พี่ใหญ่ไปไหน” เด็กหญิงตัวเล็กยกมือเช็ดน้ำตาให้มารดาถามอย่างสงสัย

“พี่ของลูกไปทำงาน เดี๋ยวเธอก็กลับมา” คนเป็นแม่พยายามกลั้นน้ำตาเอ่ยเสียงแห้งอย่างมีความหวัง

“แม่อย่าร้อง” เถาเถาเอาหัวซุกเข้าไปกลางหน้าอกของคนเป็นแม่

คนทั้งสองต่างพากันนั่งอยู่ที่ธรณีประตูอยู่เนิ่นนานด้วยสายตาแห่งการรอคอยจนกระทั่งท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้ม

“พวกเจ้าแม่ลูกเข้ามาเถอะ” หมอวัยกลางคนส่งเสียงเรียก

“ท่านหมอลูกสาวฉัน...” นางฟู่ยกมือปาดน้ำตา

“สหายเป็นแม่เหตุใดจึงขี้แยนัก สหายฟู่อย่าลืมสิว่าตัวเองยังมีลูกอีกสองคน สหายควรจะเข้มแข็งเพื่อพวกเขาสิ หากแผ่นดินไม่กลบหน้าและยังมีวาสนาข้าเชื่อว่ายังไงซะสักวันเจ้าแม่ลูกย่อมต้องได้พบกันแน่” หมอวัยกลางคนพูดซึ่งไม่รู้ว่าเจ้าตัวพูดเพื่อปลอบใจตนด้วยหรือเปล่า

บนเรือในตอนนี้หลังจากชายสองคนที่จับเสี่ยวเฉามาล่าสุดกลับมา พวกเขาก็พากันดื่มกินอย่างเอร็ดอร่อยแม้ว่าจะไม่ได้เหยื่อมาเพิ่มก็ตาม

“แกเอาข้าวเอาน้ำไปให้พวกมันหรือยัง” คนเป็นลูกพี่ถามหลังจากกระดกไหสุราร้อนผ่าวไหลลงคอ

“ยังเลยลูกพี่ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวข้ามา” มันพูดก่อนที่จะไปนำห่อข้าวกับไหน้ำดื่มลงไปด้านล่างด้วยท่าทางโงนเงน

“แกเอาไปอีกห่อ มีเด็กเจ็ดคนแค่นั้นจะไปพออะไร เดี๋ยวพวกมันก็ตายก่อนขายได้พอดี” คนเป็นลูกพี่โยนห่อกระดาษเคลือบไปทางมัน

“วันนี้ลูกพี่ใจดีเสียจริงทั้งเลี้ยงเหล้าพวกข้าและยังเลี้ยงข้าวพวกมันอีก” น้ำเสียงอ้อแอ้ของชายคนนั้นพูด

เสียงกุกกักจากทางประตูห้องใต้ท้องเรือดังขึ้น เสี่ยวเฉาผู้กำลังรอการมาของพวกมันตื่นตัวทันที

“ชู่ว์!!” เธอเอามือจุปากเพื่อเตือนเด็กชายหญิงทั้งหลาย

“ตื่น ๆ ข้าเอาข้าวเอาน้ำมาให้กินโว้ย” มันตะโกนขึ้นเสียงดังโดยอาศัยแสงตะเกียงจากช่องประตูด้านบนเพียงเล็กน้อย

และเมื่อเห็นเด็กทั้งหมดนอนตัวงออยู่กับพื้นมันจึงได้เดินลงมาจากบันได

ในจังหวะที่มันไม่ได้ให้ความสนใจสภาพแวดล้อมรอบตัว เสี่ยวเฉาได้ย่องมาทางด้านหลังของมัน ก่อนที่เธอจะกดแผ่นโลหะอันเย็นเยียบเข้าบริเวณลำคอของโจรผู้นี้

โชคดีนะที่มันตัวเตี้ยไม่อย่างนั้นเราคงลำบาก เจ้าตัวคิด

“หากแกแหกปากล่ะก็ หึหึ” น้ำเสียงราวปีศาจร้ายในความคิดของมันทำให้โจรคนนี้ไม่กล้าขยับสุ่มสี่สุ่มห้าเพราะมันรับรู้ได้ว่าที่คอในตอนนี้เริ่มมีของเหลวสีแดงไหลซึมออกมา
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 90

    แม้ว่าหลี่ลู่เหอจะรอดพ้นจากปากนรกมาได้ทว่ามั่วเฉิงกับเด็กหนุ่มคนนั้นไม่ได้โชคดีอย่างเขา ดวงตาของชายหนุ่มแดงก่ำภายใต้ร่มคันสีดำที่เสี่ยวหนิงเป็นผู้ยืนกางให้เนื่องจากแขนของเจ้าตัวมีเชือกห้อยเฝือกคล้องไว้ที่คอ “มั่วเฉิง นายเป็นวีรบุรุษของพวกเราฉันขอให้นายนอนหลับให้สบาย ส่วนเรื่อ

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 89

    “พ่อคะ พาหนูไปหาเขา ได้โปรด” เธอวิงวอนร้องขออย่างน่าสงสารจนหยางเฉียนหมิงไม่อาจปล่อยผ่าน “ได้ พ่อจะพาลูกไปเอง” เขาตอบรับเสียงหนัก รถจิ๊ปสีเขียวของกองทัพพาสองพ่อลูกหยางเดินทางเข้ามาถึงค่ายแห่งหนึ่งหลังจากสองพ่อลูกนั่งรถไฟผ่านหลายสถานีกว่าจะมาถึงตัวมณฑลแห่งนี้ “ที่นี

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 88

    เสียงล้อรถดังเอี๊ยดอ๊าดขับไล่กวดกันไปมาอย่างเอาเป็นเอาตายตามท้องถนนในตรอกซอกซอยทำให้ผู้คนที่กำลังสัญจรพากันอกสั่นขวัญแขวน เปรี้ยง! รถคันที่ถูกยิงส่ายไปมาเนื่องจากยางแตก “บ้าเอ้ย! สหายหลี่เมื่อถึงบริเวณโรงงานร้างด้านหน้าคุณรีบพาเสี่ยวหมี่ไปหาที่รับส่งข่าว ส่วนผมจะเป็นตัวล่อให้

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 87

    “พี่ใหญ่!! เกิดเรื่องกับพี่เขยแล้วครับ” ซีห่าวตะโกนขึ้นเสียงดังพลางชูกระดาษหนังสือพิมพ์ที่พาดหัวเกี่ยวกับคนที่ตนเพิ่งกล่าวถึงวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา เสี่ยวหนิงรับหนังสือพิมพ์จากมือน้องชายก่อนกวาดตาอ่านเนื้อหาในนั้นอย่างรวดเร็วใบหน้าของหล่อนซีดเผือด ในขณะที่เธอกำลังช่วยคนกำลังลำบ

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 86

    “พี่ล้อเล่นน่ะ ว่าแต่น้องหยิกพี่ทำไม” หลี่ลู่เหอยกมือของเธอขึ้นมาลูบไล้แผ่วเบาพร้อมกันนั้นสายตาของเขาก็แสดงความรักที่มีต่อหญิงสาวอย่างไม่ปิดบัง ยังไม่ทันที่เสี่ยวหนิงจะตอบโต้หล่อนก็ถูกภาพเบื้องหน้าสะกดสายตาเอาไว้ “สวยจัง” ปากสีแดงสวยขยับขึ้นลง ดวงตาของเธอเปล่งประกายคล้ายมีแสง

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 85

    สายลมหนาวพัดโชยท่ามกลางป่าเขาที่ต้นไม้ยืนต้นตายแห้งเหี่ยวเนื่องจากสภาพอากาศอันเลวร้ายที่มองไปทางไหนก็เห็นเพียงสีขาวโพลนของหิมะที่ทอดยาว ครอบครัวเสือทั้งสี่ตัวที่บัดนี้ได้คืนร่างเดิมเป็นการชั่วคราวได้แยกย้ายกันวิ่งสำรวจป่าแห่งนี้ราวกับเป็นบ้านของตน โดยหญิงสาวผู้อยู่ในชุดเสื้อโ

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 71

    คนทั้งคู่หรือแม้แต่คนอารักขาของพวกเขาไม่มีใครทันได้สังเกตแมวน้อยตัวลายที่กระโดดหายไปตามขื่อหลังคาอย่างว่องไว ทางด้านเสี่ยวหนิงหลังจากร้องเพลงติดต่อกันไปถึงสองเพลงหล่อนก็อาศัยช่วงเวลาพักหลบออกมา และเมื่อได้ข้อมูลที่เหลาหู่นำมาเธอก็แสร้งเดินนวยนาดมาทางหลี่ลู่เหอด้วยรอยยิ้มหวานจนสะกดทุกสายต

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-01
  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 74

    ในตอนนั้นเขาจำได้ว่าหลังจากจับพวกคนเลวได้ทั้งหมดเสี่ยวหนิวผู้มีรูปร่างใหญ่กว่าพี่สาวก็ได้อุ้มร่างอันไร้สติของเด็กสาวกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาทางพวกเขาปากก็ร้องว่า “พี่ชายเหอ! ช่วยพี่ใหญ่ด้วย” เด็กหนุ่มพูดไปพลางร้องไห้ไป หัวใจของหลี่ลู่เหอกระตุกวาบ “เสี่ยวหนิว! พี่ใหญ่ กะ..เกิดอะ

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-01
  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 56

    “ค่ะแม่” เจ้าตัวรับปากเสียงใส “พี่ใหญ่ ผมไปด้วยนะครับ” ซีห่าวรีบพูดขึ้น “ตกลง มีใครอยากจะเข้าไปในเมืองอีกไหมจ๊ะ” คนเป็นพี่สาวถาม ทั้งนี้เป็นเพราะเธอไม่ค่อยได้พาน้องชายหญิงเข้าตัวเมืองบ่อยนัก “ผมครับ” เสี่ยวตงกับเสี่ยวหนิวยกมือตอบเสียงดัง “แล้วคนอื่นล่ะ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-28
  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 58

    “แกได้ความคืบหน้าอะไรมาบ้าง” น้ำเสียงแหบพร่าของ หลี่จุนโป๋ถามกับลูกชาย “ยังไม่ได้เรื่องเลยครับ โจรพวกนี้มีกันหลายกลุ่มหลายก๊กอีกทั้งยังมีพวกหนีตายของรื่อเปิ่นเข้าร่วมด้วย” “แกสั่งคนของเรากระจายกันออกไปกวาดล้างพวกมันให้หมดไม่ว่ามันจะมีกี่กลุ่มก็ต้องจัดการมันให้สิ้น” ผู้พูดเอ่ย

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-28
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status