บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง

บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง

last updateآخر تحديث : 2025-08-05
بواسطة:  มายารัตติกาลمكتمل
لغة: Thai
goodnovel4goodnovel
9.2
6 تقييمات. 6 المراجعات
271فصول
13.5Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

ชาติก่อนอานนท์ตายเพราะทำงานหนักจนร่างกายรับไม่ไหว เกิดใหม่ชาตินี้ชีวิตยังสู้กลับ ครอบครัวใหม่ช่างจ๊นจน คนบ้าน ๆ แบบเขาสกิล,ของวิเศษอะไรไม่มีสักอย่าง แล้วจะมีชีวิตต่อไปยังไง เห้อ! เด็กน้อยหัวจะปวด...

عرض المزيد

الفصل الأول

ตอนที่ 1

ภายในกระท่อมปลายนาหลังเล็กที่บัดนี้ถูกจับจองให้เป็นบ้านของตระกูลจาง เสียงสะอื้นของหญิงสาวดังออกมาจากตัวบ้านไม่ขาดสาย นางกำลังร้องไห้กอดบุตรชายไว้แนบอก ร่างกายของเด็กชายตัวน้อยในอ้อมแขนผอมแห้งจนแทบจะเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก มีเพียงลมหายใจผะแผ่วเท่านั้นที่บ่งบอกถึงการมีชีวิตอยู่ให้คนเป็นแม่ได้อุ่นใจ 

เจ้าตัวน้อยนอนหลับใหลไม่ได้สติมาร่วมเดือนแล้ว การเดินทางจากเมืองหลวงมาหลัวถงเพื่อเริ่มชีวิตใหม่ต้องผ่านแนวภูเขามากมาย เด็กชายที่ไม่มีภูมิต้านทานมากพอจึงป่วยหนักเป็นไข้ป่า 

“หมิงเอ๋อร์ ตื่นได้แล้ว เจ้านอนขี้เซาเกินไปแล้วนะ” นางร้องเรียก “รีบตื่นมาเถิด แม่ปวดใจยิ่งนัก” 

“หมิงเอ๋อร์ลูกแม่...” นางซุกหน้าลงแนบแก้มบุตรชาย อ้อนวอนเหล่าเทพเซียนให้ช่วยเหลือ 

เสียงหวานปนเศร้าที่ร้องไห้เบา ๆ ดังชัดขึ้นมาในโสตประสาท เขาได้ยินเสียงเธอร้องเรียกใครสักคนอย่างอาวรณ์ น้ำเสียงนั้นห่วงหาเสียจนชวนให้ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น อยากลืมตาขึ้นมามองดูเสียให้รู้แล้วรู้รอดแต่ก็ยังฝืนลืมตาขึ้นมาไม่ได้ 

“น้องหญิง อย่าได้ร่ำไห้เช่นนี้ หมิงเอ๋อร์จะเสียใจเอานะ” เสียงทุ้มที่เอ่ยปลอบประโลมอย่างอ่อนโยนชวนให้อยากรู้มากกว่าเดิม 

เสียงนี้มันคืออะไร...ใครมาเปิดทีวีเสียงดังรบกวนการนอนของเขากันนะ

“ท่านพี่ ข้าปวดใจยิ่งนัก หมิงเอ๋อร์นอนไม่ได้สติมาเกือบเดือนแล้วนะเจ้าคะ ข้าสงสารลูก” 

“พี่รู้ พี่ก็เจ็บปวดมิต่างอันใดกับเจ้า” เสียงทุ้มปลอบใจ “เราออกไปข้างนอกกันเถอะ ให้หมิงเอ๋อร์ได้พักผ่อน” 

เสียงขยับเขยื้อนตัวและเสียงเสียดสีของเนื้อผ้า บวกกับฝีเท้าที่ค่อย ๆ เบาลง จนในที่สุดก็เงียบสงบ ทำให้รู้ว่าชายหญิงทั้งสองคนไม่ได้อยู่ในที่แห่งนี้แล้ว เขาขมวดคิ้วอีกครั้ง คิดเอะใจว่าละครสมัยนี้ทำเสียงต่าง ๆ ได้สมจริงขนาดนี้เชียวหรือ เปลือกตาที่หนังอึ้งพยายามเปิดขึ้นและครั้งนี้มันสำเร็จ เขาลืมตาได้แล้ว 

ชายหนุ่มลองขยับตัวเล็กน้อย ทว่าเนื้อตัวกลับหนักอึ้งไปหมดราวกับว่าถูกลูกตุ้มเหล็กถ่วงแขนขาเอาไว้ ในหัวเต็มไปด้วยความสับสน เขาจำได้ว่าตนเองนั่งหาข้อมูลนิยายอยู่ในห้องและกำลังจัดส่งไฟล์ข้อมูลนั้นให้กับผู้ว่าจ้าง แต่พอกดส่งปุ๊บ ภาพทั้งหมดก็มืดดับไป 

ที่นี่ไม่ใช่ห้องเช่าของเขาแน่นอน ถึงแม้ว่าห้องที่เขาใช้อาศัยจะไม่ได้หรูหรา ใหญ่โต แต่ก็ไม่ได้มีหลังคาที่มุงด้วยหญ้าแบบนี้ 

แล้วที่นี่มันคือที่ไหนกัน...ชายหนุ่มมองไปรอบ ๆ อย่างสงสัย แต่แล้วดวงตาทั้งสองก็ต้องเบิกกว้างเมื่อภาพที่เห็นตรงหน้ามันแตกต่างจากห้องเช่าลิบลับ

พุธโธ ธัมโม สังโฆ 

ฝาห้องที่ควรจะเป็นผนังปูนกลับกลายเป็นหญ้าที่นำมาสานกันเหมือนในซีรีส์ย้อนยุค แถมทั้งบ้านก็ดูเหมือนจะไม่มีห้อง มันเป็นโถงโล่ง ๆ ไม่มีอะไรเลย เขาพยายามลุกขึ้นนั่งเพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่กำลังเห็นอยู่นี้ไม่ใช่ความฝัน 

“โอ้ย เจ็บโคตร” 

เขาร้องออกมาด้วยความเจ็บ เมื่อลองหยิกหลังมือตนเองดูเต็มแรง 

“ไม่ได้ฝันแฮะ แต่ว่าเราอยู่ที่ไหนกันละเนี่ย” 

ชายหนุ่มพูดกับตัวเองเบา ๆ แต่ในขณะนั้นเอง ยังไม่ทันได้รับคำตอบจากใครเลยด้วยซ้ำ ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตของเด็กชายคนหนึ่งที่มีชื่อว่า จางอี้หมิง ก็ค่อย ๆ ฉายขึ้นมาในหัวเหมือนกำลังนั่งดูภาพยนตร์สักเรื่อง แต่มันคงจะเป็นหนังที่ถูกกดเพิ่มความเร็วสักยี่สิบเท่า เพราะความทรงจำมากมายตั้งแต่จำความได้จนถึงปัจจุบันพรั่งพรูเข้ามาจนสมองประมวลผลไม่ทัน เขาปวดหัวจนต้องยกมือขึ้นมากุมขมับ รู้สึกเหมือนสมองจะระเบิด จวนเจียนจะรับไม่ไหว 

“อ๊า...ปวดหัว ปวด ปวด” 

เขาส่งเสียงร้องดังก้อง พยายามหยุดความคิดของตัวเองและสลัดภาพพวกนั้นออกไป แต่ไม่ว่าจะพยายามสักแค่ไหนกลับไม่มีผลอะไรเลย ได้แต่ทนกล้ำกลืนฝืนรับความเจ็บปวดนั้นจนแทบจะลงไปนอนดิ้นบนฟูกนอนอีกครั้ง ภาพสุดท้ายที่ปรากฎขึ้นมาเป็นตอนที่ครอบครัวของจางอี้หมิงกำลังหนีจากการปล้นของกลุ่มโจร

“ม่ายยยยย” 

เขาร้องออกมาเมื่อภาพในหัวแสดงให้เห็นโจรคนหนึ่งกำลังเงื้อมมือขึ้น เตรียมฟาดดาบลงมาบนตัวเขา แต่บิดาก็มาดึงตัวเขาออกและช่วยให้รอดอย่างหวุดหวิด ทั้งสองคนเกือบเอาชีวิตไม่รอด โชคดีที่สำนักคุ้มภัยซึ่งถูกจ้างมาคุ้มกันได้เข้ามาช่วยไว้ทัน ทำให้ครอบครัวของพวกเขาหนีจากกลุ่มโจรสำเร็จ 

เพราะตกใจกลัวจนถึงขีดสุดและร่างกายที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาจากการหมดสติ แถมยังต้องมารับรู้เรื่องราวที่น่าเหลือเชื่อเพิ่มอีก มันทำให้เขารู้สึกอ่อนล้าเกินกว่าจะรับไหว สุดท้ายทุกอย่างก็ดับวูบไปอีกครั้ง 

เมื่อเสียงร้องของเด็กชายที่นอนไม่ได้สติมาเกือบเดือนดังออกมา จางอี้เทาและหลี่อ้ายผู้เป็นพ่อแม่ รีบเดินเข้ามาดูอย่างมีความหวัง แม้แต่ท่านย่าอย่างหูไป๋หงยังเดินตามมาด้วย 

“ท่านพี่ ข้าได้ยินเสียงหมิงเอ๋อร์ แต่เหตุใดเขาถึงหลับไปอีกแล้ว” 

“น้องหญิง พี่ก็ได้ยินเสียงลูกร้องเช่นกัน เจ้าไม่ได้หูฝาดไปคนเดียวแน่” 

“แม่ก็ได้ยินเหมือนกัน” หูไป๋หงกล่าวสมทบ นางหันไปมองลูกชายและพูดต่อ “อี้เทา เจ้าไปตามท่านหมอผิงมาดู       หมิงเอ๋อร์ที” 

“ขอรับท่านแม่ รอข้าสักครู่” จางอี้เทาเอ่ยรับคำ เขาเตรียมตัวผละจากไป แต่ก็ต้องหยุดชะงักฝีเท้าลงเมื่อภรรยาเอ่ยเรียกไว้

“ท่านพี่ ท่านยังไม่ค่อยหายดี ท่านอยู่ที่นี่เถอะเจ้าค่ะ ข้าจะไปตามท่านหมอผิงเอง” หลี่อ้ายเอ่ยคัดค้านสามีและรีบเดินออกไปทันที 

เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งเค่อ หมอเพียงหนึ่งเดียวของหมู่บ้านหลัวถงก็ถือล่วมยาเดินเข้ามาในบ้าน หมอผิงตรวจชีพจรเป็นอย่างแรกก่อนจะตรวจร่างกาย เมื่อดูอย่างถี่ถ้วนแล้ว สีหน้าก็คลายกังวล 

“อี้เทา เจ้าสบายใจได้” ท่านหมอแย้มรอยยิ้ม “อาหมิงไม่เป็นอันใดแล้ว พักผ่อนอีกสักหน่อยคงฟื้นขึ้นมา ต้มยาให้กินสักสองสามเทียบก็วิ่งปร๋อได้แล้ว” 

“จริงหรือเจ้าคะท่านหมอ ท่านไม่ได้โกหกข้านะเจ้าคะ” หลี่อ้ายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงดีใจ นางยิ้มกว้าง น้ำตาแห่งความยินดีคลอเต็มดวงตาสวย 

“ข้าเป็นหมอมากี่สิบปี ข้าจะโกหกเจ้าไปทำไมเล่า สะใภ้จาง” 

“ขอบคุณมากเจ้าค่ะ ข้าดีใจยิ่งนัก” หลี่อ้ายเอ่ยและผงกศีรษะขึ้นลงด้วยความขอบคุณ 

“น้องหญิง เจ้าสบายใจได้แล้วนะ ท่านหมอผิงยืนยันแล้ว พี่ว่าพวกเราออกไปรอข้างนอกให้หมิงเอ๋อร์ได้พักผ่อนก่อนเถอะ”

จางอี้เทาปลอบประโลมใจภรรยาด้วยเสียงที่ไม่ดังมากนัก เขากลัวว่าจะไปรบกวนการพักผ่อนของบุตรชายเข้า 

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย หูไป๋หงจึงจ่ายค่ารักษาให้กับท่านหมอผิง นางกล่าวขอบคุณอีกเล็กน้อย เมื่อท่านหมอเดินจากไป หญิงชราจึงก้มมองถุงที่ว่างเปล่าในมือ เงินก้อนนั้นคือเงินก้อนสุดท้ายของตระกูลจาง การเดินทางไกลและวิกฤตรอบด้านทำให้เงินที่มีร่อยหรอลงไปทุกทีจนในที่สุดก็ไม่มีเหลือ แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่สนใจ

ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าชีวิตของหลานชายอีกแล้ว

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى

المراجعاتأكثر

Aran K.
Aran K.
เห็นว่ามี 5 ภาคนะคะ รอให้แอดมินอัพเดทตอนใหม่ให้ค่ะ ขอร้องนะคะ
2025-10-20 20:13:22
0
0
P JR
P JR
สนุกดี แม้ท้ายๆจะดูรวบๆไปหน่อย ถ้ามีภาคต่อก็ดี อยากเห็นตอนไปแคว้นเหลียง
2025-09-06 01:29:14
0
0
Paphitchaya
Paphitchaya
เย้ๆ ไรท์มาอัพแล้ววว รอนานมาก🥹
2025-04-28 18:57:23
3
0
supattra chantanee
supattra chantanee
สนุกค่ารีบๆๆอัพเดทหน่อยนะคะกำลังสนุกค่ารออ่านยุนะคะ
2025-03-11 18:46:04
2
0
mimipung88
mimipung88
รออ่านตอนต่อไปค่ะ​ ขอบคุณ​ค่ะ
2025-03-04 15:33:23
2
0
271 فصول
ตอนที่ 1
ภายในกระท่อมปลายนาหลังเล็กที่บัดนี้ถูกจับจองให้เป็นบ้านของตระกูลจาง เสียงสะอื้นของหญิงสาวดังออกมาจากตัวบ้านไม่ขาดสาย นางกำลังร้องไห้กอดบุตรชายไว้แนบอก ร่างกายของเด็กชายตัวน้อยในอ้อมแขนผอมแห้งจนแทบจะเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก มีเพียงลมหายใจผะแผ่วเท่านั้นที่บ่งบอกถึงการมีชีวิตอยู่ให้คนเป็นแม่ได้อุ่นใจ เจ้าตัวน้อยนอนหลับใหลไม่ได้สติมาร่วมเดือนแล้ว การเดินทางจากเมืองหลวงมาหลัวถงเพื่อเริ่มชีวิตใหม่ต้องผ่านแนวภูเขามากมาย เด็กชายที่ไม่มีภูมิต้านทานมากพอจึงป่วยหนักเป็นไข้ป่า “หมิงเอ๋อร์ ตื่นได้แล้ว เจ้านอนขี้เซาเกินไปแล้วนะ” นางร้องเรียก “รีบตื่นมาเถิด แม่ปวดใจยิ่งนัก” “หมิงเอ๋อร์ลูกแม่...” นางซุกหน้าลงแนบแก้มบุตรชาย อ้อนวอนเหล่าเทพเซียนให้ช่วยเหลือ เสียงหวานปนเศร้าที่ร้องไห้เบา ๆ ดังชัดขึ้นมาในโสตประสาท เขาได้ยินเสียงเธอร้องเรียกใครสักคนอย่างอาวรณ์ น้ำเสียงนั้นห่วงหาเสียจนชวนให้ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น อยากลืมตาขึ้นมามองดูเสียให้รู้แล้วรู้รอดแต่ก็ยังฝืนลืมตาขึ้นมาไม่ได้ “น้องหญิง อย่าได้ร่ำไห้เช่นนี้ หมิงเอ๋อร์จะเสียใจเอานะ” เสียงทุ้มที่เอ่ยปลอบประโลมอย่างอ่อนโยนชวนให้อยากรู้มาก
اقرأ المزيد
ตอนที่ 2
เมื่อพลบค่ำมาถึง จางอี้เทานั่งเหม่อมองตะวันที่กำลังลับขอบฟ้า แสงสีส้มช่างให้ความรู้สึกที่เศร้าหมองเหมือนดั่งครอบครัวของเขาในตอนนี้ ครอบครัวจางแต่เดิมพื้นเพเป็นคนเมืองหลวง ถึงแม้ว่าตัวเขาจะไม่ได้เป็นบุตรชายของฮูหยินเอกเพราะนางหูไป๋หงนั้นเป็นเพียงฮูหยินรองของคหบดีค้าผ้า แต่บิดากลับรักใคร่มารดาเขามากกว่าใคร ส่งผลให้ตัวเขาได้รับความรักความโปรดปรานจากบิดาไม่น้อย เขาได้รับการศึกษาเล่าเรียนดั่งคุณชายคนหนึ่งจนสำเร็จเป็นบัณฑิต ต่อมาก็ทำงานเป็นอาจารย์ในสำนักศึกษา เมื่อถึงเวลาแต่งงานมีครอบครัว บัณฑิตหนุ่มก็พบรักกับหลี่อ้าย ลูกสาวร้านผ้าปักที่เป็นคู่ค้ากับตระกูลมาช้านาน เมื่อแต่งงานกันได้หนึ่งปี ก็มีจางอี้หมิงเป็นโซ่ทองคล้องใจ สิ่งเหล่านี้สร้างความไม่พอใจให้กับฮูหยินใหญ่ นางคิดเสมอว่าฮูหยินรองและบุตรชายไม่สมควรเทียบเคียงนางซึ่งถูกยกย่องเป็นเมียเอก หลังจากที่บิดาถูกโจรดักปล้นและเสียชีวิตในระหว่างเดินทางไปทำการค้าต่างเมือง ฮูหยินใหญ่ไม่แม้แต่จะให้เขาและมารดาได้ทำพิธีเคารพศพบิดาเป็นครั้งสุดท้าย นางมอบหนังสือแยกบ้านรองออกจากตระกูลหลัก หยิบยื่นเงินให้เพียงเล็กน้อยและไล่พวกเขามาอยู่บ้านบรรพบุรุษที่ห
اقرأ المزيد
ตอนที่ 3
ในคืนนั้น ชายที่อยู่ในร่างเด็กน้อยนามจางอี้หมิงได้ฟื้นคืนสติขึ้นมาอีกครั้ง ข้างกายมีนางหูไป๋หง ท่านย่าของร่างนี้นอนอยู่ข้าง ๆ เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ เตียงนอนเป็นแคร่ไม้ไผ่ ตัวเขานอนกับนางหู ส่วนบิดามารดานอนถัดไปอีกแคร่ที่อยู่ใกล้ๆ เขานอนเรียบเรียงความคิดเงียบ ๆ คนเดียว จนความทรงจำของร่างใหม่และความทรงจำเดิมผสานกันอย่างสมบูรณ์ อานนท์ วังศรีซ้าย คือเขาในโลกเดิม ก่อนที่จะมาอาศัยอยู่ในร่างจางอี้หมิง เขาเติบโตมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า บ้านอุ่นไอรัก เรียนจบแค่ชั้น ปวส. การตลาดภาคค่ำ เขาไม่ใช่คนที่เรียนเก่งหรือหน้าตาโดดเด่นอะไรเลย เป็นมนุษย์ที่พบเห็นได้ทั่วไปอย่างดาษดื่น แต่ถึงกระนั้น เขากลับเป็นคนที่มีฝีมือการทำอาหารในระดับที่น่าจับตามอง ไม่ได้อยากจะคุยโว แต่ลูกค้าหลายคนถึงกับออกปากแนะนำว่าเขาควรไปแข่งซูเปอร์เชฟไทยแลนด์เลยทีเดียว เขามีลูกค้าประจำหลายสิบคนแวะเวียนมาอุดหนุน ทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่เวียนไปเรื่อย ๆ พอได้มีเงินใช้ ชีวิตราบเรียบ ไม่มีอะไรโลดโผนตื่นเต้นเหมือนในหนัง ส่วนอาชีพรองคือนักวิจัยข้อมูล ก็พูดไปซะหรูอย่างงั้นแหละ ความจริงแล้วมันคือการรับจ้างค้นคว้าหาข้อมูลในอากู๋นั
اقرأ المزيد
ตอนที่ 4
อานนท์ในร่างเจ้าตัวน้อยนามจางอี้หมิงนอนคิดทบทวนเรื่องราวไปมาอยู่กว่าสองชั่วโมงจึงได้ข้อสรุปที่ชัดเจน เขาพยักหน้าบอกตนเองให้ทำใจยอมรับและสุดท้ายก็นอนหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนได้ยินเสียงมารดาเอ่ยเรียกชื่อ“หมิงเอ๋อร์ ตื่นได้แล้ว เจ้านอนนานไปแล้วนะ ลุกขึ้นมาคุยกับแม่หน่อยเถอะ” เสียงหวานปนเศร้าปลุกให้จางอี้หมิงลืมตาขึ้นด้วยความงัวเงีย“ท่านแม่...” “หมิงเอ๋อร์ เจ้าฟื้นแล้ว” ดวงตาของผู้เป็นแม่เบิกกว้าง รอยยิ้มสวยผุดขึ้นบนใบหน้างาม “รอเดี๋ยวนะ แม่ไปบอกท่านพ่อของเจ้าก่อน”หลี่อ้ายรีบลุกขึ้นยืน นางเดินแกมวิ่งออกจากห้อง ปล่อยให้บุตรชายนอนรออย่างเงียบสงบ ดวงตากลมโตมองตามร่างของนางไปจนพ้นขอบประตู ได้แต่กระพริบตาปริบ ๆเขาเป็นชายหนุ่มอายุยี่สิบห้าปีที่ในตอนนี้ต้องมาทำตัวเป็นเด็กห้าขวบ ก็ไม่เท่าไรหรอก ต่างกันแค่ยี่สิบปีปีเอง...ซะที่ไหนล่ะเมื่อครู่แค่ตื่นมาปั้นหน้าซื่อ ๆ ตาใส ๆ ยังยากแทบแย่ จะแนบเนียนหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่เพื่อความอยู่รอด เขาคงต้องปรับตัวครั้งใหญ่และคอยบอกตัวเองให้ยอมรับว่าตอนนี้เขาไม่ใช่อานนท์ วังศรีซ้าย แต่คือ จางอี้หมิง เด็กน้อยอายุห้าขวบ“หมิงเอ๋อร์ฟื้นแล้ว
اقرأ المزيد
ตอนที่ 5
“ท่านพี่ วันนี้ช่างเป็นวันดียิ่งนัก หมิงเอ๋อร์ฟื้นแล้ว ข้าคิดว่าจะไปช่วยท่านพี่ทำงานในไร่ของหัวหน้าหมู่บ้าน เราไปทำสองคนอาจจะได้ธัญพืชเพิ่ม” หลี่อ้ายพูดขึ้นก่อนจะถามความเห็นสามี “ให้หมิงเอ๋อร์อยู่กับท่านแม่ ท่านพี่เห็นเป็นเช่นไรเจ้าคะ” “น้องหญิง แต่เจ้าไม่เคยได้ทำงานพวกนี้มาก่อน พี่กลัวว่าเจ้าจะเจ็บไข้ไปอีกคน มือของเจ้าเคยจับแต่เข็มปักผ้า จะให้ไปจับจอบจับเสียม แล้วเจ้าจะทำได้เช่นไร”“ท่านพี่ก็ไม่เคยจับจอบจับเสียม เคยแต่จับพู่กัน เพื่อครอบครัวแล้วท่านยังทำได้ ข้าก็จะเป็นเช่นท่านพี่” เสียงหวานตอบด้วยความอ่อนโยน นางคว้ามือหนามากอบกุมเอาไว้ “เราเป็นครอบครัวเดียวกัน หมิงเอ๋อร์ฟื้นขึ้นมาแล้ว เราต้องการอาหาร อีกอย่าง ฤดูหนาวกำลังจะมาถึง ถ้าไม่ตุนเสบียงเอาไว้มาก ๆ ข้าเกรงว่าพวกเราคงผ่านฤดูหนาวปีนี้ไปไม่ได้ ท่านพี่ให้ข้าได้ลองไปดูก่อนเถิดนะเจ้าคะ”“อาเทา แม่จะดูแลหมิงเอ๋อร์ให้เอง พวกเจ้าไปทำงานให้สบายใจเถอะ” หูไป๋หงพูดเสริม สายตามองมายังบุตรชายที่กำลังคิดหนัก“ได้ งั้นก็ตกลงตามนี้”สุดท้ายแล้ว จางอี้เทาก็ยินยอม เขาเองคิดมาสักพักแล้วเช่นกันว่าจะผ่านฤดูหนาวนี้ไปได้อย่างไร“ท่านแม่ ข้าขอโทษ น้
اقرأ المزيد
ตอนที่ 6
อาจจะเพราะเพิ่งฟื้นไข้และร่างกายนี้ก็ไม่ค่อยแข็งแรง จากที่กำลังงอนบิดาอยู่ดี ๆ จางอี้หมิงก็หลับไปจริง ๆ เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงใครสักคนกำลังทำอะไรบางอย่าง เด็กน้อยจึงลุกขึ้นเดินไปทางหลังบ้าน ล้างหน้าล้างตาให้ปลอดโปร่งและเริ่มมองหาต้นตอของเสียงน่าสงสัยเดินมาไม่นาน เด็กชายก็เห็นท่านย่าของตนเองกำลังตัดฟืนจากไม้อันเล็ก ๆ นางตัดไว้จำนวนเยอะพอสมควร“ท่านย่า ตัดฟืนหรือขอรับ”“อ้าว หมิงเอ๋อร์ ตื่นแล้วหรือ รู้สึกอย่างไรบ้าง”“ข้าสบายดีขอรับ แข็งแรงขึ้นมาก ไม่รู้สึกเหนื่อยเลย ข้าสามารถวิ่งรอบบ้านได้สามรอบเลยขอรับ” จางอี้หมิงตอบหญิงชรา เขาวิ่งไปรอบ ๆ ย่าของตนเพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่ได้พูดเกินจริง“หมิงเอ๋อร์ พอก่อน ย่าเชื่อแล้ว ไม่ต้องวิ่งให้เหนื่อย มา ๆ ช่วยย่าเอาฟืนเข้าไปในบ้าน ย่ากำลังจะทำอาหารไปส่งให้พ่อกับแม่ของเจ้าที่ทำงานในไร่”จางอี้หมิงได้ยินดังนั้นจึงหยุดวิ่ง เขาเดินไปช่วยหูไป๋หงเก็บฟืนเข้าบ้าน นำไปวางใกล้ ๆ กับพื้นที่ซึ่งแยกไว้เป็นส่วนครัว “โอ้โหท่านย่า เก่งมากเลยขอรับ ท่านย่าจุดไฟได้”จางอี้หมิงเอ่ยชม จากความทรงจำที่ได้รับมา ท่านย่าของเขาไม่เคยเข้าครัวทำอาหาร ไม่เคยต้องทำ
اقرأ المزيد
ตอนที่ 7
“ท่านย่า ท่านย่าขอรับ ข้ากลับมาแล้ว”เสียงตะโกนที่ดังลั่นมาแต่ไกลทำให้นางหูถึงกับสะดุ้ง มือเหี่ยวย่นเกือบจะปล่อยหม้อที่ถือไว้หลุดจากมือ นางหันหน้าไปมองหลานชายและเอ่ยเสียงดุ “หมิงเอ๋อร์ เหตุใดจึงส่งเสียงดังนักเล่า ย่าเกือบทำหม้อหลุดมือ”“ท่านย่า ข้ามีของดีมาฝากขอรับ”จางอี้หมิงวางตะกร้าผักบนพื้น เขาก้มลงหยิบสิ่งที่ถือไว้ออกมา มันเป็นห่อขนาดไม่ใหญ่นัก ทำมาจากใบไม้ใหญ่ซ้อนกัน มือเล็ก ๆ คลายออก เผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ด้านใน แม้จะเก็บมาเพียงเล็กน้อย แต่เขามั่นใจว่านางหูไป๋หงต้องพอใจอย่างแน่นอน อี้หมิงยื่นมันให้ท่านย่าดูพร้อมรอยยิ้มกว้าง แต่เขาก็ต้องประหลาดใจเพราะสิ่งที่ได้กลับมาไม่ใช่คำชมอย่างที่ตนหวัง แต่เป็นเสียงดุยกใหญ่“หมิงเอ๋อร์ เจ้าเก็บสิ่งใดมา ย่าไม่เห็นรู้จัก เอาผักป่ามาให้ย่าได้แล้ว”“ท่านย่า ท่านไม่รู้จักสิ่งนี้หรือขอรับ”“มันคืออะไรเล่า”“มันคือผำหรือไข่น้ำขอรับ นำมาทำน้ำแกง ผัดใส่ไข่ อร่อยมากเลยขอรับ ข้าเก็บมานิดเดียว เพราะว่ากลัวตกลงไปในบึง รอบหน้าข้ารบกวนท่านย่าไปเก็บให้ข้าหน่อยได้ไหมขอรับ”“หมิงเอ๋อร์ อย่าบอกนะว่าเจ้าเดินออกนอกเส้นทางไปทางบึงน้ำ มันอันตรายมาก ครั้งหน้าเจ้าห้
اقرأ المزيد
ตอนที่ 8
แคว้นที่เขาอาศัยอยู่นี้มีชื่อว่าแคว้นฉิน มีการปกครองด้วยองค์จักรพรรดิ เมืองหลวงมีชื่อว่า ซูโจว ที่นั่นเคยเป็นบ้านของเขาก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านหลัวถง ซึ่งเป็นหมู่บ้านหนึ่งในเมืองไห่ถัง เมืองเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยมีสิ่งใดนัก แม้แต่การเดินทางจากเมืองหลวงมายังหมู่บ้านหลัวถงเองก็ใช้เวลานานกว่าสิบวันขณะนี้ บ้านเมืองอยู่ในช่วงสงบศึกหลังสงครามเพียงแค่ สิบห้าปี อาหารจึงยังไม่เพียงพอ แรงงานยังคงขาดแคลน แต่ศิลปะการแสดงเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งสำหรับการเดินทางจากหมู่บ้านหลัวถงเข้าไปในเมืองไห่ถัง ใช้เวลาเดินเท้าหนึ่งชั่วยาม หากเดินทางด้วยเกวียนจะใช้เวลาเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น แต่ถ้าเป็นรถม้าหรือม้า ก็จะย่นระยะเวลาไปอีกครึ่งหนึ่งของการเดินทางด้วยเกวียนค่าแรงชาวบ้านทั่วไปขั้นต่ำอยู่ที่ยี่สิบอีแปะต่อวัน โดยคนจ้างไม่ได้เลี้ยงอาหาร ชาวบ้านกินอาหารวันละสองมื้อ คือมื้อแรกเวลาประมาณ ยามอู่ (11.00 – 12.59) มื้อสุดท้ายประมาณยามโหย่ว (17.00 – 18.59) การซื้อขายสินค้าจ่ายเป็นเงินตำลึง ครอบครัวจางไปรับจ้างทำงานในไร่ของหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อแลกกับธัญพืชโดยไม่รับเงินค่าจ้างแต่อย่างใดค่าเงินหนึ่งพัน
اقرأ المزيد
ตอนที่ 9
เวลาสำหรับมื้ออาหารผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว เมื่อกินข้าวกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางหูและจางอี้หมิงจึงพาหลี่อ้ายกลับบ้าน เด็กน้อยบอกลาจางอี้เทาที่กำลังกลับไปทำงานตามปกติ พวกเขาเดินตามเส้นทางเดิม แต่เพราะขากลับมีคนป่วยมาด้วย การเดินทางจึงช้าลงไปเกือบเท่าตัว “หลี่อ้าย นอนพักตรงนี้ก่อน แม่จะไปเอาน้ำมาให้เจ้าดื่ม” หูไป๋หงเอ่ยกับลูกสะใภ้ นางให้หลี่อ้ายนั่งรอใต้ร่มไม้ก่อนจะเดินไปตักน้ำ พวกเขาเดินกันมาได้สักพักแล้ว จางอี้หมิงมองไปรอบ ๆ เมื่อไม่รู้ว่าตรงนี้คือที่ใดและเวลาใดจึงเอ่ยถาม“ท่านย่าขอรับ ตอนนี้ยามไหนแล้วขอรับ”“น่าจะยามเว่ย (13.00 – 14.59) นะหมิงเอ๋อร์ มีอะไรหรือ”“ข้าอยากขึ้นเขาไปหาผักป่าหรือของกินขอรับ ถ้าเรารีบไปตอนนี้อาจจะหาอะไรมากินได้บ้างก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน” “ไม่ได้นะหมิงเอ๋อร์ เจ้าเพิ่งฟื้นขึ้นมาวันนี้ เหตุใดจึงดื้อรั้นอยากออกไปเที่ยวเล่นข้างนอก รอให้บิดาของเจ้ากลับมาจากไร่เสียก่อน ถ้าบิดาเจ้าไม่อนุญาต ย่าก็ไม่อนุญาตเช่นกัน ตอนนี้มารดาเจ้าล้มป่วยอยู่คนหนึ่งแล้ว หากเจ้าต้องมาล้มป่วยอีกคน ครอบครัวเราคงรับไม่ไหวแน่” นางหูถึงกับปฏิเสธทันควัน สถานการณ์ตอนนี้เป็นดังคำที่นางว่า คร
اقرأ المزيد
ตอนที่ 10
นางหูและจางอี้หมิงช่วยกันเก็บผักบุ้งมาได้พอประมาณ ทั้งสองรีบกลับไปหาหลี่อ้าย ก่อนจะพากันเดินกลับไปยังบ้านของตนเอง เพียงไม่นาน หัวหน้าครอบครัวก็เดินกลับเข้าบ้านพร้อมธัญพืชหยาบที่ได้จากการไปทำงานในวันนี้“ท่านแม่ เข้าบ้านก่อนเถอะขอรับ แล้วข้าจะเล่าให้ฟัง”จางอี้เทาเดินเอาห่อธัญพืชหยาบกับห่อเนื้อสัตว์วางไว้กลางบ้าน เขานั่งลงเพื่อพักผ่อนจากอาการปวดล้า จางอี้หมิงเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งไปหยิบน้ำมาให้บิดา เขาไม่ลืมเอาผ้าเช็ดหน้าพร้อมขันน้ำใบเล็กมาด้วย“หมิงเอ๋อร์ ช่างเป็นเด็กดีเสียจริง ขอบใจเจ้ามาก”“ไม่เป็นไรขอรับ ข้ารักท่านพ่อ ท่านพ่อทำงานเหนื่อย ข้าอยากช่วยท่านพ่อทำงานขอรับ” “อาเทา นี่มัน....” นางหูที่เดินเข้าไปดูห่อผ้าถึงกับเอ่ยถามด้วยความแปลกใจสิ่งที่นางเห็นในตอนนี้คือเนื้อสัตว์แน่ ๆ ถึงแม้ว่าจะมีส่วนเนื้อติดประปราย ที่เหลือมีแต่ไขมันเป็นส่วนมากก็เถอะ แต่ก็มีค่ามากนัก เนื้อชินนี้หากกะด้วยสายตาก็น่าจะประมาณเกือบห้าชั่ง“มีอะไรหรือเปล่าอาเทา”“วันนี้ทำงานที่ไร่วันสุดท้ายแล้วขอรับ พืชผลเก็บเกี่ยวหมดแล้ว ท่านพี่เย่จ่ายค่าจ้างเป็นธัญพืชตามที่เราแจ้งไป แต่ท่านพี่เย่คงสงสารบ้านเรา จึงแบ่งเนื้อ
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status