Partager

บทที่ 5

“โอ๊ย!” ชายคนนั้นส่งเสียงร้อง “ขอโทษที ฉันเป็นคนขวัญอ่อนน่ะ หากรู้สึกว่าไม่ชอบมาพากลมือมันก็เลยลั่น” น้ำเสียงของเสี่ยวเฉาทำให้ชายคนนี้รู้สึกขนลุก

“เด็ก ๆ พวกหนูหันหลังกลับไปก่อนนะ เอามืออุดหูเอาไว้ให้แน่นด้วยล่ะ” เด็กชายหญิงต่างปฏิบัติตามพี่สาวผู้ใจดีอย่างเชื่อฟัง

ในขณะเดียวกันแผ่นโลหะสีเงินวาวก็ดูเหมือนว่าจะเริ่มกดที่คอของโจรร้ายลึกมากขึ้น

“หากแกยังไม่อยาก....ก็บอกมาซะดี ๆ ว่าพวกแกมีกันทั้งหมดกี่คน ฉันขอเตือนเอาไว้ก่อนนะว่าอย่าตุกติก”

“สะ..สามคน” มันตอบเสียงสั่น

“มีอาวุธอะไรบ้าง” เสี่ยวเฉายังคงถามต่อ

“ปืนยาวหนึ่งกระบอก มีดยาวมีแค่นั้น” มันรีบตอบอย่างรวดเร็วเมื่อสัมผัสได้ว่าโลหะแผ่นเย็นกดลำคอของตนจนตอนนี้มันรู้สึกเจ็บ

“ดี ถ้าอย่างนั้น” พลั่ก!! เสี่ยวเฉาศอกเข้าที่จุดตายของมันบริเวณศีรษะทันที

ทำให้ร่างของมันไหลลู่ร่วงไปกองอยู่กับพื้นก่อนที่เธอจะมัดมือมัดเท้าอย่างแน่นหนาและไม่ลืมหาผ้ามาอุดปากของมันเอาไว้ด้วย ทุกการกระทำของเด็กหญิงนั้นเกิดขึ้นรวดเร็วมาก

“ไปกันเถอะ ตามพี่มาเงียบ ๆ นะอย่าส่งเสียง”

เด็กสาวผู้มีอายุมากที่สุดก้าวเท้าขึ้นบันไดทีละขั้นอย่างระมัดระวัง จนกระทั่งถึงบันไดขั้นสุดท้ายหูของเธอก็ได้ยินคำพูดของหนึ่งในสอง

“แกไปดูเจ้านั่นซิ” ผู้เป็นลูกพี่สั่ง

“ผมว่ามันคงไปเมาหลับที่ไหนแล้วนั่นแหละ” ผู้พูดไม่คิดขยับกาย

“แกรีบไป” คนเป็นลูกพี่ถีบเก้าอี้อีกตัวที่ว่างไปทางเขาอย่างหัวเสียจึงทำให้ลูกน้องของมันรีบลุกขึ้นอย่างร้อนรน

ฝีเท้าของมันเริ่มเข้ามาใกล้ ทันใดนั้นแผ่นหลังของเสี่ยวเฉาก็แข็งขึ้นด้วยความกังวล

“พวกหนูรอฉันอยู่ตรงนี้นะ อยู่กันเงียบ ๆ” เสียงของเธอเบาราวกระซิบทว่าเด็กทั้งหกกลับได้ยินอย่างชัดเจน

ชายร่างผอมเดินโซซัดโซเซพลางบ่นขึ้นอย่างหงุดหงิด มันสบถคำหยาบต่าง ๆ ออกมามากมาย โดยที่ไม่ทันได้สังเกตว่าในบัดนี้ได้มีดวงตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมันราวพยัคฆ์หมายตะครุบเหยื่อ

“เพราะไอ้บ้านั่นคนเดียวทำให้ข้าต้องโดนลูกพี่ตำหนิ” สองเท้าของมันเดินไปก็พาลเตะเอาสิ่งของที่ขวางทางไปราวระบายอารมณ์

เสี่ยวเฉาที่กำลังแอบอยู่หลังถังไม้ใบหนึ่งจ้องมองมันไม่วางตา จนกระทั่งมันเดินเลยเธอไปเด็กหญิงจึงใช้โอกาสนี้เรียกอาวุธลับชนิดหนึ่งออกมาแล้วก็

ฟุบ! ชายร่างผอมคนนี้ไม่ทันได้ส่งเสียงร้องด้วยซ้ำร่างของมันก็ล้มลงไปนอนกับพื้นเสียแล้ว

แต่ครั้งนี้โชคกลับไม่ได้เข้าข้างเสี่ยวเฉาเมื่อร่างอันสลบไสลของมันกระแทกเข้ากับถังน้ำมันและถังนั้นล้มลงไปกระแทกกับถังเหล็กจึงทำให้บนเรือเกิดเสียงดัง

“ซวยชะมัด” เด็กหญิงบ่น

คนเป็นลูกพี่ของพวกมันกระฉับปืนยาวในมือแน่น ก่อนที่จะค่อย ๆ เดินมาทางต้นเสียง ซึ่งในตอนนี้เสี่ยวเฉาได้ย้ายที่หลบซ่อนเรียบร้อยแล้ว

สายตาของชายคนนั้นกวาดตามองโดยรอบอย่างระแวดระวังภัย และเสียง ปัง! ก็ดังขึ้นเมื่อมันมองเห็นเงาสะท้อนของเด็กหญิงผมเปียยาวสองข้าง

“บ้าเอ้ย!!” เสี่ยวเฉาสบถ พลางกลิ้งตัวหลบกระสุนปืนนัดนั้น ยังไม่ทันที่เธอได้ตั้งตัวเสียงดังจากอาวุธร้ายก็ดังตามติดมาอีกครั้ง

เมื่อชายคนนั้นยิงไม่โดน มันก็ไล่ล่าเสี่ยวเฉาอย่างเอาเป็นเอาตาย “แกออกมาเดี๋ยวนี้” มันตะโกนขึ้นเสียงดัง

‘ออกไปให้โง่หรือไง’ เสี่ยวเฉาพึมพำก่อนที่เจ้าตัวจะเล็งอาวุธสั้นสีดำในมือไปทางคนผู้นั้นบ้าง

เปรี้ยง! ชายคนนั้นเสียหลักล้มลงเนื่องจากบริเวณน่องของมันถูกกระสุนเจาะเข้าไปจนของเหลวสีแดงไหลซึมออกมาตามกางเกงผ้าสีเข้ม

“แม่งเอ้ย” เจ้าตัวคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวด

ทว่าโจรร้ายก็ยังไม่สิ้นน้ำยาเมื่อมันได้ยกปืนเล็งไปทางเสียงที่ได้ยินเพราะมันคิดว่าเสี่ยวเฉาอยู่ตรงนั้น

“ไอ้โง่ ฉันอยู่ตรงนี้” เสี่ยวเฉาเอาอาวุธในมือจ่อไปยังด้านหลังกลางศีรษะของมัน

“วางอาวุธ ไม่อย่างนั้น” เสียงคริกดังขึ้นทำให้โจรร้ายเหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้าผาก “โยนไปไกล ๆ” เสี่ยวเฉาพูดขึ้นอีกครั้ง

โจรร้ายจึงได้โยนอาวุธของตนออกไปตามคำสั่งก่อนที่มันจะพลิกตัวหมายจะหันมาต่อสู้กับเด็กหญิงเพราะคิดว่าหล่อนคงไม่น่าจะสู้แรงของตนได้ ซึ่งหากว่าร่างนี้ยังไม่มีเสี่ยวเฉาเข้ามาอยู่มันคิดถูก

แต่ทว่าเสี่ยวเฉาผู้ฝึกการต่อสู้มาทุกรูปแบบจะให้ตัวเองเป็นหมูในอวยได้อย่างไร จังหวะที่มันพลิกตัวมาเสี่ยวเฉาก็เอาสันอาวุธในมือกระแทกเข้าไปยังบริเวณกกหูของมันเข้าอย่างจัง

พร้อมกันนั้นเจ้าตัวยังเตะซ้ำมันไปอีกหนึ่งทีทำให้ร่างของมันนั้นสลบเหมือด “ยังไม่ทันออกแรงเท่าไหร่เลยจอดซะแล้ว”

เจ้าตัวไม่พูดเปล่าเพราะในตอนนี้เธอยังได้เรียกเชือกเส้นใหญ่ออกมามัดมือมัดเท้าของมันอย่างแน่นหนาราวกับบ๊ะจ่างเช่นเดียวที่มันได้ลงมือทำกับเด็ก ๆ

ส่วนโจรร้ายอีกคนซึ่งเธอยังไม่รู้ว่าเด็กทั้งหกได้พากันขัดคำสั่งของตน หลังจากเสียงปืนเงียบลงเด็กพวกนี้ก็ได้หาเชือกที่อยู่บนเรือมามัดโจรที่เสี่ยวเฉาใช้ปืนยิงลูกดอกยาสลบเอาไว้อย่างแน่นหนาไม่ต่างราวกับหมู

“พวกหนูนี่เก่งเหมือนกันนะ มัดมันซะเหมือนหมูรอเชือดเลย เอาละพวกเราไปตามทหารมากันเถอะ แต่หากทหารถามให้พวกหนูบอกว่ามีคนอื่นมาช่วยและอาผู้ชายคนนั้นก็หายไปไหนแล้วไม่รู้นะ”

“ทำไมล่ะพี่สาว” เด็กชายวัยสิบขวบคนหนึ่งถามขึ้นอย่างสงสัย

“ก็เพราะว่าหากบอกว่าพี่เป็นคนช่วยพวกเขาอาจจะมองว่าพี่เป็นสายลับหรือคนน่าสงสัยได้นะสิเข้าใจไหม หลังจากนั้นพวกเขาก็อาจจะจับพี่สาวไปทรมาน” เสี่ยวเฉาแสร้งทำท่าทางหวาดกลัว

“พี่สาวไม่ต้องกลัว พวกเราจะไม่บอกใคร” เด็กทั้งหลายพากันตอบรับโดยที่เสี่ยวเฉายังไม่รู้ว่าหลังจากนี้เหตุการณ์ที่เธอกุขึ้นเด็กเหล่านี้ได้คิดว่ามันเป็นเรื่องจริงและในสมองของพวกเขาก็จดจำเช่นนี้โดยที่ไม่มีเรื่องที่เสี่ยวเฉาทำลงไปหลงเหลืออยู่

“ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ไปกัน” เสี่ยวเฉานำไฟฉายออกมาส่องทางหลังจากพาเด็กทั้งหกขึ้นมาบนฝั่งเรียบร้อย

เธอก็เป็นผู้นำพาน้อง ๆ ไปแจ้งกับทหารซึ่งช่างเป็นเรื่องโชคดีที่มีทหารกลุ่มหนึ่งกำลังเดินตรวจตราห่างออกไปไม่ไกลเนื่องจากพวกเขาได้ยินเสียงของอาวุธร้ายนั่นเอง

“พี่ชาย ช่วยพวกเราด้วย” เสี่ยวเฉาตะโกนขึ้นเสียงดังทำให้ทหารสามสี่นายพากันหันมามอง

“หนูน้อยเกิดอะไรขึ้น” หนึ่งในสี่ถามพวกเขาอย่างเป็นห่วง

“พะ..พี่ชายมีโจรจับพวกเรามา ตอนนี้พวกมันถูกจับมัดอยู่บนเรือ” เสี่ยวเฉาละล่ำละลักบอกพลางชี้นิ้วไปทางที่พวกเธอเพิ่งจะวิ่งมา

“โจร แล้วพวกหนูหนีมาได้ยังไง” ทหารคนหนึ่งถามขึ้นอย่างไม่วางใจ “คือมีคุณอาคนหนึ่งช่วยเราไว้ครับ อาคนนั้นบอกว่าให้พวกเรามาแจ้งกับทหาร” เด็กชายที่อายุโตกว่าน้อง ๆ เป็นคนตอบ

ทหารทั้งสี่นายมองหน้ากันไปมาท่าทางลังเล “พี่ชายหากยังไม่ไป เกิดคุณอาคนนั้นเป็นอะไรขึ้นมาจะแย่นะ ได้โปรดเถอะไปช่วยเขาด้วย” เสี่ยวเฉาเน้นย้ำลงไปอีก

“โจรมีกี่คน” หนึ่งในสี่ถาม

“มีสามคนค่ะ พวกมันมีอาวุธปืนยาวหนึ่ง เพราะพวกหนูได้ยินเสียงของมัน เสียงมันดังพอ ๆ กับประทัดเลย” เสี่ยวเฉาตอบทำตัวสั่น

“พวกเธอวิ่งไปทางนั้นนะไปถามหานายกองหม่าบอกเขาให้ละเอียด ส่วนพวกเราจะไปช่วยชายคนนั้นก่อน” หลังจากทหารทั้งสี่นายตัดสินใจกันได้

หนึ่งในพวกเขาก็หันไปสั่งความกับเสี่ยวเฉาที่ตนคิดว่าหล่อนน่าจะรู้เรื่องที่สุด

“ได้ค่ะ พวกพี่ชายระวังตัวกันด้วยนะ”

คล้อยหลังทหารทั้งสี่นายจากไปกลุ่มของเด็กน้อยนำโดยเสี่ยวเฉาก็ไปทำตามที่ทหารทั้งสี่นายกล่าว

นายกองหม่าก็ถามเสี่ยวเฉาเช่นที่ทหารของตนถาม “พวกหนูรออยู่ที่นี่นะ สหายนายช่วยดูแลพวกเขาด้วย” “รับทราบ”

นายกองหม่าพาทหารชุดหนึ่งวิ่งออกไป เสี่ยวเฉาจึงได้พาน้อง ๆ ทั้งหกนั่งลงบ้างก่อนที่พวกเขาจะเอามือผิงไฟที่ทหารพวกนี้จุดเอาไว้

“หนาวหน่อยนะหิวกันหรือเปล่า ตอนนี้พวกเรามีเพียงมันเผากินรองท้องกันไปก่อนนะ” ทหารชายคนหนึ่งที่มีน้องวัยไล่เลี่ยกับเด็กพวกนี้พูดพลางส่งมันเผาให้พวกเขาอย่างเอื้อเฟื้อ

“ขอบคุณครับ/ค่ะพี่ชาย” เมื่อเด็กทั้งหกมองมาทางเสี่ยวเฉาแล้วเห็นว่าเธอพยักหน้าให้ พวกเขาจึงได้เอื้อมมือไปรับพลางกล่าวขอบคุณ

“เด็กดีจริง ๆ น้องสาวเธอเป็นพี่สาวของเด็กพวกนี้อย่างนั้นเหรอ” นายทหารคนนั้นกล่าวชมก่อนหันไปถามเด็กหญิงที่ตัวโตที่สุด

“ไม่ใช่ค่ะ พวกเราเจอกันตอนถูกจับ” เสี่ยวเฉาตอบหลังจากกลืนมันเผาสีเหลืองหอมกรุ่นลงคอ

“อย่างนั้นเหรอ แล้วพวกหนูบ้านอยู่ที่ไหนเอาไว้วันพรุ่งนี้พอฟ้าสว่างพวกพี่จะพาไปส่ง” คำถามของทหารคนนี้ทำให้เด็กชายหญิงห้าคนชะงักมือที่กำลังจะยกมันเผาเข้าปาก

“พ่อตายฮือ ๆ แม่หายไปไหนไม่รู้ฮือ ๆ” เด็กชายที่อายุน้อยที่สุดร้องไห้เสียงดัง

เมื่อมีหนึ่งคนร้องเด็กอีกห้าคนก็พากันร้องตามไม่เว้นแม้แต่เด็กชายวัยสิบขวบคนหนึ่งที่เจ้าตัวยังรู้ว่าบ้านอยู่ที่ไหน แต่สำหรับพ่อแม่นั้นได้จากเขาไปตั้งแต่ช่วงอพยพ

“ไม่ต้องร้องนะ หยุดร้องก่อน” นายทหารคนนั้นเริ่มลนลานเพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์อย่างนี้

เสี่ยวเฉาเองก็รู้สึกสงสารเด็กน้อยพวกนี้เป็นอย่างมากโดยเฉพาะสองเด็กชายผู้ตัวเล็กมากที่สุด คะเนน่าจะอายุไม่เกินหกปี

“พวกเจ้าเงียบก่อนนะหากไม่มีที่ไปก็ไปอยู่กับพี่” คำพูดของเสี่ยวเฉาทำให้เด็ก ๆ พากันยกมือปาดน้ำตาก่อนมองมาทางเธอพร้อมกัน

“พี่สาวพูดจริงเหรอ” เด็กหญิงคนแรกที่คุยกับเธอในตอนถูกจับถามก่อนจะไอจนตัวโยน

“จริงสิ”

เสียงไอของเด็กคนนั้นเริ่มหนักขึ้น เสี่ยวเฉาจึงได้ขอน้ำอุ่นจากนายทหารคนนั้น เพื่อนำมาให้เด็กคนนี้ดื่มก่อนที่จะล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อบุนวมเรียกยาอมแก้ไอออกมา

“เด็กน้อยอมสิ่งนี้ก่อนนะหากไม่หายดีพี่จะให้หมอรักษาเธอ” เสี่ยวเฉากระซิบเสียงเบา

“ค่ะ”

พวกเขานั่งผิงไฟจนเริ่มรู้สึกง่วง เด็กแต่ละคนจึงได้เริ่มผล็อยหลับไปทีละคนยกเว้นเพียงเสี่ยวเฉาที่ยังคงนั่งมองไปยังทิศทางของท่าเรือ

เวลาผ่านไปชั่วครู่ใหญ่ นายกองหม่าก็นำทหารกลับมาโดยที่พวกเขาได้นำผู้ร้ายทั้งสามกลับมาด้วย

“หนูน้อยพวกเราไม่เจอชายคนนั้นนะ เจอแต่คนพวกนี้หนูจำได้ไหมว่าใช่โจรลักพาตัวหรือเปล่า” ทหารวัยกลางคนถามกับเสี่ยวเฉาก่อนที่จะนำผู้ร้ายทั้งสามเดินจากไปเมื่อเธอตอบว่าใช่แม้ว่าพวกมันจะต่อต้านก็ตาม

แววตาของพวกมันจ้องเขม็งมาทางเสี่ยวเฉาอย่างอาฆาตจนเจ้าหน้าที่กระทุ้งด้ามปืนไปที่ท้องของมันด้วยความโมโห “พวกแกยังกล้าทำให้หล่อนกลัวอีกเหรอ”

ผู้ร้ายทั้งสามคนต่างพากันก้มหน้าหลบตาลงต่ำด้วยความคับแค้นใจ

(เด็กบ้านั่นเหรอจะกลัว ถ้าพวกข้าไม่กลัวเสียหน้าคงเปิดโปงมันไปแล้ว) น่าแปลกที่ความคิดนี้ต่างก็เป็นของพวกมัน

เสียงแตกประกายของไม้ดังขึ้นทำให้มีสะเก็ดไฟสีส้มแดงลอยขึ้นตามลมที่กำลังพัดมา เสี่ยวเฉายกมือขึ้นห่อตัวก่อนที่เธอจะปิดเปลือกตาลงหลังจากทหารพาโจรร้ายทั้งสามเดินจากไป

เวลาผ่านไปจนเข้าสู่เช้าวันใหม่ เสียงกุกกักดังขึ้นทำให้เด็กหญิงลืมตาตื่นซึ่งตอนนี้เป็นเวลาเช้ามืดของอีกวัน

“ตื่นแล้วเหรอดื่มน้ำก่อนสิ”

ทหารนายหนึ่งส่งแก้วน้ำร้อนที่เขาเพิ่งเทออกจากกระติกสีเขียวใบขนาดย่อมที่มักพกติดตัวให้เธอ

“ขอบคุณค่ะ” เจ้าตัวรับน้ำมาเป่าก่อนที่จะค่อย ๆ ยกขึ้นดื่มอย่างเชื่องช้า

พอน้ำร้อนไหลผ่านจากลำคอลงสู่กระเพาะทำให้ร่างกายรู้สึกอบอุ่นขึ้นหล่อนจึงได้ดื่มลงไปอีก

ในเวลานี้กองไฟที่ถูกจุดให้ความอบอุ่นมาตลอดคืนเริ่มมอดลง

และทันทีที่แสงแรกของวันจับขอบฟ้าเสี่ยวเฉาก็ไล่ปลุกเด็กทั้งหก “พี่สาว” เด็กทุกคนงัวเงียยกมือขยี้ตา

“ตื่นขึ้นมาดื่มน้ำแต่ระวังนะ ค่อย ๆ เพราะมันร้อน” เสี่ยวเฉารินน้ำร้อนส่งให้พวกเขาทีละคน

ในตอนนี้ผู้กองหม่าผู้เป็นหัวหน้าของทหารทั้งกลุ่มรับรู้เรื่องของเด็กน้อยพวกนี้หมดแล้วเขาได้แต่ทอดถอนใจ

“เพราะสงครามแท้ ๆ ที่ทำให้พวกเขาต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าแล้วเด็กผู้หญิงที่โตกว่าคนอื่นล่ะหล่อนอยู่ที่ไหน” เขาถามกับลูกน้อง

“หล่อนบอกว่าตอนนี้อาศัยอยู่บ้านหมอตู้ครับ” เมื่อคืนหลังเด็กทั้งหกหลับเขาได้พูดคุยกับหล่อนจึงได้รู้เรื่องนี้มา

“ถ้าอย่างนั้นจัดคนของเราไปส่งพวกเขาที่นั่นก็แล้วกันเอาเงินนี้ให้เด็กคนนั้นด้วยเพราะการรับเลี้ยงเด็กอีกหกคนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย” ผู้เป็นหัวหน้าหน่วยยื่นเงินจำนวนสองหยวนออกไป

“รับทราบ”

ในระหว่างที่ทหารกลุ่มหนึ่งเดินไปส่งพวกเด็ก ๆ หนึ่งในเด็กชายคนหนึ่งจึงถามกับเสี่ยวเฉาด้วยความอยากรู้

“พี่สาว บ้านของพี่อยู่ที่ไหน”

“ในหมู่บ้านอวี๋ถง” เสี่ยวเฉาตอบตามตรง

“แล้วตอนนี้พวกเราจะไปที่ไหน ผมคิดว่าทางนี้เป็นทางเดียวกับที่ไปบ้านปู่เลย” คำพูดของเด็กชายคนนี้ทำให้เสี่ยวเฉามองหน้าเขาด้วยความอยากรู้

“น้องชายชื่ออะไร”

“ผมแซ่ตู้ ชื่อซีห่าว”

“แซ่ตู้ น้องชายรู้จักท่านหมอตู้ไหม”

คำถามของเสี่ยวเฉาทำให้เด็กชายมองเธออย่างประหลาดใจ

“พี่สาวรู้จักปู่ด้วยเหรอ” ยังไม่ทันที่เสี่ยวเฉาจะตอบเธอก็ได้ยินเสียงของหญิงสาวคนหนึ่งเรียกชื่อของร่างเดิมขึ้นเสียก่อน “เสี่ยวหนิง หนิงหนิงลูกแม่” นางฟู่วิ่งมาทางเสี่ยวเฉาทั้งน้ำตา
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 90

    แม้ว่าหลี่ลู่เหอจะรอดพ้นจากปากนรกมาได้ทว่ามั่วเฉิงกับเด็กหนุ่มคนนั้นไม่ได้โชคดีอย่างเขา ดวงตาของชายหนุ่มแดงก่ำภายใต้ร่มคันสีดำที่เสี่ยวหนิงเป็นผู้ยืนกางให้เนื่องจากแขนของเจ้าตัวมีเชือกห้อยเฝือกคล้องไว้ที่คอ “มั่วเฉิง นายเป็นวีรบุรุษของพวกเราฉันขอให้นายนอนหลับให้สบาย ส่วนเรื่อ

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 89

    “พ่อคะ พาหนูไปหาเขา ได้โปรด” เธอวิงวอนร้องขออย่างน่าสงสารจนหยางเฉียนหมิงไม่อาจปล่อยผ่าน “ได้ พ่อจะพาลูกไปเอง” เขาตอบรับเสียงหนัก รถจิ๊ปสีเขียวของกองทัพพาสองพ่อลูกหยางเดินทางเข้ามาถึงค่ายแห่งหนึ่งหลังจากสองพ่อลูกนั่งรถไฟผ่านหลายสถานีกว่าจะมาถึงตัวมณฑลแห่งนี้ “ที่นี

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 88

    เสียงล้อรถดังเอี๊ยดอ๊าดขับไล่กวดกันไปมาอย่างเอาเป็นเอาตายตามท้องถนนในตรอกซอกซอยทำให้ผู้คนที่กำลังสัญจรพากันอกสั่นขวัญแขวน เปรี้ยง! รถคันที่ถูกยิงส่ายไปมาเนื่องจากยางแตก “บ้าเอ้ย! สหายหลี่เมื่อถึงบริเวณโรงงานร้างด้านหน้าคุณรีบพาเสี่ยวหมี่ไปหาที่รับส่งข่าว ส่วนผมจะเป็นตัวล่อให้

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 87

    “พี่ใหญ่!! เกิดเรื่องกับพี่เขยแล้วครับ” ซีห่าวตะโกนขึ้นเสียงดังพลางชูกระดาษหนังสือพิมพ์ที่พาดหัวเกี่ยวกับคนที่ตนเพิ่งกล่าวถึงวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา เสี่ยวหนิงรับหนังสือพิมพ์จากมือน้องชายก่อนกวาดตาอ่านเนื้อหาในนั้นอย่างรวดเร็วใบหน้าของหล่อนซีดเผือด ในขณะที่เธอกำลังช่วยคนกำลังลำบ

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 86

    “พี่ล้อเล่นน่ะ ว่าแต่น้องหยิกพี่ทำไม” หลี่ลู่เหอยกมือของเธอขึ้นมาลูบไล้แผ่วเบาพร้อมกันนั้นสายตาของเขาก็แสดงความรักที่มีต่อหญิงสาวอย่างไม่ปิดบัง ยังไม่ทันที่เสี่ยวหนิงจะตอบโต้หล่อนก็ถูกภาพเบื้องหน้าสะกดสายตาเอาไว้ “สวยจัง” ปากสีแดงสวยขยับขึ้นลง ดวงตาของเธอเปล่งประกายคล้ายมีแสง

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 85

    สายลมหนาวพัดโชยท่ามกลางป่าเขาที่ต้นไม้ยืนต้นตายแห้งเหี่ยวเนื่องจากสภาพอากาศอันเลวร้ายที่มองไปทางไหนก็เห็นเพียงสีขาวโพลนของหิมะที่ทอดยาว ครอบครัวเสือทั้งสี่ตัวที่บัดนี้ได้คืนร่างเดิมเป็นการชั่วคราวได้แยกย้ายกันวิ่งสำรวจป่าแห่งนี้ราวกับเป็นบ้านของตน โดยหญิงสาวผู้อยู่ในชุดเสื้อโ

  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 71

    คนทั้งคู่หรือแม้แต่คนอารักขาของพวกเขาไม่มีใครทันได้สังเกตแมวน้อยตัวลายที่กระโดดหายไปตามขื่อหลังคาอย่างว่องไว ทางด้านเสี่ยวหนิงหลังจากร้องเพลงติดต่อกันไปถึงสองเพลงหล่อนก็อาศัยช่วงเวลาพักหลบออกมา และเมื่อได้ข้อมูลที่เหลาหู่นำมาเธอก็แสร้งเดินนวยนาดมาทางหลี่ลู่เหอด้วยรอยยิ้มหวานจนสะกดทุกสายต

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-01
  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 74

    ในตอนนั้นเขาจำได้ว่าหลังจากจับพวกคนเลวได้ทั้งหมดเสี่ยวหนิวผู้มีรูปร่างใหญ่กว่าพี่สาวก็ได้อุ้มร่างอันไร้สติของเด็กสาวกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาทางพวกเขาปากก็ร้องว่า “พี่ชายเหอ! ช่วยพี่ใหญ่ด้วย” เด็กหนุ่มพูดไปพลางร้องไห้ไป หัวใจของหลี่ลู่เหอกระตุกวาบ “เสี่ยวหนิว! พี่ใหญ่ กะ..เกิดอะ

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-01
  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 56

    “ค่ะแม่” เจ้าตัวรับปากเสียงใส “พี่ใหญ่ ผมไปด้วยนะครับ” ซีห่าวรีบพูดขึ้น “ตกลง มีใครอยากจะเข้าไปในเมืองอีกไหมจ๊ะ” คนเป็นพี่สาวถาม ทั้งนี้เป็นเพราะเธอไม่ค่อยได้พาน้องชายหญิงเข้าตัวเมืองบ่อยนัก “ผมครับ” เสี่ยวตงกับเสี่ยวหนิวยกมือตอบเสียงดัง “แล้วคนอื่นล่ะ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-28
  • เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันเป็นเจ๊ใหญ่   บทที่ 58

    “แกได้ความคืบหน้าอะไรมาบ้าง” น้ำเสียงแหบพร่าของ หลี่จุนโป๋ถามกับลูกชาย “ยังไม่ได้เรื่องเลยครับ โจรพวกนี้มีกันหลายกลุ่มหลายก๊กอีกทั้งยังมีพวกหนีตายของรื่อเปิ่นเข้าร่วมด้วย” “แกสั่งคนของเรากระจายกันออกไปกวาดล้างพวกมันให้หมดไม่ว่ามันจะมีกี่กลุ่มก็ต้องจัดการมันให้สิ้น” ผู้พูดเอ่ย

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-28
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status