LOGINแม้ว่าหลี่ลู่เหอจะรอดพ้นจากปากนรกมาได้ทว่ามั่วเฉิงกับเด็กหนุ่มคนนั้นไม่ได้โชคดีอย่างเขา ดวงตาของชายหนุ่มแดงก่ำภายใต้ร่มคันสีดำที่เสี่ยวหนิงเป็นผู้ยืนกางให้เนื่องจากแขนของเจ้าตัวมีเชือกห้อยเฝือกคล้องไว้ที่คอ “มั่วเฉิง นายเป็นวีรบุรุษของพวกเราฉันขอให้นายนอนหลับให้สบาย ส่วนเรื่อ
“พ่อคะ พาหนูไปหาเขา ได้โปรด” เธอวิงวอนร้องขออย่างน่าสงสารจนหยางเฉียนหมิงไม่อาจปล่อยผ่าน “ได้ พ่อจะพาลูกไปเอง” เขาตอบรับเสียงหนัก รถจิ๊ปสีเขียวของกองทัพพาสองพ่อลูกหยางเดินทางเข้ามาถึงค่ายแห่งหนึ่งหลังจากสองพ่อลูกนั่งรถไฟผ่านหลายสถานีกว่าจะมาถึงตัวมณฑลแห่งนี้ “ที่นี
เสียงล้อรถดังเอี๊ยดอ๊าดขับไล่กวดกันไปมาอย่างเอาเป็นเอาตายตามท้องถนนในตรอกซอกซอยทำให้ผู้คนที่กำลังสัญจรพากันอกสั่นขวัญแขวน เปรี้ยง! รถคันที่ถูกยิงส่ายไปมาเนื่องจากยางแตก “บ้าเอ้ย! สหายหลี่เมื่อถึงบริเวณโรงงานร้างด้านหน้าคุณรีบพาเสี่ยวหมี่ไปหาที่รับส่งข่าว ส่วนผมจะเป็นตัวล่อให้
“พี่ใหญ่!! เกิดเรื่องกับพี่เขยแล้วครับ” ซีห่าวตะโกนขึ้นเสียงดังพลางชูกระดาษหนังสือพิมพ์ที่พาดหัวเกี่ยวกับคนที่ตนเพิ่งกล่าวถึงวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา เสี่ยวหนิงรับหนังสือพิมพ์จากมือน้องชายก่อนกวาดตาอ่านเนื้อหาในนั้นอย่างรวดเร็วใบหน้าของหล่อนซีดเผือด ในขณะที่เธอกำลังช่วยคนกำลังลำบ
“พี่ล้อเล่นน่ะ ว่าแต่น้องหยิกพี่ทำไม” หลี่ลู่เหอยกมือของเธอขึ้นมาลูบไล้แผ่วเบาพร้อมกันนั้นสายตาของเขาก็แสดงความรักที่มีต่อหญิงสาวอย่างไม่ปิดบัง ยังไม่ทันที่เสี่ยวหนิงจะตอบโต้หล่อนก็ถูกภาพเบื้องหน้าสะกดสายตาเอาไว้ “สวยจัง” ปากสีแดงสวยขยับขึ้นลง ดวงตาของเธอเปล่งประกายคล้ายมีแสง
สายลมหนาวพัดโชยท่ามกลางป่าเขาที่ต้นไม้ยืนต้นตายแห้งเหี่ยวเนื่องจากสภาพอากาศอันเลวร้ายที่มองไปทางไหนก็เห็นเพียงสีขาวโพลนของหิมะที่ทอดยาว ครอบครัวเสือทั้งสี่ตัวที่บัดนี้ได้คืนร่างเดิมเป็นการชั่วคราวได้แยกย้ายกันวิ่งสำรวจป่าแห่งนี้ราวกับเป็นบ้านของตน โดยหญิงสาวผู้อยู่ในชุดเสื้อโ
หลังจากเด็กหญิงตกลงเป็นสายลับโดยที่ไม่มีใครยินยอมทว่าทั้งพ่อและหลี่ลู่เหอก็ยังไม่อาจหาหนทางได้อีกทั้งตอนนี้หยางเฉียนหมิงเองก็ยังต้องใช้เวลารักษาตัวเนื่องจากไม่อาจกลับบ้านได้ดังนั้นเจ้าตัวจึงต้องอาศัยอยู่ในหน่วยปฏิบัติการพิเศษแห่งนี้ เสี่ยวหนิงจึงคิดว่าการที่ตนเองรับหน้าที่แทนพ่อนั้นนับว่าเหมาะสมที่
“พี่ใหญ่ เจ้าลูกไม้นี้กินได้ไหมฮับ” ต้าโถวผู้เป็นน้องน้อยของกลุ่มนำผลไม้สีม่วงอมน้ำเงินที่เจ้าตัวเด็ดมาจากพุ่มไม้ถามขึ้นอย่างสงสัยระคนใคร่รู้ “กินได้จ้ะ เจ้าลูกนี้มีชื่อว่าเฮยเหมย[1]น้องลองกินดูสิ” คนเป็นพี่นำเจ้าผลไม้จิ๋วมาเช็ดกับแขนเสื้อก่อนส่งเข้าปากให้น้อง ๆ ดูเป็นตัวอย่าง
“พี่ใหญ่ พี่รอง ทุกคนกลับมาแล้ว” เสียงเล็ก ๆ ของเด็กทั้งสามวิ่งมารับหน้าพี่ ๆ ของตนด้วยความกระตือรือร้น ทั้งสามคนซึ่งมีความสูงแค่ต้นขาของคนเป็นพี่รีบวิ่งมาหาหล่อนด้วยรอยยิ้มกว้าง “เป็นเด็กดีกันหรือเปล่า” “ค่ะ/ครับ/ฮับ” พวกเขาต่างพากันตอบรับพร้อมกัน เสี
แสงอรุณแรกเริ่มโผล่พ้นขึ้นขอบฟ้าจนกระทั่งมองเห็นบรรยากาศยามเช้าอย่างชัดเจน “พวกเจ้าเหนื่อยกันไหม” นางฟู่ถามลูกชายหญิงอย่างเป็นห่วง “ไม่เหนื่อยครับ/ค่ะ” เด็กทั้งสิบคนยังคงมีใบหน้าแย้มยิ้ม โดยเฉพาะเจ้าตัวเล็กทั้งสามที่นั่งอยู่บนรถเข็น การเดินเท้าเข้าเมืองไม่ได้น่าเบ







