Masukเมื่อโอสถทิพย์ปรากฎ แผ่นดินลุกเป็นไฟจากการแย่งชิงที่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่พวกเขาตามหาอยู่นั้น อาจไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาคิด มันไม่ใช่พร แต่เป็นคำสาป สิ่งนั้นไม่ใช่เทพ แต่เป็นแวมไพร์ !
Lihat lebih banyakA dark brooding figure sat at the chair of the throne room. He was a massive and bulky man with a long black beard and shaggy hair. His face covered in scar and a stitch running for his left ear to his neck. His eyes blazed with pure hatred from the world. His black fur coat is so long that it looked like a black pool of blood.
The door to the throne room suddenly opened and in came a couple of beaten up rogues. "Your majesty!"
Upon seeing his men beaten up he raised a questioning eyebrow at them. "Care to explain?"
Hearing the king's voice they suddenly hesitated to answer, but knowing his majesty a lack of answer meant sudden doom. "W-We were under attack.....by the candidate princes from Thalia, your majesty."
The king slowly drummed his fingers on his arm rest. "How many?"
The rogues looked at each other as if hesitating. Finally one of them had the courage to answer. "Five your majesty. Six if you count the princess."
"And how many were you? Eleven? Fifteen?"
The rogues didn't answer at first as if ashamed of themselves for losing when they clearly have the advantage in numbers. However, one of them nodded, found courage and managed a nod.
The king, enraged by what he heard, slammed his fist on his arm rest. "You fools! You have made a mockery of us! Now those good doers will celebrate and boast of their victory. What would that make us?! They'll think that Tereau is weaker than they expect!"
"But, sire." Said one of the rogues. "We had them. We could have finished them off if it wasn't for the Tamer."
At this, the king was shocked, horrified, and interested. He looked at his left hand filled with dark intricate runes sealing his full power. He clenches his fist before looking back at the rogues. "Tamer you say?" He suddenly let out a laugh. "There are no Tamers here anymore. I already wiped them all out years ago."
"The girl, your majesty. She's a Tamer."
"Her familiar is a big white wolf."
"A big white wolf...Nagga." The king whispered.
"No your majesty. I don't think it's Naga because it's too small compared to her."
"IF THIS IS A JOKE OR A LIE TO HIDE YOUR INCOMPETENCE THEN TRUST ME WHEN I SAY THAT YOU SHOULD NOT HAVE DONE IT IN THE FORST PLACE." The king rose from his throne in anger. "Tamers are long gone and dead! The king and Naga died as well. Unless......" A thought suddenly occurred to him. Well more like a memory of two figures running East on horses. He saw them running from the castle of Gija, but thinking that they were mere fae servants he didn't bother to go after them. Though he did send a few men to dispose of those two.
None of his men that he sent after them came back.
"Unless what your majesty?"
"Queen Diera." The king said through gritted teeth. "So it was her. I should have known when I couldn't find her in the palace. Her pesky sister must have led her through the portal to the human world. That human princess must be her descendant. Fate be screwing with me."
"King Ferius, if she is indeed queen Diera's descendant then we'll take care of her. Just give us an order."
"No!" The king bellowed. "No one is to harm her but me. Bring her to me alive." He said and looked at his rune filled hand once more. His hand was cursed by Naga and the King to seal his power. Looking at it now he could just picture the late kings devilish smirked as he cursed him.
This way you can never use your powers to destroy families again. Make this a reminder: The end of Gija is also the end of your evil reign.
He never understood what the late king of Gija said back then. But after a few years of research he found out that a Tamers curse can only be lifted by a Tamers blood.
"If she is the descendant from the previous king and queen from Gija then her blood might be useful to me in breaking this curse." A temporary smile lingered on King Ferius's lips before it was gone. "Find this girl. Bring her to me alive and kill everyone that gets in your way. I must have the blood of the last Tamer."
“อินรูโต๊ะ !”เลือดพุ่งออกมาจากแผลที่ข้อมือของเฮ่ยหลู่ต้งปิง เข้ามาในปากของเซาโล แขนของเฮ่ยหลู่ ต้งปิงถึงกับชาจนขยับไม่ได้ กระบี่เหรียญที่แทงร่างของเซาโลกระเด็นหลุดจากร่าง เฮ่ยหลี่ต้งปิงเสียเลือดไปมากจนยืนไม่อยู่ เซาโลเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้เฮ่ยหลู่ต้งปิงอ่อนแรงจนทำอะไรไม่ได้แล้ว เซาโลฟาดอาวุธเข้าไปที่คอของเฮ่ยหลี่ต้นปิง หัวเขาขาดกระเด็น อวี่จิ้งเซียงเธอต้องคอยหลบ กู่และใช้ร่มจัดการ แต่อยู่ ๆ เธอก็หน้ามืดเข่าอ่อน และคนที่อยู่ใกล้ ๆ อีกหลายคนก็มีอาการแบบเดียวกัน “รู้ตัวช้านะ เจ้าสูดลมพิษของข้าไปแล้ว ไม่ต้องกลัวหรอกไม่ถึงตายหรอก แต่เจ้าไม่รอดจากกู่ของข้า แน่ ๆ ” เมื่อเฮ่ยเหอเซียงกู่พูดจบ กู่ทั้งฝูงก็กำลังจะเล่นงานอวี่จิ้งเซียง แต่ว่า เหล่ากู่โดนอาวุธของเซาโลทำลายไปทั้งหมดแล้ว “แก ! ทำไมพิษมันไม่ได้ผล” เฮ่ยเหอเซียงกู่ตกใจมาก “คิดว่าข้าเป็นมนุษย์หรือไงจะได้แพ้พิษนี่” มีกู่ตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาหาเซาโล เขาใช้ปากกัดมันเคี้ยวก่อนจะคายออกมา “รสชาติไม่ได้เรื่องเลย นึกว่าจะเผ็ดกว่านี้ซะอีก” เฮ่ยเหอเซียงกู่เริ่
ตอนที่ 14 “อะไรกัน ใจร้อนจังนะพ่อหนุ่ม แค่กอดเองจะอะไรนักหนาเหรอ ไม่รู้เหรอว่าพวกเรากับท่านอ๋องเป็นอะไรกัน” อลิซพูดจบก็กลับไปอยู่ข้าง ๆ ท่านอ๋องเหมือนเดิม “หมายความว่าอะไรกันขอรับท่านอ๋อง” เฟิ่งต้ายงพูดด้วยน้ำเสียงแปลกใจ อลันกับอลิซเลยผลัดกันจูบท่านอ๋องต่อหน้าทั้งสามคน ทั้งสามทำไม่หน้าถูก ตะลึงกับภาพที่เห็น “ยังไม่ชัดเจนอีกเหรอ ท่านอ๋องเป็นของพวกเราไงล่ะ” อลันพูดและส่งสายตาไปให้ทั้งสาม อลิซก็เหมือนกันทำให้ทั้งสามคนขนลุกแปลก ๆ “อย่าได้แปลกใจไป สองคนนี่ได้มอบพลังให้กับข้า” ท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงพูดน้ำเสียงของเขาดูล่องลอย “ท่านใช้โอสถทิพย์ไปแล้วเหรอขอรับ” ซุ่นมู่ซานพูดด้วยความตื่นเต้น ทั้งอลันและอลิซส่งเสียงหัวเราะดังลั่น “แหม ๆ ไม่น่าจะเรียกว่าใช้หรอกนะ เราแค่มีความสุขด้วยกันจะดีกว่านะ” อลิซพูดพลางไปนั่งตักของท่านอ๋อง “แปลว่าท่านจะเอาพลังไปรักษาฮ่องเต้สินะขอรับ” เฟิงต้ายงพูดด้วยสายตาแห่งความหวัง ท่านอ๋อง หลี่หวู่หมิงนิ่งไปก่อนจะพูดว่า “คิดว่าข้าจะเอาพลังนี่ไปช่วยฮ่องเต้ขี้โรคนั่นจริง ๆ เหรอ”เม
“เด เม อัด เม” ดาบแส้อาวุธคู่กายกลับมาอยู่ในมือของเซาโล เขามองไปที่ทั้งสี่ แล้วเรียกหาบิงโก้ แต่กลับไม่เสียงตอบรับ เซาโลเลยวิ่งไปที่อีกห้องด้วยความเร็วทำให้ทั้งสี่ลงมือไม่ทัน “ตามมันไปเร็วเข้า” เฟิ่งต้ายงพูด ทุกคนตามไปทันทีเซาโลเข้ามาให้ห้องหนึ่ง มีพวกสาวกอยู่นั้นกลุ่มหนึ่ง เขาเห็นร่างของบิงโก้โดนตัดแขนขา ตัวถูกเกี่ยวเอาไว้ เซาโลโกรธจัดฟาดฟันอาวุธใส่พวกสาวกนั่นทันที พวกเขาได้แผลยาวกันทุกคน“อินรูโต๊ะ” เลือดพุ่งเข้ามาในปากของเขา และเขาก็ปล่อยบิงโก้ลงมา ตอนนี้บิงโก้มองเขา แล้วพูดว่า“นายท่านปลอดภัยแล้วสินะขอรับ”“ยังจะมาห่วงข้าทำไม ไม่ดูตัวเองก่อนล่ะ” เซาโลพูดแม้น้ำเสียงของเขาฟังดูเรียบเฉย แต่หากมองตาเขา ดี ๆ ตอนนี้มันเต็มไปด้วยความเศร้า เขาก้มและพยายามต่อแขนขาคืนกับให้กับบิงโก้ เถียวเสี่ยวฟู่กำลังดีดพิณเพื่อใช้เสียงพิณเล่นงานแต่ อวี่จิ้งเซียงห้ามเอาไว้ก่อน“ตอนนี้เขาไม่เป็นอันตรายหรอก เชื่อสิ ให้เขาได้บอกลากันเถอะ”ไม่ว่าเซาโลจะทำยังไงก็ต่อแขนขาคืนให้บิงโก้ไม่ได้ “พวกมันใช้อาคมตัดร่างกายข้า มันต่อคืนไม่ได้หรอกขอรับ อย่าพยายามเลย” บิงโก้พูดทำให้เซาโลนิ่งไปพักใหญ่ ตั้งแต
ตอนที่ 13 “โอะ ๆ ก็เอาสิขอรับ ก็เป็นการประกาศให้โลกรู้ไปเลยท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ โดยคนต่างชาติพรากพรหมจรรย์ทางทวารไปแล้ว พวกข้าน่ะไม่มีอะไรให้เสียหรอกนะขอรับ แต่ท่านล่ะเป็นยังไงน่า” อลันพูดขึ้นมา ท่านอ๋องถึงกับพูดไม่ออก เหมือนใครเอาน้ำเย็นมาสาดจนชาไปทั้งตัว ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงไหนก็อายถึงนั้น ชื่อเสียงของท่านอ๋องจะไม่เหลือชิ้นดี เผลอ ๆ อาจทำให้ท่านต้องถูกปลดจากตำแหน่งไป ไม่อาจโดนประหารไปเลย เลยก็ได้ เพราะสำหรับเชื่อพระวงศ์แล้วนี่มันเรื่องเสื่อมเสียที่สุดแล้ว ท่านอ๋องไม่มีทางเลือก อลิซหัวเราะคิก ๆ คัก ๆ อยู่ตรงหน้า “พวกเจ้าหลอกข้า อำนาจอะไรนั่นไม่มีจริงสินะ” อ๋องหลี่หวู่หมิงโวยวายเสียงดังลั่น น้ำตาไหลออกมาด้วยความคับแค้นใจ “อย่าพูดแบบนั้นพวกเรารักษาคำพูดเสมอนะขอรับ ท่านอ๋องเอาล่ะ ตามสัญญา ลุกขึ้นสิขอรับ” อลันพูดขึ้นมาเมื่อไม่มีทางเลือกอะไรอีกแล้ว หลี่หวู่หมิงลุกขึ้นมาอย่างว่าง่าย อลันไปยืนด้านหลังและกอดท่านอ๋องจากด้านหลังส่วนอลิซกอดท่านอ๋องจากหน้า กลายเป็นว่าตอนนี้ท่านอ๋องอยู่อ้อมกอดของทั้งสองคน แต่มันกลับไม่ได้ทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นเลยสักนิด ตรงกันข้า
“พวกแวมไพร์มันมีราชาอยู่ แต่ราชาของพวกมันหายสาปสูญไปนานแล้ว เหลือแต่ขุนพลเจ็ดตระกูล ถ้าอิงตามอาวุธที่เจ้าบอก มันคือ แวมไพร์ตระกูลมอลคอส ถือเป็นญาติของราชาของพวกมันโดยตรงเลยน่ะสิ จัดว่าเป็นตัวอันตรายเลยล่ะ” เมื่อบาดหลวงพูดจบ ทุกคนหน้าซีดเผือด คั่งหวั่นฟางก็รีบถามว่า “มันมาที่
ตอนที่ 8 “จริง ! คุณพ่อไม่ได้เรียกเงินจากพวกเราเลย มิหน่ำซ้ำยังให้ค่าแรงและค่าอาหารกับพวกเราอีก พวกเราเลยทำงานให้ด้วยความเต็มใจ” ชาวบ้านพูดเสริมขึ้นมา “มาสร้างทำไมที่นี่ ไม่ไปสร้างในเขตต่างของพวกมันกันล่ะ ศาสนาของต่างชาติก็อยู่กับคนต่างชาติไปสิ ที่นี่สวรรค์บัญชาแล้วว่าจะ
“เป็นลูกน้องอย่านินทานายสิ” เฟิ้งต้ายงตำหนิอวี่จิ้งเซียงแต่นางแย้งว่า “พวกท่านก็เห็นนี่ ว่าตอนนี้ท่านอ๋อง ตอนนี้เหมือนจะไม่สนใจอะไรแล้วนอกจากไอ้ตัวบ้านั่น เราให้ข้อมูลหลายครั้งแล้วนะ ท่านอ๋องก็ยังคิดจะจับมันมาอีก” “อย่าลืมสิขนาดพิษยังเอามายาได้เลย ถ้ารู้วิธีใช้นะ
ตอนที่ 7ชายผอมกำลังจะใช้กระจกแปดเหลี่ยมส่อง แต่ว่าเซาโล กำเศษพื้นและดีดออกไป โดนกระจกแปดเหลี่ยมแตก ! ทำให้พลังจากกระจกใช้ไม่ได้ เจ้าผอมเดินถอยหลังไปตรงที่กรงที่ขังบิงโกเอาไว้ บิงโก้จัดการบีบคอมันจนขาดใจตาย ตอนนี้พลังของเซาโลกลับมาแล้ว “เตรียมตัวตายเถอะไอ้พวกเวร” เขามองที่ศพของไอ้อ้วนแล











