LOGINเมื่อโอสถทิพย์ปรากฎ แผ่นดินลุกเป็นไฟจากการแย่งชิงที่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่พวกเขาตามหาอยู่นั้น อาจไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาคิด มันไม่ใช่พร แต่เป็นคำสาป สิ่งนั้นไม่ใช่เทพ แต่เป็นแวมไพร์ !
View MoreBiya tak pernah menyangka, hidupnya sebagai mahasiswa bisa berubah semiris ini. Hidupnya terasa lurus-lurus saja, tanpa drama yang berarti.
Semua itu berubah ketika Mahes, pacarnya selama hampir setahun, tiba-tiba memutuskan hubungan. Alasannya membuat Biya hancur sekaligus marah hanya karena ia menolak berciuman. Bagi Biya, menjaga diri bukan hal memalukan, tapi justru prinsip yang ia pegang teguh.
“Ih, kasihan ya,” suara seseorang terdengar di koridor.
Sayangnya, di mata Mahes, sikap itu dianggap membosankan, polos, dan tidak menarik. Sejak saat itu, Biya merasa harga dirinya runtuh. Perasaan itu tumbuh menjadi luka yang sulit sembuh, sekaligus melahirkan sebuah tekad baru. Ia ingin membuktikan pada dirinya—dan diam-diam pada Mahes—bahwa ia tidak sepolos dan semembosankan itu.
“Itu kan yang diputusin Mahes cuma gara-gara nggak mau dicium. Sok suci banget.”
Biya menunduk, berusaha tak peduli, meski telinganya panas dan matanya mulai berair. Apa salahnya menjaga diri? Memangnya itu dosa?
Sepanjang jalan pulang, bisikan dan tawa meremehkan terus menghantui. Dadanya sesak, langkahnya terasa berat. Hingga akhirnya, ketika ia melewati lorong belakang kampus, Biya berhenti. Pandangannya terpaku pada pemandangan yang menusuk jantungnya.
Mahes—lelaki yang baru saja memutuskan dirinya—kini tengah menempelkan bibirnya pada seorang mahasiswi lain, tangannya melingkar mesra di pinggang perempuan itu. Air mata Biya luruh seketika.
Sialan.
Baginya, yang paling menyakitkan bukan sekadar ditinggalkan. Tapi fakta bahwa Mahes bisa dengan ringan berkata ia terlalu polos, lalu beberapa hari kemudian dengan mudah menunjukkan "kemesraan" itu di depan umum, seolah membuktikan kalau keputusan meninggalkan Biya memang benar.
“Ini tuh tempat belajar! Dasar brengsek!” Biya menunduk, menahan suara agar tidak pecah.
Ia berbalik, langkahnya gemetar, tak ingin lagi melihat. Dadanya perih, bukan hanya karena diejek, tapi karena Mahes membuktikan semua ucapan kejamnya dengan tindakan.
Sesampainya di rumah, Biya langsung membanting pintu. Tasnya ia lempar ke sofa, tubuhnya ikut terjerembab menyusul. Lutut ditarik ke dada, matanya masih sembab.
“Kenapa ini kenapa?” tanya Abangnya, Arsen, seraya di kursi seberang.
Di sampingnya, Bagas—teman dekat abangnya yang kebetulan sedang mampir—ikut mendengar.
“Orang-orang bilang aku nggak menarik, cuma karena aku nggak mau dicium. Mereka ketawa, bilang aku cupu, nggak seksi. Mahes juga… dia—” suaranya pecah, tak sanggup melanjutkan.
“Siapa Mahes? Pacar kamu? Abang labrak ya! Bener bener ya!”
Masih dengan mata sembab, Biya mendongak. Air matanya masih menempel. “Gak usah!”
Bukan emosi kesal yang ia lihat. Justru abangnya tertawa.
Yang ia dapatkan bukan tatapan marah, melainkan tawa keras abangnya.
“Biyaaa, kamu tuh! HAHAHAHA.” Arsen terbahak sambil menggeleng, seolah masalah Biya hanya remeh-temeh.
Biya menatapnya tak percaya. “Bang, aku serius!” suaranya pecah, matanya memerah lagi.
Tawa Arsen perlahan mereda, tapi bukan karena sadar. Ia masih menyeringai. “Ya ampun, Biya… gara-gara nggak mau dicium aja kamu dibikin nangis? Kenapa sihh kamuu?”
Biya ingin membantah, tapi terhenti ketika menyadari Bagas masih duduk di sana. Lelaki itu diam, hanya menatapnya lurus. Tatapan yang sama sekali berbeda dari Arsen—tidak mengejek, tidak meremehkan. Ia menatap Biya lurus.
Perempuan itu melemparkan bantal ke arah Arsen yang masih tertawa. Kemudian melangkah lari ke kamarnya.
Di kamar, ia berdiri di depan cermin besar, menatap wajahnya yang lelah tapi penuh tanda tanya. Jari-jarinya menyentuh pelan bibirnya yang sering kali terasa kaku dan tak percaya diri.
Matanya menelusuri lekuk wajah, bahu, hingga ke rambut yang selama ini ia anggap biasa saja. Ada getar halus di dadanya—antara ragu dan berharap.
Jarinya pelan menyentuh bibirnya sendiri, seolah mencari jawaban yang tak mudah ditemukan. Bibir Biya memang bukan tipe bibir tipis atau tebal, bisa dibilang berada ditengah-tengah. Dulu, saat masih SMP, SMA, ia merasa insecure dengan bibirnya, tapi itu berubah saat mulai kuliah sarjana.
Ada kekhawatiran tersembunyi di balik kata-katanya, sebuah ketidakpastian tentang tubuh yang selama ini ia merasa asing dengannya sendiri.
“Apa aku gak menarik?”
Biya menghela nafas panjang, mencoba menerima bayangan dirinya yang selama ini ia pandang sebelah mata.
Perihal tubuh saja bisa menjadi ejekan untuk orang lain, memangnya dosa ya kalau tidak seksi? Kalau semua wanita dimuka bumi ini memiliki bentuk tubuh yang dianggap seksi, itu artinya tidak ada keberagaman dalam manusia.
Benar? Harusnya sih iya.
Biya menghela nafas lelah, mencari validasi dalam pikirannya sendiri bahwa dengan begini saja sudah cukup.
Bukan gue yang nggak seksi, tapi mereka yang otak mesum. Sambil menatap pantulannya di cermin, Biya memiliki ide gila.
Beberapa menit kemudian, ia keluar lagi ke ruang tamu. Arsen sudah tidak ada. Hanya Bagas yang masih duduk, menunduk ke arah laptopnya.
“Abang kemana, Mas?” suara Biya lirih.
“Salin dokumen di ruang kerjanya,” jawabnya tanpa menoleh pada Biya. Biya menghela nafas, mengumpulkan keberanian yang tersisa.
“Mas, ada sesuatu yang mau aku omongin,” suaranya pelan, nyaris bergetar.
Bagas tersenyum ramah, menatapnya penuh perhatian.
“Ada apa?”
Biya mengumpulkan kata-kata, menyiapkan langkah pertamanya dalam perjalanan yang tak mudah ini.
“Bisa ajarin aku, nggak?”
“Selama saya bisa,” begitu jawabnya yang semakin mempercepat debaran jantungnya. Bagas menatapnya dengan tenang, menunggu adik sahabatnya mengatakan niatnya.
“Ajarin apa?” tanyanya lagi.
“Ajarin aku ciuman.”
ตอนที่ 14 “อะไรกัน ใจร้อนจังนะพ่อหนุ่ม แค่กอดเองจะอะไรนักหนาเหรอ ไม่รู้เหรอว่าพวกเรากับท่านอ๋องเป็นอะไรกัน” อลิซพูดจบก็กลับไปอยู่ข้าง ๆ ท่านอ๋องเหมือนเดิม “หมายความว่าอะไรกันขอรับท่านอ๋อง” เฟิ่งต้ายงพูดด้วยน้ำเสียงแปลกใจ อลันกับอลิซเลยผลัดกันจูบท่านอ๋องต่อหน้าทั้งสามคน ทั้งสามทำไม่หน้าถูก ตะลึงกับภาพที่เห็น “ยังไม่ชัดเจนอีกเหรอ ท่านอ๋องเป็นของพวกเราไงล่ะ” อลันพูดและส่งสายตาไปให้ทั้งสาม อลิซก็เหมือนกันทำให้ทั้งสามคนขนลุกแปลก ๆ “อย่าได้แปลกใจไป สองคนนี่ได้มอบพลังให้กับข้า” ท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงพูดน้ำเสียงของเขาดูล่องลอย “ท่านใช้โอสถทิพย์ไปแล้วเหรอขอรับ” ซุ่นมู่ซานพูดด้วยความตื่นเต้น ทั้งอลันและอลิซส่งเสียงหัวเราะดังลั่น “แหม ๆ ไม่น่าจะเรียกว่าใช้หรอกนะ เราแค่มีความสุขด้วยกันจะดีกว่านะ” อลิซพูดพลางไปนั่งตักของท่านอ๋อง “แปลว่าท่านจะเอาพลังไปรักษาฮ่องเต้สินะขอรับ” เฟิงต้ายงพูดด้วยสายตาแห่งความหวัง ท่านอ๋อง หลี่หวู่หมิงนิ่งไปก่อนจะพูดว่า “คิดว่าข้าจะเอาพลังนี่ไปช่วยฮ่องเต้ขี้โรคนั่นจริง ๆ เหรอ”เม
“เด เม อัด เม” ดาบแส้อาวุธคู่กายกลับมาอยู่ในมือของเซาโล เขามองไปที่ทั้งสี่ แล้วเรียกหาบิงโก้ แต่กลับไม่เสียงตอบรับ เซาโลเลยวิ่งไปที่อีกห้องด้วยความเร็วทำให้ทั้งสี่ลงมือไม่ทัน “ตามมันไปเร็วเข้า” เฟิ่งต้ายงพูด ทุกคนตามไปทันทีเซาโลเข้ามาให้ห้องหนึ่ง มีพวกสาวกอยู่นั้นกลุ่มหนึ่ง เขาเห็นร่างของบิงโก้โดนตัดแขนขา ตัวถูกเกี่ยวเอาไว้ เซาโลโกรธจัดฟาดฟันอาวุธใส่พวกสาวกนั่นทันที พวกเขาได้แผลยาวกันทุกคน“อินรูโต๊ะ” เลือดพุ่งเข้ามาในปากของเขา และเขาก็ปล่อยบิงโก้ลงมา ตอนนี้บิงโก้มองเขา แล้วพูดว่า“นายท่านปลอดภัยแล้วสินะขอรับ”“ยังจะมาห่วงข้าทำไม ไม่ดูตัวเองก่อนล่ะ” เซาโลพูดแม้น้ำเสียงของเขาฟังดูเรียบเฉย แต่หากมองตาเขา ดี ๆ ตอนนี้มันเต็มไปด้วยความเศร้า เขาก้มและพยายามต่อแขนขาคืนกับให้กับบิงโก้ เถียวเสี่ยวฟู่กำลังดีดพิณเพื่อใช้เสียงพิณเล่นงานแต่ อวี่จิ้งเซียงห้ามเอาไว้ก่อน“ตอนนี้เขาไม่เป็นอันตรายหรอก เชื่อสิ ให้เขาได้บอกลากันเถอะ”ไม่ว่าเซาโลจะทำยังไงก็ต่อแขนขาคืนให้บิงโก้ไม่ได้ “พวกมันใช้อาคมตัดร่างกายข้า มันต่อคืนไม่ได้หรอกขอรับ อย่าพยายามเลย” บิงโก้พูดทำให้เซาโลนิ่งไปพักใหญ่ ตั้งแต
ตอนที่ 13 “โอะ ๆ ก็เอาสิขอรับ ก็เป็นการประกาศให้โลกรู้ไปเลยท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ โดยคนต่างชาติพรากพรหมจรรย์ทางทวารไปแล้ว พวกข้าน่ะไม่มีอะไรให้เสียหรอกนะขอรับ แต่ท่านล่ะเป็นยังไงน่า” อลันพูดขึ้นมา ท่านอ๋องถึงกับพูดไม่ออก เหมือนใครเอาน้ำเย็นมาสาดจนชาไปทั้งตัว ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงไหนก็อายถึงนั้น ชื่อเสียงของท่านอ๋องจะไม่เหลือชิ้นดี เผลอ ๆ อาจทำให้ท่านต้องถูกปลดจากตำแหน่งไป ไม่อาจโดนประหารไปเลย เลยก็ได้ เพราะสำหรับเชื่อพระวงศ์แล้วนี่มันเรื่องเสื่อมเสียที่สุดแล้ว ท่านอ๋องไม่มีทางเลือก อลิซหัวเราะคิก ๆ คัก ๆ อยู่ตรงหน้า “พวกเจ้าหลอกข้า อำนาจอะไรนั่นไม่มีจริงสินะ” อ๋องหลี่หวู่หมิงโวยวายเสียงดังลั่น น้ำตาไหลออกมาด้วยความคับแค้นใจ “อย่าพูดแบบนั้นพวกเรารักษาคำพูดเสมอนะขอรับ ท่านอ๋องเอาล่ะ ตามสัญญา ลุกขึ้นสิขอรับ” อลันพูดขึ้นมาเมื่อไม่มีทางเลือกอะไรอีกแล้ว หลี่หวู่หมิงลุกขึ้นมาอย่างว่าง่าย อลันไปยืนด้านหลังและกอดท่านอ๋องจากด้านหลังส่วนอลิซกอดท่านอ๋องจากหน้า กลายเป็นว่าตอนนี้ท่านอ๋องอยู่อ้อมกอดของทั้งสองคน แต่มันกลับไม่ได้ทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นเลยสักนิด ตรงกันข้า
สามารถเข้ามาประชิดตัวได้โดยที่ท่านอ๋องไม่รู้ตัวเลยสักนิด ถึงแม้ว่าหลี่หวู่หมิงจะเป็นอ๋อง แต่เขาไม่ใช่ประเภทที่นั่ง ๆ นอน ๆ อย่างสบาย ๆ อยู่ในตำหนัก ตรงข้ามท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงนั้นผ่านสงครามมาหลายครั้ง และฝึกวรยุทธิ์มาตลอด ปกติแล้วท่านจะมีประสาทสัมผัสที่เฉียบคมพอสมควร แต่ผู้หญิงคนนี้เข้ามาใกล้ตัวได้โดยที่ท่านไม่รู้ตัวเลย “แหม ๆ ท่านอ๋องก็ ถ้าข้าจะลงมือ ท่านตายไปนานแล้วเพคะ แหม ! ก้นเด้งจังนะ เพคะ” อลิซพูดยิ้ม ๆ ท่านพยักหน้ารับรู้ การรับพลังจากสองคนนี้ดูจะเรื่องที่ฉลาดกว่าที่จะหาทางยากสกัดยา จึงเรียกคนใช้มา สั่งการทันที อลันอลิซมองหน้ากันและเลียปาก ห้องที่ท่านอ๋องให้ไปจัดการ มันคือบ้านหลังเล็ก ๆ ที่ท่านอ๋องชอบไปพักผ่อนเวลาที่อยากอยู่เงียบ ๆ คนเดียว และมันห่างจากพื้นที่หลักมาก เรียกได้ว่า มาที่นี่จะไม่มีใครได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น ท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงต้องรอจนถึงเวลา อ๋องหลี่หวู่หมิงรู้สึกตื่นเต้น เพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะเจอกับอะไรถ้ามีทางอื่นท่านอ๋องไม่เลือกทางนี้แน่ พอเปิดห้องเข้าไปแล้ว ก็ต้องตะลึง อลิซสวมเพียงชุดตู้โต้ว[1]สีแดงสดเหมือนกับลูกพุทธาสุก มันให้ท
“พวกแวมไพร์มันมีราชาอยู่ แต่ราชาของพวกมันหายสาปสูญไปนานแล้ว เหลือแต่ขุนพลเจ็ดตระกูล ถ้าอิงตามอาวุธที่เจ้าบอก มันคือ แวมไพร์ตระกูลมอลคอส ถือเป็นญาติของราชาของพวกมันโดยตรงเลยน่ะสิ จัดว่าเป็นตัวอันตรายเลยล่ะ” เมื่อบาดหลวงพูดจบ ทุกคนหน้าซีดเผือด คั่งหวั่นฟางก็รีบถามว่า “มันมาที่
ตอนที่ 8 “จริง ! คุณพ่อไม่ได้เรียกเงินจากพวกเราเลย มิหน่ำซ้ำยังให้ค่าแรงและค่าอาหารกับพวกเราอีก พวกเราเลยทำงานให้ด้วยความเต็มใจ” ชาวบ้านพูดเสริมขึ้นมา “มาสร้างทำไมที่นี่ ไม่ไปสร้างในเขตต่างของพวกมันกันล่ะ ศาสนาของต่างชาติก็อยู่กับคนต่างชาติไปสิ ที่นี่สวรรค์บัญชาแล้วว่าจะ
“เป็นลูกน้องอย่านินทานายสิ” เฟิ้งต้ายงตำหนิอวี่จิ้งเซียงแต่นางแย้งว่า “พวกท่านก็เห็นนี่ ว่าตอนนี้ท่านอ๋อง ตอนนี้เหมือนจะไม่สนใจอะไรแล้วนอกจากไอ้ตัวบ้านั่น เราให้ข้อมูลหลายครั้งแล้วนะ ท่านอ๋องก็ยังคิดจะจับมันมาอีก” “อย่าลืมสิขนาดพิษยังเอามายาได้เลย ถ้ารู้วิธีใช้นะ
ตอนที่ 7ชายผอมกำลังจะใช้กระจกแปดเหลี่ยมส่อง แต่ว่าเซาโล กำเศษพื้นและดีดออกไป โดนกระจกแปดเหลี่ยมแตก ! ทำให้พลังจากกระจกใช้ไม่ได้ เจ้าผอมเดินถอยหลังไปตรงที่กรงที่ขังบิงโกเอาไว้ บิงโก้จัดการบีบคอมันจนขาดใจตาย ตอนนี้พลังของเซาโลกลับมาแล้ว “เตรียมตัวตายเถอะไอ้พวกเวร” เขามองที่ศพของไอ้อ้วนแล











