อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย

อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-09-15
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
28Bab
567Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เมื่อโอสถทิพย์ปรากฎ แผ่นดินลุกเป็นไฟจากการแย่งชิงที่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่พวกเขาตามหาอยู่นั้น อาจไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาคิด มันไม่ใช่พร แต่เป็นคำสาป สิ่งนั้นไม่ใช่เทพ แต่เป็นแวมไพร์ !

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1/1

A dark brooding figure sat at the chair of the throne room. He was a massive and bulky man with a long black beard and shaggy hair. His face covered in scar and a stitch running for his left ear to his neck. His eyes blazed with pure hatred from the world. His black fur coat is so long that it looked like a black pool of blood.

The door to the throne room suddenly opened and in came a couple of beaten up rogues. "Your majesty!"

Upon seeing his men beaten up he raised a questioning eyebrow at them. "Care to explain?"

Hearing the king's voice they suddenly hesitated to answer, but knowing his majesty a lack of answer meant sudden doom. "W-We were under attack.....by the candidate princes from Thalia, your majesty."

The king slowly drummed his fingers on his arm rest. "How many?"

The rogues looked at each other as if hesitating. Finally one of them had the courage to answer. "Five your majesty. Six if you count the princess."

"And how many were you? Eleven? Fifteen?"

The rogues didn't answer at first as if ashamed of themselves for losing when they clearly have the advantage in numbers. However, one of them nodded, found courage and managed a nod.

The king, enraged by what he heard, slammed his fist on his arm rest. "You fools! You have made a mockery of us! Now those good doers will celebrate and boast of their victory. What would that make us?! They'll think that Tereau is weaker than they expect!"

"But, sire." Said one of the rogues. "We had them. We could have finished them off if it wasn't for the Tamer."

At this, the king was shocked, horrified, and interested. He looked at his left hand filled with dark intricate runes sealing his full power. He clenches his fist before looking back at the rogues. "Tamer you say?" He suddenly let out a laugh. "There are no Tamers here anymore. I already wiped them all out years ago."

"The girl, your majesty. She's a Tamer."

"Her familiar is a big white wolf."

"A big white wolf...Nagga." The king whispered.

"No your majesty. I don't think it's Naga because it's too small compared to her."

"IF THIS IS A JOKE OR A LIE TO HIDE YOUR INCOMPETENCE THEN TRUST ME WHEN I SAY THAT YOU SHOULD NOT HAVE DONE IT IN THE FORST PLACE." The king rose from his throne in anger. "Tamers are long gone and dead! The king and Naga died as well. Unless......" A thought suddenly occurred to him. Well more like a memory of two figures running East on horses. He saw them running from the castle of Gija, but thinking that they were mere fae servants he didn't bother to go after them. Though he did send a few men to dispose of those two.

None of his men that he sent after them came back.

"Unless what your majesty?"

"Queen Diera." The king said through gritted teeth. "So it was her. I should have known when I couldn't find her in the palace. Her pesky sister must have led her through the portal to the human world. That human princess must be her descendant. Fate be screwing with me."

"King Ferius, if she is indeed queen Diera's descendant then we'll take care of her. Just give us an order."

"No!" The king bellowed. "No one is to harm her but me. Bring her to me alive." He said and looked at his rune filled hand once more. His hand was cursed by Naga and the King to seal his power. Looking at it now he could just picture the late kings devilish smirked as he cursed him.

This way you can never use your powers to destroy families again. Make this a reminder: The end of Gija is also the end of your evil reign.

He never understood what the late king of Gija said back then. But after a few years of research he found out that a Tamers curse can only be lifted by a Tamers blood.

"If she is the descendant from the previous king and queen from Gija then her blood might be useful to me in breaking this curse." A temporary smile lingered on King Ferius's lips before it was gone. "Find this girl. Bring her to me alive and kill everyone that gets in your way. I must have the blood of the last Tamer."

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
28 Bab
บทที่ 1/1
อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย ตอนที่ 1 อาณาจักรดันซือ ราชวงศ์หลี่[1] ปี 1546เสียงกระดิ่งดังเป็นสัญญาณ ให้เหล่าชาวบ้านต้องหลีกทาง ไม่งั้นก็อาจจะโชคร้าย เด็กที่กำลังร้องไห้ยังต้องเงียบ และวิ่งเข้าบ้านทันที ชายสวมชุดนักพรตสีเหลืองเป็นเดินมาพร้อมกับลูกศิษย์อีกสามคน นั่นเครื่องหมายว่าเขาคือ นักพรตวิชาเหมาซาน[2] และยังมีกลุ่มคนเดินตามเขามา ไม่สิจะเรียกว่าเดินคงจะไม่ได้ ทุกร่างกำลังกระโดดตามเขา มีทั้งชายและหญิง ผิวมีสีขาวอมเขียว และส่งกลิ่นเหม็นชวนอาเจียนออกมาตลอดทาง ที่หน้าของทุกร่างจะมีกระดาษยันต์เขียนด้วยหมึกสีแดงแปะไว้ที่หน้าผาก แม้ร่างนี้จะเคลื่อนที่ด้วยการกระโดด แต่ก็ไม่ได้มีความคิด ไร้ความรู้สึก เพราะพวกเขาตายไปแล้ว ! นี่คือวิชา ปลุกศพหรือที่เรียกว่า เจียงสือ[3] เป็นการเคลื่อนย้ายศพให้กลับไปบ้านโดยจะมีนักพรตคอยสะกดวิญญาณไม่ให้อาละวาด แต่ว่านักพรตคนนี้ปลุกศพขึ้นมาไม่ได้คิดจะส่งกลับบ้านตรงกันข้าม เขาหากินกับเหล่าศพกระโดดเหล่านี้ โดยทุกครั้งที่เดินไปไหน ลูกศิษย์ก็จะร้องบอกว่า “มียันต์กันสิ่งช่วยป้องกันสิ่งช
Baca selengkapnya
บทที่ 1/2
“ก็มันจริงเราจับมาหลายคนแล้วนี่ พวกของจริงมีน้อยมากนะ” “แต่ก็ยังมีของจริงให้เห็นอยู่บ้างนะ” เฟิงต้ายงดขึ้นมา “ใช่ของจริงน่ะมี แต่ก็มีแต่พวกเอาวิชาไปรีดเงินทั้งนี่ ไม่ได้เป็นคนดีคอยช่วยชาวบ้านซักหน่อย” อวี่จิ๋งเซียงพูดขึ้นมา เธอได้เข้านับถือศาสนาใหม่ความคิดของเธอออกจะแปลกกว่าคนอื่นนิดหน่อย “สายข่าวข้า คือ พิราบดำนะ ถ้าไม่แน่ใจมันไม่ส่งข่าวมาหรอก ! มีชาวบ้านหลายคนเห็นเหตุการณ์นะ มีคนรอดชีวิตนานพอจะเล่าเรื่องนี้ด้วย แล้วเจ้าคิดว่าข้าจะโง่เชื่อโดยไม่คิด วิเคราะห์ แยกเยอะหรือไงหา !” ท่านอ๋องพูดเสียงดังราวกับฟ้าร้อง พิราบดำคือสายลับหาข่าวมือดีของท่านอ๋อง ไม่เคยมีข่าวไหนเลยที่ไม่จริง เพราะไม่จริงเขาจะไม่ยอมพูดเด็ดขาด ทั้งสี่ไม่ใครกล้าพูดอะไรต่อ “มันขนาดทำให้ซากศพที่ไร้ความคิด คืนชีพได้ขนาดนี้ แสดงว่ามันคือ โอสถทิพย์อย่างไม่ต้องสงสัย พวกเจ้ารู้มั้ยว่าหมายความว่าอะไร” ท่านอ๋องพูดขึ้นมา ซุ่นมู่ซานรีบพูดทันที “ใช่แล้ว ตอนนี้ ฮ่องเต้ทรงพระประชวนอยู่ ถ้าเรามีโอสถทิพย์นี่ ก็จะทำให้รักษาฮ่องเต้ได้”
Baca selengkapnya
ตอนที่ 2 1/2
ตอนที่ 2 “ข้าน้อยมาเพื่อรับใช้พระสนมพะยะค่ะ นับตั้งแต่วันนี้ไปเป็นต้นไป ข้าน้อยจะถวายชีวิตเพื่อรับใช้ท่าน” ว่ากันว่าเขาทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือให้นางได้เป็นฮ่องเฮา โดยไม่เลือกวิธีการเลย ต่อให้ต้องสังหารใครสักคนก็ยินดีทำเพื่อคนที่เขารักอย่างหมดหัวใจ ยิ่งเมื่อได้รู้จักกับเจ้าลัทธิเสียงสวรรค์ เขาจึงได้ทำการสนับสนุนลัทธินี้เพื่อให้ความช่วยเหลือกับเขาในการช่วยเหลืไทเฮา ในสิ่งที่ตัวเขาเองทำไม่ได้ ทำให้ไทเฮาเรียกเขาว่า เก๊อเกอ เลยทีเดียวเพราะพระนางนับถือเขาเหมือนกับพี่ชายคนหนึ่ง แต่สำหรับเจินกงกงแล้วนางยังเป็นคนที่เขารักเสมอเขาเลยทำทุกอย่างเพื่อนางได้ หลังจากที่ส่งพระนางเข้านอนแล้ว เขาก็เขียนจดหมายคำสั่งให้กับลัทธิเสียงสวรรค์ทันที “หาโอสถทิพย์มาให้ได้” สี่มือปราบเริ่ม สืบจากหมู่บ้านที่ได้รับรายงานก่อนซึ่งที่ พบคือ ร่างไร้หัวทั้งของนักพรตและเหล่าเจียงสือ แต่เจียงสือนี่ถูกสับเป็นชิ้น ๆ สิ่งที่ให้ซุ่นมู่ซานที่เป็นหมอต้องงงก็คือ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 2/2
เขาตะโกนเสียงดังฟังแล้วเหมือนกับสัตว์ร้ายกำลังคำราม ทุกคนสัมผัสได้ถึงจิตสังหาร เขาหันมาทางเจียงสือแล้วพูดว่า “บิงโก! บิงโก! ข้าบอกเจ้าแล้วไม่ใช่หรือไง ว่าอย่าให้ใครมากวนตอนข้ากำลังนอน” “ขอโทษครับนายท่าน” เจียงสือหรือในชื่อบิงโก รีบพูดทันหลายคนแปลกใจเพราะว่าชายตรงหน้าดูแล้ว เหมือนคนต่างชาติแต่กลับพูดภาษาถิ่นได้ชัดเจนจนเกือบเหมือนเจ้าของภาษา พั่งหู่ได้สติขึ้นมาแล้วร้องถามว่า “โอสถทิพย์อยู่ไหน !” “พูดบ้าอะไรวะ ไอ้หมูอ้วน” ชายต่างชาติพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “แกว่าใครเป็นหมูไอ้ปากเสีย ฆ่าซะ โอสถทิพย์ก็อยู่ในตัวมันนั่นล่ะ” พั่งหู่ร้องสั่งเสียงดังลั่นพวกลูกน้องไปล้อม ชายต่างชาติเอาไว้ เขาส่ายหน้าและหยิบของสิ่งหนึ่งที่อยู่เอวออกมา มันเหมือนกับขดเชือกที่ถูกม้วนเอาไว้ แต่เมื่อมองดี ๆ สิ่งนั้นทำจากโลหะ และมีด้ามจับเหมือนกับดาบหรือกระบี่เขาสะบัดอย่างแรง สิ่งนั้นมันเหมือนกับกระบี่หรือดาบก็ไม่แน่ใจ เพราะมันทั้งบางอ่อน จนดูเหมือนกับแส้ และมันก็ยาวมาก เฟิงต้ายงเห็นก็ร้องออกมาว่า “เฮ้ย ! เสือกเข้าไปนะ”แต่ช้าไปแล้ว ชายต่างชาติสะ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 3 1/2
ตอนที่ 3“ก็ไม่แปลกนี้ เจียงสือน่ะ คือการเอาพลังปีศาจใส่ในร่างศพนะ แต่มันเป็นพลัง อ่อน ๆ แค่ให้เคลื่อนไหวได้เท่านั้นล่ะ” เถียวเสี่ยวฟู่พูดขึ้นมา นางสั่งลูกศิษย์ให้ตั้งโต๊ะพิธี เธอเอาเข็มทิศวางไว้บนโต๊ะพร้อมกับเศษหีบ เธอเริ่มร่ายมนตร์บางอย่าง เข็มทิศกับเศษหีบหลอมรวมกันทันที “ตอนนี้เข็มทิศนี้จะชี้ทางให้กับพวกท่านเอง” กวนหูเตี๋ยพูด แต่อวี่จิ้งเซียงรีบพูดว่า “ให้ประมุขไปกับเราด้วยได้มั้ยคะ มันจะดีกว่า ถ้ามีท่านไปด้วย”“ช่วงนี้ข้าอยู่ช่วงเก็บตัวทำสมาธิ ยังไงข้าจะส่งลูกศิษย์ไปก็แล้วกัน หวั่นฟาง” กวนหูเตี๋ยร้องเรียกหาลูกศิษย์ หญิงวัยยี่สิบต้น ๆ เดินเข้ามาหาอาจารย์ของเธอ เธอเป็นผู้หญิงร่างเล็กหน้าตาสวยงามตาแบบฉบับสาวแรกรุ่น เถียวเสี่ยวฟูมองนางอย่างไม่วางตา แต่อวี่จิ้งเซียงต้องสะกิดเป็นการเตือน “นางคือ คังหวั่นฟาง เป็นศิษย์เอกของข้าเอง ข้ารับประกันได้ว่า นางช่วยเหลือท่านได้แน่” “ให้นางไปคนเดียวเหรอขอรับ” เถียวเสี่ยวฟูพูดขึ้นมา “นางเก่งที่สุดแล้วล่ะ เชื่อเถอะว่านางจะช่วยท่านได้” กวนหูเตี๋ยพูดรับรอง ทางด้านเฟิงต้ายงกับซุ่นมู
Baca selengkapnya
3 2/2
ทุกคนมองมาที่เขาเป็นตาเดียว ทั้งคังหวั่นฟานและเยี่ยตงลิ้วรู้สึกถึงไอปีศาจที่มากกว่าที่เคยเจอมาในครั้งไหน ๆ“เจ้านี่มันอะไรเนี่ย ทำไมไอปีศาจถึงได้มากขนาดนี้” เยี่ยตงลิ้วกลัวจนตัวสั่น “นี่พวกแกต้องการอะไรจากข้าหรือไง ถึงได้ก่อกวนข้าอยู่ได้เนี่ย” ชายที่ถูกเรียกว่านายท่านพูดด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย“ลี่กุ้ย ! มากับเราซะ เจ้ามีสิ่งที่เราต้องการ” เฟิงต้ายงพูดขึ้นมา“อะไรข้ามีอะไรที่เจ้าต้องการหรือไง แล้วมาเรียกคนอื่นแบบนี้ อยากโดนฟาดปากหรือไง” ชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ยพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด“งั้นก็บอกชื่อเจ้ามาซะสิ ไอ้ลี่กุ้ย” เฟิงต้ายงพูดขึ้นมา“แล้วทำไมต้องบอกวะ แล้วแกต้องการอะไรจากข้ากันแน่” ชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ยพูดสวนกลับ แต่เหมือนกับเยี่ยตงลิ้ว ได้สติแล้ว“ตั้งค่ายจัดการมัน หวั่นฟาง เจ้าไปร่วมด้วยเร็วเข้า”ศิษย์อีกแปดคนพร้อมหมาดำแปดตัว คังหวั่นงฟางเลยรีบไปสมทบ และเจ้าหมาดำตัวนั้นก็วิ่งตามไปด้วย ลำแสงส่องมาโดนร่างของชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ย เขารู้สึกปวดแสบปวดร้อน แต่ก็กัดฟัน เถียวเสี่ยวฟู่เห็นเป็นโอกาสแล้วเลยดีดพิณเสียงพิณ ทำให้ชายที่ถูกเรียกว่าลี่กุ้ย โดนแรงกระแทกเขารู้สึกเห
Baca selengkapnya
บทที่ 4 1/2
ตอนที่ 4แต่สำหรับเซาโลมาช่างหนวกหูซะจริง ๆ แต่ก็ไม่อยู่สถานการณ์ที่จะโวยวายอะไรได้ อวี่จิ้งเซียงมอง เห็นว่าเขามีผิวขาวแต่มันดูซีดเหมือนคนป่วย ตาเป็นสีแดงเหมือนกับเลือด แต่ที่สะดุดตาของนางที่สุดคงเป็นผมด้านหน้าของเขาที่ทักเปียเล็ก ๆ เอาไว้ เธอเคยเห็นทรงผมแบบนี้จากพวกต่างชาติที่เป็นพวกผู้ดีหรือชนชั้นสูง อวี่จิ้งเซียงตัดสินใจพยายามถามข้อมูลเขา “เจ้ามาจากไหนเนี่ย” เซาโลมองเธอแล้วตอบว่า “พูดไปก็ไม่มีใครรู้จักแล้วล่ะมั้ง” คำตอบของเซาโลทำให้รู้ว่าเขาไม่ต้องการพูดกับนาง “ถ้าเจ้าให้ความร่วมมือกับเรา มันจะดีต่อเจ้ามากกว่านะ ยังไงซะเจ้าก็มีคดีติดตัวแน่ ๆ เพราะเจ้าฆ่าคน ถ้าช่วยพวกเรา ท่านอ๋องอาจจะช่วยเรื่องคดีของเจ้าได้” การเจรจาเหมือนจะได้ผล เซาโรดูจะสนใจสิ่งหน้าพูด “แล้วเจ้าต้องการอะไรกันแน่” “โอสถทิพย์ เจ้ารู้อะไรเกี่ยวกับสิ่งนั้นบ้าง” อวี่จิ้งเซียงถามทันที “นี่พวกเรากำลังพูดถึงอะไร ข้าดูเหมือนหมอหรือไง ถึงจะได้รู้วิธีการปรุงยา” เซาโลพูดด้ว
Baca selengkapnya
ตอนที่ 4 2/2
“เจ้านั่นเป็นปีศาจครับ ไม่ใช้โอสถทิพย์แน่ ๆ” ซุ่นมู่ซานยืนยันหนักแน่น แต่อ๋องหลี่หวู่หมิงกลับ ชูเนื้อปลาปักเป้าขึ้นมา “รู้ใช่มั้ยว่ามันมีพิษ” “ครับ/ค่ะ” ทั้งสี่ตอบพร้อมกัน “แล้วทำไมคนยังกินมันล่ะ” พูดจบท่านอ๋องก็กินปลาเข้าไป “ก็เพราะเรารู้วิธีปรุงมันเจ้าคะ ถ้าปรุงเป็นมันก็จะเป็นอาหารชั้นเลิศ” อวี่จิ้งเซียงตอบคำถาม “แล้วมู่ซานร่างกายมนุษย์ก็ทำยาได้ใช้มั้ย” ท่านอ๋องถามต่อไป “ใช่ขอรับ แต่ก็ต้องรู้วิธี และหลายอย่างก็ผิดศีลธรรมเกินกว่ามนุษย์จะรับได้” ซุ่นมู่ซานตอบคำถาม “งั้นเป็นไปได้มั้ยล่ะ โอสถทิพย์ก็อยู่ในตัวของเจ้าคนต่างชาตินั่น แค่ต้องสกัดออกมาสินะ และเชื่อว่ามันต้องรู้วิธีแน่ ๆไปเอาตัวมันมาให้ได้” “แต่มันจะเสี่ยงแล้วอาจทำให้มีคนตายนะพะยะค่ะ” เฟิงต้ายงค้านขึ้นมา “แล้วถ้าฮ่องเต้สวรรค์คตตอนนี้ แล้วถ้า ไอ้ขันทีนั่นได้ไปล่ะจะเป็นยังไง นี่เป็นการทำเพื่อบ้านเมืองนะ ยังไงก็ไปตามหาซะ ศิษย์สำนักกงเยวี่ยนเหนือนั่นจะช่วยพวกเราต่อมั้ย” ท่านอ๋องถามเสียงเรียบเฉย “คิดว
Baca selengkapnya
ตอนที่ 5
ตอนที่ 5“ขออภัยด้วยครับ ข้านึกอะไรไม่ออกจริง ๆ และข้าก็ไม่รู้จะไปไหนด้วย” บิงโก้พูดเซาโลถอนหายใจ“โทษเจ้าก็ไม่ถูก เจ้าไม่ได้อยากคืนชีพมาซะหน่อย”ทั้งสองเดินมาจนหนึ่งย่านหนึ่งในเขตเมือง บรรยายคึกคัก และเต็มไปด้วยโคมไฟสีแดง มันคือการแสดงให้เห็นว่าย่านนี่คือ ย่านโคมแดง[1] สถาณที่สำหรับบุรุษโดยแท้จริง เซาโลมองหาที่พัก เขาเลยตัดสินเดินเข้าไปที่ร้านหนึ่ง แม่เล้าประจำร้านเห็นว่าเขาเป็นต่างชาติ ท่าทางสกปรอกมอมแมมเลยมายืนขว้าง “มาทำอะไร รู้มั้ยว่าที่นี่มันคือไหน นี่คือหอนางโลมชั้นสูงนะไม่ใช่ที่ที่คนสกปรอกอย่างเจ้าจะเข้ามาได้นะ ” เซาโลมองหน้าของแม่เล้าที่กำลังเหยียดเขาด้วยสายตาและสีหน้าอย่างชัดเจน“อะไรหรือเจ้าฟังภาษาข้าไม่ออกหรือไง ที่นี่ไม่ต้อนรับคนต่างชาติสกปรกแบบเจ้าหรอกนะที่นี่รับแต่ขุนนางหรือพวกคนที่ร่ำรวยเท่านั้นล่ะ” แม่เล้าพูดและพยายามใช้ภาษากายบอกเขาไม่ให้เข้ามาที่นี่“ข้าฟังที่เจ้าพูดออก” เซาโลจบล้วงกระเป๋าหยิบทองคำแท่งออกมา แม่เล้าถึงกับตาโต เปลี่ยนท่าทีทันที “โธ่! คุณชายค่ะ ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่ เชิญเลยค่ะ” “อยากได้ ห้องพัก และอยากได้น้ำอาบแล้ว
Baca selengkapnya
บทที่ 5/2
จนยืนไม่ได้ บิงโก้กำลังจะเข้ามาช่วย “ไป หนีไปก่อน” เซาโลร้องสั่งบิงโก้รีบกระโดดหนีไป คังหวั่นฟางกำลังจะตามไป “ไม่ต้องตามเราได้ตัวมันแล้ว เจ้านั่นไม่ใช่เป้าหมายของเรา” เฟิงต้ายงรีบพูดห้าม “แต่มัน อาจจะไปทำร้ายคนอื่นนะคะ” คังหวั่นฟางพูดขึ้นมา “ยังไงเราจัดการเจ้านี่ก่อนดีกว่า มันเป็นหัวหน้าและเป้าหมายหลักของเรา” เฟิงต้ายง เอากระจกแปดเหลี่ยมส่องเขา ทำให้พลังลดลงไปอีก พวกมือปราบท้องที่มาถึงแล้ว และจับตัวของเซาโลไปทันที ส่วนเรื่องเงินรางวัล นั่นจ่ายเป็นตั๋วเงิน[1]ให้กับแม่เล้าไป ซึ่งนางก็พอใจกับเงินรางวัลมันคุ้มค่าหน้าต่างที่พังไป เซาโลโดนจับขังในห้องขังที่เต็มไปด้วยยันต์ มีกระแปดเหลี่ยมส่องเขาตลอดเวลา และมียามเฝ้าสี่คน ที่นี่คือห้องขังของศาลประจำเมือง พวกมือปราบที่เฝ้าเขาอยู่ มองเขาด้วยสายตาแปลกใจราวกับเห็นของแปลก ก็แน่ล่ะชาวต่างชาติมาโดนขังแบบนี้ ไม่ได้มีให้เห็นบ่อย ๆ หลายคนที่นี่ก็เพิ่งเคยเห็นต่างชาติด้วย สี่มือปราบมาดูเซาโล “ท่านอ๋องสั่งให้ย้ายเจ้าไปที่ เมืองอี๋โจว ให้ความร่วมมือกับพวกเราจะดีกว่านะ บ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status