Masukระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังยืนรอฟังผลการรักษาของหญิงสาวผู้เคราะห์ร้าย ที่หน้าห้องผ่าตัดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอยู่นั้น ไอชาศัลยแพทย์อาวุโสมือหนึ่งที่วงการแพทย์ต่างก็ให้ความนับถือทราบเรื่องนี้จึงตามมาสมทบ
เขาเป็นบุคคลที่ฟาอิสให้ความนับถือเสมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง เมื่อไอชาเห็นสีหน้าที่แสดงถึงความวิตกกังวลของผู้นำแห่งฮิลฟาฮาร์ ซึ่งไม่บ่อยครั้งนักที่จะเห็นเช่นนี้ ทำให้เขาตบบ่าและพูดให้อีกฝ่ายคลายความกังวลใจ
“อย่าเพิ่งวิตกไปเลยฟาอิส ทีมแพทย์ที่ทำการผ่าตัดให้เธอล้วนแล้วแต่เป็นแพทย์ฝีมือดีที่สุดของที่นี่”
“หวังว่าเธอจะปลอดภัย”
“ไปรอฟังข่าวที่ห้องทำงานของอาก่อนดีไหม อยู่ตรงนี้อาเกรงว่าจะเป็นจุดสนใจ”
ไอชาเดินนำชายหนุ่มตรงไปยังห้องทำงานของตนเอง เมื่ออยู่ด้วยกันตามลำพังก็เริ่มเปิดประเด็นในการสนทนาทันที
“เธอคงมีความสำคัญมาก หลานถึงดูกระวนกระวายใจถึงเพียงนี้”
“อันที่จริงผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเป็นใคร”
“แล้วทำไม...”
“ทำไมผมถึงได้ใส่ใจผู้หญิงคนนี้ใช่ไหมครับ”
ไอชาพยักหน้าแทนคำตอบ
“ผมขับรถชนเธอ และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ผมต้องรับผิดชอบ”
“ทำใจให้สบายนะ อาเชื่อว่าเธอจะต้องปลอดภัย”
“ผมก็หวังเช่นนั้น”
ไอชาจ้องมองใบหน้าบุตรชายของผู้หญิงหนึ่งเดียวที่เขารัก ก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อในการสนทนา
“ได้ข่าวว่าอิฟฟายังไม่ล้มเลิกความพยายามในการหาคู่ครองให้หลาน”
“ไม่ได้ผลหรอกครับเสียเวลาเปล่า เมียผมผมหาเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้ใครหาให้”
“ก็แล้วเมื่อไรจะพาหลานสะใภ้มาแนะนำให้อารู้จัก”
“ถ้าเจอคนที่ใช่ผมจะพามาแนะนำให้ท่านอารู้จักแน่นอนครับ”
“อาจะรอวันนั้น จริงสิวันนี้หลานมีนัดดูตัวสาวที่อิฟฟาหมายตาไว้ไม่ใช่เหรอ”
ฟาอิสไม่ตอบและเลือกที่จะโทรศัพท์ไปสั่งองครักษ์คนสนิท ให้ยกเลิกนัดทั้งหมดของเขาในค่ำคืนนั้น บอกเหตุผลเพียงสั้นๆ ว่าเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์และตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล อีกทั้งยังสั่งกำชับองครักษ์ห้ามมิให้แพร่งพรายเรื่องนี้ให้มารดารู้
การกระทำของฟาอิสนั้นบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่า ไม่มีใครสามารถบังคับให้เขาทำในสิ่งที่เขาไม่ต้องการได้ แม้คนคนนั้นจะเป็นมารดาของเขาก็ตาม ยิ่งบังคับก็ยิ่งต่อต้าน ไอชาเคยบอกอิฟฟาถึงเรื่องนี้หลายครั้งว่าวิธีของเธอนั้นมันไม่ได้ผล
อิฟฟาเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจ แต่ที่ต้องยื่นมือเข้ามายุ่งเพราะเล็งเห็นแล้วว่า ที่ผ่านมาฟาอิสไม่เคยมีท่าทีสนใจผู้หญิงคนไหนมาก่อน นอกจากไม่สนใจแล้วยังผลักใสไล่ส่งด้วยซ้ำ งานนี้อิฟฟาจึงต้องออกตัวเดินหน้าหาเมียให้บุตรชายด้วยตัวเอง
แม้จะต้องขัดใจกับฟาอิสก็ตามที แต่ไอชาเห็นด้วยกับฟาอิส เรื่องแบบนี้ควรให้เจ้าตัวเป็นคนตัดสินใจเอง
“ผมมีเรื่องอยากจะขอร้องท่านอา”
คำพูดประโยคนี้ทำให้ไอชาหลุดจากภวังค์ความคิดของตนเอง
“หลานอยากให้อาทำอะไรก็บอกมาได้เลย”
“อย่าบอกเรื่องนี้ให้ท่านแม่ทราบนะครับ ผมไม่อยากให้เธอมายุ่งกับผู้หญิงคนนี้”
“ได้อาจะทำตามที่หลานต้องการ”
“ขอบคุณมากครับ”
หลังจากได้รับคำสั่งจากเจ้านายหนุ่ม ซากีและรีฮานก็มาขอเข้าพบนายหญิงอิฟฟาเพื่อแจ้งขอยกเลิกนัด อิฟฟารู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากลแต่ก็ยินยอมให้ทั้งสองเข้าพบ
“มีธุระอะไร แล้วฟาอิสไปไหน ทำไมถึงยังไม่มา”
“ท่านชีคยังทำภารกิจสำคัญไม่เสร็จครับ”
“หมายความว่าวันนี้เขาจะไม่มาตามนัดใช่ไหม”
“ใช่ครับ”
อิฟฟาไม่พอใจที่บุตรชายกล้าผิดนัดสำคัญของตน และมันก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำเช่นนี้ ฟาอิสมักจะหาเรื่องหลบหลีกได้ทุกครั้งที่เธอต้องการจะแนะนำคู่ครองที่เหมาะสมให้กับเขา
“ตอบฉันมาซิว่าภารกิจอะไรจะสำคัญไปกว่างานเลี้ยงต้อนรับเรยา”
ความเงียบคือคำตอบจากสององครักษ์หนุ่ม นั่นยิ่งทำให้อิฟฟาหงุดหงิดมากกว่าเดิม เพราะรู้ดีว่าถามไปก็เท่านั้น เจ้านายและลูกน้องเหมือนกันไม่มีผิด ปกปิดความลับได้ดีไม่แพ้กัน และการจะง้างปากให้สองคนนี้พูดก็เป็นเรื่องยาก
“ทำตามคำสั่งเจ้านายเสร็จแล้วก็ไปสิ จะอยู่รออะไร”
สององครักษ์หนุ่มทำความเคารพนายหญิงก่อนจะเดินออกจากห้องไป
“ลูกไม่รักดี ทำไมไม่รู้จักรักษาหน้าแม่บ้างเลย”
“อย่าตำหนิพี่ฟาอิสเลยนะคะท่านอา”
“เรยาหนูไม่โกรธเขาเหรอ ยังจะไปเข้าข้างเขาอีก”
“จะโกรธทำไมล่ะคะในเมื่อพี่ฟาอิสทำในสิ่งที่ถูกต้อง ภาระหน้าที่ของท่านชีคสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ถ้าพี่ฟาอิสบกพร่องต่อหน้าที่และทิ้งงานที่ต้องทำเพื่อมากินอาหารกับเรยา นี่ต่างหากคะที่ต้องโกรธ”
สิ่งที่หญิงสาวพูดมายิ่งทำให้อิฟฟารักใคร่หญิงสาวนางนี้มากกว่าเดิม
“อาต้องขอโทษหนูแทนฟาอิสด้วยนะจ๊ะ เหลวไหลจริงๆ นัดไว้แล้วก็ไม่มา”
“ไม่เป็นไรค่ะ ท่านอาอย่าหงุดหงิดเลยนะคะ พี่ฟาอิสทำถูกต้องแล้วล่ะค่ะ”
อิฟฟาเอื้อมมือไปลูบไล้ผมของหญิงสาวที่ตนหมายตา ให้เป็นคู่ครองของบุตรชายด้วยความรักใคร่เอ็นดู ที่หญิงสาวไม่ถือโทษโกรธเคืองแถมยังแก้ตัวแทนบุตรชายของเธอ
ผู้หญิงที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมเช่นนี้จะปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้เด็ดขาด คงต้องหาวิธีที่จะทำให้ฟาอิสตกลงแต่งงานกับเรยา ไม่ว่าจะยากเย็นแค่ไหนก็ตาม และจะไม่ยอมให้ฟาอิสหลีกเลี่ยงหรือบ่ายเบี่ยงเหมือนที่ผ่านมาอีก เพราะไม่มีใครเหมาะสมกับตำแหน่งชีคคาของฮิลฟาฮาร์มากเท่าหญิงสาวผู้นี้อีกแล้ว
“อาดีใจนะที่หนูเข้าใจในตัวฟาอิส ไว้พรุ่งนี้อาจะพาหนูไปพบเขาที่ฮิลฟาฮาร์พาเลซ ในเมื่อเขาไม่มาหาเรา เราก็จะเป็นฝ่ายบุกไปหาเขาเองดีไหม”
“แล้วแต่ท่านอาละกันค่ะ” เธอเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
“พรุ่งนี้หนูเตรียมตัวให้พร้อม เราจะไปทานอาหารเช้าที่นั่นพร้อมกับฟาอิส”
“ค่ะ”
“ใครนะที่อยากได้ดินแดนของบารัซ” “ท่านตา” หนูน้อยทั้งห้าพร้อมใจกันวิ่งไปอัมรานและพันไมล์ สององครักษ์หนุ่มทำความเคารพคณะที่เดินทางมาจากบารัซ อัมรานอุ้มหนูน้อยซาบียาที่ดูจะฉลาดเฉลียวเกินวัยไว้ในอ้อมแขน “ท่านตาจะยกบารัซให้พวกเราใช่ไหมคะ” “ตาไม่แน่ใจว่าพวกน้าๆ จะยอมให้ตายกบารัซให้ซาบียาหรือเปล่านี่สิ” “บารัซต้องตกเป็นของซาบียาแน่นอนชัวร์ เพราะท่านน้าทั้งสามคนรักและตามใจซาบียาเสมอใช่ไหมคะ” ทาซัส มัสซาร์ และอาบีดีนยิ้มให้กับคำพูดอันชาญฉลาดของแม่หนูน้อยที่เป็นที่รักของทุกคน “คิ้วไปโดนอะไรมาน่ะชาคิน” พันไมล์เอ่ยถามเมื่อเห็นรอยเลือดซึมออกมาจากบาดแผลบริเวณหัวคิ้วของชาคิน “คุณอิรฟานสาธิตให้ทุกคนดูว่าอาวุธที่เพิ่งได้มาใหม่มีอานุภาพร้ายแรงแค่ไหนครับท่านชายา” “อิรฟาน” เจ้าตัวถึงกับสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินท่านยายเรียกชื่อตัวเองเสียงเข้ม ก่อนจะวิ่งไปหลบด้านหลังอัสซาร์ โดยหวังว่าเขาจะเป็นเกาะกำบังให้ตนเอง “ชายชาติทหารเขาไม่วิ่งไปหลบอยู่หลังคนอื่นหรอกนะไอ้เสือ”
ผ่านไปหกปีเชอรีนมีทายาทให้ชีคฟาอิสมากถึงห้าคน และทุกคนก็มีความแสบซ่าไม่แพ้กัน พวกเขามีความชอบที่แตกต่างกันและมีความสนใจชัดเจน อัชมีย์...มีความเป็นผู้นำสูง เจ้าความคิด และเป็นนักวางแผน อิรฟาน...ชื่นชอบความท้าทายและรักการต่อสู้ รุสรัน...ชอบดูแลพี่น้องในยามที่พวกเขาได้รับบาดเจ็บจากการเล่นซน ซาบียา...สาวน้อยแก่นแก้วแสนซน พูดจาฉะฉาน เธอชอบควบคุมให้พี่น้องอยู่ในโอวาทของตนเอง และรักการต่อสู้ นอกจากความสวยที่ถอดแบบออกมาจากมารดาแล้ว อุปนิสัยยังคล้ายกันมากอีกด้วย นาฎาล...ชื่นชอบดนตรีและรักการวาดภาพ เพราะซาบียาเป็นทายาทสาวเพียงหนึ่งเดียวของชีคฟาอิส เธอจึงเป็นรักของทุกคน เวลาที่ซาบียาต้องการอะไรทุกคนก็มักจะตามใจ โดยเฉพาะบิดาและพี่น้องของเธอ ไม่ว่าอะไรที่ซาบียาต้องการพี่น้องทุกคนก็จะเสียสละให้เธอได้เสมอ สิ่งหนึ่งที่พวกเขามีเหมือนกันคือความซุกซนอย่างเสมอต้นเสมอปลาย และเพราะความซุกซนที่มีทำให้ทุกคนต่างก็ปวดเศียรเวียนเกล้า คนที่โดนบ่อยสุดหนีไม่พ้นสามองครักษ์หนุ่มของบิดาและมารดา ชาคิน ซากี และรีฮานมักจะโดนเ
ทันทีที่ฟาอิสเข้าไปภายในห้อง เขาเห็นเชอรีนร้องครวญครางออกมาด้วยความเจ็บปวด น้ำตาของเธอไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวเพราะรู้สึกเจ็บอย่างที่ไม่เคยเจ็บมากเท่านี้มาก่อน เขากุมมือเธอไว้เพื่อถ่ายทอดกำลังใจ “คุณไม่ต้องกลัวนะเชอรีน ผมจะอยู่กับคุณตลอดเวลาจนกว่าลูกจะคลอด” “เจ็บจังค่ะฟาอิส” “ถ้าเจ็บก็ร้องออกมาไม่ต้องเก็บกดไว้” ความเจ็บของเชอรีนกินเวลายาวนานหลายชั่วโมง และเธอก็เริ่มเจ็บท้องถี่ขึ้นเรื่อยๆ ฟาอิสลูบเส้นผมที่เปียกชื้นของเชอรีน ยิ่งเห็นเธอเจ็บปวดแสนสาหัสแบบนี้เขาก็ยิ่งเป็นห่วง และไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าการคลอดลูกจะทำให้คนเป็นแม่ต้องเจ็บปวดมากมายเช่นนี้ “อดทนอีกนิดนะคะ อีกไม่นานเจ้าตัวเล็กก็จะออกมาให้ยลโฉมแล้วค่ะ หายใจลึกๆ ถ้าหมอบอกให้เบ่งก็เบ่งให้เต็มที่เลยนะคะ” “พร้อมนะ โอเคเบ่งเลยค่ะ” เชอรีนกลั้นใจเบ่งจนสุดแรงและทำเช่นนั้นอยู่หลายครั้ง แต่ความเจ็บที่ได้รับมันรุนแรงมากจนเธอแทบจะทนแบกรับความเจ็บปวดนั้นไว้ไม่ไหว ไม่คิดเลยว่าการคลอดลูกจะนำมาซึ่งความเจ็บปวดได้มากมายถึงเพียงนี้ “ใกล้แล้วค่ะ เบ่งอีกทีนะคะ”
และแล้ววันที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง นั่นคือวันแต่งงานของขีคฟาอิสและเชอรีน เสียงจุดพลุดังระงมไปทั่วฮิลฟาฮาร์ สองข้างทางที่ขบวนของคู่บ่าวสาวต้องขับผ่านนั้นเต็มไปด้วยประชาชนมากมาย พวกเขาต่างก็พร้อมใจกันออกมายืนคอยต้อนรับท่านชีคและเจ้าสาวของเขา ไม่นานนักขบวนรถของชีคฟาอิสก็ค่อยๆ ขับผ่านมาตามเส้นทางนั้นอย่างช้าๆ เพื่อให้คนที่มาคอยต้อนรับได้ยลโฉมผู้นำและเจ้าสาวของเขาอย่างใกล้ชิด เชอรีนนั่งเคียงคู่ฟาอิสมาในรถเปิดประทุน เธอโบกมือให้กับผู้คนที่มารอต้อนรับเขาและเธอทั้งสองข้างทาง พร้อมมอบรอยยิ้มที่อ่อนหวานให้กับทุกคน ชาวฮิลฟาฮาร์ต่างชื่นชมในความสวยของเธอ ชุดแต่งงานที่หญิงสาวสวมใส่นั้นหรูหราราคาแพง และออกแบบตัดเย็บอย่างประณีตจากดีไซน์เนอร์ชื่อดังของโลก ความสวยงามตระกานตาของชุดดังกล่าวยามเมื่ออยู่บนเรือนร่างเพรียวบางของเชอรีนถือได้ว่าเหมาะสมและคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป ขบวนรถของคู่บ่าวสาวสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับทุกคนที่ได้พบเห็น งานเลี้ยงฉลองสมรสที่ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติเป็นไปอย่างครึกครื้น ผู้คนที่มีชื่อเสียงจากทั่วทุกมุมโลกพร้อมใจก
ฟาอิสและเชอรีนก็เดินไปขึ้นรถที่มาจอดรออยู่ก่อนแล้ว ทั้งคู่จะเดินทางไปด้วยกันตามลำพัง เชอรีนนำช่อดอกไม้มาวางตรงจุดที่นิชามีเสียชีวิต แววตาของเชอรีนหม่นเศร้า ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นมันย้อนกลับมาในความคิดของเธออีกครั้ง และเธอคงไม่มีวันลืมภาพเหล่านั้นได้เลยไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม “หลับให้สบายนะชามี คนที่ทำร้ายเธอล้วนแล้วแต่ได้รับผลกรรมที่ทำไว้อย่างสาสมแล้ว” “พี่กำลังจะแต่งงานกับเชอรีนในไม่ช้านี้นะชามี เธอกำลังตั้งท้องทายาทของพี่ ฉะนั้นก็ไม่ต้องห่วงอะไรหลับให้สบายนะน้องพี่” “คุณรู้เรื่องแผนการของเรยาที่คิดจะหาทางให้คุณแต่งงานกับเธอมาก่อนหน้านี้ไหมคะฟาอิส” “ผมไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน และไม่เคยคิดอะไรกับเรยาในแง่ชู้สาว ที่จริงต้องพูดว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนทำให้ผมหวั่นไหวได้นอกจากคุณ” “คำพูดและการกระทำของคุณมันขัดแย้งกันอยู่นะคะ คุณบอกว่าไม่คิดอะไรกับเรยา แต่ก็ยอมให้เธอเข้ามาใกล้ชิดสนิทสนมด้วย มันหมายความว่ายังไงคะ” “นั่นเป็นเพราะการวางตัวที่เหมาะสมของเรยา เธอไม่ได้แสดงออกจากโจ่งแจ้งว่าชอบผม แล
หลังจากที่ฟาอิสออกจากโรงพยาบาล ชาวฮิลฟาฮาร์ก็ได้รับข่าวดีว่าท่านชีคของพวกเขาจะสละโสดกับผู้หญิงตามคำทำนายในไม่ช้านี้ พิธีแต่งงานจะถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติ เพราะฝ่ายหญิงเป็นถึงบุตรสาวเพียงคนเดียวของชีคอัมรานและชายาพันไมล์แห่งบารัซ ซึ่งถือเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ มั่นคง และมั่งคั่งไม่ต่างไปจากฮิลฟาฮาร์ นอกจากเรื่องนี้แล้วก็ยังมีข่าวดีที่ทำให้ชาวฮิลฟาฮาร์ถึงกับโห่ร้องชัยโยออกมาด้วยความยินดี เพราะในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าฮิลฟาฮาร์จะได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ที่ทุกคนต่างก็ตั้งตารอคอย สำนักข่าวต่างๆ ได้นำเสนอข่าวของชีคฟาอิสและเชอรีนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นข่าวเกี่ยวกับความคืบหน้าในการจัดเตรียมพิธีแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ที่จะมีขึ้นในอีกไม่ช้า ข่าวว่าที่ชีคคาของฮิลฟาฮาร์กำลังตั้งท้องทายาทของชีคฟาอิส รวมถึงประวัติความเป็นมาของเชอรีน คาราส จัสติน ที่ทุกคนไม่เคยรู้มาก่อน ชาวฮิลฟาฮาร์ต่างก็ตั้งตารอพิธีดังกล่าวอย่างตื่นเต้น รวมถึงการให้กำเนิดทายาทของชีคฟาอิสกันอย่างใจจดใจจ่อ เมื่อฟาอิสพาเชอรีนกลับมาอยู่ที่ฮิลฟาฮาร์พาเลซ ทั้งคู่ก็มีโอกาสได้







