Se connecterเขา—ชีคหนุ่มผู้สูงศักดิ์ ดุดัน และไม่เคยยอมให้ใครมาลูบคม เธอ—หญิงสาวผู้ต้องรับบทบาทเป็น "เมียสวมรอย" ที่ถูกดึงเข้ามาในเกมหัวใจโดยไม่ตั้งใจ ทุกสายตาที่จ้องมอง ทุกสัมผัสอันรุ่มร้อน และทุกถ้อยคำเกี้ยวพาราสีที่เขาตั้งใจมอบให้...คือความจริงใจหรือแค่บทลงโทษของคนที่กล้าหลอกลวง? ยิ่งเธอพยายามเว้นระยะห่าง เขากลับยิ่งต้อนเธอจนชิดมุม หัวใจเจ้าเอย...จะต้านทานเสน่ห์อันเหลือร้ายภายใต้ผืนทรายแห่งนี้ได้นานแค่ไหน เมื่อเมียสวมรอยกำลังจะกลายเป็น "เมียรัก" ที่เขาไม่ยอมปล่อยมือ!
Voir plus“เชอรีนหนีเร็ว...รีบหนีไป” นิชามีตะโกนบอก
เชอรีนไม่ยอมหนีเอาตัวรอดแต่เพียงลำพัง เธอหันมาฉุดมือนิชามีให้หนีไปพร้อมกับตนเอง แต่นิชามีถูกโจรใจโฉดกระชากกลับไป เสียงกรีดร้องของเพื่อนทำให้เชอรีนหันกลับไปมอง ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าคือไอ้สารเลวนั่นขึ้นคร่อมร่างของเพื่อน มันฉีกกระชากเสื้อผ้าอย่างบ้าคลั่งด้วยความหื่นกระหาย
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องพร้อมการต่อสู้อย่างดุเดือด เชอรีนรีบวิ่งย้อนกลับมาเพื่อจะช่วยนิชามีจากน้ำมือของไอ้คนโฉดชั่ว วิ่งมาได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกลูกสมุนอีกสองคนของมันสกัดไว้
หญิงสาวใช้ศิลปะการต่อสู้ที่เรียนมาต่อสู้กับพวกมันอยู่พักใหญ่ กว่าที่พวกมันจะล้มลุกคลุกคลานไปคนละทิศคนละทาง
ในขณะที่เชอรีนจะหันไปช่วยเพื่อนตามที่ตั้งใจแต่ช่วยไว้ไม่ทัน เพราะไอ้คนกักขฬะชั่วช้าปักมีดลงที่คอของนิชามีจนมิดด้ามก่อนจะดึงมีดออกมาอย่างรวดเร็ว
“ชามี!” หญิงสาวร้องตะโกนพร้อมกับเบิกตามองเลือดที่พุ่งทะลักออกมาจากบริเวณลำคอของเพื่อน
นิชามีหันมามองเชอรีนด้วยตาเบิกโพลงก่อนจะสิ้นใจ เชอรีนเกิดอาการช็อคกับภาพตรงหน้า ภาพที่เห็นเพื่อนรักถูกฆ่าตายอย่างทารุณต่อหน้าต่อตา น้ำตาแห่งความเสียใจไหลลงมาไม่ขาดสาย
แต่เพื่อความอยู่รอดทำให้หญิงสาวต้องตัดใจทิ้งร่างไร้วิญญาณของเพื่อนรักไว้ตรงนั้น เพราะสายตาของเธอเหลือบไปเห็นไอ้กักขฬะกำลังเดินย่างสามขุมตรงเข้ามา
เชอรีนหันหลังวิ่งหนีเพื่อเอาตัวรอดจากเหตุการณ์อันเลวร้ายที่เธอกำลังเผชิญ แต่วิ่งไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ถูกชายโฉดคนดังกล่าวตามจับตัวไว้ได้ ทั้งคู่ต่อสู้กันอย่างดุเดือด สัญชาตญาณของการเอาตัวรอดทำให้เชอรีนใช้ทุกทักษะของการต่อสู้ที่เรียนมาต่อสู้กับมัน
ตอนแรกหญิงสาวแสร้งทำเป็นพลาดท่าเสียทีเพื่อให้มันตายใจ ก่อนจะฉวยโอกาสใช้มีดที่ตกอยู่ปาดไปโดนที่หน้ามันเข้าอย่างจัง บาดแผลพาดจากโหนกแก้มเรื่อยไปจนถึงหางตา เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นพร้อมกับเลือดชั่วไหลอาบหน้าไม่หยุด
เชอรีนไม่มีเวลาแม้แต่จะหันกลับไปดู ได้แต่รีบวิ่งหนีจากไปโดยไม่คิดชีวิต ขอเพียงให้รอดพ้นจากเงื้อมือของโจรโฉด มันวิ่งตามหลังมาติดๆ ด้วยความไม่ระวังทำให้เธอโดนรถกระแทกชนเข้าอย่างแรง
เอี๊ยดด โครม!!
แม้เจ้าของรถจะเหยียบเบรกเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่ก็ยังไม่วายชนร่างบางที่วิ่งพรวดพราดออกมาตัดหน้ารถเขาอย่างกระชั้นชิดอยู่ดี ร่างของเชอรีนลอยระลิ่วก่อนจะล่วงหล่นลงมาที่พื้นพร้อมกับสติที่ดับมืด
เจ้าของรถรีบเปิดประตูลงมาดูร่างที่นอนหมดสติอยู่บนพื้น เขาประคองร่างเธอไว้ในอ้อมแขน
“คุณ...คุณ...” เขาร้องเรียกสติและตบแก้มหญิงสาวเบาๆ แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่รู้สึกตัว
สุดท้ายจึงตัดสินใจอุ้มร่างไร้สตินั้นไปที่รถก่อนจะขับออกไปด้วยความรวดเร็ว
ไอ้โจรโฉดเฝ้าสังเกตการณ์อย่างเงียบๆ ทันทีที่เห็นชายหนุ่มนำร่างไร้สติขึ้นรถ ทำให้มันตัดสินใจวิ่งย้อนกลับไปตามทางเดิม
แต่ใครจะรู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝันในครั้งนี้ จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอไปตลอดกาล
ร่างของหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด ถูกเข็นเข้ามายังโรงพยาบาลนูอาร์
โรงพยาบาลที่ดีที่สุดของฮิลฟาฮาร์ และเป็นโรงพยาบาลที่ได้ชื่อว่ามีเครื่องมือทางการแพทย์ที่ครบครันและทันสมัย ทันทีที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทราบข่าวว่าท่านชีคพาคนเจ็บมารับการรักษาที่นี่ก็รีบออกมาต้อนรับเขาด้วยตัวเอง
“หมอไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน แต่ผู้หญิงคนนี้ต้องปลอดภัย ตายไม่ได้เด็ดขาด” นั่นคือคำสั่งประกาศิตของชีคหนุ่มแห่งฮิลฟาฮาร์
“ครับท่านชีค”
จากนั้นผู้อำนวยการก็สั่งระดมทีมแพทย์ที่เก่งที่สุดมารักษาเธอ ร่างของคนเจ็บถูกย้ายเข้าไปในห้องผ่าตัดอย่างเร่งด่วน ลมหายใจที่แผ่วเบาทำให้รู้ว่าชีวิตของเธอเหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย ทีมแพทย์ต่างทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุดเพื่อยื้อชีวิตเธอจากมัจจุราช เพราะรู้ดีว่าชีวิตของพวกเขาขึ้นอยู่กับเธอ ถ้าเธอตายพวกเขาก็คงไม่รอด
ในขณะที่ทีมแพทย์กำลังทำการผ่าตัดอยู่นั้น สัญญาณชีพของเธอแย่ลง ตามมาด้วยหัวใจของเธอหยุดเต้น แพทย์ที่ทำการรักษาต้องปั๊มหัวใจเธออย่างเร่งด่วน หลังจากพยายามอยู่พักใหญ่หัวใจของเธอก็กลับมาเต้นอีกครั้ง
ทุกคนที่อยู่ภายในห้องผ่าตัดต่างก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ที่สามารถยื้อชีวิตเธอไว้ได้ แต่ก็ยังไม่วางใจทีมแพทย์รีบเร่งดำเนินการผ่าตัดให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด
“ติดต่อเชอรีนได้หรือยัง” อัมรานเอ่ยถามองครักษ์คนสนิทของบุตรสาวอันเป็นที่รักด้วยน้ำเสียงร้อนใจ “ยังเลยครับท่านชีค คนของเราบางส่วนลงพื้นที่ไปเพื่อสืบข่าวคราวของคุณเชอรีน แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า” “นี่มันผ่านมาเกือบสิบวันแล้วนะทำไมยังติดต่อเชอรีนไม่ได้อีก ถ้าเชอรีนเป็นอะไรไปอย่าหวังว่าพวกนายจะมีชีวิตรอด” “พบตัวคุณเชอรีนเมื่อไรผมยินดีที่จะกลับมารับโทษที่บกพร่องต่อหน้าที่ของตัวเองครับ” “ระดมกำลังคนของเราไปที่ฮิลฟาฮาร์ ไม่ว่ายังไงก็ต้องตามหาตัวเชอรีนให้เจอเข้าใจไหมชาคิน” “เข้าใจครับ” ชาคินน้อมรับคำสั่ง ที่บารัซต้องวุ่นวายเช่นนี้เพราะคุณเชอรีนหายตัวไป ซึ่งชาคินเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าชีคอัมรานรักและห่วงใยบุตรสาวคนนี้มากแค่ไหน รักมากก็ร้อนใจมากที่จู่ๆ เธอหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีใครสามารถติดต่อกับเจ้านายสาวของเขาได้นับตั้งแต่วันที่เธอเดินทางไปที่ฮิลฟาฮาร์ เขาเองในฐานะองครักษ์คนสนิทก็ร้อนใจไม่แพ้กัน ข้อมูลที่ได้รับรู้มาเกี่ยวกับเพื่อนคนนี้ก็มีน้อยมาก อาจเพราะเธอเป็นเพื่อนใหม่ที่เจ้านายของเขาเพิ่งร
ในขณะที่รีฮานออกไปจัดการตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายนั้น ทีมแพทย์และพยาบาลได้เข้ามาตรวจร่างกายของหญิงสาว “อาการของเธอเป็นยังไงบ้าง” ฟาอิสเอ่ยถาม “พ้นขีดอันตรายแล้วครับ เหลือแต่รอให้เธอฟื้นและทำการตรวจซ้ำอย่างละเอียดอีกครั้ง” “แล้วเมื่อไรเธอจะรู้สึกตัว” “ระบุไม่ได้ครับ...คงต้องรอจนกว่าเธอจะฟื้น” หลังการตรวจร่างกายเสร็จสิ้นลงพยาบาลที่ได้รับมอบหมาย ให้ทำหน้าที่ดูแลหญิงสาวได้นำของบางอย่างมามอบให้เขา “นี่เป็นของใช้ส่วนตัวของเธอที่เราถอดเก็บไว้ก่อนทำการผ่าตัดค่ะ” ฟาอิสรับมาเก็บไว้ชั่วคราว รอเวลาที่อีกฝ่ายฟื้นคืนสติเขาจะนำมาคืน “เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับท่านชีค” ซากีเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เรื่องอะไร!” น้ำเสียงที่ถามกลับไปฟังดูเยือกเย็น “มีคนพบศพ...” “ศพของใครทำไมพูดให้จบ” “ศพของคุณนิชามีครับ” ฟาอิสตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อซากีพร้อมตะคอกเสียงดัง “พูดอีกทีซิ ศพของใครนะ” องครักษ์หนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะตอ
เมื่อปฏิบัติตามคำสั่งของท่านชีคเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซากีและรีฮานก็รีบเดินทางมาที่โรงพยาบาลด้วยความร้อนใจ สององครักษ์หนุ่มเดินตรงเข้าไปสอบถามข้อมูล กว่าจะได้ข้อมูลที่ต้องการก็เสียเวลาอยู่พักใหญ่ จากนั้นพวกเขาก็เร่งฝีเท้าขึ้นไปด้านบนเพื่อดูแลอาการบาดเจ็บของเจ้านายอันเป็นที่รัก ในขณะนั้นเองทีมแพทย์ที่ทำการผ่าตัดก็ออกมารายงานชีคฟาอิส การผ่าตัดของหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายผ่านไปได้ด้วยดี ฟาอิสสั่งให้ย้ายเธอไปพักรักษาตัวในห้องที่ดีที่สุดของชั้นสิบเจ็ด ซึ่งทุกคนต่างก็รู้ดีว่าชั้นนั้นมีไว้เพื่อรองรับบุคคลสำคัญของประเทศ และห้องที่ถูกระบุให้พาหญิงสาวไปพักรักษาตัวนั้น ก็เป็นห้องที่เตรียมไว้สำหรับรับรองผู้นำของประเทศและคนในครอบครัวของเขาเท่านั้น ทำให้ทุกคนตระหนักได้ถึงความสำคัญของผู้ป่วยรายนี้ พวกเขาต่างก็รีบดำเนินการตามคำสั่งของท่านชีคอย่างรวดเร็ว ผ่านไปเพียงสิบนาทีทุกอย่างก็เป็นไปตามที่ฟาอิสต้องการ เขาเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างเตียงของหญิงสาวที่ยังคงนอนไร้สติ สายตาจ้องมองร่องรอยบาดแผลตามเนื้อตัวของเธอไปพร้อมๆ กับยืนฟังนายแพทย์ผู้ทำการรักษารายงานค
ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังยืนรอฟังผลการรักษาของหญิงสาวผู้เคราะห์ร้าย ที่หน้าห้องผ่าตัดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอยู่นั้น ไอชาศัลยแพทย์อาวุโสมือหนึ่งที่วงการแพทย์ต่างก็ให้ความนับถือทราบเรื่องนี้จึงตามมาสมทบ เขาเป็นบุคคลที่ฟาอิสให้ความนับถือเสมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง เมื่อไอชาเห็นสีหน้าที่แสดงถึงความวิตกกังวลของผู้นำแห่งฮิลฟาฮาร์ ซึ่งไม่บ่อยครั้งนักที่จะเห็นเช่นนี้ ทำให้เขาตบบ่าและพูดให้อีกฝ่ายคลายความกังวลใจ “อย่าเพิ่งวิตกไปเลยฟาอิส ทีมแพทย์ที่ทำการผ่าตัดให้เธอล้วนแล้วแต่เป็นแพทย์ฝีมือดีที่สุดของที่นี่” “หวังว่าเธอจะปลอดภัย” “ไปรอฟังข่าวที่ห้องทำงานของอาก่อนดีไหม อยู่ตรงนี้อาเกรงว่าจะเป็นจุดสนใจ” ไอชาเดินนำชายหนุ่มตรงไปยังห้องทำงานของตนเอง เมื่ออยู่ด้วยกันตามลำพังก็เริ่มเปิดประเด็นในการสนทนาทันที “เธอคงมีความสำคัญมาก หลานถึงดูกระวนกระวายใจถึงเพียงนี้” “อันที่จริงผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเป็นใคร” “แล้วทำไม...” “ทำไมผมถึงได้ใส่ใจผู้หญิงคนนี้ใช่ไหมครับ” ไอชาพยักหน้าแทนคำตอ





