LOGINสำหรับคนอื่น... เขาคือ ‘คิน อคิราห์’ ประธานบริหารผู้เพียบพร้อมและเยียบเย็น แต่สำหรับเธอ... เขาคือพี่ชายนอกไส้ที่สร้างกรงขังทองคำล้อมรอบตัวเธอไว้ทุกฝีก้าว ‘คีตา’ พยายามทำทุกทางเพื่อบินหนีไปจากพันธนาการอันแสนอึดอัด เธอประชดเขาด้วยการแอบคบหาชายอื่น และยอมทำตัวเป็นเด็กดื้อรั้นที่ไม่เคยอยู่ในโอวาท ทว่ายิ่งเธอพยายามดิ้นรนหนี... เขากลับยิ่งบีบรัดและแสดงความเป็นเจ้าของอย่างดุดัน "จำใส่สมองไว้ คีตา... ร่างกายนี้เป็นของฉัน ทุกตารางนิ้วบนตัวเธอเป็นของฉันคนเดียว" ภายใต้คำว่า 'หน้าที่พี่ชาย' ที่ยกขึ้นมาอ้าง ซ่อนความลับอันตรายและตัณหาเร่าร้อนที่ไม่เคยมองเธอเป็นน้องสาวเลยสักนิด! เมื่อโลกภายนอกเต็มไปด้วยคำลวงและความเน่าเฟะ... ทางเดียวที่เธอจะรอด คือการยอมสยบอยู่ ‘ใต้บัญชา’ ของเขาตลอดไป!
View Moreแสงอาทิตย์ยามเย็นย้อมขอบฟ้าภายนอกกระจกใสของห้องทำงานประธานบริหารให้กลายเป็นสีส้มอมแดง บรรยากาศภายในห้องเงียบสงัด มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษเอกสารดังขึ้นเป็นระยะ
‘คิน อคิราห์ อัครธนกุล’ นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานหนังแท้ตัวใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราบเรียบไร้ความรู้สึก ดวงตาคมดุภายใต้กรอบแว่นสายตาสีเงินยังคงไล่อ่านตัวเลขในรายงานธุรกิจอย่างละเอียด
นิ้วเรียวยาวข้างหนึ่งยกแก้วบรั่นดีขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นเข้มข้นของแอลกอฮอล์เคล้าไปกับกลิ่นน้ำหอมปรับอากาศราคาแพง ยิ่งขับให้บรรยากาศรอบตัวชายหนุ่มดูทรงอำนาจและน่าเกรงขามจนยากจะเข้าใกล้
เสียงเคาะประตูจังหวะสม่ำเสมอดังขึ้นสามครั้ง ก่อนที่เลขาคนสนิทจะก้าวเข้ามาด้วยท่าทีนอบน้อม
“ท่านประธานครับ คุณหนูคีตากำลังกลับมาถึงแล้วครับ... ตอนนี้รถตู้กำลังเลี้ยวเข้าประตูรั้วคฤหาสน์”
รายงานนั้นละเอียดลออจนดูเหมือนคนพูดมีตาสับปะรด ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริง เพราะคินแอบส่งบอดี้การ์ดฝีมือดีตามประกบติดน้องสาวนอกไส้ของเขาอยู่ห่างๆ ทุกฝีก้าว ไม่ว่าคีตาจะขยับตัวไปไหน เลี้ยวรถเข้าซอยใด หรือแม้กระทั่งหยุดคุยกับใคร รายงานทั้งหมดจะถูกส่งตรงเข้าเครื่องของเลขาเพื่อกรองมาถึงหูเขาภายในเวลาไม่เกินสามนาที
คินยังคงสายตานิ่งสนิทอยู่กับแผ่นกระดาษ มือหนาตวัดปากกาเซ็นอนุมัติโครงการพันล้านด้วยท่าทีไม่สะทกสะท้าน ราวกับคำรายงานเมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องลมฟ้าอากาศประจำวัน
“อืม”
ชายหนุ่มตอบรับในลำคอเสียงเรียบต่ำ ก่อนจะปิดแฟ้มเอกสารลงเสียงดัง ปึก เขายกแก้วบรั่นดีขึ้นหมุนวนเบาๆ จนก้อนน้ำแข็งกระทบขอบแก้ว
“ให้เชิญเธอขึ้นมาพบฉันที่นี่ทันทีที่ลงจากรถ”
“รับทราบครับท่านประธาน” เลขาหนุ่มก้มศีรษะรับคำสั่งอย่างรู้หน้าที่ ก่อนจะถอยออกไปจากห้องอย่างเงียบเชียบ
ทางด้านล่างของคฤหาสน์ตระกูลอัครมหาศาล ‘คีตา คณิสรา อัครธนกุล’ ก้าวขาลงจากรถตู้หรูด้วยท่าทางที่พยายามทำให้ดูเป็นปกติที่สุด มือเรียวสวยกระชับกระเป๋าแบรนด์เนมใบหรูแนบกาย
ใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราที่ถอดแบบมาจากคุณหนูผู้ดีทุกกระเบียดนิ้วพยายามปรับเปลี่ยนสีหน้าให้ดูเรียบร้อย ราวกับว่าช่วงบ่ายที่ผ่านมาเธอไม่ได้แอบหนีคนขับรถไปนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันใหญ่ ท้าลมและกลิ่นน้ำมันเครื่องอยู่กับ ‘ซีนาย’ ชายหนุ่มมาดเซอร์เจ้าของอู่ซ่อมรถคนนั้น
ทว่า ทันทีที่เท้าเรียวแตะพื้นหินอ่อนของโถงบ้าน หัวหน้าแม่บ้านก็เดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มสุภาพ แต่แววตากลับแฝงความลำบากใจ
“คุณหนูคีตาคะ คุณคินสั่งไว้ว่าถ้าคุณหนูกลับมาถึงแล้ว ให้ขึ้นไปพบที่ห้องทำงานใหญ่ทันทีค่ะ”
คำพูดนั้นทำให้คีตาถึงกับหน้าเจื่อนลงไปในทันตา ก้อนเนื้อในอกซ้ายสั่นระรัวขึ้นมาด้วยความหวาดหวั่น แม้เธอจะพยายามทำตัวดื้อรั้นและชอบลองดีกับเขาแค่ไหน แต่ลึกๆ แล้ว คีตารู้ดีว่าสายตาคมกริบหลังกรอบแว่นของพี่ชายนอกไส้คนนี้สามารถมองทะลุคำโกหกของเธอได้เสมอ
เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ ค่อยๆ ก้าวขาขึ้นบันไดวนไปยังชั้นบนอันเป็นเขตหวงห้ามของอคิราห์ คีตายืนทำใจอยู่หน้าประตูไม้สักบานยักษ์ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเคาะประตูและผลักเข้าไปด้วยท่าทางเรียบร้อย นอบน้อม ราวกับเด็กดีที่ไม่ได้ทำอะไรผิดแผกไปจากกรอบของตระกูลเลยสักนิด
“พี่คิน... เรียกคีมามีอะไรหรือเปล่าคะ?” เสียงหวานเอ่ยถาม แสร้งทำตาปริบๆ ดูไร้เดียงสา
ภายในห้องทำงานที่เริ่มมืดลง คินยังคงนั่งอยู่ที่เดิม แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดกระทบเสี้ยวหน้าคมคายจนเกิดเงาเข้ม ยิ่งทำให้เขาดูดุดัน ชายหนุ่มยังคงไม่เงยหน้าขึ้นมามองเธอ สายตาของเขาจับจ้องอยู่กับเอกสารตรงหน้า มือหนายกแก้วเหล้าขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า บรรยากาศที่เงียบงันและเต็มไปด้วยความกดดันนั้นทำให้อากาศในห้องคล้ายจะหดตัวลงจนคีตารู้สึกหายใจลำบาก
“ไปไหนมา”
น้ำเสียงเรียบต่ำทว่าทรงพลังเอ่ยถามขึ้นลอยๆ มันไม่ได้ตวาด ไม่ได้ตะคอก แต่กลับเย็นเยือกจนคนฟังหนาวสะท้านไปถึงสันหลัง
คีตาลอบกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก เธอขยับมือเรียวบีบเข้าหากันแน่น พยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือยามที่ต้องเอ่ยคำลวง
“เอ่อ... คีไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้ากับเพื่อนมาค่ะ พอดีคุยกันเพลินไปหน่อยเลยกลับค่ำ พี่คินอย่าโกรธคีเลยนะคะ”
คินไม่ได้พูดอะไรตอบกลับในทันที ชายหนุ่มค่อยๆ วางแก้วบรั่นดีลงบนโต๊ะ เสียงแก้วหนาบดลงบนพื้นไม้ดัง ตึก แผ่วเบา ทว่าสั่นสะเทือนเข้าไปในหัวใจของคนโกหก คินค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แสงไฟสะท้อนกรอบแว่นตาจนมองไม่เห็นนัยน์ตาคู่คม ทว่ารังสีความหวงและกรุ่นโกรธที่แผ่ออกมานั้นชัดเจนจนคีตาต้องก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
ชายหนุ่มถอดแว่นสายตาออก วางมันลงบนโต๊ะช้าๆ เผยให้เห็นดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวที่บัดนี้วาวโรจน์ไปด้วยความไม่พอใจ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำสมส่วนในชุดสูทสีดำสนิทที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกเผยให้เห็นแผงอกรำไร เดินอ้อมโต๊ะทำงานตรงเข้ามาหาเธออย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวของเขาเหมือนเสือร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม
“เพื่อน?” คินทวนคำเสียงห้วน ยิ้มหยันที่มุมปาก “เพื่อนประเภทไหนที่ต้องซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์กอดเอวกันกลม แถมยังมีกลิ่นน้ำมันเครื่องสกปรกๆ ติดตัวกลับมาถึงในบ้านตระกูลอัครธนกุลแบบนี้... คีตา”
คำพูดประโยคเดียวทำเอาคีตาหน้าซีดเผือด ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ เธอรู้ทันทีว่าแผนแตกยับเยิน พี่ชายของเธอรู้หมดทุกอย่างแล้ว
“พี่คิน... คือคี...”
หญิงสาวพยายามจะอ้าปากแก้ตัว แต่ร่างสูงใหญ่ของคินก็ขยับเข้ามาประชิดจนระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือไม่ถึงคืบ กลิ่นอายบรั่นดีผสมกับกลิ่นกายบุรุษเพศอันร้อนแรงที่แผ่ออกมาจากตัวเขาทำเอาสมองของเธอขาวโพลนไปหมด คินก้มหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ที่ข้างแก้มเนียน เสียงทุ้มต่ำเอ่ยย้ำด้วยถ้อยคำที่จงใจกรีดลึกลงในใจของเธอ
“เธอมีคู่หมั้นอยู่แล้ว... รู้ตัวใช่ไหม?”
คำว่า คู่หมั้น ถูกเน้นย้ำชัดถ้อยชัดคำ คินจงใจยกเรื่องของ ‘ธัน ศิรวิชญ์ พัฒนสกุล’ นักธุรกิจหนุ่มที่ผู้ใหญ่จัดหาไว้ให้มาอ้าง เพื่อเตือนสติว่าเธอไม่มีสิทธิ์ที่จะไปร่าเริงกับผู้ชายชั้นต่ำที่ไหนทั้งนั้น ห้ามทำตัวเหลวไหลให้ตระกูลต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง
มือหนาของคินเอื้อมขึ้นมาเชยคางมนของเธอให้เงยขึ้นสบตา บังคับไม่ให้เธอหลบเลี่ยง นิ้วหัวแม่มือเนียนสากลากไล้ไปตามเรียวปากอิ่มของน้องสาวอย่างถือวิสาสะ สัมผัสอันจาบจ้วงและแฝงไปด้วยความปรารถนาอันลึกล้ำทำเอาคีตาขนลุกซู่ไปทั้งตัว หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอทั้งกลัว... ทว่าในขณะเดียวกัน ร่างกายกลับสั่นสะท้านไปด้วยความสยิวจนน่าประหลาดใจ
“ธันเป็นคู่หมั้นทางธุรกิจที่พ่อกับแม่เลือกให้เธอ... และเขาก็เป็นคนเดียวที่คู่ควรจะยืนข้างเธอ...”
คินเอ่ยต่อ สายตาคมกริบเลื่อนลงมองริมฝีปากแดงก่ำก่อนจะตวัดกลับขึ้นมาสบตาเธออีกครั้ง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหวงแหนดุดัน ราวกับกำลังตีตราจอง
“ส่วนฉัน... ในฐานะ พี่ชาย ของเธอ ฉันมีหน้าที่ต้องดูแลและควบคุมไม่ให้เธอทำตัวออกนอกลู่นอกทางจำเอาไว้ด้วย คีตา”
ชายหนุ่มจงใจเน้นย้ำคำว่า พี่ชาย เพื่อสะกดกั้นอารมณ์ดิบเถื่อนในกายตนเอง และเพื่อตอกย้ำสถานะอันแสนบิดเบี้ยวระหว่างเขาและเธอ ครอบครัวคาดหวังในตัวเขาให้เป็นผู้สืบทอดที่สมบูรณ์แบบ และคาดหวังให้เขาควบคุมน้องสาวดื้อรั้นคนนี้ให้อยู่ในโอวาท... แต่เขากลับคิดมากกว่านั้น...
แต่น้ำเสียงที่กระซิบชิดใบหู สัมผัสบีบเคล้นที่ปลายคาง และสายตาหลังกรอบแว่นที่เผลอมองเรือนร่างของเธอผู้เป็นน้องสาวนอกไส้อย่างจาบจ้วงในเวลานี้... มันกลับห่างไกลจากคำว่าพี่ชายไปไกลโข มันคือกรงขังทองคำอันแสนวาบหวามที่อคิราห์จงใจสร้างขึ้นเพื่อครอบครองเธอไว้แต่เพียงผู้เดียว...
บานประตูไม้สักหนาหนักของห้องทำงานใหญ่ถูกผลักออกช้าๆ พร้อมกับการก้าวเข้ามาของคีตา หญิงสาวเพิ่งกลับมาจากห้างสรรพสินค้าในช่วงค่ำ หลังจากใช้เวลาหลายชั่วโมงลักลอบเดินควงแขน ชิมขนม และหัวเราะต่อกระซิบกับซีนายคนรักของเธอ โดยมีบอดี้การ์ดของพี่ชายตามประกบทุกฝีก้าวทันทีที่ก้าวขาเข้าบ้าน เธอก็ถูกเลขาคนสนิทขอคิน เชิญตัวมาพบที่นี่ทันทีโดยไม่ทันตั้งตัวคีตาพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความหงุดหงิดใจ ใบหน้าจิ้มลิ้มบึ้งตึงด้วยความดื้อรั้น แต่ก็จำใจต้องเดินตามหลังเลขาหนุ่มเข้ามาอย่างเลี่ยงไม่ได้ภายในห้องทำงานทรงสี่เหลี่ยมกว้างขวาง อากาศเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นเข้มข้นของควันบุหรี่ราคาแพงที่ลอยกรุ่นคินนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานหนังแท้ตัวใหญ่ ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีดำสนิทเนี๊ยบกริบผ่อนคลายลงเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวข้างหนึ่งคีบบุหรี่ขึ้นสูบเบาๆ พ่นควันสีเทาหม่นออกมาทางริมฝีปากหยักลึกอย่างช้าๆ ส่วนมืออีกข้างกำลังใช้นิ้วเคาะลงบนโต๊ะทำงานไม้สักเป็นจังหวะ ตึก... ตึก... ตึก... อย่างสม่ำเสมอมันเป็นจังหวะที่เรียบเรื่อย ทว่ากลับแฝงไปด้วยความกดดันอันเยือกเย็นจนทำให้อากาศในห้องคล้ายจะหนักอึ้งขึ้นมาทันทีคิน
ระยะห่างลดลงจนคีตาได้กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นอายความดุดันจากตัวเขา“ไอ้เด็กอู่น้ำมันเครื่องนั่นน่ะเหรอ คีตา?”“ใช่! ซีนายดีกว่าพี่คินตั้งเยอะ! เขาไม่เคยบังคับคี ไม่เคยขังคีไว้ในกรงแบบนี้!” คีตาเชิดหน้าเถียงคำไม่ตกฟาก แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความกลัวร่างสูงใหญ่ที่คืบคลานเข้ามาใกล้จนแทบชิด“หุบปาก!”เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวไม่ดังนัก แต่สะเทือนไปทั้งห้อง คินเอื้อมมือหนาเข้าหมับที่ต้นแขนเนียนละเอียดของเธอ ออกแรงบีบเบาๆ แต่แน่นหนาจนคีตาหนีไม่ได้ ชายหนุ่มก้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาจนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มใส นัยน์ตาคู่คมวาวโรจน์ไปด้วยความหึงหวงที่ปิดไม่มิด“มันไม่ได้ครึ่งของฉันด้วยซ้ำ คีตา... ทั้งเรื่องเงิน ชื่อเสียง หรือแม้กระทั่ง...”คินลากสายตาคมกริบลงมองริมฝีปากบางจิ้มลิ้มที่กำลังสั่นระริก ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตากับเธออย่างมีความหมายลึกซึ้ง“...เรื่องบนเตียง”“พี่คิน! คนบ้า! ปล่อยคีนะ!”ใบหน้าหวานแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ทั้งโกรธทั้งอายกับคำพูดคุกคามอย่างตรงไปตรงมาขอ
บานประตูห้องนอนใหญ่ปิดลงพร้อมกับเสียงถอนหายใจยาวของ คิน อคิราห์ ชายหนุ่มยกมือขึ้นนวดขมับที่เต้นตุบด้วยความเครียดและแรงอารมณ์ที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ภายใน เขาเหนื่อยหนายกับการต้องสะกดกลั้นสัญชาตญาณดิบทุกครั้งที่อยู่ใกล้คุณหนูจอมดื้อคินก้มลงมองกางเกงสแลกเนื้อดีของตัวเองที่บัดนี้มันโป่งนูนและแข็งขืนดันเนื้อผ้าออกมาอย่างเด่นชัด ความต้องการอันพลุ่งพล่านไม่มีท่าทีจะยอมลดละลงง่ายๆ มีแต่จะทวีความรุนแรงขึ้นตามภาพจำที่ติดตาชายหนุ่มสะบัดหัวไล่ความค้างคา พาตัวเองก้าวเข้าไปในห้องน้ำหรูหราตกแต่งสีดำทึบ เขาจัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าแบรนด์เนมที่หลุดลุ่ยออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็นเรือนร่างกำยำสมส่วน แผงอกกว้างและหน้าท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามลอนสวย คินเปิดวาล์วปล่อยให้สายน้ำเย็นจัดจากฝักบัวเรนชาวเวอร์ไหลทะลักลงมารดรินตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า หวังจะใช้ความเย็นยะเยือกของมันช่วยดับไฟสวาทที่กำลังแผดเผาอยู่ข้างในทว่า... ยามที่เปลือกตาคมปิดลง ภาพเมื่อครู่กลับย้อนคืนมาเด่นชัดในมโนสำนึก ผิวเนื้อนุ่มหยุ่นที่บดเบียดซุกไซ้ กลิ่นกายหอมหวานละมุนราวกับขนมแคนดี้ที่ยังคงอบอวลติดอยู่ที่ปลายจมูก และเสียงครางอ้อมแอ้มในลำคอของน้อง
เสียงเบรกของรถหรูที่บดสนิทลงบนพื้นถนนลูกรังหน้าอู่ซ่อมรถซอมซ่อดังสนั่นหวั่นไหว บานประตูรถตู้วีไอพีคันใหญ่ถูกเปิดออกพร้อมกับการก้าวลงมาของ ‘คิน อคิราห์’ ชายหนุ่มยังคงมีใบหน้าที่เรียบเฉย ทว่าแววตาหลังกรอบแว่นสีเงินกลับดุดันและวาวโรจน์ไปด้วยรังสีอำมหิตร่างสูงใหญ่ก้าวฉับๆ ขึ้นไปยังออฟฟิศชั้นสองโดยไม่รอให้ใครเปิดทาง บอดี้การ์ดชุดดำนับสิบนายกรูตามหลังประธานหนุ่มขึ้นไปทันทีปัง!เสียงประตูห้องทำงานกระจกฝ้าถูกผลักออกอย่างแรง คีตาสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานซีดเผือดลงทันทีเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบของพี่ชายนอกไส้คินมาทันเวลาพอดี...ทันก่อนที่ซีนายจะลุกล้ำเข้าไปใต้ร่มผ้าของเธอมากไปกว่านั้น ไม่อย่างนั้นละก็... ซีนายอาจจะไม่มีลมหายใจไปแล้วก็ได้“พี่คิน...!!”เสียงหวานสั่นเครือ คีตาพยายามจะขยับตัวลงจากโต๊ะทำงานทว่าขากลับอ่อนแรง คินไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรกับเธอแม้แต่คำเดียว ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ทว่าเขากลับตวัดสายตาคมกริบไปทางชายหนุ่มมาดเซอร์ที่ยืนหน้าถอดสีอยู่ข้างๆ ก่อนจะปัดมือเป็นสัญญาณสั้นๆ“พาตัวคุณหนู... กลับบ้าน…” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งเลขาและบอดี้การ์ดเสียงเรียบ“ปล่