Masukในขณะที่รีฮานออกไปจัดการตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายนั้น ทีมแพทย์และพยาบาลได้เข้ามาตรวจร่างกายของหญิงสาว
“อาการของเธอเป็นยังไงบ้าง” ฟาอิสเอ่ยถาม
“พ้นขีดอันตรายแล้วครับ เหลือแต่รอให้เธอฟื้นและทำการตรวจซ้ำอย่างละเอียดอีกครั้ง”
“แล้วเมื่อไรเธอจะรู้สึกตัว”
“ระบุไม่ได้ครับ...คงต้องรอจนกว่าเธอจะฟื้น”
หลังการตรวจร่างกายเสร็จสิ้นลงพยาบาลที่ได้รับมอบหมาย ให้ทำหน้าที่ดูแลหญิงสาวได้นำของบางอย่างมามอบให้เขา
“นี่เป็นของใช้ส่วนตัวของเธอที่เราถอดเก็บไว้ก่อนทำการผ่าตัดค่ะ”
ฟาอิสรับมาเก็บไว้ชั่วคราว รอเวลาที่อีกฝ่ายฟื้นคืนสติเขาจะนำมาคืน
“เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับท่านชีค” ซากีเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เรื่องอะไร!” น้ำเสียงที่ถามกลับไปฟังดูเยือกเย็น
“มีคนพบศพ...”
“ศพของใครทำไมพูดให้จบ”
“ศพของคุณนิชามีครับ”
ฟาอิสตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อซากีพร้อมตะคอกเสียงดัง
“พูดอีกทีซิ ศพของใครนะ”
องครักษ์หนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ศพของคุณนิชามีครับนาย มีคนพบเธอโดนฆ่าปาดคออย่างเหี้ยมโหด”
“ฝีมือใคร...มันเป็นใคร...ใครกันที่บังอาจทำแบบนี้” ฟาอิสตวาดก้อง ดวงตาของเขาวาวโรจน์
“ตำรวจที่อยู่ในสถานที่เกิดเหตุกำลังตรวจสอบอยู่ครับ”
“ไม่ว่ามันเป็นใครก็ต้องจับมันมาลงโทษให้ได้ มันจะต้องได้รับโทษอย่างสาสมกับสิ่งที่มันทำกับชามี”
จากนั้นทั้งหมดก็รีบไปดูที่เกิดเหตุ ฟาอิสต้องพบกับภาพที่น่าสะเทือนใจ สภาพศพของน้องสาวที่นอนอยู่ตรงหน้าทำให้ฟาอิสถึงกับขบกรามแน่น ไม่นึกไม่ฝันมาก่อนว่าน้องน้อยต่างมารดาผู้อาภัพ ที่เขารักและเอ็นดูต้องมาพบจุดจบที่น่าสงสารเช่นนี้ เธอถูกฆ่าโดยคนร้ายใช้มีดปักคออย่างโหดเหี้ยม ดวงตาของเธอเบิกโพลง แม้แต่ตอนตายก็ยังตายตาไม่หลับ ชีคหนุ่มเอื้อมมือไปปิดดวงตาที่เบิกกว้างของนิชามี
“หลับให้สบายนะชามี พี่สัญญาพี่จะลากตัวไอ้อีที่มันทำกับเธอมารับโทษทัณฑ์ให้สาสมกับความผิดที่มันก่อขึ้น”
ฟาอิสสั่งระดมกำลังออกตามล่าตัวคนที่กล้ากระทำการอุกอาจเช่นนี้ พร้อมลงมือตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุเพื่อหาหลักฐานสำคัญด้วยตัวเอง ตำรวจเข้าสอบถามผู้คนที่อยู่ในละแวกนั้นว่ามีใครพบเห็นเหตุการณ์นี้บ้างหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม ฟาอิสอยู่ในสถานที่เกิดเหตุเพื่อสั่งการให้ย้ายศพของน้องสาวจนแล้วเสร็จ
ข่าวการเสียชีวิตของนิชามีแพร่สะพัดไปทั่วฮิลฟาฮาร์ภายในเวลาอันรวดเร็ว ตอนแรกอิฟฟาคิดที่จะจัดพิธีศพแบบเรียบง่ายแต่ฟาอิสไม่เห็นด้วย เขาประกาศกร้าวว่าถึงอย่างไรนิชามีก็ขึ้นชื่อว่าเป็นทายาทคนหนึ่งของบิดาเขา ฉะนั้นพิธีศพของเธอจะต้องถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ แม้แต่อิฟฟาก็ยังมิกล้าขัด
งานพิธีดังกล่าวถูกจัดขึ้นอย่างรวดเร็วและต้องไม่มีความผิดพลาดใดใด ทุกคนที่เกี่ยวข้องต่างก็ตั้งใจทำงานของตนอย่างรอบคอบ ระมัดระวังมิให้มีข้อผิดพลาด ด้วยรู้ดีว่าท่านชีคให้ความสำคัญกับงานนี้เป็นอย่างมาก ถึงขั้นลงมาตรวจดูการจัดเตรียมงานทั้งหมดด้วยตัวเอง
นักข่าวทุกแขนงต่างก็มารวมตัวกันเพื่อทำข่าว งานนี้อิฟฟาพยายามให้เรยาตามประกบติดฟาอิสไว้ อีกทั้งยังสั่งให้เธอร่วมพิธีเคียงบ่าเคียงไหล่ชีคฟาอิส
“มีนักข่าวมาทำข่าวนี้กันมากหน้าหลายตา เรยาหนูต้องถือโอกาสนี้อยู่ใกล้ฟาอิสตลอดเวลาเข้าใจไหมจ๊ะ”
เรยาส่งยิ้มให้ผู้สูงวัยแทนคำตอบ เธอฉลาดพอที่จะรู้ว่าควรจะใกล้ชิดชีคหนุ่มแต่พองาม และควรเว้นระยะห่างเพื่อมิให้เขาเกิดความอึดอัดหรือเบื่อหน่ายจนแสดงปฏิกิริยาที่ไม่ควรออกมา แต่เธอก็ไม่ละโอกาสที่จะปรากฏภาพของตนเองออกสื่อร่วมกับเขา
ฟาอิสรู้เท่าทันความคิดของมารดา ที่คล้ายจะสื่อให้ทุกคนเห็นว่าเรยาคือว่าที่ชีคคาคนต่อไป แต่ในเมื่อหญิงสาววางตัวเหมาะสม ทำให้ฟาอิสปฏิบัติต่อเธอด้วยการให้เกียรติเธอในฐานะแขกคนสำคัญคนหนึ่งของฮิลฟาฮาร์ หาใช่ผู้หญิงที่เขาจะแต่งงานด้วยอย่างที่มารดาตั้งใจจะสื่อออกไป เมื่อพิธีดังกล่าวเสร็จสิ้นลงชีคหนุ่มก็เดินจากไปโดยไม่เอ่ยลา ไม่แม้แต่จะหันมามองเรยาด้วยซ้ำ
“ฟาอิสจะรีบไปไหน ทำไมไม่อยู่คุยกับแม่และน้องก่อน”
“ผมมีงานสำคัญที่ต้องทำ” ชายหนุ่มตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น จากนั้นก็เดินไปขึ้นรถโดยมีองครักษ์ทั้งหมดติดตามไปด้วย
“อะไรจะงานยุ่งมากขนาดนั้น หาเรื่องหลีกเลี่ยงน่ะสิ”
เรยาไม่ได้พูดแสดงความคิดเห็นใดใดได้แต่คิดในใจ
‘คำร่ำลือว่าเขาเป็นบุรุษไร้หัวใจที่เคยได้ยินมาก่อนหน้านี้เห็นทีจะเป็นเรื่องจริง’
ตลอดหลายวันที่ผ่านมางานของฟาอิสยุ่งมากจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน เขามักจะปฏิเสธการพบหน้าเรยา ผู้หญิงที่มารดาหมายตาจะให้แต่งงานกับเขาด้วยการใช้งานมาบังหน้า มากกว่าที่จะพูดตอกหน้ากลับไปตรงๆ เหมือนที่เคยทำกับผู้หญิงคนอื่นๆ นั่นอาจเป็นเพราะการวางตัวที่เหมาะสมของเรยา
แต่ไม่ว่างานจะยุ่งมากแค่ไหนฟาอิสก็ไม่เคยลืมที่จะสละเวลาไปดูอาการของหญิงสาวที่เขาขับรถชน จนทำให้เธอนอนสลบไม่ได้สติมาจนถึงตอนนี้ ผ่านมาเกือบสัปดาห์อาการของหญิงสาวเริ่มทุเลา
บาดแผลภายนอกดีขึ้นแต่ก็ยังคงไม่ฟื้น สิ่งนี้เองที่ทำให้ชีคหนุ่มรู้สึกเป็นกังวล ทีมแพทย์ที่ทำการรักษาบอกกับเขาว่าไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากรอให้เธอฟื้นขึ้นมาเอง เขาจึงทำได้เพียงแค่รอ
“ใครนะที่อยากได้ดินแดนของบารัซ” “ท่านตา” หนูน้อยทั้งห้าพร้อมใจกันวิ่งไปอัมรานและพันไมล์ สององครักษ์หนุ่มทำความเคารพคณะที่เดินทางมาจากบารัซ อัมรานอุ้มหนูน้อยซาบียาที่ดูจะฉลาดเฉลียวเกินวัยไว้ในอ้อมแขน “ท่านตาจะยกบารัซให้พวกเราใช่ไหมคะ” “ตาไม่แน่ใจว่าพวกน้าๆ จะยอมให้ตายกบารัซให้ซาบียาหรือเปล่านี่สิ” “บารัซต้องตกเป็นของซาบียาแน่นอนชัวร์ เพราะท่านน้าทั้งสามคนรักและตามใจซาบียาเสมอใช่ไหมคะ” ทาซัส มัสซาร์ และอาบีดีนยิ้มให้กับคำพูดอันชาญฉลาดของแม่หนูน้อยที่เป็นที่รักของทุกคน “คิ้วไปโดนอะไรมาน่ะชาคิน” พันไมล์เอ่ยถามเมื่อเห็นรอยเลือดซึมออกมาจากบาดแผลบริเวณหัวคิ้วของชาคิน “คุณอิรฟานสาธิตให้ทุกคนดูว่าอาวุธที่เพิ่งได้มาใหม่มีอานุภาพร้ายแรงแค่ไหนครับท่านชายา” “อิรฟาน” เจ้าตัวถึงกับสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินท่านยายเรียกชื่อตัวเองเสียงเข้ม ก่อนจะวิ่งไปหลบด้านหลังอัสซาร์ โดยหวังว่าเขาจะเป็นเกาะกำบังให้ตนเอง “ชายชาติทหารเขาไม่วิ่งไปหลบอยู่หลังคนอื่นหรอกนะไอ้เสือ”
ผ่านไปหกปีเชอรีนมีทายาทให้ชีคฟาอิสมากถึงห้าคน และทุกคนก็มีความแสบซ่าไม่แพ้กัน พวกเขามีความชอบที่แตกต่างกันและมีความสนใจชัดเจน อัชมีย์...มีความเป็นผู้นำสูง เจ้าความคิด และเป็นนักวางแผน อิรฟาน...ชื่นชอบความท้าทายและรักการต่อสู้ รุสรัน...ชอบดูแลพี่น้องในยามที่พวกเขาได้รับบาดเจ็บจากการเล่นซน ซาบียา...สาวน้อยแก่นแก้วแสนซน พูดจาฉะฉาน เธอชอบควบคุมให้พี่น้องอยู่ในโอวาทของตนเอง และรักการต่อสู้ นอกจากความสวยที่ถอดแบบออกมาจากมารดาแล้ว อุปนิสัยยังคล้ายกันมากอีกด้วย นาฎาล...ชื่นชอบดนตรีและรักการวาดภาพ เพราะซาบียาเป็นทายาทสาวเพียงหนึ่งเดียวของชีคฟาอิส เธอจึงเป็นรักของทุกคน เวลาที่ซาบียาต้องการอะไรทุกคนก็มักจะตามใจ โดยเฉพาะบิดาและพี่น้องของเธอ ไม่ว่าอะไรที่ซาบียาต้องการพี่น้องทุกคนก็จะเสียสละให้เธอได้เสมอ สิ่งหนึ่งที่พวกเขามีเหมือนกันคือความซุกซนอย่างเสมอต้นเสมอปลาย และเพราะความซุกซนที่มีทำให้ทุกคนต่างก็ปวดเศียรเวียนเกล้า คนที่โดนบ่อยสุดหนีไม่พ้นสามองครักษ์หนุ่มของบิดาและมารดา ชาคิน ซากี และรีฮานมักจะโดนเ
ทันทีที่ฟาอิสเข้าไปภายในห้อง เขาเห็นเชอรีนร้องครวญครางออกมาด้วยความเจ็บปวด น้ำตาของเธอไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวเพราะรู้สึกเจ็บอย่างที่ไม่เคยเจ็บมากเท่านี้มาก่อน เขากุมมือเธอไว้เพื่อถ่ายทอดกำลังใจ “คุณไม่ต้องกลัวนะเชอรีน ผมจะอยู่กับคุณตลอดเวลาจนกว่าลูกจะคลอด” “เจ็บจังค่ะฟาอิส” “ถ้าเจ็บก็ร้องออกมาไม่ต้องเก็บกดไว้” ความเจ็บของเชอรีนกินเวลายาวนานหลายชั่วโมง และเธอก็เริ่มเจ็บท้องถี่ขึ้นเรื่อยๆ ฟาอิสลูบเส้นผมที่เปียกชื้นของเชอรีน ยิ่งเห็นเธอเจ็บปวดแสนสาหัสแบบนี้เขาก็ยิ่งเป็นห่วง และไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าการคลอดลูกจะทำให้คนเป็นแม่ต้องเจ็บปวดมากมายเช่นนี้ “อดทนอีกนิดนะคะ อีกไม่นานเจ้าตัวเล็กก็จะออกมาให้ยลโฉมแล้วค่ะ หายใจลึกๆ ถ้าหมอบอกให้เบ่งก็เบ่งให้เต็มที่เลยนะคะ” “พร้อมนะ โอเคเบ่งเลยค่ะ” เชอรีนกลั้นใจเบ่งจนสุดแรงและทำเช่นนั้นอยู่หลายครั้ง แต่ความเจ็บที่ได้รับมันรุนแรงมากจนเธอแทบจะทนแบกรับความเจ็บปวดนั้นไว้ไม่ไหว ไม่คิดเลยว่าการคลอดลูกจะนำมาซึ่งความเจ็บปวดได้มากมายถึงเพียงนี้ “ใกล้แล้วค่ะ เบ่งอีกทีนะคะ”
และแล้ววันที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง นั่นคือวันแต่งงานของขีคฟาอิสและเชอรีน เสียงจุดพลุดังระงมไปทั่วฮิลฟาฮาร์ สองข้างทางที่ขบวนของคู่บ่าวสาวต้องขับผ่านนั้นเต็มไปด้วยประชาชนมากมาย พวกเขาต่างก็พร้อมใจกันออกมายืนคอยต้อนรับท่านชีคและเจ้าสาวของเขา ไม่นานนักขบวนรถของชีคฟาอิสก็ค่อยๆ ขับผ่านมาตามเส้นทางนั้นอย่างช้าๆ เพื่อให้คนที่มาคอยต้อนรับได้ยลโฉมผู้นำและเจ้าสาวของเขาอย่างใกล้ชิด เชอรีนนั่งเคียงคู่ฟาอิสมาในรถเปิดประทุน เธอโบกมือให้กับผู้คนที่มารอต้อนรับเขาและเธอทั้งสองข้างทาง พร้อมมอบรอยยิ้มที่อ่อนหวานให้กับทุกคน ชาวฮิลฟาฮาร์ต่างชื่นชมในความสวยของเธอ ชุดแต่งงานที่หญิงสาวสวมใส่นั้นหรูหราราคาแพง และออกแบบตัดเย็บอย่างประณีตจากดีไซน์เนอร์ชื่อดังของโลก ความสวยงามตระกานตาของชุดดังกล่าวยามเมื่ออยู่บนเรือนร่างเพรียวบางของเชอรีนถือได้ว่าเหมาะสมและคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป ขบวนรถของคู่บ่าวสาวสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับทุกคนที่ได้พบเห็น งานเลี้ยงฉลองสมรสที่ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติเป็นไปอย่างครึกครื้น ผู้คนที่มีชื่อเสียงจากทั่วทุกมุมโลกพร้อมใจก
ฟาอิสและเชอรีนก็เดินไปขึ้นรถที่มาจอดรออยู่ก่อนแล้ว ทั้งคู่จะเดินทางไปด้วยกันตามลำพัง เชอรีนนำช่อดอกไม้มาวางตรงจุดที่นิชามีเสียชีวิต แววตาของเชอรีนหม่นเศร้า ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นมันย้อนกลับมาในความคิดของเธออีกครั้ง และเธอคงไม่มีวันลืมภาพเหล่านั้นได้เลยไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม “หลับให้สบายนะชามี คนที่ทำร้ายเธอล้วนแล้วแต่ได้รับผลกรรมที่ทำไว้อย่างสาสมแล้ว” “พี่กำลังจะแต่งงานกับเชอรีนในไม่ช้านี้นะชามี เธอกำลังตั้งท้องทายาทของพี่ ฉะนั้นก็ไม่ต้องห่วงอะไรหลับให้สบายนะน้องพี่” “คุณรู้เรื่องแผนการของเรยาที่คิดจะหาทางให้คุณแต่งงานกับเธอมาก่อนหน้านี้ไหมคะฟาอิส” “ผมไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน และไม่เคยคิดอะไรกับเรยาในแง่ชู้สาว ที่จริงต้องพูดว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนทำให้ผมหวั่นไหวได้นอกจากคุณ” “คำพูดและการกระทำของคุณมันขัดแย้งกันอยู่นะคะ คุณบอกว่าไม่คิดอะไรกับเรยา แต่ก็ยอมให้เธอเข้ามาใกล้ชิดสนิทสนมด้วย มันหมายความว่ายังไงคะ” “นั่นเป็นเพราะการวางตัวที่เหมาะสมของเรยา เธอไม่ได้แสดงออกจากโจ่งแจ้งว่าชอบผม แล
หลังจากที่ฟาอิสออกจากโรงพยาบาล ชาวฮิลฟาฮาร์ก็ได้รับข่าวดีว่าท่านชีคของพวกเขาจะสละโสดกับผู้หญิงตามคำทำนายในไม่ช้านี้ พิธีแต่งงานจะถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติ เพราะฝ่ายหญิงเป็นถึงบุตรสาวเพียงคนเดียวของชีคอัมรานและชายาพันไมล์แห่งบารัซ ซึ่งถือเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ มั่นคง และมั่งคั่งไม่ต่างไปจากฮิลฟาฮาร์ นอกจากเรื่องนี้แล้วก็ยังมีข่าวดีที่ทำให้ชาวฮิลฟาฮาร์ถึงกับโห่ร้องชัยโยออกมาด้วยความยินดี เพราะในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าฮิลฟาฮาร์จะได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ที่ทุกคนต่างก็ตั้งตารอคอย สำนักข่าวต่างๆ ได้นำเสนอข่าวของชีคฟาอิสและเชอรีนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นข่าวเกี่ยวกับความคืบหน้าในการจัดเตรียมพิธีแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ที่จะมีขึ้นในอีกไม่ช้า ข่าวว่าที่ชีคคาของฮิลฟาฮาร์กำลังตั้งท้องทายาทของชีคฟาอิส รวมถึงประวัติความเป็นมาของเชอรีน คาราส จัสติน ที่ทุกคนไม่เคยรู้มาก่อน ชาวฮิลฟาฮาร์ต่างก็ตั้งตารอพิธีดังกล่าวอย่างตื่นเต้น รวมถึงการให้กำเนิดทายาทของชีคฟาอิสกันอย่างใจจดใจจ่อ เมื่อฟาอิสพาเชอรีนกลับมาอยู่ที่ฮิลฟาฮาร์พาเลซ ทั้งคู่ก็มีโอกาสได้







