分享

ตอนที่ 2

last update publish date: 2026-09-18 20:55:42

ความเงียบโรยตัวปกคลุมห้องพักสี่เหลี่ยมแคบๆ ไปชั่วขณะ เมื่อม่านมุกตอกกลับด้วยประโยคที่ว่าเธอคือคนที่เก็บเขากลับมา อวิ๋นยังคงนั่งพิงผนังด้วยท่าทีระแวดระวัง นัยน์ตาสีเข้มดุดันจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างประเมินสถานการณ์

ม่านมุกไม่ได้สนใจสายตาคุกคามนั้น เธอขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทรวดทรงอวบอิ่มตามแบบฉบับคนเจ้าเนื้อขยับไปมาขณะที่เธอเดินไปหยิบขวดน้ำเปล่ามารินใส่แก้วแล้วยื่นส่งให้คนเจ็บ

“กินน้ำสิ ปากคุณแห้งจนแตกหมดแล้ว”

ชายหนุ่มมองแก้วน้ำพลาสติกในมือเธอสลับกับใบหน้ากลมกลึง เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยอมรับแก้วน้ำนั้นมาดื่มจนหมด ม่านมุกรับแก้วกลับไปวางไว้บนโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็ก ก่อนจะลากเก้าอี้พลาสติกมานั่งลงตรงหน้าเขา แขนอวบยกขึ้นกอดอกเตรียมพร้อมสำหรับซักไซ้ไล่เลียง

“เอาล่ะ ในเมื่อคุณตื่นแล้วและดูท่าทางจะพูดรู้เรื่อง เราก็มาคุยกันหน่อยดีกว่า” เธอเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เมื่อคืนคุณนอนจมกองเลือดอยู่ข้างทาง ฉันแบกคุณกลับมาทำแผลให้แบบงูๆ ปลาๆ แต่แผลคุณลึกมาก ถ้าปล่อยไว้อาจจะติดเชื้อได้ ฉันว่าคุณควรไปโรงพยาบาล”

“ฉันไม่ไป” อวิ๋นตอบสวนกลับมาทันทีด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด

ม่านมุกขมวดคิ้ว “ทำไมถึงไม่ไป คุณโดนแทงมานะ หรือว่าไม่มีเงิน ค่ารักษาพยาบาลเดี๋ยวฉันออกให้ก่อนก็ได้ โรงพยาบาลรัฐแถวนี้ราคาไม่แพงหรอก”

“ฉันไม่มีเอกสารประจำตัว” เขาโกหกหน้าตาย “กระเป๋าเงินหายไปหมดแล้ว”

“งั้นก็ไปแจ้งความ” เธอเสนอทางเลือกใหม่ทันที “ไปสถานีตำรวจให้เขาลงบันทึกประจำวันไว้ ตำรวจจะได้ช่วยตามเรื่องให้ด้วย คุณโดนปล้นมาใช่ไหมล่ะ หรือโดนพวกนักเลงรุมทำร้าย”

อวิ๋นนิ่งไปชั่วอึดใจ เขาไม่อาจปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้พาเขาไปหาตำรวจได้ เรื่องที่เขาถูกลอบกัดเมื่อคืนเป็นฝีมือของคนในวงการเดียวกัน หากเรื่องถึงหูตำรวจหรือเป็นข่าวออกไป ธุรกิจและคนของเขาที่ฮ่องกงอาจจะได้รับผลกระทบไปด้วย

“ฉันไม่อยากเป็นข่าว ไม่อยากยุ่งยากกับตำรวจ” เขาตอบปัด “แค่โดนพวกเด็กวัยรุ่นดักปล้น ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน”

“แต่คุณเกือบตายนะ” ม่านมุกเถียงกลับเสียงเขียว “ถ้าฉันไม่ไปเจอเข้า คุณคงนอนเลือดหมดตัวตายอยู่ตรงกองขยะนั่นแหละ แล้วถ้าคุณไม่ยอมไปโรงพยาบาล ไม่ยอมไปแจ้งตำรวจ ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าคุณไม่ใช่พวกโจรหนีคดีมา ฉันไม่อยากซวยติดคุกข้อหาให้ที่กบดานโจรหรอกนะ”

“ฉันไม่ใช่โจร”

“แล้วเป็นใคร”

“คนธรรมดาที่เพิ่งโดนปล้น” เขาตอบนิ่งๆ ไม่มีวี่แววของความลุกลี้ลุกลนใดๆ ทั้งสิ้น

ม่านมุกถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอมองผู้ชายตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อเชิ้ตที่แม้จะเปื้อนเลือดและขาดวิ่นแต่เนื้อผ้าก็ดูออกว่ามีราคา กางเกงสแล็กตัดเย็บอย่างดี รูปร่างสูงใหญ่และผิวพรรณที่ดูไม่เหมือนคนทำงานหาเช้ากินค่ำทั่วไป ทำให้เธอรู้สึกตะหงิดใจกับคำว่าคนธรรมดาของเขาเหลือเกิน

แต่ในเมื่อเขาไม่ยอมพูด และเธอก็ไม่มีเวลามานั่งเค้นคอใครตั้งแต่เช้าตรู่ หญิงสาวจึงเลือกที่จะปล่อยผ่านไปก่อน

“เอาเถอะ ฉันจะพยายามเชื่อว่าคุณเป็นแค่คนดวงซวยที่โดนปล้นก็แล้วกัน” เธอปัดมืออย่างรำคาญใจ “คุณนั่งพักไปก่อน เดี๋ยวฉันจะทำอะไรให้กิน จะได้กินยาแก้อักเสบ”

พูดจบม่านมุกก็เดินเลี่ยงไปยังมุมห้องที่ถูกจัดไว้เป็นครัวเล็กๆ เธอหยิบหม้อใบย่อมมาตั้งเตาไฟฟ้า ฉีกซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสองห่อลงไปต้ม ตามด้วยไข่ไก่และผักกาดขาวที่เหลืออยู่ในตู้เย็น กลิ่นหอมของผงปรุงรสลอยอบอวลไปทั่วห้องแคบๆ

อวิ๋นลอบมองแผ่นหลังที่มีน้ำมีนวลของผู้หญิงแปลกหน้า เขาเพิ่งมีโอกาสได้สังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างจริงจัง ห้องพักนี้เล็กมากจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นเพียงกล่องสี่เหลี่ยม ผนังห้องมีรอยด่างดำ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นดูเก่าและผ่านการใช้งานมาอย่างหนักหน่วง แต่ทุกอย่างกลับถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบและสะอาดสะอ้าน

ไม่กี่นาทีต่อมา ม่านมุกก็ยกชามบะหมี่ควันฉุยมาวางลงบนโต๊ะญี่ปุ่นตรงหน้าเขา พร้อมกับช้อนสแตนเลสและส้อมหนึ่งคู่

“กินสิคะ จะได้กินยา” เธอบอกพลางทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิฝั่งตรงข้าม

อวิ๋นก้มมองเส้นบะหมี่สีเหลืองที่ลอยอยู่ในน้ำซุปสีเข้มสลับกับเศษผักกาดขาวเหี่ยวๆ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เขาเกิดมาในตระกูลเหลียงที่เป็นมหาเศรษฐีแห่งฮ่องกง อาหารทุกมื้อถูกปรุงโดยเชฟฝีมือดีและคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศ เขาไม่เคยต้องมากินอาหารที่ดูไร้คุณค่าทางโภชนาการแบบนี้มาก่อน

เขาช้อนสายตาขึ้นมองหน้าเธอ นิ่งเงียบ ไม่ขยับมือไปแตะช้อนส้อมเลยแม้แต่นิดเดียว

“มองหน้าฉันแล้วมันจะอิ่มไหมคุณ กินเข้าไปสิ” ม่านมุกคะยั้นคะยอ

“นี่คืออะไร” เขาถามเสียงเรียบ

“บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไง คุณเกิดมาไม่เคยเห็นหรือไง”

“ฉันไม่กินของพวกนี้”

ม่านมุกอ้าปากค้างเล็กน้อยก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ มืออวบยกขึ้นเท้าสะเอวทันที “คุณคะ คุณเป็นคนเจ็บที่เพิ่งโดนปล้นมาจนหมดตัวนะ ฉันอุตส่าห์ให้ที่ซุกหัวนอนแถมต้มบะหมี่ใส่ไข่ให้กินก็บุญแค่ไหนแล้ว อย่ามาทำตัวเป็นคุณชายเลือกกินแถวนี้ กินๆ เข้าไปเถอะจะได้กินยา”

อวิ๋นยังคงนั่งนิ่ง เขาไม่ได้มีท่าทีโกรธเคืองกับคำต่อว่าของเธอ แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอมกินของในชามเช่นกัน เขาแค่ใช้สายตาเรียบเฉยจ้องมองชามบะหมี่สลับกับใบหน้าของเธอเป็นเชิงปฏิเสธอย่างเงียบๆ

“โอ๊ย คนเจ็บอะไรเรื่องเยอะชะมัด” ม่านมุกบ่นอุบอิบ ขยี้ผมตัวเองอย่างขัดใจ “ถ้าไม่กินก็อดไปเลยนะ ฉันจะต้องไปอาบน้ำแต่งตัวไปทำงานแล้ว สายป่านนี้เจ๊เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอยด่าเปิงแน่”

เธอสะบัดหน้าเดินตึงตังคว้าผ้าเช็ดตัวและเสื้อผ้าเดินออกไปเข้าห้องน้ำปล่อยให้อวิ๋นนั่งอยู่กับชามบะหมี่เพียงลำพัง

在 APP 繼續免費閱讀本書
掃碼下載 APP

最新章節

  • เก็บมาเฟียได้หนึ่งคน   ตอนที่ 7

    ​ม่านมุกก้าวเข้ามาในโซนครัวเล็กๆ ริมระเบียงพร้อมกับหยิบกระทะไฟฟ้าใบเก่าขึ้นมาตั้งไฟ หญิงสาวเทน้ำมันลงไปเล็กน้อย เสียงน้ำมันเดือดดังฉ่าเมื่อเธอโยนกระเทียมสับและเนื้อหมูชิ้นสุดท้ายที่เหลืออยู่ในตู้เย็นลงไปผัด​กลิ่นหอมของการคั่วกระเทียมและเนื้อสัตว์คลุ้งไปทั่วห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ร่างอวบอิ่มตอกไข่ไก่ลงไปสองฟอง คั่วจนสุกเหลืองแล้วใส่ข้าวสวยค้างคืนลงไปผัดคลุกเคล้า ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตาล และพริกไทยอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นก็ทอดไข่ดาวกรอบๆ เพิ่มอีกสองฟองเพื่อความสมบูรณ์แบบของมื้ออาหาร​ม่านมุกจัดการตักข้าวผัดหมูควันฉุยแบ่งใส่จานสองใบ เธอตั้งใจตักข้าวและเนื้อหมูชิ้นโตๆ ใส่ในจานใบแรกจนพูน โปะหน้าด้วยไข่ดาวเยิ้มๆ แล้วเลื่อนไปตรงหน้าคนเจ็บที่นั่งมองการกระทำของเธออยู่เงียบๆ ส่วนจานของตัวเองกลับมีเพียงข้าวผัดที่มีวิญญาณหมูติดมานิดหน่อยและไข่ดาวหนึ่งฟอง​“กินสิ ข้าวผัดหมูไข่ดาว ฉันทำเองค่ะ” เธอเอ่ยพลางทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิฝั่งตรงข้าม

  • เก็บมาเฟียได้หนึ่งคน   ตอนที่ 6

    ​"พวกนั้น... จะกลับมาอีกไหม" เธอตัดสินใจถามในสิ่งที่ค้างคาใจ ​อวิ๋นส่ายหัวช้าๆ "พวกมันเป็นแค่นักเลงปลายแถว รับเงินมาเพื่อสืบข่าวและตามหาตัวฉันเท่านั้น ไม่ได้มีฝีมืออะไรมากมาย โดนอัดไปขนาดนั้นคงไม่กล้ากลับมายุ่มย่ามแถวนี้อีกพักใหญ่" ​"แล้วคนที่จ้างพวกมันมาล่ะ" ​"เรื่องนั้นเธอไม่ต้องกังวล ฉันมีวิธีจัดการของฉันเอง" น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทแต่มั่นคง "ฉันบอกแล้วไงว่าจะไม่ยอมให้ใครมาทำอันตรายเธอ เธอช่วยชีวิตฉันไว้ ฉันไม่มีวันเนรคุณ" ​ม่านมุกแค่นเสียงในลำคอ "ฉันก็ไม่ได้อยากมีบุญคุณอะไรกับคุณหรอกนะ แค่อยากใช้ชีวิตสงบๆ ไปวันๆ ทำงานหาเงินจ่ายค่าห้องก็เหนื่อยจะแย่แล้ว ยังต้องมานั่งระแวงว่าจะโดนลูกหลงจากเรื่องพวกนี้อีก" ​"ฉันขอโทษ" ​คำขอโทษที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักทำเอาม่านมุกชะงักไปเล็กน้อย เธอไม่คิดว่าผู้ชายที่ดูแข็งกร้าวและอันตรายอย่างเขาจะยอมเอ่ยคำนี้ออกมาง่ายๆ แววตาของเขาไม่มีความล้อเล่น มันเต็มไปด้วยความจริงจังจนเธอต้องหลบสายตาไปทางอื่น​"ช่างมันเถอะ ถือซะว่าฉันดวงซวยเองก็แล้วกัน" เธอบ่นพึมพำ ก่อนจะเอี้ยวตัวไปหยิบถุงกับข้าวที่ซื้อติดมือมาตั้งแต่ก่อนเกิดเรื่อง "กินข้าวกันดีกว่า ฉันหิว

  • เก็บมาเฟียได้หนึ่งคน   ตอนที่ 5

    ​ม่านมุกเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อมือหยาบกร้านของนักเลงบีบท่อนแขนของเธอแน่นขึ้น“ฉัน... ฉันไม่รู้เรื่อง ปล่อยฉันนะ” หญิงสาวพยายามสะบัดแขนออกแต่ก็สู้แรงผู้ชายตัวโตไม่ได้ชายที่มีรอยแผลเป็นง้างมือขึ้นเตรียมจะตบเค้นเอาคำตอบ แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เงาดำของใครบางคนก็พุ่งพรวดออกมาจากซอกตึกด้านหลัง ชายคนนั้นสวมเสื้อฮู้ดสีเข้มตัวเก่าที่ดึงฮู้ดขึ้นคลุมศีรษะมิดชิด ใบหน้าครึ่งล่างถูกปิดบังด้วยหน้ากากอนามัยสีดำสนิทจนเหลือเพียงนัยน์ตาสีรัตติกาลที่วาวโรจน์อวิ๋นไม่ได้อยากเปิดเผยตัวตนในตอนแรก แต่เมื่อสัญชาตญาณเตือนภัยทำงาน เขาจึงลอบมองผ่านหน้าต่างและเห็นว่าเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย ชายหนุ่มจึงไม่อาจทนดูอยู่เฉยๆ ได้การออกจากห้องเช่าที่ถูกคล้องแม่กุญแจล็อกจากด้านนอกไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา ชายหนุ่มเดินไปทางพื้นที่ซักล้างด้านหลังห้องซึ่งมีเพียงกำแพงปูนเก่าๆ กั้นอาณาเขตไว้ เขาหยิบเสื้อฮู้ดและหน้ากากมาสวมอำพรางใบหน้า ก่อนจะใช้สองมือยันขอบกำแพงแล้วออกแรงกระโดดข้ามออกมาอย่างง่ายดาย แม้จะสะเทือนแผลที่สีข้างอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรค"กำแพงเตี้ยขนาดนี้ใครปีนเข้า

  • เก็บมาเฟียได้หนึ่งคน   ตอนที่ 4

    เช้าวันต่อมา​เสียงถุงพลาสติกเสียดสีกันดังสวบสาบเมื่อม่านมุกวางถุงกับข้าวลงบนโต๊ะญี่ปุ่นกลางห้อง รูปร่างมีน้ำมีนวลในชุดเสื้อยืดและกางเกงวอร์มตัวโคร่งขยับไปมาอย่างกระฉับกระเฉง เธอจัดการเทข้าวต้มหมูใส่ชามใบกระเบื้อง เลื่อนไปตรงหน้าผู้ชายที่ยังคงนั่งพิงผนังอยู่ในตำแหน่งเดิมราวกับถูกสตาฟไว้ ​เสื้อเชิ้ตตัวเก่าของเขาถูกซักและตากจนแห้งแล้ว เธอนำมาให้เขาใส่ชั่วคราวไปก่อน แม้จะดูยับย่นไปบ้างแต่ก็ดีกว่าปล่อยให้คนเจ็บนั่งเปลือยท่อนบนรับลมจากพัดลมเก่าๆ​“กินข้าวต้มสิคุณ วันนี้ฉันซื้อร้านเจ้าอร่อยมาให้เลยนะ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใส ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิฝั่งตรงข้ามและตักข้าวต้มในชามของตัวเองเข้าปาก​อวิ๋นหยิบช้อนขึ้นมาตักอาหารเงียบๆ เขาไม่แสดงท่าทีต่อต้านเหมือนเมื่อวานแล้ว ทว่านัยน์ตาสีเข้มยังคงฉายแววระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา​ม่านมุกเคี้ยวข้าวต้มจนแก้มตุ่ย พลางจ้องมองผู้ชายร่วมห้องอย่างพิจารณา ถึงเขาจะดูเรื่องเยอะและเข้าถึงยาก แต่การต้องอาศัยอยู่ใต้หลังคาเดียวกันโดยไม่รู้จักแม้แต่ชื่อก็ดูจะแปลกเกินไปหน่อย หญิงสาวกลืนอาหารลงคอแล้วตัดสินใจเป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้น​“จะว่าไป เราอยู่ด้วยกันมาเข้า

  • เก็บมาเฟียได้หนึ่งคน   ตอนที่ 3

    ​นิ้วเรียวยาวกดหน้าจอโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าที่เสียบสายชาร์จทิ้งไว้ตรงมุมห้องใกล้กับกองหนังสือเรียน ความเจ็บปวดจากแผลที่สีข้างยังคงรบกวนการเคลื่อนไหว แต่อวิ๋นชินชากับความเจ็บปวดระดับนี้ไปเสียแล้ว ชายหนุ่มกวาดสายตามองไปที่ประตูห้องน้ำที่ปิดสนิท เมื่อแน่ใจว่าเจ้าของห้องยังไม่ออกมา เขาจึงจัดการปลดล็อกหน้าจอโทรศัพท์ โชคดีที่เธอไม่ได้ตั้งรหัสผ่านอะไรไว้​อวิ๋นเปิดเบราว์เซอร์เข้าสู่ระบบเครือข่ายลับที่เขาตั้งค่าไว้กับลูกน้องคนสนิท พิมพ์ข้อความสั้นๆ เพียงไม่กี่ตัวอักษรเพื่อระบุพิกัดที่อยู่ปัจจุบันและสถานะความปลอดภัยของตัวเอง ส่งตรงไปยังเครือข่ายของตระกูลเหลียง​สมองของบอสใหญ่ประมวลผลอย่างรวดเร็ว การลอบโจมตีเมื่อคืนแม่นยำและกะทันหันเกินไป เส้นทางการเดินทางของเขาเป็นความลับระดับสูง มีเพียงคนในระดับหัวกะทิไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ นั่นหมายความว่ามีหนอนบ่อนไส้อยู่ในองค์กร การหวนกลับไปปรากฏตัวในตอนนี้เท่ากับเดินกลับไปเข้าค่ายกลของศัตรู เขาจำเป็นต้องแกล้งหายสาบสูญไปสักพัก เพื่อล่อให้พวกงูพิษเผยหางออกมา และห้องเช่าซอมซ่อของผู้หญิงธรรมดาคนนี้ ก็คือจุดบอดที่ปลอดภัยที่สุดที่ไม่มีใครคาดคิดถึง​ชายห

  • เก็บมาเฟียได้หนึ่งคน   ตอนที่ 2

    ความเงียบโรยตัวปกคลุมห้องพักสี่เหลี่ยมแคบๆ ไปชั่วขณะ เมื่อม่านมุกตอกกลับด้วยประโยคที่ว่าเธอคือคนที่เก็บเขากลับมา อวิ๋นยังคงนั่งพิงผนังด้วยท่าทีระแวดระวัง นัยน์ตาสีเข้มดุดันจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างประเมินสถานการณ์ ม่านมุกไม่ได้สนใจสายตาคุกคามนั้น เธอขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทรวดทรงอวบอิ่มตามแบบฉบับคนเจ้าเนื้อขยับไปมาขณะที่เธอเดินไปหยิบขวดน้ำเปล่ามารินใส่แก้วแล้วยื่นส่งให้คนเจ็บ “กินน้ำสิ ปากคุณแห้งจนแตกหมดแล้ว” ชายหนุ่มมองแก้วน้ำพลาสติกในมือเธอสลับกับใบหน้ากลมกลึง เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยอมรับแก้วน้ำนั้นมาดื่มจนหมด ม่านมุกรับแก้วกลับไปวางไว้บนโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็ก ก่อนจะลากเก้าอี้พลาสติกมานั่งลงตรงหน้าเขา แขนอวบยกขึ้นกอดอกเตรียมพร้อมสำหรับซักไซ้ไล่เลียง “เอาล่ะ ในเมื่อคุณตื่นแล้วและดูท่าทางจะพูดรู้เรื่อง เราก็มาคุยกันหน่อยดีกว่า” เธอเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เมื่อคืนคุณนอนจมกองเลือดอยู่ข้างทาง ฉันแบกคุณกลับมาทำแผลให้แบบงูๆ ปลาๆ แต่แผลคุณลึกมาก ถ้าปล่อยไว้อาจจะติดเชื้อได้ ฉันว่าคุณควรไปโรงพยาบาล” “ฉันไม่ไป” อวิ๋นตอบสวนกลับมาทันทีด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด ม่านมุกขมว

更多章節
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status