เก็บมาเฟียได้หนึ่งคน

เก็บมาเฟียได้หนึ่งคน

last updateLast Updated : 2026-10-04
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
7Chapters
10views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

แค่ช่วยคนเจ็บกลับบ้าน ทำไมชีวิตถึงได้วุ่นวายขนาดนี้ก็ไม่รู้…จากที่คิดว่าจะได้บุญ กลับได้มาเฟียติดมือมาหนึ่งคน แถมไอ้คนที่เก็บมาได้ยังไม่คิดจะไปไหนอีกต่างหาก! แนะนำตัวละคร เหลียง อวิ๋นเจ๋อ (อวิ๋น) อายุ 31 ปี ทายาทตระกูลใหญ่จากฮ่องกง ผู้ชายที่แค่ปรายตามองก็ทำให้คนรอบข้างไม่กล้าพูดอะไรต่อ อวิ๋นเป็นคนสุขุม พูดน้อย และไม่ชอบความวุ่นวาย ชีวิตของเขาเต็มไปด้วยกฎที่ไม่เคยคิดจะให้ใครเข้ามาเปลี่ยนแปลง มุกดาพร อินทรวาณิช (ม่านมุก) อายุ 23 ปี ผู้หญิงอ้วนธรรมดาที่ชีวิตไม่ได้มีอะไรหรูหรา นอกจากงาน เงินเก็บ และความฝันเรื่องเรียนต่อ ม่านมุกเป็นคนใจดี ขยัน และปากเก่งเกินหน้าตาไปนิด ชอบช่วยคนอื่นจนบางครั้งลืมไปว่าตัวเองก็มีเรื่องให้ต้องรับมือเหมือนกัน

View More

Chapter 1

ตอนที่ 1

“เช็ดโต๊ะเสร็จแล้วก็ปิดร้านได้เลยนะมุก ป้าจะรีบกลับไปดูละคร”

“รับทราบค่ะป้าพร เดินทางปลอดภัยนะคะ”

ม่านมุกรับคำเจ้าของร้านอาหารตามสั่งพร้อมกับส่งรอยยิ้มกว้าง เธอจัดการเก็บกวาดเช็ดถูโต๊ะตัวสุดท้ายจนสะอาดเอี่ยม รูปร่างอวบอิ่มขยับไปมาอย่างคล่องแคล่ว แม้จะเหนื่อยล้าจากการยืนทำงานมาตั้งแต่ช่วงบ่าย แต่เมื่อนึกถึงยอดเงินในสมุดบัญชีที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้น เธอก็มีแรงฮึดสู้ หญิงสาวถอดผ้ากันเปื้อนออก คว้ากระเป๋าผ้าใบเก่ามาสะพายเตรียมตัวกลับที่พัก

“ถ้าเดือนนี้ได้ค่าโอทีเพิ่ม น่าจะพอจ่ายค่าสมัครเรียนเทอมหน้าพอดี” เธอพึมพำกับตัวเองขณะเดินเลี้ยวเข้ามาในซอยแคบๆ ทางเดินกลับบ้านของเธอค่อนข้างเปลี่ยวและมืด แต่เพราะเดินมาเป็นปีๆ จึงชินเสียแล้ว

ทว่าคืนนี้กลับมีบางอย่างต่างออกไป

ตุบ...

เสียงของหนักตกลงพื้นดังมาจากมุมมืดข้างกองลังกระดาษเก่า ม่านมุกชะงักฝีเท้าทันที เธอเพ่งสายตาฝ่าความสลัวเข้าไป ก่อนจะเห็นเงาดำของคนนอนขดตัวอยู่บนพื้น

“เมาหรือไงนั่น” เธอพึมพำ ตัดสินใจก้าวเท้าเดินเลี่ยงไปอีกฝั่ง ไม่อยากเอาตัวไปยุ่งกับคนเมาข้างถนน

แต่จังหวะที่กำลังจะเดินผ่าน กลิ่นคาวสนิมที่ลอยแตะจมูกก็ทำให้เธอต้องหยุดชะงัก มันไม่ใช่กลิ่นเหล้า แต่เป็นกลิ่นเลือด ม่านมุกหันขวับกลับไปมอง ร่างนั้นไม่ได้ขยับตัวเลยสักนิด มีเพียงเสียงหอบหายใจติดขัดที่ดังลอดออกมาให้ได้ยิน

“คุณ” เธอส่งเสียงเรียกหยั่งเชิงอยู่ห่างๆ

ไม่มีเสียงตอบรับ หญิงสาวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ทนความรู้สึกผิดในใจไม่ไหว เธอเดินเข้าไปใกล้ทรุดตัวลงนั่งยองๆ ข้างร่างผู้ชายที่นอนตะแคงอยู่ เสื้อเชิ้ตสีเข้มของเขาเปียกชุ่มไปด้วยของเหลวเหนียวเหนอะหนะ

“คุณคะ ได้ยินฉันไหม” เธอยื่นมือไปแตะท่อนแขนเขาเบาๆ

ชายแปลกหน้าครางฮือในลำคอ ร่างกายกระตุกเกร็งคล้ายกำลังทรมาน ม่านมุกเบิกตากว้างเมื่อเห็นเลือดที่ซึมออกมาจากบริเวณสีข้างซ้ายของเขา มันไหลนองจนเปรอะพื้นถนนไปหมด

“เวรแล้วไง โดนแทงมาเหรอเนี่ย” หญิงสาวลุกลี้ลุกลน คลำหาสมาร์ตโฟนในกระเป๋าผ้าหวังจะโทรเรียกกู้ภัย แต่หน้าจอกลับดำสนิทเพราะแบตเตอรี่หมดไปตั้งแต่หัวค่ำ “โอ๊ย ทำไมต้องมาแบตหมดตอนหน้าสิ่วหน้าขวานด้วยวะ”

เธอหันมองซ้ายมองขวา ซอยทั้งซอยเงียบสงัดไม่มีใครเดินผ่านเลยสักคน จะทิ้งเขาไว้ตรงนี้ก็มีหวังได้นอนตายเป็นผีเฝ้าซอยแน่ๆ แต่ถ้าช่วยพาไปโรงพยาบาลก็ไกลเกินกว่าที่เธอจะแบกไหว

“คุณ ลุกไหวไหม บ้านฉันอยู่ถัดไปอีกไม่กี่ซอย ไปทำแผลห้ามเลือดก่อนแล้วกัน”

ม่านมุกตัดสินใจสอดแขนเข้าไปใต้รักแร้ของคนเจ็บ ออกแรงดึงให้เขาลุกขึ้นนั่ง น้ำหนักตัวของผู้ชายที่สูงกว่าเธอเป็นคืบทิ้งโถมลงมาหาจนเธอเซถอยหลังไปหลายก้าว หญิงสาวกัดฟันกรอด รวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มีพยุงร่างเขาให้ลุกขึ้นยืน

“กินเหล็กเข้าไปหรือไง หนักชะมัด” เธอบ่นกระปอดกระแปด ลำแขนอวบต้องรัดเอวสอบของเขาไว้แน่นเพื่อเป็นหลักยึด ท่อนแขนหนักอึ้งของคนเจ็บพาดลงบนบ่าของเธอพอดี

ทุกก้าวที่เดินเต็มไปด้วยความทุลักทุเล ม่านมุกต้องคอยดึงสติคนเจ็บไม่ให้หลับไปกลางทาง

“นี่คุณ อย่าเพิ่งทิ้งน้ำหนักลงมาสิ ขาฉันจะทรุดแล้วนะ” เธอหอบหายใจ เหงื่อเม็ดทึบผุดพรายเต็มใบหน้ากลมกลึง “ก้าวเท้าหน่อยคุณ อีกนิดเดียวจะถึงบ้านแล้ว”

คนที่แทบไม่ได้สติพยายามก้าวขาตามแรงลากจูงของเธออย่างทุลักทุเล จนกระทั่งมาถึงประตูรั้วหลังบ้าน ม่านมุกค่อยๆ ขยับตัวเปิดประตูไม้บานเก่าอย่างเบามือที่สุด เธอต้องระวังไม่ให้เกิดเสียงดัง เพราะถ้าญาติจอมขี้บ่นที่นอนอยู่ในบ้านใหญ่ตื่นมาเจอว่าเธอพาผู้ชายแปลกหน้าเข้าบ้าน มีหวังได้โดนด่าเปิงตั้งแต่ยังไม่ข้ามวันแน่

ม่านมุกพยุงคนเจ็บเข้ามาถึงในห้องพักที่เป็นเหมือนห้องเก็บของต่อเติมใหม่ เธอปล่อยร่างเขาลงบนฟูกนอนที่ปูไว้กับพื้นอย่างหมดแรง หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งพิงปลายเตียง หอบหายใจแฮกจนหน้าอกกระเพื่อมไหว แขนขาสั่นระริกไปหมดจากการออกแรงเกินกำลัง

“หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ เลยไอ้มุกเอ๊ย” เธอบ่นกับตัวเอง ก่อนจะฝืนสังขารลุกขึ้นไปหยิบกะละมังใส่น้ำสะอาด ผ้าขนหนู และกล่องปฐมพยาบาลมาวางไว้ข้างฟูก

ม่านมุกจัดการปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่เปื้อนเลือดของเขาออกอย่างระมัดระวัง แม้สภาพแสงในห้องจะมีเพียงหลอดไฟดวงเล็ก แต่เธอก็พอมองเห็นโครงหน้าคมคายและรอยฟกช้ำตามมุมปากของเขาได้ชัดเจน บาดแผลที่สีข้างดูเหมือนรอยมีดบาด โชคดีที่มันไม่ได้ลึกจนถึงขั้นสาหัส แต่เลือดก็ยังคงซึมออกมาเรื่อยๆ

“ทนแสบหน่อยนะคุณ ฉันไม่ใช่พยาบาล ถ้ามือหนักไปก็ถือว่าหายกันกับที่ฉันต้องแบกคุณมาแล้วกัน”

เธอพูดไปมือก็ทำความสะอาดแผลไป ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดคราบเลือดตามร่างกายและใบหน้าของเขาอย่างตั้งใจ สลับกับใส่ยาและปิดแผลด้วยผ้าก๊อซจนเรียบร้อย ทุกขั้นตอนกินเวลาไปเป็นชั่วโมง กว่าทุกอย่างจะเสร็จสิ้น ม่านมุกก็แทบจะหมดสติไปอีกคน

หญิงสาวจัดการดึงผ้าห่มผืนบางของตัวเองมาคลุมให้คนเจ็บ ส่วนเธอลุกไปล้างมือและกลับมาทรุดตัวลงนอนบนพื้นกระเบื้องข้างฟูกนอน ใช้หมอนอิงใบเล็กมารองหัวไว้ ความเหนื่อยล้าสะสมทำให้เธอดึงสติไว้ไม่ไหว หลับลึกไปแทบจะทันทีที่หัวถึงหมอน

เสียงนกร้องจากต้นไม้หลังบ้านและเสียงรถยนต์ที่แล่นผ่านซอยในตอนเช้า ปลุกให้คนที่นอนขดอยู่บนพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบเริ่มรู้สึกตัว ม่านมุกขยับตัวบิดขี้เกียจ ความปวดเมื่อยแล่นริ้วไปตามแผ่นหลังและลำคอจนเธอต้องนิ่วหน้า หญิงสาวยันตัวลุกขึ้นนั่ง ใช้มือขยี้ตาเพื่อปรับโฟกัส

ความทรงจำเมื่อคืนไหลย้อนกลับมา เธอรีบหันไปมองบนฟูกนอนทันที

ผู้ชายคนนั้นไม่ได้นอนหลับตาไม่ได้สติเหมือนเมื่อคืนอีกแล้ว เขากำลังนั่งพิงผนังห้อง เสื้อเชิ้ตถูกปลดกระดุมออกเผยให้เห็นรอยแผลที่ถูกทำความสะอาดไว้เรียบร้อย สายตาคมกริบของเขากำลังจ้องมองมาที่เธออย่างไม่วางตา มันเป็นสายตาที่เยือกเย็นและแฝงไปด้วยความระแวดระวังจนคนถูกมองรู้สึกอึดอัด

บรรยากาศในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ เงียบงันไปชั่วขณะ ม่านมุกกะพริบตาปริบๆ สมองกำลังประมวลผลว่าจะพูดทักทายคนแปลกหน้าในห้องตัวเองอย่างไรดี แต่ยังไม่ทันที่เธอจะขยับปาก อีกฝ่ายก็เป็นคนทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน

“เธอเป็นใคร” อวิ๋นถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่า นัยน์ตาสีเข้มฉายแววดุดันเพื่อข่มขวัญคนตรงหน้า

ม่านมุกชะงักไปเล็กน้อยกับน้ำเสียงเอาเรื่องนั้น เธอใช้มือปัดฝุ่นที่กางเกงลวกๆ ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประจันหน้ากับคนที่กำลังทำหน้าตึงใส่

“คนที่เก็บคุณกลับมาค่ะ” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่แพ้กัน “และถ้าคุณยังมีแรงทำหน้าดุใส่ฉันตั้งแต่เพิ่งตื่นแบบนี้ แปลว่าคงไม่ตายง่ายๆ แล้วล่ะคุณ”

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
7 Chapters
ตอนที่ 1
“เช็ดโต๊ะเสร็จแล้วก็ปิดร้านได้เลยนะมุก ป้าจะรีบกลับไปดูละคร” “รับทราบค่ะป้าพร เดินทางปลอดภัยนะคะ” ม่านมุกรับคำเจ้าของร้านอาหารตามสั่งพร้อมกับส่งรอยยิ้มกว้าง เธอจัดการเก็บกวาดเช็ดถูโต๊ะตัวสุดท้ายจนสะอาดเอี่ยม รูปร่างอวบอิ่มขยับไปมาอย่างคล่องแคล่ว แม้จะเหนื่อยล้าจากการยืนทำงานมาตั้งแต่ช่วงบ่าย แต่เมื่อนึกถึงยอดเงินในสมุดบัญชีที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้น เธอก็มีแรงฮึดสู้ หญิงสาวถอดผ้ากันเปื้อนออก คว้ากระเป๋าผ้าใบเก่ามาสะพายเตรียมตัวกลับที่พัก “ถ้าเดือนนี้ได้ค่าโอทีเพิ่ม น่าจะพอจ่ายค่าสมัครเรียนเทอมหน้าพอดี” เธอพึมพำกับตัวเองขณะเดินเลี้ยวเข้ามาในซอยแคบๆ ทางเดินกลับบ้านของเธอค่อนข้างเปลี่ยวและมืด แต่เพราะเดินมาเป็นปีๆ จึงชินเสียแล้ว ทว่าคืนนี้กลับมีบางอย่างต่างออกไป ตุบ... เสียงของหนักตกลงพื้นดังมาจากมุมมืดข้างกองลังกระดาษเก่า ม่านมุกชะงักฝีเท้าทันที เธอเพ่งสายตาฝ่าความสลัวเข้าไป ก่อนจะเห็นเงาดำของคนนอนขดตัวอยู่บนพื้น “เมาหรือไงนั่น” เธอพึมพำ ตัดสินใจก้าวเท้าเดินเลี่ยงไปอีกฝั่ง ไม่อยากเอาตัวไปยุ่งกับคนเมาข้างถนน แต่จังหวะที่กำลังจะเดินผ่าน กลิ่นคาวสนิมที่ลอยแตะจมูกก็ทำให้เธอต้องหยุดชะงัก มั
last updateLast Updated : 2026-09-18
Read more
ตอนที่ 2
ความเงียบโรยตัวปกคลุมห้องพักสี่เหลี่ยมแคบๆ ไปชั่วขณะ เมื่อม่านมุกตอกกลับด้วยประโยคที่ว่าเธอคือคนที่เก็บเขากลับมา อวิ๋นยังคงนั่งพิงผนังด้วยท่าทีระแวดระวัง นัยน์ตาสีเข้มดุดันจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างประเมินสถานการณ์ ม่านมุกไม่ได้สนใจสายตาคุกคามนั้น เธอขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทรวดทรงอวบอิ่มตามแบบฉบับคนเจ้าเนื้อขยับไปมาขณะที่เธอเดินไปหยิบขวดน้ำเปล่ามารินใส่แก้วแล้วยื่นส่งให้คนเจ็บ “กินน้ำสิ ปากคุณแห้งจนแตกหมดแล้ว” ชายหนุ่มมองแก้วน้ำพลาสติกในมือเธอสลับกับใบหน้ากลมกลึง เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยอมรับแก้วน้ำนั้นมาดื่มจนหมด ม่านมุกรับแก้วกลับไปวางไว้บนโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็ก ก่อนจะลากเก้าอี้พลาสติกมานั่งลงตรงหน้าเขา แขนอวบยกขึ้นกอดอกเตรียมพร้อมสำหรับซักไซ้ไล่เลียง “เอาล่ะ ในเมื่อคุณตื่นแล้วและดูท่าทางจะพูดรู้เรื่อง เราก็มาคุยกันหน่อยดีกว่า” เธอเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เมื่อคืนคุณนอนจมกองเลือดอยู่ข้างทาง ฉันแบกคุณกลับมาทำแผลให้แบบงูๆ ปลาๆ แต่แผลคุณลึกมาก ถ้าปล่อยไว้อาจจะติดเชื้อได้ ฉันว่าคุณควรไปโรงพยาบาล” “ฉันไม่ไป” อวิ๋นตอบสวนกลับมาทันทีด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด ม่านมุกขมว
last updateLast Updated : 2026-09-18
Read more
ตอนที่ 3
​นิ้วเรียวยาวกดหน้าจอโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าที่เสียบสายชาร์จทิ้งไว้ตรงมุมห้องใกล้กับกองหนังสือเรียน ความเจ็บปวดจากแผลที่สีข้างยังคงรบกวนการเคลื่อนไหว แต่อวิ๋นชินชากับความเจ็บปวดระดับนี้ไปเสียแล้ว ชายหนุ่มกวาดสายตามองไปที่ประตูห้องน้ำที่ปิดสนิท เมื่อแน่ใจว่าเจ้าของห้องยังไม่ออกมา เขาจึงจัดการปลดล็อกหน้าจอโทรศัพท์ โชคดีที่เธอไม่ได้ตั้งรหัสผ่านอะไรไว้​อวิ๋นเปิดเบราว์เซอร์เข้าสู่ระบบเครือข่ายลับที่เขาตั้งค่าไว้กับลูกน้องคนสนิท พิมพ์ข้อความสั้นๆ เพียงไม่กี่ตัวอักษรเพื่อระบุพิกัดที่อยู่ปัจจุบันและสถานะความปลอดภัยของตัวเอง ส่งตรงไปยังเครือข่ายของตระกูลเหลียง​สมองของบอสใหญ่ประมวลผลอย่างรวดเร็ว การลอบโจมตีเมื่อคืนแม่นยำและกะทันหันเกินไป เส้นทางการเดินทางของเขาเป็นความลับระดับสูง มีเพียงคนในระดับหัวกะทิไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ นั่นหมายความว่ามีหนอนบ่อนไส้อยู่ในองค์กร การหวนกลับไปปรากฏตัวในตอนนี้เท่ากับเดินกลับไปเข้าค่ายกลของศัตรู เขาจำเป็นต้องแกล้งหายสาบสูญไปสักพัก เพื่อล่อให้พวกงูพิษเผยหางออกมา และห้องเช่าซอมซ่อของผู้หญิงธรรมดาคนนี้ ก็คือจุดบอดที่ปลอดภัยที่สุดที่ไม่มีใครคาดคิดถึง​ชายห
last updateLast Updated : 2026-09-18
Read more
ตอนที่ 4
เช้าวันต่อมา​เสียงถุงพลาสติกเสียดสีกันดังสวบสาบเมื่อม่านมุกวางถุงกับข้าวลงบนโต๊ะญี่ปุ่นกลางห้อง รูปร่างมีน้ำมีนวลในชุดเสื้อยืดและกางเกงวอร์มตัวโคร่งขยับไปมาอย่างกระฉับกระเฉง เธอจัดการเทข้าวต้มหมูใส่ชามใบกระเบื้อง เลื่อนไปตรงหน้าผู้ชายที่ยังคงนั่งพิงผนังอยู่ในตำแหน่งเดิมราวกับถูกสตาฟไว้ ​เสื้อเชิ้ตตัวเก่าของเขาถูกซักและตากจนแห้งแล้ว เธอนำมาให้เขาใส่ชั่วคราวไปก่อน แม้จะดูยับย่นไปบ้างแต่ก็ดีกว่าปล่อยให้คนเจ็บนั่งเปลือยท่อนบนรับลมจากพัดลมเก่าๆ​“กินข้าวต้มสิคุณ วันนี้ฉันซื้อร้านเจ้าอร่อยมาให้เลยนะ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใส ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิฝั่งตรงข้ามและตักข้าวต้มในชามของตัวเองเข้าปาก​อวิ๋นหยิบช้อนขึ้นมาตักอาหารเงียบๆ เขาไม่แสดงท่าทีต่อต้านเหมือนเมื่อวานแล้ว ทว่านัยน์ตาสีเข้มยังคงฉายแววระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา​ม่านมุกเคี้ยวข้าวต้มจนแก้มตุ่ย พลางจ้องมองผู้ชายร่วมห้องอย่างพิจารณา ถึงเขาจะดูเรื่องเยอะและเข้าถึงยาก แต่การต้องอาศัยอยู่ใต้หลังคาเดียวกันโดยไม่รู้จักแม้แต่ชื่อก็ดูจะแปลกเกินไปหน่อย หญิงสาวกลืนอาหารลงคอแล้วตัดสินใจเป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้น​“จะว่าไป เราอยู่ด้วยกันมาเข้า
last updateLast Updated : 2026-09-18
Read more
ตอนที่ 5
​ม่านมุกเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อมือหยาบกร้านของนักเลงบีบท่อนแขนของเธอแน่นขึ้น“ฉัน... ฉันไม่รู้เรื่อง ปล่อยฉันนะ” หญิงสาวพยายามสะบัดแขนออกแต่ก็สู้แรงผู้ชายตัวโตไม่ได้ชายที่มีรอยแผลเป็นง้างมือขึ้นเตรียมจะตบเค้นเอาคำตอบ แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เงาดำของใครบางคนก็พุ่งพรวดออกมาจากซอกตึกด้านหลัง ชายคนนั้นสวมเสื้อฮู้ดสีเข้มตัวเก่าที่ดึงฮู้ดขึ้นคลุมศีรษะมิดชิด ใบหน้าครึ่งล่างถูกปิดบังด้วยหน้ากากอนามัยสีดำสนิทจนเหลือเพียงนัยน์ตาสีรัตติกาลที่วาวโรจน์อวิ๋นไม่ได้อยากเปิดเผยตัวตนในตอนแรก แต่เมื่อสัญชาตญาณเตือนภัยทำงาน เขาจึงลอบมองผ่านหน้าต่างและเห็นว่าเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย ชายหนุ่มจึงไม่อาจทนดูอยู่เฉยๆ ได้การออกจากห้องเช่าที่ถูกคล้องแม่กุญแจล็อกจากด้านนอกไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา ชายหนุ่มเดินไปทางพื้นที่ซักล้างด้านหลังห้องซึ่งมีเพียงกำแพงปูนเก่าๆ กั้นอาณาเขตไว้ เขาหยิบเสื้อฮู้ดและหน้ากากมาสวมอำพรางใบหน้า ก่อนจะใช้สองมือยันขอบกำแพงแล้วออกแรงกระโดดข้ามออกมาอย่างง่ายดาย แม้จะสะเทือนแผลที่สีข้างอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรค"กำแพงเตี้ยขนาดนี้ใครปีนเข้า
last updateLast Updated : 2026-09-22
Read more
ตอนที่ 6
​"พวกนั้น... จะกลับมาอีกไหม" เธอตัดสินใจถามในสิ่งที่ค้างคาใจ ​อวิ๋นส่ายหัวช้าๆ "พวกมันเป็นแค่นักเลงปลายแถว รับเงินมาเพื่อสืบข่าวและตามหาตัวฉันเท่านั้น ไม่ได้มีฝีมืออะไรมากมาย โดนอัดไปขนาดนั้นคงไม่กล้ากลับมายุ่มย่ามแถวนี้อีกพักใหญ่" ​"แล้วคนที่จ้างพวกมันมาล่ะ" ​"เรื่องนั้นเธอไม่ต้องกังวล ฉันมีวิธีจัดการของฉันเอง" น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทแต่มั่นคง "ฉันบอกแล้วไงว่าจะไม่ยอมให้ใครมาทำอันตรายเธอ เธอช่วยชีวิตฉันไว้ ฉันไม่มีวันเนรคุณ" ​ม่านมุกแค่นเสียงในลำคอ "ฉันก็ไม่ได้อยากมีบุญคุณอะไรกับคุณหรอกนะ แค่อยากใช้ชีวิตสงบๆ ไปวันๆ ทำงานหาเงินจ่ายค่าห้องก็เหนื่อยจะแย่แล้ว ยังต้องมานั่งระแวงว่าจะโดนลูกหลงจากเรื่องพวกนี้อีก" ​"ฉันขอโทษ" ​คำขอโทษที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักทำเอาม่านมุกชะงักไปเล็กน้อย เธอไม่คิดว่าผู้ชายที่ดูแข็งกร้าวและอันตรายอย่างเขาจะยอมเอ่ยคำนี้ออกมาง่ายๆ แววตาของเขาไม่มีความล้อเล่น มันเต็มไปด้วยความจริงจังจนเธอต้องหลบสายตาไปทางอื่น​"ช่างมันเถอะ ถือซะว่าฉันดวงซวยเองก็แล้วกัน" เธอบ่นพึมพำ ก่อนจะเอี้ยวตัวไปหยิบถุงกับข้าวที่ซื้อติดมือมาตั้งแต่ก่อนเกิดเรื่อง "กินข้าวกันดีกว่า ฉันหิว
last updateLast Updated : 2026-10-03
Read more
ตอนที่ 7
 ​ม่านมุกก้าวเข้ามาในโซนครัวเล็กๆ ริมระเบียงพร้อมกับหยิบกระทะไฟฟ้าใบเก่าขึ้นมาตั้งไฟ หญิงสาวเทน้ำมันลงไปเล็กน้อย เสียงน้ำมันเดือดดังฉ่าเมื่อเธอโยนกระเทียมสับและเนื้อหมูชิ้นสุดท้ายที่เหลืออยู่ในตู้เย็นลงไปผัด ​กลิ่นหอมของการคั่วกระเทียมและเนื้อสัตว์คลุ้งไปทั่วห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ร่างอวบอิ่มตอกไข่ไก่ลงไปสองฟอง คั่วจนสุกเหลืองแล้วใส่ข้าวสวยค้างคืนลงไปผัดคลุกเคล้า ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตาล และพริกไทยอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นก็ทอดไข่ดาวกรอบๆ เพิ่มอีกสองฟองเพื่อความสมบูรณ์แบบของมื้ออาหาร ​ม่านมุกจัดการตักข้าวผัดหมูควันฉุยแบ่งใส่จานสองใบ เธอตั้งใจตักข้าวและเนื้อหมูชิ้นโตๆ ใส่ในจานใบแรกจนพูน โปะหน้าด้วยไข่ดาวเยิ้มๆ แล้วเลื่อนไปตรงหน้าคนเจ็บที่นั่งมองการกระทำของเธออยู่เงียบๆ ส่วนจานของตัวเองกลับมีเพียงข้าวผัดที่มีวิญญาณหมูติดมานิดหน่อยและไข่ดาวหนึ่งฟอง ​“กินสิ ข้าวผัดหมูไข่ดาว ฉันทำเองค่ะ” เธอเอ่ยพลางทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิฝั่งตรงข้าม
last updateLast Updated : 2026-10-04
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status