Beranda / โรแมนติก / เขยอีสาน จาติรัช / บทที่ 5 ภาษาไทยได้จำกัด

Share

บทที่ 5 ภาษาไทยได้จำกัด

Penulis: plernwalee
last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-15 21:30:12

“เออ...จริงด้วย กูบอกอ้ายหมอกมาช่วยมึงดีกว่า” คนตัวเล็กหันมาชี้หน้าเพื่อนยิ้ม ๆ

“โวะ! กูพูดเล่นค่ะ อ้ายมึงอยู่คนละฟากกรุงเทพ มาทีกูนึกว่าผู้ปกครองมาเฝ้าลูกทำกิจกรรม กูก็แค่ไปเร็วหน่อยค่อย ๆ จัดไปแค่นั้น มึงได้งานก็ดีแล้วไงวะ จะได้ไม่ต้องกลับบ้านอยู่เป็นเพื่อนกันกูไม่ชอบนอนคนเดียว” น้ำฝนว่าพลางกอดคอซบบ่าเพื่อน

“แต่อ้ายกูนอนเป็นเพื่อนมึงได้นะ” มัดหมี่ยังไม่เลิกแซวเพื่อน

“บอกอ้ายหมอกดึงวิญญาณออกจากกองหนังสือก่อนค่ะ เปลี่ยนเรื่องค่ะ เอางี้ ฉลองมึงได้งาน กูซื้อชุดใหม่ให้เอง”

“จริง!” หญิงสาวกระโดดกอดคอถามเพื่อน

“ชัวร์อยู่แล้ว นี่ใคร (ชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง) ว่าที่ลูกสะใภ้ใหญ่กำนันเมฆเชียวนะ สวยและรวยมากนะจ๊ะ” น้ำฝนพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี ซึ่งกำนันเมฆที่ว่าก็คือพ่อของมัดหมี่นั่นเอง

“จ้า พี่สะใภ้ที่รัก มัวแต่เล่นตัวไม่ได้นะมึงเดี๋ยวก็ซิ่วเหมือนกูหรอก แต่รับรองได้นะ อ้ายกูไม่เชี้ยเหมือนไอ้โต้งแน่นอน” หญิงสาวกอดคอเพื่อนพูดถึงแฟนเก่าตัวเองที่หาข้ออ้างเลิกกับเธอเพียงเพราะขอหอมแก้มเธอไม่ให้แค่นั้น (แต่ตัวเองดันทำผู้หญิงท้อง)

“จ้า งั้นก็ช่วยภาวนาให้คุณรองสารวัตรพชระออกจากดงวิจัยปริญญาเอก มาจีบกูด้วยเถอะนะคะ ตอนนี้กูพร้อมเป็นพี่สะใภ้มึงมากค่ะ สัญญาเลยว่าจะพยักหน้าตั้งแต่อ้าปากเลยค่ะ แล้ววันนี้วันดีค่ะเพื่อน อย่าเอาชื่อไอ้อัปรีย์โต้งมาเอ่ยถึง” น้ำฝนกอดคอเพื่อนพูดยาว “เฮ้ย! นั่นมึงยี่ห้อนี้ที่เราเคยซื้อกันตอนฝึกงานน่ะ ลดตั้ง 50% ด้วย เข้าไปดูกัน” พร้อมทั้งเปลี่ยนเรื่องคุยเมื่อบันไดเลื่อนมาถึงเกือบขั้นสุดท้ายและเห็นป้ายลดราคาของเสื้อผ้าร้านดัง จึงรีบลากแขนเพื่อนเดินเพื่อจะเข้าไปในร้าน

ปึก! “เออะ!” สาวตัวเล็กที่เพื่อนลากมาอุทานเสียงดังเมื่อกำลังจะเข้าไปในร้านแต่ถูกร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่เดินสวนออกมาชนเข้าอย่างจัง “เดินยังไงเนี่ยคุณ ตามองหลังคาห้างหรือไงถึงไม่เห็นคนเดินบนพื้น!” เสียงเล็ก ๆ ตวาดแว้ดขึ้นพลางเท้าเอวเงยขึ้นมองหน้าหนุ่มหน้าคมเคราเขียวครึ้มที่กรอบหน้า สวมแว่นกันแดดสีชาทั้งที่อยู่ในห้าง เขาเป็นคนรูปร่างสูงโปร่งน่าจะเกิน 190 เซ็นติเมตร แขนที่โผล่พ้นเสื้อแขนยาวพับขึ้นถึงข้อศอกนั้นขาวเฝือดจนเห็นเส้นเลือดชัดเจน นาฬิกาที่ใส่ดูคุ้นตาเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน ผมหยักศกค่อนข้างหนาหวีเสยเปิดหน้าผาก คิ้วที่เลยกรอบแว่นตาค่อนข้างเข้ม จมูกโด่ง ปากสีชมพูเข้มจนเหมือนทาลิปสติก ซึ่งมองแล้วก็ต้องอ้าปากค้าง

“เจ็บหรือเปล่า” เสียงทุ้มเอ่ยจากปากสวยโดยที่ไม่ได้ก้มลงมามอง

“นี่นาย! ขอโทษน่ะเป็นมั้ย”

“ผมไม่ได้เดินชนคุณ คุณเดินชนผม” ชายหนุ่มว่าขึ้นพลางถอนหายใจทำท่าจะเดินออกจากตรงนั้น *เด็กเลี้ยงควายเมื่อเช้านี่ นี่ยืนแล้วหรือวะ...* ชายหนุ่มแอบคิดในใจขำ ๆ กับสาวตัวเล็กที่เรียกตัวเองว่าลุงเมื่อเช้าและตอนนี้เธอก็เปลี่ยนชุดเช็ดเครื่องสำอางมองผิวเผินเหมือนเด็กมัธยมเอามาก ๆ 

“มีอะไรหรือเปล่าคะคุณจากัวร์” ผู้จัดการร้านได้ยินเสียงโวยวายหน้าร้าน และเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นคือหลานชายคนโตของเจ้าของบริษัทที่เพิ่งจะออกจากร้านจึงรีบวิ่งมาถามอย่างร้อนรนทันที

“ก็นายนี่” “เอ้อ เขาเตี้ยเกินสายตาไปหน่อย ผมน่าจะเดินชนเขา” ชายหนุ่มพูดขึ้นง่าย ๆ พลางมองนาฬิกาข้อมือของตัวเองทำท่าจะเดินออกจากตรงนั้น

“นี่นาย! ฉันไม่ได้เตี้ยนะ ฉันมาตรฐานเว้ย! แล้วไม่คิดจะขอโทษเลยหรือไง” หญิงสาวที่ถูกปรามาสว่าเตี้ยคว้าแขนกระชากอย่างแรงจ้องหน้าถามอย่างเอาเรื่อง *คนห่าอะไรจะสูงขาวขนาดนั้นวะ หรือจะเป็นพรีเซ็นเตอร์กลูตาถึงได้เรืองแสงขนาดนั้น...* หญิงสาวคิดในใจ

“หมี่ เบาอายคนเขา เขาก็บอกอยู่ว่ามองไม่เห็น” น้ำฝนกระตุกแขนเพื่อนมองรอบตัวเมื่อเห็นคนกำลังสนใจมองมาทางนี้ (จริง ๆ เขาไม่ได้มองพวกเธอเลย เขามองผู้ชาย)

“อายทำไม? ก็เราไม่ได้ผิด คนผิดสิวะต้องอาย” หญิงสาวพูดกับเพื่อนแต่ตายังมองหน้าชายหนุ่มอย่างเอาเรื่อง

“ผู้จัดการเธออยากได้อะไรก็ให้ไปแล้วส่งบิลมาที่ผม” ชายหนุ่มถอนหายใจหันไปพูดกับผู้จัดการร้านยกมือขึ้นแกะมือบางออกจากแขนตัวเองไม่แรงนักเดินลงบันได้เลื่อนไปทันที *ดุจริง ๆ เล้ย เอาไว้เจอกันใหม่นะตัวเล็ก...*  

หลังจากที่ไปรับยาให้คุณย่าที่โรงพยาบาลชายหนุ่มขับมอเตอร์ไซค์กลับไปที่บ้านคุณย่าเห็นรถของแขกเมื่อเช้าจอดอยู่และยังมีรถเก๋งยุโรปสีแดงสดเพิ่มมาอีกคัน ซึ่งถ้าเดาไม่ผิดน่าจะเป็นของคนที่คุณย่าของเขาอยากได้มาเป็นหลานสะใภ้ ชายหนุ่มจึงเรียกคนในบ้านออกมาเอายาแล้วรีบขับรถมอเตอร์ไซค์ออกมาทันที และก่อนจะกลับเข้าบ้านเขาได้แวะมารับเสื้อผ้าที่อาสะใภ้ซื้อฝากไว้ให้ห้างใกล้บ้านและได้เจอกับหญิงสาวที่ให้เขาไปส่งเมื่อเช้าโดยบังเอิญ

“นี่นาย!” หญิงสาวชี้นิ้วตามหลังทำท่าจะเดินตามขายาวที่ลงบันไดเลื่อนไป

“เอ่อ...น้องคะ ใจเย็นก่อนนะคะคุณเขาขอโทษน้องแล้วค่ะ” ผู้จัดการสาวยิ้มอ่อนพลางรั้งแขนหญิงสาวกับเพื่อนไว้เบา ๆ “เชิญเข้ามาชมสินค้าในร้านก่อนนะคะ”

“เดี๋ยวนะ คุณบอกว่าเขาขอโทษฉัน แล้วทำไมฉันถึงไม่ได้ยินล่ะว่าเขาขอโทษ” หญิงสาวขมวดคิ้วถามอย่างไม่สบอารมณ์ แต่ขาก็ก้าวตามเข้าไปในร้าน

“การให้คุณเลือกเสื้อผ้าตามใจชอบในร้านนี้ไปฟรี ๆ แล้วส่งบิลที่เขานั่นคือการขอโทษค่ะ เชิญเลือกได้ตามสบายเลยนะคะคอลเลคชันล่าสุดไซซ์เอสนี่ พี่ว่าเหมาะกับน้อง ๆ มากเลยนะ เดี๋ยวให้เด็กหยิบมาให้ดูนะคะ” ผู้จัดการสาวอธิบายยิ้ม ๆ ชวนเปลี่ยนเรื่องคุยพลางหันไปเรียกให้พนักงานในร้านหาเสื้อผ้าไซซ์พวกเธอมาให้เธอลองอย่างเอาใจ พนักงานที่นี่รู้ว่าหลานชายคนโตของเจ้าของแบรนด์นี้ถูกส่งไปเรียนที่ต่างประเทศตั้งแต่เด็กและอยู่ยาวจนจบดอกเตอร์ เพิ่งกลับไทยมาได้เพียงแค่ปีเดียวชายหนุ่มจะใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารตลอดจนถึงเมื่อครู่ก่อนออกจากร้าน ดังนั้นการใช้ภาษาไทยของเขาจึงค่อนข้างมีคำศัพท์จำกัด เขาจึงไม่ค่อยจะพูดกับคนแปลกหน้ามากนัก แต่เมื่อครู่เขาพยายามใช้ภาษาไทยกับสาวตัวเล็กคนนี้อย่างมากตามความรู้สึกของผู้จัดการ

“อ่อ...ใช้เงินแก้ปัญหา” น้ำฝนพยักหน้าเหมือนเข้าใจ พลางหันไปมองหน้าเพื่อนเบะปากยักไหล่คิดว่าเป็นเรื่องปกติของคนมีเงินทำกัน

“อย่าเรียกแบบนั้นกับคุณเขาเลยค่ะ เขาเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศภาษาไทยเลยได้แค่จำกัด แล้ววันนี้คุณเขารีบมากด้วย อาจไม่ทันระวังจริง ๆ ยังไงก็ขอโทษแทนคุณเขาด้วยนะคะ” ผู้จัดการสาวสวยอธิบายพลางยิ้มแห้ง ๆ ส่งให้ เธอทำงานที่นี่ตั้งแต่เป็นเด็กพาร์ตไทม์ ม.ปลาย จนเรียนจบปริญญามาเป็นพนักงานประจำไต่เต้ามานับสิบปีจนได้เป็นผู้จัดการสาขา เคยเจอชายหนุ่มหลายครั้งตอนที่กลับบ้านช่วงปิดเทอมมาร้านกับคุณแม่และน้องชาย ซึ่งตอนนั้นเขาอยู่ในวัยมัธยมและปริญญาตรี แต่หายไปช่วง 5-6 ปีหลัง รู้จากคุณแม่ของเขาว่าชายหนุ่มย้ายจากฝรั่งเศส ไปเรียนต่อระดับปริญญาเอกอยู่ที่อังกฤษมหาวิทยาลัยเดียวกับที่คุณอาสำเร็จมา และเพิ่งจะกลับมาดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายบริหารที่โรงงานทอผ้าของครอบครัวเมื่อต้นปีนี่เอง และที่สำคัญคนบ้านนี้สื่อสารกันด้วยภาษาฝรั่งเศสมาตั้งแต่รุ่นพ่อยกเว้นน้องชายของชายหนุ่มที่เรียนโรงเรียนนานาชาติใกล้บ้านได้เฉพาะภาษาอังกฤษเท่านั้น

“อ่อ...(มัดหมี่พยักหน้า) แต่คุ้น ๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย...

บูลลี่น้องน่ะคุณจากัวร์...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เขยอีสาน จาติรัช   ตอนพิเศษ 3 ลูกสาวอยากมีน้อง

    5 ปีต่อมาภาพชินตาหลังเลิกเรียนของโรงทอไทยวรวัฒน์ กับความน่ารักของ 3 แสบพี่น้องที่คุณลุง คุณน้าและคุณพ่อ (ก็คนเดียวกันนั่นแหละแต่หลายตำแหน่ง) ไปรับลูกและหลานกลับมาจากโรงเรียน และเดินชักแถวกันเข้าลิฟต์เพื่อขึ้นไปหาคุณแม่ คุณน้าและคุณอา (ก็คนเดียวกันอีกนั่นแหละ) บนชั้น 5 ของออฟฟิศประธานหนุ่มรับหน้าที่ไปรับไปส่งลูกหลานด้วยตัวเองอย่างไม่มีขาดตกบกพร่องและพามาที่ออฟฟิศทุกวัน จนตอนนี้ดูไม่ออกว่าลูกหลานติดเขาหรือเขากันแน่ที่ติดลูกหลาน เพราะไปไหนก็จะพาไปด้วยตลอด ซึ่งเด็ก ๆ ชอบมากโดยเฉพาะกิจกรรมวันหยุดที่คุณลุง คุณอาและคุณพ่อจะพาออกต่างจังหวัดกันตั้งแต่เด็ก ๆ เรียกได้ว่าพ่อแม่จริง ๆ แทบจะไม่ได้แตะลูก ๆ เลยทีเดียว“คุณพ่อขา เราคุยกันแล้วว่าเราจะมีเบบี๋ค่ะ เพื่อนน้องแพรมีเบบี๋ด้วย” สาวน้อยวัยอนุบาลจับแขนคุณพ่อเขย่าอ้อนขออย่างน่ารัก ส่วนพี่ ๆ ก็มองหน้าคุณลุงคุณอาตาปริบ ๆ“ใช่ครับอาจา เพื่อนมังกรแม่เขาก็มีเบบี๋กัน” น้องมังกรลูกชายของสารวัตรหมอกยืนยันอีกเสียง“หม่ามี้ทิมก็กำลังจะมีเบบี๋ให้ทิมล่ะ ตอนนี้ป๊าบอกว่าต้องเรียกทิมว่าพี่ทิมน

  • เขยอีสาน จาติรัช   ตอนพิเศษ 2 ว่าที่คุณพ่อ

    หลายเดือนต่อมาบ้านคุณหญิงวริดา“หืม?... ทำอะไรกินน่ะน้าทอง” ชายหนุ่มเดินเข้ามาในบ้านแล้วหันไปทักแม่บ้านที่เดินผ่านมาพอดี กับกลิ่นฉุนของอาหารมื้อเย็นที่โชยออกมาแตะจมูกชนิดที่ได้กลิ่นแล้วหัวหมุนทันที“คุณหญิงกับคุณมัดหมี่กำลังทำไข่เจียวใส่ชะอมค่ะ คุณมัดหมี่เธอบอกว่าอยากกินน้าเห็นว่ายอดข้างรั้วหลังบ้านกำลังงามเลยเก็บมาให้” น้าทองตอบยิ้ม ๆ“โห กลิ่นอย่างโหด” ปากว่าขาก้าวไปทางครัวเมื่อบอกว่าคุณย่าและภรรยาอยู่ข้างใน“คุณย่าครับ จามาและ...อุ อุ แหวะ” คนจะทักคุณย่าว่าไม่จบก็ต้องรีบปิดปากวิ่งเข้าห้องน้ำชั้นล่างอย่างเร็ว“เป็นอะไรคะอ้าย” ภรรยาสุดที่รักรีบเข้ามาทักถามทันทีกับอาการของสามีที่เกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วน“หมี่ทำอะไรกินน่ะ”“ไข่เจียวใส่ชะอมค่ะ หมี่อยากกิน พอดีน้าทองเห็นหลังบ้านยอดมันสวยเลยเก็บมาให้” ว่าพลางยื่นน้ำเย็นให้สามีกลั้วปาก “เป็นอะไรคะ”“ไม่รู้สิ อ้ายน่าจะเมากลิ่นชะอม งั้นอ้ายขึ้นห้องไปอาบน้ำก่อนนะค

  • เขยอีสาน จาติรัช   ตอนพิเศษ 1 คนอยากมีลูก

    หลังจากแต่งงาน 1 เดือนครืด...ครืด...มือถือเครื่องบางของประธานหนุ่มสั่นระรัวในกระเป๋ากางเกง ทำให้ชายหนุ่มจำต้องหยุดรถแล้วล้วงกระเป๋าดึงออกมาดูสายเรียกเข้าก่อนจะถอนหายใจกดรับสาย“ว่าไงชาติ”‘บอสอยู่ไหนครับ มีเอกสารด่วนต้องเซ็นครับ’ สุรชาติถามขึ้นพลางขมวดคิ้วกับเสียงเครื่องยนต์ดังสนั่น“เอาไปให้อาโรมเซ็นสิวะกูรีบอยู่” ชายหนุ่มตะโกนแข่งกับเสียง‘ดอกเตอร์ไปอเมริกากับคุณมาร์คครับ’“ให้หมี่เซ็นไปเลย”‘หมี่เซ็นไม่ได้ครับเอกสารจากแอฟริกากลางนะครับบอส แล้ววันนี้น้องหมี่ก็พาคุณย่าไปหาหมอตามนัดด้วยครับ’ สุรชาติถอนหายใจกับงานด่วนที่หาคนเซ็นไม่ได้ *กูปวดหัวกับบ้านนี้จริง ๆ แต่งงานแล้วคิดว่าจะสบายขึ้นหนักกว่าเดิมอีกกู...*“งั้นมึงเอาเอกสารมาให้กูเซ็นที่บ้านพ่อตากูเนี่ย ตอนนี้กูยังไม่ว่างกลับ” คนงานเยอะว่าพลางเริ่มเข้าเกียร์เดินหน้ารถอีกครั้ง‘อีกกี่วันกลับครับบอส’“ไม่รู้กูยังไม่ชำนาญรถเกี่ยวเลยเนี่ย มึงเอาเ

  • เขยอีสาน จาติรัช   บทที่ 75 อ้ายรักหมี่นะ

    ในวันแต่งงานช่วงเช้าเป็นการตักบาตรเลี้ยงพระ และผูกแขนที่บ้านของฝ่ายหญิงตามประเพณีอีสานที่พ่อใหญ่อัฐเสนอเป็นแม่งานและเห็นพ้องต้องกันกับกำนันเมฆ ซึ่งผู้ร่วมงานช่วงเช้าก็คือเครือญาติของทั้ง 2 ส่วนงานเลี้ยงช่วงเย็นที่เป็นการฉลองสมรสของคนทั้งคู่และย้ายกันมาจัดที่โรงทองานแต่งสุดอลังการที่จัดขึ้นที่ลานกว้างของบริษัทโรงทอไทยวรวัฒน์ แขกผู้เข้ามาร่วมงานต่างก็ตะลึงกับการจัดสร้างที่อลังการนี้เพราะแทนที่จะจัดงานที่โรงแรมหรู แต่ทางเจ้าบ่าวกลับเนรมิตลานกว้างด้านข้างของบริษัทเป็นโดมสีขาวขนาดใหญ่จุผู้คนได้หลายพันคน และติดแอร์รอบทิศจนเย็นฉ่ำ ประดับตกแต่งด้วยดอกไม้สีขาวกลิ่นหอมอบอวลทั่วงาน เจ้าสาวที่พนักงานโรงทอต่างอยากรู้ว่าคือใครถูกนำภาพถ่ายพรีเว็ดดิ้งมาตั้งที่หน้างาน และตามจุดต่าง ๆ ซึ่งพนักงานของโรงทอต่างก็อึ้งไปตาม ๆ กันกับใบหน้าคุ้นตาของเจ้าสาว“มัดหมี่นี่” พี่อ้อมทักขึ้นอย่างตื่นเต้นพร้อมกับมองหน้าณปรางเป็นคำถาม ซึ่งณปรางถือว่าสนิทกับมัดหมี่มากคนหนึ่ง เพราะเป็นรุ่นน้องเรียนปริญญาโทด้วยกันและกลับบ้านด้วยกันบ่อยที่สุด“ปรางไม่รู้ค่ะ นั่นไงคุณชาติเลย

  • เขยอีสาน จาติรัช   บทที่ 74 วิธีการแบ่งทรัพย์สินของคุณย่า

    ก่อนวันงาน 3 วัน“ป้าด...บ้านใหญ่มากเลยพ่อกำนัน ใช่หลังที่ถ่ายรูปมั้ยนี่” พ่อใหญ่ก้านกับเมียลงจากรถของพ่อกำนันอุทานเสียงดังอย่างตื่นเต้น วันนี้พวกท่านเดินทางมาเตรียมตัวก่อนวันงาน และคุยกันว่าจะนอนที่บ้านของลูกสาวที่จะใช้จัดพิธีตอนเช้าแบบภาคอีสานตามคำแนะนำของพี่ชายคุณย่าเจ้าบ่าวที่ท่านก็เป็นเขยอีสานเหมือนกัน“อือ...หลังนี้ของเจ้าหมี่กับผัวเขา ส่วนหลังถัดไปนั่นของเจ้าหมอก” พ่อกำนันชี้ไปที่บ้านอีกหลังที่รั้วติดกัน“อ่อ เรือนหอใช่มั้ยนี่” พ่อใหญ่ก้านถามขึ้นพลางมองชายหนุ่มที่เดินออกมาจากบ้านพร้อมกับยกมือไหว้มาแต่ไกล“สวัสดีครับ”“สวัสดีลูก นี่หรือเรือนหอ” พ่อใหญ่ก้านถามขึ้นเพราะชายหนุ่มโทรไปหาพ่อตาบอกว่าคุณย่าให้มาดูเรือนหอก่อนวันงานเผื่อขาดเหลืออะไรจะได้จัดเตรียมทัน“ไม่หรอกครับ หลังนี้พ่อใหญ่ผมบอกว่าเป็นบ้านฝ่ายหญิงก็จะผูกแขนกับพิธีเช้าที่นี่ครับเป็นภายในแค่ญาติ ๆ เรือนหอเป็นบ้านผมครับ” ชายหนุ่มพูดยิ้ม ๆ มองหน้าแฟนสาวที่มุ่ยหน้ามาให้ เธอบอกว่าอยากเอาบ้านหลังนี้เป็นเรื

  • เขยอีสาน จาติรัช   บทที่ 73 ฐานะที่แท้จริงของจาติรัช

    ก่อนเที่ยงของวันรุ่งขึ้น รถครอบครัวคันหรูขับนำรถตู้สีขาวคันใหญ่ 2 คันทะเบียนกรุงเทพ เข้ามาในหมู่บ้านไพรศรีสุก แล้วมาหยุดที่หน้าบ้านทรงไทยยกสูงหลังใหญ่ที่ป้ายหน้าบ้านเขียนว่า ที่ว่าการกำนัน หนุ่มหล่อร่างสูงโปร่งเปิดประตูลงจากรถพร้อมกับยิ้มให้ลูกน้องของพ่อตาที่ขับมอเตอร์ไซค์เข้ามาจอดพอดี“อ้ายจาสวัสดีครับ” เด็กหนุ่มทักทายยกมือไหว้อย่างสนิทสนม “โห...เปลี่ยนรถใหม่หรืออ้ายคันนี้แพงกว่า 4 ประตูคันเดิมอีกนะ”“รถที่บ้าน พ่อแม่ล่ะ” ชายหนุ่มตอบยิ้ม ๆ พร้อมกับถามหาพ่อตาแม่ยาย“พ่อกำนันกำลังมาครับ แม่ใหญ่น่าจะอยู่ในบ้าน”“อือ...” ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วเดินไปเปิดประตูให้คุณย่ายิ้ม ๆ ส่วนมัดหมี่รีบเดินไปเปิดประตูรถอีกคันเชื้อเชิญพ่อแม่ของแฟนลงจากรถ “ถึงแล้วครับคุณย่า”“มาถึงเร็วจังเลยลูก พ่อกำลังกลับจากงานบวชคนในหมู่บ้าน โทษทีแม่ไม่ได้ยินเสียงรถ” แม่ศรีไพรรีบเดินออกมาต้อนรับอย่างยิ้มแย้ม พร้อมกับหันไปมองหน้าผู้มาเยือนที่ลูกเขยโทรมาบอกก่อนหน้าว่าจะพาครอบครัวมาในวันนี้ *ว่าแล้ว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status