LOGIN“อ่อ...(มัดหมี่พยักหน้า) แต่คุ้น ๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย” หญิงสาวพึมพาเหมือนพูดกับตัวเอง
“ก็น่าจะแถว ๆ นี้ล่ะค่ะ เชิญน้องเลือกดูก่อนนะคะ อยากลองชุดไหนหยิบลองด้านในได้เลยค่ะ” ว่าพลางผายมือไปที่ราวที่พนักงานเข็นมาให้แล้วพยักหน้าเรียกให้พนักงานในร้านให้มาดูแล 2 สาวอย่างเอาใจ
“น่าจะลูกครึ่งมั้ยวะมึงชื่อก็ไม่ได้ไทยแถมเพิ่งกลับมาด้วย แม่ง! ขาวอย่างเผือก” น้ำฝนพูดกับเพื่อนเสียงเบา
“คุณจากัวร์เป็นไทยแท้ค่ะ แต่ผู้ชายบ้านนี้เขาผิวแบบนี้กันทุกคน ผิวเหมือนคุณย่า” พนักงานในร้านพูดขึ้นยิ้ม ๆ
“เป็นคนไทยแต่ภาษาไทยใช้ได้จำกัดหรือคะ?” หญิงสาวขมวดคิ้วมองหน้าพนักงานแล้วหันไปมองหน้าเพื่อนเหมือนเป็นเรื่องเกินความคาดหมาย
“ผู้จัดการบอกว่าเขาไปเรียนที่ฝรั่งเศสตั้งแต่ 10 ขวบได้มั้งคะ พอกลับมาภาษาไทยเลยต้องจูนกันใหม่เกือบหมด ถ้ามากับครอบครัวเขาจะพูดฝรั่งเศสแต่ถ้ามาคนเดียวเขาจะพูดภาษาอังกฤษค่ะ แต่ภาษาไทยก็เพิ่งเคยได้ยินเหมือนกัน”
“อ้อ...แต่แค่ขอโทษง่าย ๆ มันก็ควรจะพูดได้ไม่ใช่หรือไงวะ” คนเข้าใจพยักหน้าแต่ก็ยังไม่ค่อยพอใจอยู่ดี
“เอาน่ามึง แล้วเมื่อกี้เราคุยกันไม่มองทางด้วยบางทีเราซะอีกอาจจะเดินไปชนเขาน่ะ” น้ำฝนตบบ่าเพื่อนให้ใจเย็นพลางหันไปยิ้มให้พนักงานอย่างเข้าใจ
“เออ...จบก็ได้ งั้นมีชุดที่ลด 50% ตามป้ายมั้ยคะฉันอยากดูชุดพวกนั้นค่ะ” หญิงสาวว่ากับเพื่อนแล้วหันไปพูดกับพนักงานยิ้ม ๆ
“เอ่อ...แล้วชุดพวกนี้ล่ะคะ” พนักงานว่าพลางผายมือไปที่ราวแขวนชุดนับสิบที่เธอคัดสรรมาเป็นอย่างดี
“มันแพงไปค่ะ เอ้อ...เห็นแล้วเดี๋ยวฉันไปดูเอง” ว่าพลางจับมือเพื่อนกระตุกเดินไปดูเสื้อผ้ามุมที่เขียนว่าเซลล์และเลือกไปลองหลายชุด
“มึงไม่เอาคอลเล็กชันใหม่ที่ผู้จัดการว่าล่ะ ไหน ๆ เขาก็จะจ่ายให้แล้ว” น้ำฝนถามเพื่อนเสียงเบา
“ไม่ว่ะ มันก็จริงบางทีเขาอาจไม่ได้ชนเราก็ได้ เราก็ไม่ควรเห็นแก่ได้กับเรื่องเล็กน้อยแค่นี้นี่หว่า” หญิงสาวว่าพลางเลือกชุดทำงานที่เป็นแบบกางเกงมาถือไว้ 2-3 ชุด
“ก็จริง คนรวยนี่ดีเนอะได้เป็นเรียนเมืองนอกตั้งแต่เด็ก ๆ เลย” น้ำฝนว่าพลางถอนหายใจ
“ดีกะผีอะไรจากบ้านไปตั้งแต่ 10 ขวบนี่นะดี แล้วปีนึงจะได้กลับไทยมากี่วันวะ ทรงแบบนั้นคงไม่รู้จักส้มตำหมูกระทะหรอกกูว่า” หญิงสาวว่าพลางยักไหล่เดินเข้าไปเปลี่ยนชุดออกมาให้เพื่อนดู เมื่อได้ชุดตามที่ต้องการแล้วทั้ง 2 จึงเดินไปจ่ายที่เคาน์เตอร์ โดยที่ตกลงกันว่าน้ำฝนจะช่วยเพื่อนจ่ายคนละครึ่งของราคาเสื้อผ้าโดยใช้บัตรเดบิตของมัดหมี่รูดเพราะมีสะสมคะแนนในนั้นด้วย
“เอ่อ...น้อง ๆ ไม่ต้องจ่ายนะคะ คุณจากัวร์เธอบอกให้ส่งบิลไปให้เธอค่ะ” ผู้จัดการรีบพูดขึ้นพรางยิ้มแห้งส่งให้
“เราไม่เอาของคนอื่นหรอกค่ะ ถึงจะให้คอลเล็กชันใหม่มามันก็อายที่จะใส่ เราเก็บเงินซื้อเองสบายใจกว่า” หญิงสาวตอบยิ้ม ๆ พลางยื่นบัตรเดบิตให้พนักงาน
“แต่คือ...” “เอาน่าพี่ หนูไม่ได้โกรธเขาหรอกเหตุผลคนเรามันมีกันทุกคน เรื่องมันไม่ได้ใหญ่โตจนพวกหนูต้องฉวยโอกาสนี่คะ คิดเงินเถอะค่ะพวกหนูตั้งใจมาซื้อนะ” ว่าพลางเลื่อนบัตรเดบิตของตัวเองให้อีกครั้ง
“งั้นช่วยเลือกรับชุดใหม่ซักชุดเถอะนะคะ อย่าให้พี่ต้องลำบากใจกับคำสั่งเขาเลย” ผู้จัดการยังคะยั้นคะยอจะให้เธอรับชุดใหม่ให้ได้
“งั้นพี่คิดเงินชุดพวกนี้ก่อนสิคะ” หญิงสาวว่าพลางยิ้มให้ เธอเลยจำต้องหยิบบัตรเดบิตของหญิงสาวมารูดคิดเงินแต่แอบกดส่วนลดเป็น 70% เป็นการแก้ปัญหาให้เพราะคิดว่า 2 สาวนี่ต้องไม่รับสิ่งที่เธอเสนอแน่นอน แล้วยื่นบัตรคืนยิ้ม ๆ
หญิงสาวหยิบปากกามาเขียนที่หลังใบเสร็จด้วยภาษาอังกฤษลายมือสวยเป็นระเบียบก่อนจะส่งให้ผู้จัดการยิ้ม ๆ
“ถ้าเขามาก็ฝากใบนี้ให้เขาแล้วกันนะคะ เขาไม่ว่าพี่หรอก ขอบคุณค่ะ” ว่าพลางเก็บบัตรตัวเองใส่กระเป๋ากางเกงคว้าถุงสินค้าลากเพื่อนออกจากร้านไปอย่างเร็ว ผู้จัดการและพนักงานได้แต่มองหน้ากันแล้วยิ้มตามสาวตัวเล็กอย่างเอ็นดู เธอทำงานมาหลายปีเพิ่งเคยเจอว่ามีคนให้ของฟรีแต่พวกเธอกลับไม่รับทั้งที่คอลเล็กชันใหม่ที่ชายหนุ่มเสนอราคาหลักหมื่น ผู้จัดการพลิกกระดาษอ่านข้อความด้านหลังก่อนจะยิ้มมุมปากถ่ายรูปส่งให้คนที่ต้องได้รับแล้วเก็บเข้าแฟ้มก่อนจะเดินเข้าไปหลังร้านอย่างอารมณ์ดี
*ขอบคุณ แต่เราไม่รู้จักกัน ฉันไม่ได้ถูกสอนให้รับของจากคนไม่รู้จัก เงินของคุณมีค่า ศักดิ์ศรีของฉันก็มีค่าเหมือนกัน*
..........//..........
Jaguar part
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนมือถือดังขึ้น ขณะที่ชายหนุ่มกำลังจอดติดไฟแดง ทำให้ชายหนุ่มล้วงมือถือออกจากกระเป๋าขึ้นมากดอ่านก่อนจะเลี้ยวซ้ายเข้าไปจอดในซอยข้าง ๆ แล้วกดโทรหาปลายสายที่ส่งมา
“เธอไม่รับหรือ?” เสียงทุ้มเอ่ยถามเหมือนไม่พอใจนัก
‘เธอบอกว่าบางทีเธอก็อาจผิดที่ไม่มองทางค่ะ เลยไม่รับดีกว่า แต่ดิฉันทำส่วนลดให้เธอ 70% นะคะ’ ผู้จัดการร้านรายงานอย่างเกรงใจ
“ชุดที่เธอซื้อไปราคาเท่าไหร่”
‘เป็นของจัดเซลล์ลด 30-50% ค่ะ’ ผู้จัดการร้านตอบไม่เต็มเสียงนัก
“แล้วทำไมถึงลดให้เธอน้อยจัง”
‘ถ้ามากกว่านี้ก็เหลือหลักร้อยแล้วนะคะคุณจากัวร์ ดิฉันกลัวว่าเธอจะไม่เอาเลยค่ะ’ ผู้จัดการให้เหตุผลของตัวเองซึ่งชายก็ได้แต่ถอนหายใจเหมือนไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก
“อืม...” ตื๊ด! ครางในลำคอเหมือนรับรู้แล้วกดวางสายไป ทำเอาผู้จัดการถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก “ให้ไม่เอาด้วยนะยายเตี้ยเอ๊ย ตัวเท่าลูกหมามาเรียกกูว่าลุง” ชายหนุ่มพึมพำส่ายหน้าขับรถกลับบ้านอย่างอารมณ์ดี
บ้านของจาติรัช
“ฮัลโหล อาครับ” เสียงทุ้มทักทายคุณอาที่ปลายสายทันทีที่ท่านกดรับ ขณะที่เดินเข้าบ้านและตรงขึ้นห้องนอนหลังจากที่ได้รับข้อความจากผู้เป็นอาให้โทรหาหากถึงบ้านแล้ว
‘ไง ไอ้เสือ สัมภาษณ์งานวันนี้เป็นไงมั่ง’ ดอกเตอร์รวัชหรือคุณอาโรม ประธานฝ่ายบริหารโรงทอไทยวรวัฒน์ถามความคืบหน้ากับหลานชายหลังจากที่ได้รับรายงานจากเลขาส่วนตัวของชายหนุ่มมาเรียบร้อยแล้วว่ามีอะไรเกิดขึ้นแต่ก็อยากฟังจากหลานชายอยู่ดี
“ผมรับเด็กเลี้ยงควายมาทำงานครับอาโรม” ชายหนุ่มตอบอย่างอารมณ์ดีพลางถอดเสื้อผ้าเหลือเพียงกางเกงชั้นในตัวเดียวหยิบผ้าเช็ดตัวพาดบ่าเดินเข้าห้องน้ำ
‘ไอ้ห่า กูให้มึงหาผู้ช่วยเลขาไม่ใช่ให้หาคนหาหญ้าให้มึงกินนะเว้ยไอ้เสือกะบาก’ คุณอาแกล้งด่าเสียงดังมาตามสายทันที
“อา ฟังนะ คนแรกเป็นหลานของคุณวิชา บอกว่ารู้จักกับอาเป็นการส่วนตัว ไปพูดที่บริษัทว่าผู้ใหญ่อยากให้มาทำงานเพราะกำลังจะเกี่ยวดองกัน เมื่อเช้าคุณย่ามีนัดตรวจสุขภาพไม่ยอมไปโรงพยาบาลให้ไอ้เจมาตรวจที่บ้านแล้วข้อความหาผมให้ไปหา คุณวิชาอยู่ที่นั่นและตอนนี้หลานสาวก็น่าจะอยู่ที่นั่นด้วย แล้วคนที่ 2 บอกไอ้ชาติว่ารู้จักบอสเป็นการส่วนตัว เมื่อคืนนั่งกินเหล้าอยู่ด้วยกัน ถ้าไม่ใช่เมียน้อยอากับพ่อแสดงว่ามันโกหก เพราะผมเพิ่งกลับจากตุรกีเมื่อเช้า แล้วเมื่อคืนบนเครื่องแดกอะไรก็ไม่ได้ ปวดฟันจนแก้มตุ่ยเพิ่งได้กินโจ๊กที่ฟู้ดคอร์ทในห้างมื้อแรก ส่วนคนที่ 3 เด็กจบใหม่หางานแต่บังเอิญแค่ที่บ้านเลี้ยงควายแค่นั้น ถ้าเป็นอา อาจะเลือกใคร” คำพูดสาธยายภาษาเดียวกันของหลานชายรัวมาเป็นชุดทำเอาคุณอามองหน้าพี่ชายที่นั่งดื่มอยู่ด้วยกันในอีกประเทศพยักหน้าเห็นด้วยอย่างไร้ข้อกังขา
‘อีกแล้วนะแม่เนี่ย บอกไม่จำ
เอ๊า...ถามหาชุดเซลล์ซะงั้น มัดหมี่ ผู้ชายจะจ่ายให้ค่ะลูก
มีความจดหมายน้อยให้ด้วย...
5 ปีต่อมาภาพชินตาหลังเลิกเรียนของโรงทอไทยวรวัฒน์ กับความน่ารักของ 3 แสบพี่น้องที่คุณลุง คุณน้าและคุณพ่อ (ก็คนเดียวกันนั่นแหละแต่หลายตำแหน่ง) ไปรับลูกและหลานกลับมาจากโรงเรียน และเดินชักแถวกันเข้าลิฟต์เพื่อขึ้นไปหาคุณแม่ คุณน้าและคุณอา (ก็คนเดียวกันอีกนั่นแหละ) บนชั้น 5 ของออฟฟิศประธานหนุ่มรับหน้าที่ไปรับไปส่งลูกหลานด้วยตัวเองอย่างไม่มีขาดตกบกพร่องและพามาที่ออฟฟิศทุกวัน จนตอนนี้ดูไม่ออกว่าลูกหลานติดเขาหรือเขากันแน่ที่ติดลูกหลาน เพราะไปไหนก็จะพาไปด้วยตลอด ซึ่งเด็ก ๆ ชอบมากโดยเฉพาะกิจกรรมวันหยุดที่คุณลุง คุณอาและคุณพ่อจะพาออกต่างจังหวัดกันตั้งแต่เด็ก ๆ เรียกได้ว่าพ่อแม่จริง ๆ แทบจะไม่ได้แตะลูก ๆ เลยทีเดียว“คุณพ่อขา เราคุยกันแล้วว่าเราจะมีเบบี๋ค่ะ เพื่อนน้องแพรมีเบบี๋ด้วย” สาวน้อยวัยอนุบาลจับแขนคุณพ่อเขย่าอ้อนขออย่างน่ารัก ส่วนพี่ ๆ ก็มองหน้าคุณลุงคุณอาตาปริบ ๆ“ใช่ครับอาจา เพื่อนมังกรแม่เขาก็มีเบบี๋กัน” น้องมังกรลูกชายของสารวัตรหมอกยืนยันอีกเสียง“หม่ามี้ทิมก็กำลังจะมีเบบี๋ให้ทิมล่ะ ตอนนี้ป๊าบอกว่าต้องเรียกทิมว่าพี่ทิมน
หลายเดือนต่อมาบ้านคุณหญิงวริดา“หืม?... ทำอะไรกินน่ะน้าทอง” ชายหนุ่มเดินเข้ามาในบ้านแล้วหันไปทักแม่บ้านที่เดินผ่านมาพอดี กับกลิ่นฉุนของอาหารมื้อเย็นที่โชยออกมาแตะจมูกชนิดที่ได้กลิ่นแล้วหัวหมุนทันที“คุณหญิงกับคุณมัดหมี่กำลังทำไข่เจียวใส่ชะอมค่ะ คุณมัดหมี่เธอบอกว่าอยากกินน้าเห็นว่ายอดข้างรั้วหลังบ้านกำลังงามเลยเก็บมาให้” น้าทองตอบยิ้ม ๆ“โห กลิ่นอย่างโหด” ปากว่าขาก้าวไปทางครัวเมื่อบอกว่าคุณย่าและภรรยาอยู่ข้างใน“คุณย่าครับ จามาและ...อุ อุ แหวะ” คนจะทักคุณย่าว่าไม่จบก็ต้องรีบปิดปากวิ่งเข้าห้องน้ำชั้นล่างอย่างเร็ว“เป็นอะไรคะอ้าย” ภรรยาสุดที่รักรีบเข้ามาทักถามทันทีกับอาการของสามีที่เกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วน“หมี่ทำอะไรกินน่ะ”“ไข่เจียวใส่ชะอมค่ะ หมี่อยากกิน พอดีน้าทองเห็นหลังบ้านยอดมันสวยเลยเก็บมาให้” ว่าพลางยื่นน้ำเย็นให้สามีกลั้วปาก “เป็นอะไรคะ”“ไม่รู้สิ อ้ายน่าจะเมากลิ่นชะอม งั้นอ้ายขึ้นห้องไปอาบน้ำก่อนนะค
หลังจากแต่งงาน 1 เดือนครืด...ครืด...มือถือเครื่องบางของประธานหนุ่มสั่นระรัวในกระเป๋ากางเกง ทำให้ชายหนุ่มจำต้องหยุดรถแล้วล้วงกระเป๋าดึงออกมาดูสายเรียกเข้าก่อนจะถอนหายใจกดรับสาย“ว่าไงชาติ”‘บอสอยู่ไหนครับ มีเอกสารด่วนต้องเซ็นครับ’ สุรชาติถามขึ้นพลางขมวดคิ้วกับเสียงเครื่องยนต์ดังสนั่น“เอาไปให้อาโรมเซ็นสิวะกูรีบอยู่” ชายหนุ่มตะโกนแข่งกับเสียง‘ดอกเตอร์ไปอเมริกากับคุณมาร์คครับ’“ให้หมี่เซ็นไปเลย”‘หมี่เซ็นไม่ได้ครับเอกสารจากแอฟริกากลางนะครับบอส แล้ววันนี้น้องหมี่ก็พาคุณย่าไปหาหมอตามนัดด้วยครับ’ สุรชาติถอนหายใจกับงานด่วนที่หาคนเซ็นไม่ได้ *กูปวดหัวกับบ้านนี้จริง ๆ แต่งงานแล้วคิดว่าจะสบายขึ้นหนักกว่าเดิมอีกกู...*“งั้นมึงเอาเอกสารมาให้กูเซ็นที่บ้านพ่อตากูเนี่ย ตอนนี้กูยังไม่ว่างกลับ” คนงานเยอะว่าพลางเริ่มเข้าเกียร์เดินหน้ารถอีกครั้ง‘อีกกี่วันกลับครับบอส’“ไม่รู้กูยังไม่ชำนาญรถเกี่ยวเลยเนี่ย มึงเอาเ
ในวันแต่งงานช่วงเช้าเป็นการตักบาตรเลี้ยงพระ และผูกแขนที่บ้านของฝ่ายหญิงตามประเพณีอีสานที่พ่อใหญ่อัฐเสนอเป็นแม่งานและเห็นพ้องต้องกันกับกำนันเมฆ ซึ่งผู้ร่วมงานช่วงเช้าก็คือเครือญาติของทั้ง 2 ส่วนงานเลี้ยงช่วงเย็นที่เป็นการฉลองสมรสของคนทั้งคู่และย้ายกันมาจัดที่โรงทองานแต่งสุดอลังการที่จัดขึ้นที่ลานกว้างของบริษัทโรงทอไทยวรวัฒน์ แขกผู้เข้ามาร่วมงานต่างก็ตะลึงกับการจัดสร้างที่อลังการนี้เพราะแทนที่จะจัดงานที่โรงแรมหรู แต่ทางเจ้าบ่าวกลับเนรมิตลานกว้างด้านข้างของบริษัทเป็นโดมสีขาวขนาดใหญ่จุผู้คนได้หลายพันคน และติดแอร์รอบทิศจนเย็นฉ่ำ ประดับตกแต่งด้วยดอกไม้สีขาวกลิ่นหอมอบอวลทั่วงาน เจ้าสาวที่พนักงานโรงทอต่างอยากรู้ว่าคือใครถูกนำภาพถ่ายพรีเว็ดดิ้งมาตั้งที่หน้างาน และตามจุดต่าง ๆ ซึ่งพนักงานของโรงทอต่างก็อึ้งไปตาม ๆ กันกับใบหน้าคุ้นตาของเจ้าสาว“มัดหมี่นี่” พี่อ้อมทักขึ้นอย่างตื่นเต้นพร้อมกับมองหน้าณปรางเป็นคำถาม ซึ่งณปรางถือว่าสนิทกับมัดหมี่มากคนหนึ่ง เพราะเป็นรุ่นน้องเรียนปริญญาโทด้วยกันและกลับบ้านด้วยกันบ่อยที่สุด“ปรางไม่รู้ค่ะ นั่นไงคุณชาติเลย
ก่อนวันงาน 3 วัน“ป้าด...บ้านใหญ่มากเลยพ่อกำนัน ใช่หลังที่ถ่ายรูปมั้ยนี่” พ่อใหญ่ก้านกับเมียลงจากรถของพ่อกำนันอุทานเสียงดังอย่างตื่นเต้น วันนี้พวกท่านเดินทางมาเตรียมตัวก่อนวันงาน และคุยกันว่าจะนอนที่บ้านของลูกสาวที่จะใช้จัดพิธีตอนเช้าแบบภาคอีสานตามคำแนะนำของพี่ชายคุณย่าเจ้าบ่าวที่ท่านก็เป็นเขยอีสานเหมือนกัน“อือ...หลังนี้ของเจ้าหมี่กับผัวเขา ส่วนหลังถัดไปนั่นของเจ้าหมอก” พ่อกำนันชี้ไปที่บ้านอีกหลังที่รั้วติดกัน“อ่อ เรือนหอใช่มั้ยนี่” พ่อใหญ่ก้านถามขึ้นพลางมองชายหนุ่มที่เดินออกมาจากบ้านพร้อมกับยกมือไหว้มาแต่ไกล“สวัสดีครับ”“สวัสดีลูก นี่หรือเรือนหอ” พ่อใหญ่ก้านถามขึ้นเพราะชายหนุ่มโทรไปหาพ่อตาบอกว่าคุณย่าให้มาดูเรือนหอก่อนวันงานเผื่อขาดเหลืออะไรจะได้จัดเตรียมทัน“ไม่หรอกครับ หลังนี้พ่อใหญ่ผมบอกว่าเป็นบ้านฝ่ายหญิงก็จะผูกแขนกับพิธีเช้าที่นี่ครับเป็นภายในแค่ญาติ ๆ เรือนหอเป็นบ้านผมครับ” ชายหนุ่มพูดยิ้ม ๆ มองหน้าแฟนสาวที่มุ่ยหน้ามาให้ เธอบอกว่าอยากเอาบ้านหลังนี้เป็นเรื
ก่อนเที่ยงของวันรุ่งขึ้น รถครอบครัวคันหรูขับนำรถตู้สีขาวคันใหญ่ 2 คันทะเบียนกรุงเทพ เข้ามาในหมู่บ้านไพรศรีสุก แล้วมาหยุดที่หน้าบ้านทรงไทยยกสูงหลังใหญ่ที่ป้ายหน้าบ้านเขียนว่า ที่ว่าการกำนัน หนุ่มหล่อร่างสูงโปร่งเปิดประตูลงจากรถพร้อมกับยิ้มให้ลูกน้องของพ่อตาที่ขับมอเตอร์ไซค์เข้ามาจอดพอดี“อ้ายจาสวัสดีครับ” เด็กหนุ่มทักทายยกมือไหว้อย่างสนิทสนม “โห...เปลี่ยนรถใหม่หรืออ้ายคันนี้แพงกว่า 4 ประตูคันเดิมอีกนะ”“รถที่บ้าน พ่อแม่ล่ะ” ชายหนุ่มตอบยิ้ม ๆ พร้อมกับถามหาพ่อตาแม่ยาย“พ่อกำนันกำลังมาครับ แม่ใหญ่น่าจะอยู่ในบ้าน”“อือ...” ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วเดินไปเปิดประตูให้คุณย่ายิ้ม ๆ ส่วนมัดหมี่รีบเดินไปเปิดประตูรถอีกคันเชื้อเชิญพ่อแม่ของแฟนลงจากรถ “ถึงแล้วครับคุณย่า”“มาถึงเร็วจังเลยลูก พ่อกำลังกลับจากงานบวชคนในหมู่บ้าน โทษทีแม่ไม่ได้ยินเสียงรถ” แม่ศรีไพรรีบเดินออกมาต้อนรับอย่างยิ้มแย้ม พร้อมกับหันไปมองหน้าผู้มาเยือนที่ลูกเขยโทรมาบอกก่อนหน้าว่าจะพาครอบครัวมาในวันนี้ *ว่าแล้ว







