เข้าสู่ระบบ“จาลูก เกรงใจคุณวิชาหน่อยสิคะ” คุณย่าเสียงอ่อนยิ้มแห้งมองแขกที่มาหาอย่างเกรงใจ เมื่อสิ่งที่ท่านคุยกับแขกก่อนหน้าไม่เป็นไปหลังจากที่เจ้าตัวมาถึง
“แล้วทำแบบนี้คุณย่าเกรงใจผมหรือยังครับ ถึงจะให้ผมเกรงใจคนอื่น”
“แต่หลานคุณวิชาเขาเหมาะกับพี่จานะคะลูก การศึกษาก็ดี มารยาทดี ฐานะ ตระกูลดีครบ สมัยนี้ผู้หญิงดี ๆ ครบขนาดนี้หาแทบไม่ได้แล้วนะคะ ลูกลองให้โอกาสน้องลองมาทำงานใกล้ชิดกันดูก่อนนะคะ” คุณย่ายังไม่วายเชียร์หลานสาวคนรู้จักให้หลานชาย ซึ่งคนฟังก็ได้แต่ถอนหายใจกับความวุ่นวายที่มองเห็นลาง ๆ นี้
“ครบขนาดนั้นวันนี้เขาไม่ได้มาสัมภาษณ์หรอกครับ วันนี้คนมาสัมภาษณ์ 3 คนจบ ป.ตรี ในไทยทั้งหมด” ชายหนุ่มสวนขึ้นทำเอาคุณวิชาหน้าเจื่อนไปทันทีเพราะเมื่อครู่เพิ่งบอกกับคุณหญิงว่าส่งหลานสาวไปเรียนเมืองนอกเพิ่งกลับมาแต่ไม่ได้บอกว่าไปเรียนแค่ภาษาเท่านั้น
“คุณหญิงครับผมว่าผมขอตัวก่อนดีกว่าครับ แล้วเรื่องนัดทานข้าวของเราคง...”
“นัดทานข้าวกับคุณย่าได้แต่อย่านัดผม อย่าเทียบเชิญหรือเมลมารบกวนเลขาผม ผมไม่อยากเสียมารยาทกับผู้ใหญ่บ่อย ๆ สวัสดีครับ” ชายหนุ่มสวนขึ้นด้วยภาษาไทยที่คิดว่าสุภาพที่สุดแล้วกับผู้ใหญ่ แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูงยกมือไหว้แขกของคุณย่าแกน ๆ อีกครั้ง
“จากัวร์ลูก ทำไมลูกพูดกับแขกของย่าแบบนั้นคะ” คุณย่าดุหลานชายเสียงขุ่นเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มไม่ไว้หน้าท่านต่อหน้าแขกที่มาเอาซะเลย
“ภาษาไทยผมยังไม่สุภาพหรือครับ ผมคิดนานมากเลยนะกว่าจะได้คำยาวขนาดนั้น แล้วถ้าเรื่องนี้ถึงหูอาโรมหรือคุณพ่อจะเป็นยังไงคุณย่าคงรู้นะครับ” ว่าพลางหยิบแว่นตาออกจากกระเป๋าเสื้อมาสวมทำท่าจะเดินออกจากบ้าน
“แล้วพี่จะไปไหนลูก ไม่อยู่ทานข้าวเที่ยงกับย่าก่อนหรือไง” คุณย่าร้องตามหลานชายลั่นบ้าน
“ไปเอายาที่โรงพยาบาลมาให้ไงครับวันหลังนัดหมอก็ไปโรงพยาบาลนะไม่ใช่มาเล่นอะไรไร้สาระให้เสียเวลากันหมดแบบนี้ เมื่อเช้าผมเพิ่งกลับจากตุรกีคืนนี้ผมต้องไปดูงานแทนคุณพ่อที่จีน ไม่คิดจะให้ผมได้พักได้นอนหน่อยหรือไง ทีหลังถ้าจะเรียกผมทานข้าวเที่ยง ผมมาถึงตั้งนานก็บอกแม่บ้านของคุณย่าหาน้ำมาให้ผมแดกด้วยครับ” ชายหนุ่มร่ายยาวจนคุณย่าสะดุ้งในประโยคท้าย ถึงเวลาในไทยไม่กี่ชั่วโมงของตัวเองแล้วเดินออกไปที่โรงจอดรถเรียกหากุญแจมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ของตัวเองขับออกจากบ้านคุณย่าไปแบบเซ็ง ๆ “เรียกกลับมาใช้งานของจริงเลยอากูเนี่ย แล้วพากันบ่นว่ากูไม่เข้าบ้าน ทำยังกับกูว่างมากมั้ง ฟันก็ปวด ข้าวเช้าก็ยังไม่ได้แดกจะชวนกินข้าวเที่ยง ว่างหาแม่พันธุ์ให้กูซะเหลือเกินนะย่าเนี่ย ทำไมไม่หาเวลานอนให้นอนบ้างวะ แม่ง!” รองประธานหนุ่มบ่นอย่างหัวเสียในขณะที่ขับรถออกไปโรงพยาบาล
...........//..........
Madmee part
หอพักบ้านร่มเย็น
หญิงสาวรีบวิ่งขึ้นตึกอย่างดีใจกับข่าวดีข่าวใหญ่ของตัวเอง รีบเปิดประตูเข้าห้องดึงแขนเพื่อนที่กำลังหลับอยู่ให้ลุกขึ้นนั่งอย่างตื่นเต้น
“ตื่น... หยาดพิรุณตื่น!” ว่าพลางจับเพื่อนเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอน
“โอ๊ย! อะไรของมึงเนี่ย กูเพิ่งเตรียมของเสร็จเพิ่งได้นอนเมื่อกี๊เองนะ” น้ำฝนโวยวายกับการรบกวนการนอนของเพื่อนสาว ซึ่งถ้าเป็นวันปกติพวกเธอจะตื่นมาพร้อมกันไปตลาดซื้อผลไม้กับวัตถุดิบมาช่วยกันจัดเตรียมเพื่อที่จะนำไปปั่นขายที่ตลาดเย็นเสร็จแล้วถึงจะพากันกินข้าวและนอนพักเอาแรงอีกรอบ ก่อนจะออกไปตั้งร้านช่วงบ่าย แต่วันนี้เธอต้องทำคนเดียวซึ่งกว่าจะเสร็จก็เลยเที่ยงไปแล้ว
“วันนี้ไม่ขายค่ะ กูจะเลี้ยงบุฟเฟต์ที่ห้างด้วยนะ” หญิงสาวบอกกับเพื่อนพลางชูคูปองที่เธอได้รับจากสะพานลอยตอนกลับให้เพื่อนดู
“หมายความว่าไง” คนง่วงหงายหลังลงนอนอีกรอบ
“ก็ฉลองงานใหม่กูไง กูได้งานแล้วนะ วันนี้เราต้องไปซื้อชุดทำงานกันค่ะเพื่อน กูขอตังค์อ้าย(พี่ชาย)หม่อนมาแล้วด้วย ให้มาตั้งห้าพันเลยนะมึง” หญิงสาวบอกเพื่อนอย่างร่าเริง ซึ่งได้ผลคนง่วงเมื่อครู่ตาสว่างขึ้นมาทันทีกับคำว่าเพื่อนได้งาน บุฟเฟต์ และเพื่อนขอตังค์อ้ายได้ ซึ่งอ้ายหม่อนที่ว่านั้นคือพี่ชายคนรองของมัดหมี่ขึ้นชื่อเรื่องความงกสุดกว่าจะขอค่าขนมเพิ่มได้แต่ละครั้งต้องหาเหตุผลแทบจะต้องเขียนรายงานค่าใช้จ่ายแสดง ไม่เหมือนอ้ายหมอก พี่ชายคนโตของเธอที่ไม่ว่าน้องเอ่ยเมื่อไหร่จะรีบโอนมาให้ทันทีเพราะรู้ว่าน้องไม่มีงานและอยู่กับเพื่อน
“จริงดิ!” “จริงเว้ย หัวหน้าฝ่ายบุคคลโทรมาบอกให้เริ่มงานพรุ่งนี้เลย กูถามมาแล้วด้วยว่าใส่คัทชูได้ ใส่กางเกงได้แค่ให้สุภาพเจ้านายที่นี่เน้นสะดวก หัวสมัยใหม่ไม่จุกจิก ชุดเดิม ๆ ที่เราฝึกงานยังอยู่กูใช้ได้หมดเลยเว้ย แต่พรุ่งนี้ทำงานวันแรกไงเลยขอตังค์อ้ายหม่อนซื้อเสื้อใหม่ใส่เอาฤกษ์เอาชัยซะหน่อย ว่าจะขออ้ายหมอกซื้อรองเท้าด้วยแต่เดี๋ยวไปถึงห้างก่อนค่อยโทร ถ้าอ้ายออกเวรแล้วเผื่ออ้ายจะมาเลี้ยงด้วย” หญิงสาวร่ายยาวตอบเพื่อนแล้วยิ้มใส่หน้าจนตาหยี ตอนฝึกงานพวกเธอฝึกที่บริษัทของคนต่างชาติเขาไม่ให้ใส่ชุดนักศึกษาฝึกต้องใส่ชุดทำงานเหมือนพนักงานออฟฟิศทั่วไปเลยมีชุดทำงานหลายชุดและมันก็ยังไม่เก่าจนใส่ไม่ได้ ซึ่งก็ถือเป็นความประหยัดไปได้อีกมาก
“ของกูก็เยอะเราไซส์เดียวกัน คืนนี้ขนออกมาดูว่าตัวไหนยังใช้ได้เผื่อต้องแก้ต้องซ่อม” น้ำฝนสนับสนุนเพื่อนเต็มที่ ชุดที่พวกเธอซื้อตอนนั้นราคาค่อนข้างแพงถึงจะซื้อช่วงที่ลดราคาแต่ก็เป็นแบรนด์ดังที่คนทำงานใส่กัน ถ้าจะขายมือสองก็เสียดายเพราะใส่ไม่กี่ครั้งเลยเก็บไว้หาโอกาสใส่
“โอเคเลย ไปเร็วลุก! กว่ามึงจะอาบน้ำจะแต่งหน้าเสร็จหิวตายพอดี” สาวสวยรีบดึงแขนเพื่อนให้ลุกขึ้นอีกรอบ น้ำฝนจำต้องลุกขึ้นคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำตามคำสั่ง ส่วนเจ้ามือในวันนี้รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเสื้อยืดตัวใหญ่สบาย ๆ กับกางเกงขาสั้นเอวยืดโชว์เรียวขาที่ชายเสื้อปิดจนมิด ผมที่สระไดร์อย่างดีเมื่อตอนเช้าถูกรวบด้วยยางรัดผมสีดำเส้นเล็กแล้วม้วนมวยไว้หลวม ๆ หนีบด้วยกิ๊บหนีบผมอันใหญ่ ล้างเครื่องสำอางออกจนหมดแล้วทาแค่ครีมกันแดดแป้งฝุ่นและลิปมันเท่านั้น ซึ่งตอนนี้หน้าของเธอขาวใสไม่ต่างจากเด็กมัธยมเท่าใดนัก ยิ่งเธอเป็นคนตัวเล็กสูงเพียง 152 เลยทำให้ดูเป็นเด็กเข้าไปใหญ่ทั้งที่อายุเกิน 23 ไปหลายเดือนแล้ว
2 สาวพากันขึ้นรถ 2 แถวไปลงที่ห้างดังที่ค่อนข้างไกลจากหอพักพอสมควร แต่ห้างนี้ก็เป็นห้างเดียวในย่านที่สะดวกมีทุกอย่างรวมทั้งร้านบุฟเฟต์ที่พวกเธอต้องการมากินด้วย (เรื่องอื่นเป็นรองเรื่องบุฟเฟต์นี่คือเรื่องหลัก ส่วนเสื้อผ้าซื้อตลาดเย็นก็ได้)
“กินก่อนหรือเดินก่อนดี” หญิงสาวเดินจูงมือเพื่อนเดินเข้าห้างหันไปปรึกษายิ้ม ๆ
“เดินก่อนสิ เหนื่อยค่อยกินจะได้คุ้ม ๆ”
“ความคิดดี งั้นขึ้นชั้น 3 กันวันก่อนเห็นในเพจลดราคาอยู่หลายร้านไม่รู้หมดเขตหรือยัง” ว่าจบกอดคอเพื่อนเดินขึ้นบันไดเลื่อน ชี้ชวนกันดูนั่นนี่อย่างสนุกสนานเพราะนาน ๆ จะมีเวลาออกมาเที่ยวเล่นแบบนี้ซักครั้ง ถึงน้ำฝนจะมีร้านขายน้ำปั่นเป็นของตัวองและขายค่อนข้างดี แต่มัดหมี่ยังต้องขอเงินพี่ชายใช้ประกอบกับความขี้เกียจเหมือน ๆ กัน พวกเธอเลยมาไม่ค่อยมาบ่อยนัก ของกินของใช้จะซื้อที่ตลาดที่พวกเธอขายของตอนเย็นเท่านั้น
“ฝน...ต่อไปกูทำงานใครจะช่วยมึงตั้งร้านล่ะ กว่ากูจะเลิกงานถ้าไม่มีโอก็ 5 โมงเย็นเลยนะ แต่ฝึกงานคงยังไม่มีโอหรอก” หญิงสาวถามเพื่อนอย่างวิตก ตลอดปีกว่าที่ผ่านมาถึงมัดหมี่จะบอกพ่อกับแม่ว่าเธออยู่กับแฟนใหม่แต่พี่ชายทั้ง 2 ที่รับราชการอยู่ในกรุงเทพของเธอรู้มาตลอดว่าน้องสาวยังโสดพักอยู่กับเพื่อนและว่างงาน เลยพากันส่งค่าใช้จ่ายรายเดือนให้น้องสาวไม่ขาด เธอเลยไม่ได้รบกวนพ่อแม่ให้พวกท่านสงสัย ทุกวันเธอจะช่วยเพื่อนตั้งร้านและขายน้ำปั่นที่ตลาดเย็นจนปิดตลาด แต่ไม่รับค่าแรงหรือค่าจ้าง เพราะบอกว่าตัวเองมาเกาะเพื่อนกิน น้ำฝนเลยไม่ให้เธอจ่ายค่าห้องและรับหน้าที่จ่ายค่ากับข้าวเองทั้งหมด โดยที่พี่ชายคนโตของมัดหมี่เสนอจ่ายค่าน้ำค่าไฟให้เพราะไม่อยากให้น้องเบียดเบียนเพื่อนมากเกินไป
“ก็บอกอ้ายมึงมาช่วยกูสิคะ” น้ำฝนพูดพลางหัวเราะชอบใจแต่ไม่ได้จริงจังกับคำพูดของตัวเองนักแต่เพื่อนกลับคิดจริงจังดังว่า
“เออ...จริงด้วย กูบอกอ้ายหมอกมาช่วยมึงดีกว่า...
อยากบอกพี่จาของคุณย่าว่า น้ำใช้คำว่าดื่มค่ะพี่ ไม่ใช่แดก ใครสอนภาษาไทยพี่มาแบบนี้
5 ปีต่อมาภาพชินตาหลังเลิกเรียนของโรงทอไทยวรวัฒน์ กับความน่ารักของ 3 แสบพี่น้องที่คุณลุง คุณน้าและคุณพ่อ (ก็คนเดียวกันนั่นแหละแต่หลายตำแหน่ง) ไปรับลูกและหลานกลับมาจากโรงเรียน และเดินชักแถวกันเข้าลิฟต์เพื่อขึ้นไปหาคุณแม่ คุณน้าและคุณอา (ก็คนเดียวกันอีกนั่นแหละ) บนชั้น 5 ของออฟฟิศประธานหนุ่มรับหน้าที่ไปรับไปส่งลูกหลานด้วยตัวเองอย่างไม่มีขาดตกบกพร่องและพามาที่ออฟฟิศทุกวัน จนตอนนี้ดูไม่ออกว่าลูกหลานติดเขาหรือเขากันแน่ที่ติดลูกหลาน เพราะไปไหนก็จะพาไปด้วยตลอด ซึ่งเด็ก ๆ ชอบมากโดยเฉพาะกิจกรรมวันหยุดที่คุณลุง คุณอาและคุณพ่อจะพาออกต่างจังหวัดกันตั้งแต่เด็ก ๆ เรียกได้ว่าพ่อแม่จริง ๆ แทบจะไม่ได้แตะลูก ๆ เลยทีเดียว“คุณพ่อขา เราคุยกันแล้วว่าเราจะมีเบบี๋ค่ะ เพื่อนน้องแพรมีเบบี๋ด้วย” สาวน้อยวัยอนุบาลจับแขนคุณพ่อเขย่าอ้อนขออย่างน่ารัก ส่วนพี่ ๆ ก็มองหน้าคุณลุงคุณอาตาปริบ ๆ“ใช่ครับอาจา เพื่อนมังกรแม่เขาก็มีเบบี๋กัน” น้องมังกรลูกชายของสารวัตรหมอกยืนยันอีกเสียง“หม่ามี้ทิมก็กำลังจะมีเบบี๋ให้ทิมล่ะ ตอนนี้ป๊าบอกว่าต้องเรียกทิมว่าพี่ทิมน
หลายเดือนต่อมาบ้านคุณหญิงวริดา“หืม?... ทำอะไรกินน่ะน้าทอง” ชายหนุ่มเดินเข้ามาในบ้านแล้วหันไปทักแม่บ้านที่เดินผ่านมาพอดี กับกลิ่นฉุนของอาหารมื้อเย็นที่โชยออกมาแตะจมูกชนิดที่ได้กลิ่นแล้วหัวหมุนทันที“คุณหญิงกับคุณมัดหมี่กำลังทำไข่เจียวใส่ชะอมค่ะ คุณมัดหมี่เธอบอกว่าอยากกินน้าเห็นว่ายอดข้างรั้วหลังบ้านกำลังงามเลยเก็บมาให้” น้าทองตอบยิ้ม ๆ“โห กลิ่นอย่างโหด” ปากว่าขาก้าวไปทางครัวเมื่อบอกว่าคุณย่าและภรรยาอยู่ข้างใน“คุณย่าครับ จามาและ...อุ อุ แหวะ” คนจะทักคุณย่าว่าไม่จบก็ต้องรีบปิดปากวิ่งเข้าห้องน้ำชั้นล่างอย่างเร็ว“เป็นอะไรคะอ้าย” ภรรยาสุดที่รักรีบเข้ามาทักถามทันทีกับอาการของสามีที่เกิดขึ้นแบบปัจจุบันทันด่วน“หมี่ทำอะไรกินน่ะ”“ไข่เจียวใส่ชะอมค่ะ หมี่อยากกิน พอดีน้าทองเห็นหลังบ้านยอดมันสวยเลยเก็บมาให้” ว่าพลางยื่นน้ำเย็นให้สามีกลั้วปาก “เป็นอะไรคะ”“ไม่รู้สิ อ้ายน่าจะเมากลิ่นชะอม งั้นอ้ายขึ้นห้องไปอาบน้ำก่อนนะค
หลังจากแต่งงาน 1 เดือนครืด...ครืด...มือถือเครื่องบางของประธานหนุ่มสั่นระรัวในกระเป๋ากางเกง ทำให้ชายหนุ่มจำต้องหยุดรถแล้วล้วงกระเป๋าดึงออกมาดูสายเรียกเข้าก่อนจะถอนหายใจกดรับสาย“ว่าไงชาติ”‘บอสอยู่ไหนครับ มีเอกสารด่วนต้องเซ็นครับ’ สุรชาติถามขึ้นพลางขมวดคิ้วกับเสียงเครื่องยนต์ดังสนั่น“เอาไปให้อาโรมเซ็นสิวะกูรีบอยู่” ชายหนุ่มตะโกนแข่งกับเสียง‘ดอกเตอร์ไปอเมริกากับคุณมาร์คครับ’“ให้หมี่เซ็นไปเลย”‘หมี่เซ็นไม่ได้ครับเอกสารจากแอฟริกากลางนะครับบอส แล้ววันนี้น้องหมี่ก็พาคุณย่าไปหาหมอตามนัดด้วยครับ’ สุรชาติถอนหายใจกับงานด่วนที่หาคนเซ็นไม่ได้ *กูปวดหัวกับบ้านนี้จริง ๆ แต่งงานแล้วคิดว่าจะสบายขึ้นหนักกว่าเดิมอีกกู...*“งั้นมึงเอาเอกสารมาให้กูเซ็นที่บ้านพ่อตากูเนี่ย ตอนนี้กูยังไม่ว่างกลับ” คนงานเยอะว่าพลางเริ่มเข้าเกียร์เดินหน้ารถอีกครั้ง‘อีกกี่วันกลับครับบอส’“ไม่รู้กูยังไม่ชำนาญรถเกี่ยวเลยเนี่ย มึงเอาเ
ในวันแต่งงานช่วงเช้าเป็นการตักบาตรเลี้ยงพระ และผูกแขนที่บ้านของฝ่ายหญิงตามประเพณีอีสานที่พ่อใหญ่อัฐเสนอเป็นแม่งานและเห็นพ้องต้องกันกับกำนันเมฆ ซึ่งผู้ร่วมงานช่วงเช้าก็คือเครือญาติของทั้ง 2 ส่วนงานเลี้ยงช่วงเย็นที่เป็นการฉลองสมรสของคนทั้งคู่และย้ายกันมาจัดที่โรงทองานแต่งสุดอลังการที่จัดขึ้นที่ลานกว้างของบริษัทโรงทอไทยวรวัฒน์ แขกผู้เข้ามาร่วมงานต่างก็ตะลึงกับการจัดสร้างที่อลังการนี้เพราะแทนที่จะจัดงานที่โรงแรมหรู แต่ทางเจ้าบ่าวกลับเนรมิตลานกว้างด้านข้างของบริษัทเป็นโดมสีขาวขนาดใหญ่จุผู้คนได้หลายพันคน และติดแอร์รอบทิศจนเย็นฉ่ำ ประดับตกแต่งด้วยดอกไม้สีขาวกลิ่นหอมอบอวลทั่วงาน เจ้าสาวที่พนักงานโรงทอต่างอยากรู้ว่าคือใครถูกนำภาพถ่ายพรีเว็ดดิ้งมาตั้งที่หน้างาน และตามจุดต่าง ๆ ซึ่งพนักงานของโรงทอต่างก็อึ้งไปตาม ๆ กันกับใบหน้าคุ้นตาของเจ้าสาว“มัดหมี่นี่” พี่อ้อมทักขึ้นอย่างตื่นเต้นพร้อมกับมองหน้าณปรางเป็นคำถาม ซึ่งณปรางถือว่าสนิทกับมัดหมี่มากคนหนึ่ง เพราะเป็นรุ่นน้องเรียนปริญญาโทด้วยกันและกลับบ้านด้วยกันบ่อยที่สุด“ปรางไม่รู้ค่ะ นั่นไงคุณชาติเลย
ก่อนวันงาน 3 วัน“ป้าด...บ้านใหญ่มากเลยพ่อกำนัน ใช่หลังที่ถ่ายรูปมั้ยนี่” พ่อใหญ่ก้านกับเมียลงจากรถของพ่อกำนันอุทานเสียงดังอย่างตื่นเต้น วันนี้พวกท่านเดินทางมาเตรียมตัวก่อนวันงาน และคุยกันว่าจะนอนที่บ้านของลูกสาวที่จะใช้จัดพิธีตอนเช้าแบบภาคอีสานตามคำแนะนำของพี่ชายคุณย่าเจ้าบ่าวที่ท่านก็เป็นเขยอีสานเหมือนกัน“อือ...หลังนี้ของเจ้าหมี่กับผัวเขา ส่วนหลังถัดไปนั่นของเจ้าหมอก” พ่อกำนันชี้ไปที่บ้านอีกหลังที่รั้วติดกัน“อ่อ เรือนหอใช่มั้ยนี่” พ่อใหญ่ก้านถามขึ้นพลางมองชายหนุ่มที่เดินออกมาจากบ้านพร้อมกับยกมือไหว้มาแต่ไกล“สวัสดีครับ”“สวัสดีลูก นี่หรือเรือนหอ” พ่อใหญ่ก้านถามขึ้นเพราะชายหนุ่มโทรไปหาพ่อตาบอกว่าคุณย่าให้มาดูเรือนหอก่อนวันงานเผื่อขาดเหลืออะไรจะได้จัดเตรียมทัน“ไม่หรอกครับ หลังนี้พ่อใหญ่ผมบอกว่าเป็นบ้านฝ่ายหญิงก็จะผูกแขนกับพิธีเช้าที่นี่ครับเป็นภายในแค่ญาติ ๆ เรือนหอเป็นบ้านผมครับ” ชายหนุ่มพูดยิ้ม ๆ มองหน้าแฟนสาวที่มุ่ยหน้ามาให้ เธอบอกว่าอยากเอาบ้านหลังนี้เป็นเรื
ก่อนเที่ยงของวันรุ่งขึ้น รถครอบครัวคันหรูขับนำรถตู้สีขาวคันใหญ่ 2 คันทะเบียนกรุงเทพ เข้ามาในหมู่บ้านไพรศรีสุก แล้วมาหยุดที่หน้าบ้านทรงไทยยกสูงหลังใหญ่ที่ป้ายหน้าบ้านเขียนว่า ที่ว่าการกำนัน หนุ่มหล่อร่างสูงโปร่งเปิดประตูลงจากรถพร้อมกับยิ้มให้ลูกน้องของพ่อตาที่ขับมอเตอร์ไซค์เข้ามาจอดพอดี“อ้ายจาสวัสดีครับ” เด็กหนุ่มทักทายยกมือไหว้อย่างสนิทสนม “โห...เปลี่ยนรถใหม่หรืออ้ายคันนี้แพงกว่า 4 ประตูคันเดิมอีกนะ”“รถที่บ้าน พ่อแม่ล่ะ” ชายหนุ่มตอบยิ้ม ๆ พร้อมกับถามหาพ่อตาแม่ยาย“พ่อกำนันกำลังมาครับ แม่ใหญ่น่าจะอยู่ในบ้าน”“อือ...” ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วเดินไปเปิดประตูให้คุณย่ายิ้ม ๆ ส่วนมัดหมี่รีบเดินไปเปิดประตูรถอีกคันเชื้อเชิญพ่อแม่ของแฟนลงจากรถ “ถึงแล้วครับคุณย่า”“มาถึงเร็วจังเลยลูก พ่อกำลังกลับจากงานบวชคนในหมู่บ้าน โทษทีแม่ไม่ได้ยินเสียงรถ” แม่ศรีไพรรีบเดินออกมาต้อนรับอย่างยิ้มแย้ม พร้อมกับหันไปมองหน้าผู้มาเยือนที่ลูกเขยโทรมาบอกก่อนหน้าว่าจะพาครอบครัวมาในวันนี้ *ว่าแล้ว







