Share

บทที่ 4

Author: อวิ๋นไห่
ฉันไม่พูดอะไร ยังคงนิ่งเงียบ

หลิวอาเจี๋ยยิ่งได้ใจ “ตอนนี้ผู้จัดการเว่ยยอมให้โอกาสนายแล้ว นายก็ควรคว้าเอาไว้ให้ดี”

“แต่ถึงตอนนี้นายจะยอมอยู่ต่อ ฉันก็ยังคิดว่านายไม่เหมาะจะอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายเทคนิคต่อไปแล้ว”

“เหรอ? แล้วผมเหมาะกับตำแหน่งอะไรล่ะ?” ฉันถาม

“ก็ลดไปเป็นพนักงานธรรมดา แล้วให้อยู่ในช่วงดูพฤติกรรมต่อไป” หลิวอาเจี๋ยกอดอก “เอาล่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็เอาใบลาออกของนายไสหัวออกไปได้”

“ไอ้โง่” ฉันพ่นคำด่าออกมาสองคำ

หลิวอาเจี๋ยเดือดขึ้นมาทันที “นายว่าอะไรนะ? นายว่าใครโง่?”

ฉันไม่สนใจเขาอีก ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตน

“ผู้จัดการเว่ย รบกวนเซ็นให้ผมด้วย ไม่อย่างนั้นผมคงต้องยื่นเรื่องเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแรงงานเพื่อลาออก” ฉันพูดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

พวกเขาคิดจริง ๆ เหรอว่าฉันไม่มีใครต้องการ?

ฉันมีข้อเสนอให้เข้าทำงานจาก “เฮดฮันเตอร์” อยู่หลายราย

เพียงแต่ก่อนหน้านี้ฉันคิดว่าตัวเองไปได้ดีในบริษัทนี้ อีกทั้งยังรู้สึกว่าผู้จัดการเว่ยค่อนข้างไว้วางใจฉัน จึงไม่เคยคิดจะลาออก

เมื่อผู้จัดการเว่ยเห็นว่าฉันยืนกราน เขาก็ถอนหายใจออกมา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเสียดายว่า “เสี่ยวเทียน ในเมื่อนายไม่ยอมฟังคำทัดทาน ฉันก็คงต้องปล่อยนายไป”

เขารีบเซ็นชื่อตัวเองลงไป “เดี๋ยวนายไปส่งมอบงานโปรเจกต์กับลูกน้องให้เรียบร้อย ตอนนี้โปรเจกต์ก็เกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว พูดไปก็ต้องขอบคุณนายเหมือนกันที่ทำให้โปรเจกต์มาถึงขั้นนี้ อย่างน้อยก็สร้างรายได้ให้บริษัทได้ห้าสิบล้านบาท! ต่อไปถ้าพัฒนาไปได้ดี จะทำเงินทะลุห้าร้อยล้านบาทหรือมากกว่านั้นก็ไม่ใช่ปัญหา”

ฉันรู้ว่าผู้จัดการเว่ยจงใจพูดแบบนี้

ก็เพื่อพูดประชดเหน็บแนมและยั่วโมโหฉันเท่านั้น

ตอนนี้โปรเจกต์ประสบความสำเร็จและออกผลแล้ว แต่ฉันที่เป็นคนปลูกต้นไม้กลับต้องจากไป

ส่วนพวกเขาก็สามารถเก็บผลไปได้อย่างไม่ต้องเกรงกลัวอะไร ย่อมต้องกระหยิ่มยิ้มย่องเป็นธรรมดา

ฉันแค่นเสียงเบา ๆ ก่อนจะหันหลังเดินออกไป

หลังจากส่งมอบงานอย่างคร่าว ๆ เสร็จแล้ว ฉันก็เดินออกจากบริษัท

เพื่อนร่วมงานในบริษัทบางคนลงมาส่งฉันถึงชั้นล่าง

มีคนบอกฉันว่าหลิวอาเจี๋ยเป็นน้องชายของภรรยาผู้จัดการเว่ย

แต่เรื่องพวกนี้สำหรับฉันแล้วก็ไม่ได้มีความหมายอะไรมากนัก

พอออกจากบริษัท ฉันก็โทรหาเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยคนหนึ่งทันที

“รุ่นพี่สวี่ ในที่สุดก็โทรหาผมสักที? คิดตกแล้วใช่ไหม?”

“อืม คิดตกแล้ว จะเริ่มงานได้เมื่อไหร่?” ฉันถาม

เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายจับความไม่สบอารมณ์จากน้ำเสียงของฉันได้ “รุ่นพี่ จู่ ๆ ตอบตกลงง่ายขนาดนี้ ผมแปลกใจจริง ๆ หรือว่าเจอเรื่อง...”

“เลิกพูดไร้สาระ ที่นั่นยังต้องการคนไหม? ถ้าไม่ต้องการ ฉันจะได้ไปที่อื่น”

อีกฝ่ายร้อนใจขึ้นมาทันที รีบพูดว่า “รุ่นพี่ พูดอะไรแบบนั้น พี่เป็นผู้เชี่ยวชาญในวงการของเราเลยนะ ต้องการสิ แน่นอนว่าต้องการ! พรุ่งนี้เริ่มงานได้เลย เงินเดือนต่อปีให้เป็นสองเท่า มาทำงานได้ทันที”

“ได้”

หลังจากวางสาย ฉันก็เดินทางกลับบ้าน

สามวันต่อมา โปรเจกต์ที่ฉันเคยรับผิดชอบในบริษัทเก่าจัดงานแถลงข่าว และเปิดใช้งานต่อหน้าสาธารณชน

แต่หลังจากเปิดใช้งานได้ไม่นาน ขณะที่ผู้จัดการเว่ยกำลังสาธิตฟังก์ชันของโมเดล AI อัจฉริยะขนาดใหญ่ต่อหน้าทุกคน

AI กลับแจ้งว่าพบข้อผิดพลาดขึ้นมากลางงานทันที

สีหน้าของผู้จัดการเว่ยเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน เขารีบเรียกทีมเทคนิคขึ้นไปบนเวทีเพื่อแก้ปัญหา

แต่ต่อให้วุ่นวายแก้กันอยู่นาน ก็ยังปรับระบบให้กลับมาใช้งานได้ไม่สำเร็จ

ก่อนเปิดใช้งาน ผู้จัดการเว่ยก็โฆษณาไปทั่วว่า “โมเดล AI ขนาดใหญ่” ของเขาจะเป็นนวัตกรรมแห่งยุคอย่างแน่นอน และล้ำหน้า AI ทุกตัวในตลาดปัจจุบันไปอีกหนึ่งยุค

จึงทำให้โปรเจกต์นี้เป็นที่ตั้งตารอของผู้คนมากมายตั้งแต่ยังไม่เปิดใช้งาน

ตอนนี้แค่ยอดผู้ชมงานแถลงข่าวทางออนไลน์ก็ทะลุหนึ่งแสนคนแล้ว

ฉันดูถ่ายทอดสดผ่านทางออนไลน์ เห็นผู้จัดการเว่ยร้อนรนจนหน้าแดงก่ำ เดินวนไปวนมาบนเวทีอย่างกระวนกระวาย

ผู้คนด้านล่างเวทีก็เริ่มโกลาหลกันไปหมด

คอมเมนต์บนไลฟ์ต่างพากันถามว่า “นี่มันเกิดอะไรขึ้น? นี่คือปัญญาประดิษฐ์จริงเหรอ?”

หลังจากผู้เชี่ยวชาญบนเวทีพยายามแก้ไขกันอยู่นาน “AI” ก็เริ่มควบคุมไม่ได้และพูดจาเหลวไหลออกมา

“ขำจะตาย นี่มันปัญญาประดิษฐ์ที่ไหน ปัญญาอ่อนชัด ๆ!”

“บริษัทนี้โม้เก่งจริง ๆ ไหนว่าพลิกโฉมยุคสมัยไง!”

“ผมว่าพลิกโฉมยุคสมัยจริงนะ เป็นความโง่แบบพลิกโฉมยุคสมัยเลยล่ะ”

ในตอนนั้นเอง ผู้จัดการเว่ยดูเหมือนจะทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วกดโทรออก

ในเวลาเดียวกัน โทรศัพท์ของฉันก็ดังขึ้น ฉันเหลือบมองหน้าจอและเห็นว่าผู้จัดการเว่ยเป็นคนโทรมา

ฉันลังเลอยู่สองสามวินาที แต่สุดท้ายก็กดรับสาย

เสียงร้อนรนของผู้จัดการเว่ยดังมาจากปลายสาย “เสี่ยวเทียน ตอนนี้นายอยู่ที่ไหน? ฉันสั่งให้นายมาที่นี่เดี๋ยวนี้!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เข้าห้องน้ำเกินเวลาหนึ่งนาที บริษัทหักโบนัสฉันหนึ่งล้านบาท   บทที่ 11

    “คนที่สอนและปั้นพวกเรามาคือหัวหน้าสวี่ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณ?” มีคนหนึ่งพูดแย้งขึ้นมาผู้จัดการเว่ยโกรธจนตัวสั่น “ถ้าฉันไม่ให้เวทีพวกนาย พวกนายจะมีโอกาสอย่างทุกวันนี้ได้ยังไง? อีกอย่าง สวี่เสี่ยวเทียนเพิ่งไปทำงานที่นั่นเอง พูดกันตรง ๆ เถอะ แม้แต่ช่วงฝึกงานจะผ่านหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ พวกนายพากันลาออกตามเขาไปแบบไม่คิดให้ดี ไม่กลัวสุดท้ายจะตกงานกันหมดหรือไง?”“เรื่องนี้พวกนายวางใจได้เลย ฉันไม่ได้เป็นแค่พนักงานของบริษัทนั้น แต่ยังถือหุ้นของบริษัทด้วย ฉันรับรองว่าหลังจากพวกนายย้ายไป เงินเดือนจะสูงกว่าที่นี่แน่นอน”เมื่อได้รับคำรับรองจากฉัน พวกเขาก็ยิ่งแน่วแน่ที่จะย้ายงานมากขึ้น“พวกโง่ทั้งนั้น รอเสียใจทีหลังก็แล้วกัน!” รุ่นน้องหนุ่มคนนั้นหันมายิ้มให้ฉัน “รุ่นพี่สวี่ พาผมไปด้วยคนได้ไหมครับ? ไม่ต้องให้เงินเดือนผมก็ได้”“ได้สิ!”ด้วยเหตุนี้ ฉันจึงนำข้อมูลแกนหลักของโมเดลติดตัวไป พร้อมกับพาเพื่อนร่วมงานที่มีแนวคิดและเป้าหมายเดียวกันกลุ่มนี้ไปยังบริษัทใหม่ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาก่อนหน้านี้ ไม่นานพวกเราก็พัฒนาโมเดล AI ที่ทรงประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิมออกมาได้ส่วนทางผู้จัดการเว่ย เมื่อไม่ม

  • เข้าห้องน้ำเกินเวลาหนึ่งนาที บริษัทหักโบนัสฉันหนึ่งล้านบาท   บทที่ 10

    ฉันรู้อยู่แล้วว่าเขาไม่มีทางยอมขอโทษฉัน“ในเมื่อเป็นแบบนี้ ผมก็ไม่จำเป็นต้องกลับมาทำงานที่บริษัท”ฉันหันไปมองผู้จัดการเว่ย เดิมทีคิดว่าจะจากกันด้วยดี แต่กลับถูกเขาต่อว่าเสียยกใหญ่“สวี่เสี่ยวเทียน ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่นายกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวขนาดนี้? นายก็รู้ดีว่าโมเดลตัวนี้สำคัญกับบริษัทมากแค่ไหน แต่กลับไม่ยอมยื่นมือช่วย นายคิดจะยืนดูบริษัทล้มละลายไปต่อหน้าต่อตาเหรอ?” ผู้จัดการเว่ยยิ่งพูดก็ยิ่งมีอารมณ์ “ตอนเข้าบริษัทใหม่ ๆ นายรับปากกับฉันว่ายังไง? นายบอกว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็จะช่วยฉันโดยไม่มีเงื่อนไข แล้วตอนนี้ล่ะ? แค่เรื่องเล็กน้อยเท่านี้ นายก็จะทิ้งบริษัทไปโดยไม่สนใจแล้ว”บางครั้งพอหมดคำจะพูดจริง ๆ คนเราก็ได้แต่หัวเราะออกมา“ผู้จัดการเว่ย ในเมื่อคุณจำสิ่งที่ผมเคยพูดได้ ก็น่าจะจำสิ่งที่ตัวเองเคยพูดไว้ได้เหมือนกันไม่ใช่เหรอ? ในเมื่อตัวคุณเองยังทำไม่ได้ แล้วมีสิทธิ์อะไรมาเรียกร้องให้ผมทำ?”เมื่อถูกฉันย้อนถาม สีหน้าของผู้จัดการเว่ยก็ขรึมลงทันที“มันจะเหมือนกันได้ยังไง? ตอนนี้สถานการณ์มันพิเศษ พูดไปพูดมา นายก็แค่คิดว่าฉันให้เงินนายไม่มากพอเท่านั้นแหละ นายต้องการเท่าไหร่ก็บอกมาต

  • เข้าห้องน้ำเกินเวลาหนึ่งนาที บริษัทหักโบนัสฉันหนึ่งล้านบาท   บทที่ 9

    หลิวอาเจี๋ยมองฉันด้วยสีหน้าตกตะลึง “ถ้านายไม่ได้คิดจะกลับมาทำงาน แล้วมาบริษัททำไม?”“เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับคุณ?” ฉันตอบอย่างเย็นชาหลิวอาเจี๋ยจ้องฉัน ราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ก่อนจะหัวเราะออกมา “ฉันรู้แล้ว นายยังติดใจกับเรื่องที่ฉันหักโบนัสโปรเจกต์ของนายครั้งก่อนอยู่แน่ ๆ เอาแบบนี้แล้วกัน ฉันจะจ่ายโบนัสโปรเจกต์ให้นายครบทุกบาททุกสตางค์ แล้ววันนี้นายก็กลับมาทำงาน ตำแหน่งก็ยังเป็นตำแหน่งเดิม เป็นไง?”ฟังจากน้ำเสียงของเขาแล้ว ราวกับว่านี่เป็นความกรุณาครั้งใหญ่ที่เขาหยิบยื่นให้ฉันฉันยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย “คุณคิดว่าผมลาออกจากบริษัทเพราะเงินงั้นเหรอ?”“ไม่งั้นล่ะ?” หลิวอาเจี๋ยหมดความอดทนขึ้นมาทันที “เอาล่ะ หัวหน้าสวี่ คนเรายอมตายเพื่อเงิน นกยอมตายเพื่ออาหาร ฉันยอมจ่ายโบนัสโปรเจกต์ให้นายแล้ว นายก็อย่าได้คืบจะเอาศอกนักเลย”ฉันหัวเราะออกมา ตอนนั้นที่ฉันตัดสินใจลาออกจากบริษัท ส่วนหนึ่งเป็นเพราะหลิวอาเจี๋ยหักโบนัสโปรเจกต์ของฉันจริง แต่เหตุผลที่สำคัญยิ่งกว่าคือท่าทีของผู้จัดการเว่ยแม้กระทั่งตอนนี้ ผู้จัดการเว่ยก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเอ่ยปากด้วยตัวเองฉันหันไปมองผู้จัดการเว่ย ก่อนจะถามเ

  • เข้าห้องน้ำเกินเวลาหนึ่งนาที บริษัทหักโบนัสฉันหนึ่งล้านบาท   บทที่ 8

    ฉันชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า “คุณรู้จักผมเหรอ?”“แน่นอนครับ ตอนอยู่มหาวิทยาลัย รุ่นพี่เป็นไอดอลของผมเลย”ชายหนุ่มบอกว่าเขาเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับฉัน ตอนที่เขาอยู่ปีหนึ่ง ฉันก็เรียนอยู่ปีสี่แล้ว“ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ผมเคยได้ยินเรื่องของรุ่นพี่สวี่ และชื่นชมรุ่นพี่มาตลอด อยากเจอตัวจริงสักครั้ง แต่น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาส ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอรุ่นพี่ในสถานการณ์แบบนี้” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น “รุ่นพี่ คุณก็ได้รับเชิญมาแก้บั๊กของโมเดลเหมือนกันเหรอครับ?”ฉันส่ายหน้า “โมเดล AI ตัวนี้ผมเป็นคนทำเอง เพียงแต่ช่วงก่อนหน้านี้ผมลาออกจากบริษัทนี้ไปแล้ว”ชายหนุ่มชะงักไป ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาหันไปมองหลิวอาเจี๋ยแล้วพูดเหน็บแนมว่า “คุณนี่มีตาหามีแววไม่จริง ๆ รู้ไหมว่ารุ่นพี่สวี่เก่งแค่ไหนในวงการ AI? มีคนมากมายอยากดึงตัวเขาไปร่วมงาน แต่เขาปฏิเสธหมด ตอนนี้ผมบอกคุณได้อย่างชัดเจนเลยว่า นอกจากเขาแล้ว ไม่มีใครแก้บั๊กของโมเดลนี้ได้”หลิวอาเจี๋ยถึงกับหน้ามืด แทบอยากเป็นลมไปเสียตรงนั้นดูเหมือนว่าตอนนี้ทางเดียวที่เหลืออยู่ก็คือต้องขอร้องฉันหลิวอาเจี๋ยเหลือบมองมาทางฉันโดยไม

  • เข้าห้องน้ำเกินเวลาหนึ่งนาที บริษัทหักโบนัสฉันหนึ่งล้านบาท   บทที่ 7

    คราวนี้โมเดลเรียกได้ว่าพังไปแล้วฉันมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา ต่อจากนี้ก็แค่รอดูหลิวอาเจี๋ยรับผลจากสิ่งที่ตัวเองก่อ“เฮ้อ จบกัน ดูท่าความพยายามตลอดหลายเดือนของพวกเราคงสูญเปล่าหมดแล้ว”“หลิวอาเจี๋ยนี่ไม่รู้เรื่อง AI สักนิด แถมยังไปหาคนที่มีแต่ชื่อแต่ไร้ฝีมือมาอีก ทำพวกเราซวยกันหมดแล้ว”เพื่อนร่วมงานที่เคยช่วยกันพัฒนาโมเดลกับฉันก่อนหน้านี้ ต่างมีสีหน้าผิดหวังกันถ้วนหน้าฉันจึงปลอบพวกเขา “ไม่เป็นไร ยังมีฉันอยู่!”ครึ่งชั่วโมงต่อมา ด้วยความพยายามของชายหนุ่มคนนั้น โมเดลก็ค้างสนิทหลิวอาเจี๋ยระเบิดอารมณ์ทันที “ไหนนายบอกว่าเก่งมากไม่ใช่เหรอ? ปัญหาแค่นี้ยังแก้ไม่ได้เลย!”ชายหนุ่มขมวดคิ้ว ก่อนจะสวนกลับว่า “ปัญหาเล็ก ๆ น่ะผมแก้ได้ แต่บั๊กที่คุณให้ผมแก้มันเป็นปัญหาใหญ่ นอกจากคนที่ออกแบบโมเดลนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว ผมคิดว่าไม่มีใครแก้ได้หรอก”“ตอนนี้เพิ่งมาพูดเรื่องพวกนี้ มันสายเกินไปแล้วไม่ใช่เหรอ?” หลิวอาเจี๋ยพูดด้วยสีหน้าบึ้งตึง “คุณรับเงินไปแล้วนะ ถ้าแก้ไม่ได้ก็คืนเงินมา”“คุณลืมไปแล้วเหรอว่าตอนแรกเราเซ็นสัญญากันไว้? แล้วตอนนั้นผมก็บอกชัดเจนแล้วว่าผมรับประกันไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจะ

  • เข้าห้องน้ำเกินเวลาหนึ่งนาที บริษัทหักโบนัสฉันหนึ่งล้านบาท   บทที่ 6

    เขาบอกฉันว่าหลิวอาเจี๋ยไปหาคนเก่งระดับแนวหน้าด้าน AI จากข้างนอกมา เพื่อแก้ปัญหาบั๊กของโมเดลน้ำเสียงของเพื่อนร่วมงานเต็มไปด้วยความกังวล “ฉันกลัวว่าคนที่เขาหามาจะไม่เอาไหน ถึงตอนนั้นไม่เพียงแก้บั๊กไม่ได้ แต่อาจทำให้ความพยายามตลอดหลายเดือนของพวกเราสูญเปล่าไปด้วย นายก็รู้ว่าทุกคนกำลังรอโบนัสล็อตนี้อยู่!”“บั๊กของโมเดลนี้ นอกจากฉันแล้วไม่มีใครแก้ได้ วางใจเถอะ พวกนายร่วมทุ่มเทกับฉันมานานขนาดนี้ ฉันไม่ยอมยืนมองความพยายามของทุกคนสูญเปล่าไปต่อหน้าต่อตาหรอก พรุ่งนี้ฉันจะกลับไปบริษัทสักรอบ”วันรุ่งขึ้น ตอนที่ฉันไปถึงบริษัท หลิวอาเจี๋ยกับคนอื่น ๆ กำลังแก้บั๊กของโมเดลกันอยู่เมื่อเห็นฉันปรากฏตัวขึ้นกะทันหัน หลิวอาเจี๋ยก็ดูประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเหน็บแนมว่า “นี่อดีตหัวหน้าฝ่ายของเราไม่ใช่เหรอ? กลับมาทำไมล่ะ? หรือว่าข้างนอกหางานไม่ได้ เลยคิดจะกลับมาทำงานที่บริษัทอีก?”เขามองฉันด้วยสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง “เดิมทีฉันก็คิดจะให้โอกาสนายอยู่หรอก แต่ตอนนี้บริษัทมีคนที่เก่งกว่านายเข้ามาแล้ว แบบนี้นายจะอยู่บริษัทต่อไปก็คงไม่มีความหมายอะไรนัก”ฉันกำลังจะอ้าปากพูด แต่เขากลับพูดแทรกขึ้นมาอีกครั้ง “แต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status