Short
น้องชายผู้โชคร้าย

น้องชายผู้โชคร้าย

By:  กำลังดีCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
10Chapters
3views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ตอนที่ผมกับพี่ชายเกิด พ่อแม่ก็เชิญซินแสมาทำนายดวงชะตาโดยเฉพาะ ซินแสบอกว่า ความเก่งกาจของผมจะทำให้พี่ชายป่วยเป็นโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรง หลังประกาศผลสอบเข้ามหาวิทยาลัย เขาจะจบชีวิตตนเองด้วยการกระโดดจากดาดฟ้าในโรงเรียน เพื่อช่วยพี่ชาย พ่อแม่จึงเลี้ยงผมด้วยการคอยกดขี่มาตลอดสิบแปดปี ถึงขั้นยึดบัตรเข้าสอบของผมไป ในวันสอบเข้ามหาวิทยาลัย ผมคุกเข่าอ้อนวอนพวกเขา โขกหน้าผากลงกับพื้นกระเบื้องอย่างแรง แต่พ่อกลับถีบผมเข้าไปในห้องแช่แข็ง แล้วล็อกประตูปิดตายจากด้านนอก “แกรู้อยู่เต็มอกว่าตัวเองจะทำให้พี่ชายตาย แต่แกก็ยังคิดจะไปสอบอีก นี่ตั้งใจจะบีบให้พี่แกตายให้ได้ใช่ไหม?” อุณหภูมิในห้องแช่แข็งติดลบ 30 องศาเซลเซียส ผมสวมเพียงเสื้อนักเรียนแขนสั้น ผมทุบประตูสุดแรงเกิด “แม่ ในนี้หนาวเหลือเกิน! ขอร้องล่ะ ปล่อยผมออกไปเถอะครับ…” “นั่นเล่นละครอะไรของแก?” เสียงของแม่ทั้งแหลมทั้งบาดหู “ข้างในไม่ได้เปิดระบบทำความเย็นสักหน่อย! เหลืออีกแค่ก้าวเดียวพี่ชายแกก็จะพ้นจากคำทำนายนั่นแล้ว แกยังคิดแต่เรื่องตัวเองอีกเหรอ?” เสียงฝีเท้าห่างออกไปทีละนิด เลือดสด ๆ ไหลทะลักจากหน้าผากไม่หยุด มันหยดลงบนเสื้อนักเรียน ก่อนแข็งตัวในเวลาไม่นาน ผมคุกเข่าอยู่ตรงนั้น ร่างกายของผมค่อย ๆ … แข็งทื่อทีละน้อย…

View More

Chapter 1

บทที่ 1

แขนขาของผมหนักอึ้งราวถูกถ่วงด้วยตะกั่ว

ผมได้ยินเสียงพี่ชายดังมาจากนอกประตู…

“พ่อครับ แม่ครับ ปล่อยมู่มู่ออกมาเถอะ! เขาเรียนเก่งขนาดนั้น จะให้พลาดสอบเข้ามหาลัยไม่ได้เด็ดขาด…”

“หุบปาก!”

เสียงของแม่ทั้งร้อนรนทั้งโมโห

“จนป่านนี้แล้วลูกยังจะเข้าข้างมันอีกเหรอ? ลืมไปแล้วหรือไงว่าปีนั้นมันสอบได้ที่หนึ่ง แล้วเอามาอวดต่อหน้าลูกยังไง?”

ผมรู้ว่าแม่หมายถึงครั้งไหน

ปีนั้นผมอายุสิบขวบ

ผมสอบคณิตศาสตร์ได้คะแนนเต็ม สูงกว่าพี่ชายยี่สิบคะแนน

ผมชูกระดาษข้อสอบวิ่งกลับบ้าน หน้าแดงด้วยความตื่นเต้น

ผมพูดว่า “ผมเก่งกว่าพี่!”

พี่ชายได้ยินดังนั้น ใบหน้าก็ซีดเซียว

ตอนนั้นแม่ถึงขั้นร้องไห้ออกมาด้วยความร้อนใจ

ฝ่ายพ่อก็พุ่งเข้ามาตบหน้าผมจนล้มลงกับพื้น

เลือดกำเดาไหลทะลัก หยดลงบนกระดาษข้อสอบที่ได้คะแนนเต็ม

ในคืนนั้น ผมถูกขังให้สำนึกผิดอยู่ในห้องแช่แข็ง

หลังถูกปล่อยออกมาในเช้าวันรุ่งขึ้น มือเท้าก็ไร้ความรู้สึกแล้ว

“น้องชายลูกเจ้าเล่ห์มาตั้งแต่เด็ก ทั้งที่รู้เรื่องคำทำนายอยู่แก่ใจ ยังมีหน้าวิ่งมาอวดอีก แม่ว่ามันต้องจงใจแน่นอน!”

น้ำเสียงของแม่เย็นชาเหลือเกิน

ผมพิงบานประตู ไม่มีแรงแม้แต่จะส่ายหน้า

ไม่ใช่นะ แม่ครับ

ปีนั้นผมเพิ่งสิบขวบเอง

ผมก็แค่เด็กคนหนึ่งที่อยากได้รับคำชมจากพ่อแม่

ผมเข้าใจว่าพ่อกับแม่กลัวจะเสียพี่ชายไป

แต่เพราะอะไร พ่อกับแม่ถึงมองผมเป็นศัตรูได้ล่ะ?

ผมก็เป็นลูกของพ่อกับแม่เหมือนกัน…

มือผมตบประตูซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ผมอยากเตือนพวกเขาว่าลืมปิดระบบทำความเย็น

“แม่ครับ ตอนนี้ผมโตแล้ว ผมไม่ได้เปราะบางขนาดนั้นสักหน่อย แล้วผมจะเป็นโรคซึมเศร้าเพราะมีน้องชายเก่งกว่าได้ยังไง?”

เสียงพี่ชายฟังดูร้อนใจจริง ๆ

“ถ้าซินแสคนนั้นก็แค่พูดเหลวไหลล่ะ? พ่อกับแม่จะขังมู่มู่เพราะเรื่องนี้ไม่ได้นะครับ…”

พ่อขัดขึ้นทันที

“พอได้แล้ว เยี่ยนเยี่ยน! พ่อกับแม่ยอมให้ลูกเสี่ยงไม่ได้!”

พูดจบ พ่อก็หันมาทางห้องแช่แข็ง

น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังเหมือนกำลังเกลี้ยกล่อม

“มู่มู่ พ่อกับแม่ทำไปเพื่อครอบครัวเรานะ ตัวแกเองก็คงทนเห็นพี่ชายกระโดดตึกเพราะแกไม่ได้หรอกจริงไหม?”

“อยู่ข้างในดี ๆ เถอะ รอให้พี่แกสอบเสร็จ ทุกอย่างก็จะจบ เข้าใจไหม?”

ผมเปล่งเสียงไม่ออก

ไอเย็นไหลทะลักเข้าไปในหลอดลม

หน้าอกเจ็บปวดคล้ายถูกแช่แข็งจนใกล้แตกร้าว

ผมรวบรวมกำลังทั้งหมดที่เหลือ ทุบประตูสุดแรงเกิดเป็นครั้งสุดท้าย

แต่แม่กลับพุ่งเข้ามา ยกเท้าเตะประตู

“สวี่มู่! แกจะอาละวาดทำไม? หรืออยากโดนสั่งสอนให้หลาบจำใช่ไหม?”

พูดจบ แม่ก็เปิดประตูห้องแช่แข็ง

ในที่สุด ประตูก็แง้มออกเป็นช่องแคบ ๆ

แสงสว่างลอดเข้ามาเพียงริ้วเดียว

หัวใจผมเต้นรัว…

นี่ผมจะรอดแล้วใช่ไหม?

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
10 Chapters
บทที่ 1
แขนขาของผมหนักอึ้งราวถูกถ่วงด้วยตะกั่วผมได้ยินเสียงพี่ชายดังมาจากนอกประตู…“พ่อครับ แม่ครับ ปล่อยมู่มู่ออกมาเถอะ! เขาเรียนเก่งขนาดนั้น จะให้พลาดสอบเข้ามหาลัยไม่ได้เด็ดขาด…”“หุบปาก!”เสียงของแม่ทั้งร้อนรนทั้งโมโห“จนป่านนี้แล้วลูกยังจะเข้าข้างมันอีกเหรอ? ลืมไปแล้วหรือไงว่าปีนั้นมันสอบได้ที่หนึ่ง แล้วเอามาอวดต่อหน้าลูกยังไง?”ผมรู้ว่าแม่หมายถึงครั้งไหนปีนั้นผมอายุสิบขวบผมสอบคณิตศาสตร์ได้คะแนนเต็ม สูงกว่าพี่ชายยี่สิบคะแนนผมชูกระดาษข้อสอบวิ่งกลับบ้าน หน้าแดงด้วยความตื่นเต้นผมพูดว่า “ผมเก่งกว่าพี่!”พี่ชายได้ยินดังนั้น ใบหน้าก็ซีดเซียวตอนนั้นแม่ถึงขั้นร้องไห้ออกมาด้วยความร้อนใจฝ่ายพ่อก็พุ่งเข้ามาตบหน้าผมจนล้มลงกับพื้นเลือดกำเดาไหลทะลัก หยดลงบนกระดาษข้อสอบที่ได้คะแนนเต็มในคืนนั้น ผมถูกขังให้สำนึกผิดอยู่ในห้องแช่แข็งหลังถูกปล่อยออกมาในเช้าวันรุ่งขึ้น มือเท้าก็ไร้ความรู้สึกแล้ว“น้องชายลูกเจ้าเล่ห์มาตั้งแต่เด็ก ทั้งที่รู้เรื่องคำทำนายอยู่แก่ใจ ยังมีหน้าวิ่งมาอวดอีก แม่ว่ามันต้องจงใจแน่นอน!”น้ำเสียงของแม่เย็นชาเหลือเกินผมพิงบานประตู ไม่มีแรงแม้แต่จะส่ายหน้าไม่ใ
Read more
บทที่ 2
“คุณป้าคะ”ตอนนั้นเอง เสียงนุ่มนวลของใครบางคนก็เรียกแม่ผมไว้เจ้าของเสียงคือเสิ่นเนี่ยน เพื่อนสนิทที่โตมาด้วยกันกับผมเด็กสาวที่เคยตกลงกับผมว่า พวกเราจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกันตอนนี้เธอยืนอยู่หน้าห้องแช่แข็ง กำลังเกลี้ยกล่อมแม่ผม“สวี่มู่เป็นคนชอบเอาชนะอยู่แล้วค่ะ ตอนนี้ไม่ว่าคุณป้าพูดอะไร เขาก็คงไม่ฟังหรอก”เธอหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนหันมาทางห้องแช่แข็ง แล้วพูดด้วยเสียงอ่อนโยน“สวี่มู่ ฉันรู้ว่านายไม่เต็มใจ แต่พี่ชายนายไม่ผิด จะให้เขาเป็นคนเสียสละเพื่อชีวิตนายไม่ได้ ครั้งนี้เชื่อฟังคุณป้าเถอะนะ เข้าใจไหม?”ไม่มีเสียงตอบรับจากข้างในเพราะผมขยับตัวไม่ได้แล้วร่างกายผมเหมือนไอศกรีมแท่งที่ถูกหัก แข็งค้างอยู่ในท่าทุบประตูเลือดจากหน้าผากไหลย้อยลงมาเข้าตาผมเลือดที่เคยอุ่นกลายเป็นน้ำแข็งเกาะใบหน้าผมไปครึ่งซีกผมจ้องช่องประตูแคบ ๆ นั้นไม่วางตาแม่ครับ เปิดประตูทีอีกนิดเดียวผมก็จะรอดแล้วแต่…แสงสว่างกลับหายไปประตูถูกปิดลงอีกครั้งผมได้ยินเสิ่นเนี่ยนถอนหายใจเบา ๆ อยู่ด้านนอก“สวี่มู่ นายวางใจเถอะ รอให้พี่สวี่เยี่ยนผ่านช่วงนี้ไปได้อย่างปลอดภัย ฉันจะเกลี้ยกล่อมคุณลุงคุณป้
Read more
บทที่ 3
แต่ในทันใดนั้นพ่อก็โทรเข้ามา“ทำไมยังไม่กลับอีก เยี่ยนเยี่ยนรอน้ำอยู่นะ”แม่ลังเลอยู่สองวินาที ก่อนปล่อยมือจากลูกบิด“รอให้สอบเสร็จค่อยว่ากันนะ” แม่หันหลังเดินจากไปด้านใน ศพของผมพิงบานประตู มือยังค้างอยู่ในท่าทุบประตูผมลอยอยู่กลางความว่างเปล่ามองแผ่นหลังของแม่ด้วยความสิ้นหวังแม่ครับ แค่หันหลังกลับมาอีกนิดแท้ ๆแม่ก็จะพบศพผมแล้วภายในคืนนั้นพอพี่ชายรู้ว่าผมยังถูกขังอยู่ เขาก็รีบส่งข้อความมาหาผมทางโทรศัพท์[มู่มู่ แม่บอกว่ากุญแจซ่อนอยู่ตรงพรมเช็ดเท้าหน้าประตูนะ รีบออกไปหาอะไรกินได้แล้ว!][พี่เก็บข้าวกับกับข้าวไว้ให้ในครัว นายกระเพาะไม่ค่อยดี อย่าลืมอุ่นก่อนกินด้วย!]พี่ชายจำได้เสมอว่าผมมีอาการป่วยเกี่ยวกับกระเพาะขั้นรุนแรงตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ผมถูกขังในห้องแช่แข็งพี่ก็จะหาทางเอาอาหารมาให้เพื่อการนั้น เขาถึงกับนำตุ๊กตาหมีตัวหนึ่งไปวางไว้ในห้องแช่แข็งแล้วซ่อนของกินไว้ให้ผม ในท้องป่อง ๆ ของเจ้าหมีตัวนั้นผมลอยอยู่กลางความว่างเปล่า มองไปยังเจ้าหมีตัวนั้นท้องของเจ้าหมีบวมเป่งพี่ชายแอบเอาของกินใส่เตรียมไว้ให้ผมอีกแล้วแต่น่าเสียดาย พี่ครับผมไม่มี
Read more
บทที่ 4
แม่ครับ ถ้าแม่มองภาพนั้นต่ออีกสักสามวินาที แล้วขยายภาพอีกนิดแม่ก็จะเห็น…ว่าหน้าอกผมไม่ได้ยุบขึ้นยุบลงทั้งที่อีกแค่นิดเดียว…แม่ก็จะรู้ว่าผมได้ตายไปแล้วการสอบวิชาสุดท้ายสิ้นสุดลงพี่ชายเป็นคนแรกที่วิ่งออกจากห้องสอบ“พ่อครับ แม่ครับ ผมทำข้อสอบได้ดีมาก ไม่น่ามีอะไรผิดพลาด รีบกลับบ้านไปบอกข่าวดีกับมู่มู่กันเถอะ!”พ่อพยักหน้า ขณะสตาร์ตรถ ขอบตาก็แดงเรื่อ“ได้ ๆ ทุกอย่างจบแล้ว เรากลับบ้านกัน น้องชายลูกอยู่บ้านคนเดียวมาตั้งสองวัน ป่านนี้น่าจะคิดได้แล้ว”“พวกเรากลับไปรับเขา แล้วไปไหว้พระที่วัดด้วยกันทั้งครอบครัวเถอะ!”แม่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับ หยดน้ำตาไหลริน“ที่ผ่านมา แม่เข้มงวดกับมู่มู่เกินไปจริง ๆ ขอแค่เขายอมแก้ไขตัวเอง หลังจากนี้ไม่ว่าเยี่ยนเยี่ยนได้อะไร เขาก็จะได้เหมือนกัน”ผมลอยอยู่กลางห้วงความว่างเปล่ารอยยิ้มของผมมันดูแย่กว่าตอนร้องไห้เสียอีกพ่อครับ แม่ครับผมรอวันนี้มาตลอดสิบแปดปีแต่น่าเสียดาย ผมกลับอยู่ไม่ถึงวันนี้ไม่นานรถก็กลับมาถึงบ้านพี่ชายวิ่งนำหน้าทุกคนไปเปิดประตูแล้ว…ในทันใดนั้น เขาก็หยุดเดินเขาเห็นว่า…อาหารบนโต๊ะกินข้าวในครัวไม่ได้ถูกแตะต้องสัก
Read more
บทที่ 5
“ก็บอกไปแล้วนี่ว่ากุญแจอยู่ไหน! ที่ไม่ออกมา คงเพราะตั้งใจรั้นให้ถึงที่สุดมากกว่า”แม่กระชากพี่ชายออกจากที่จับประตูเสียงพี่ชายแหบพร่า“แม่ครับ มู่มู่ยังอยู่ข้างในนะ! เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะกลับมารับเขาไปไหว้พระ…”แต่แม่ไม่สนใจพี่ชายที่พยายามขัดขืน ร่วมมือกับพ่อลากตัวเขาออกไป“ในเมื่อมันอยากอยู่ในนั้นนัก ก็อยู่ซะให้พอใจ ดูสิว่าจะดื้อด้านได้ถึงไหน! พวกเราไปกันเถอะ!”ประตูถูกปิดกระแทกอย่างแรงแกร๊กทุกอย่างกลับมาเงียบงันอีกครั้งผมลอยคว้างอยู่กลางความว่างเปล่าใบหน้าผมเปียกชุ่มด้วยน้ำตาแม่ครับทั้งที่แม่อยู่ห่างจากความเป็นจริงแค่ประตูบานเดียวอีกเพียงนิดเดียวเท่านั้นแม่ก็จะเห็นผมแล้วแท้ ๆ…พ่อแม่พาพี่ชายออกไปเที่ยวสามวันพวกเขาไปไหว้พระที่วัดบนภูเขาอธิษฐานให้พี่ชายผ่านวัยสิบแปดปีไปได้อย่างปลอดภัยพวกเขากราบไหว้และจุดธูปอธิษฐานให้พี่ชายสอบติดมหาวิทยาลัยดี ๆพี่ชายเองก็ก้มกราบด้วยความศรัทธาแต่เขากำลังขอเครื่องรางคุ้มภัยให้ผมเขาพนมมือ อธิษฐานด้วยใจศรัทธา“เพราะคำทำนายนั่น มู่มู่ถึงต้องลำบากมาตลอดสิบแปดปี ผมไม่สนว่าตัวเองจะสอบติดมหาวิทยาลัยดี ๆ หรือเปล่า
Read more
บทที่ 6
ประตูห้องแช่แข็งเปิดออกเต็มความกว้างร่างของผมแข็งค้างอยู่ตรงนั้น ลำตัวงอลงครึ่งหนึ่งใบหน้าครึ่งซีกเปรอะเลือดที่จับตัวเป็นน้ำแข็ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งก็ถูกปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็งมีเพียงมือขวา ที่ยังค้างอยู่ในท่าทุบประตูแม่ทรุดฮวบลงนั่งกับพื้นทันทีแม่พยายามลุกหลายครั้งแต่ลุกไม่ขึ้น สุดท้ายจึงต้องคลานเข้ามาแม่คุกเข่าลงในน้ำเย็นจัดที่ไหลนองบนพื้น ค่อย ๆ คลานมาจนถึงข้างศพผมแม่ยื่นมือมาจะจับมือผมแต่ปลายนิ้วกลับสัมผัสได้เพียงเนื้อหนังที่แข็งกระด้างเพราะถูกแช่แข็ง“มู่มู่... ทำไมถึงเป็นแบบนี้...”แม่พึมพำด้วยเสียงที่สั่นอย่างไม่อาจควบคุม“ฉันไม่ได้เปิดระบบทำความเย็นไว้นี่... มู่มู่ มู่มู่ของแม่...”ตอนนั้นเองสายตาแม่ก็ค่อย ๆ เลื่อนไปยังแผงควบคุมอุณหภูมิบนผนังติดลบ 30 องศาเซลเซียสตัวเลขนั้นมีสีแดงเหมือนสีเลือดลำคอแม่เหมือนมีก้อนสำลีอุดตัน จนเปล่งเสียงอะไรไม่ออกอีกแล้วแม่ได้แต่คุกเข่าอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นเทาตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าพ่อพุ่งเข้ามาหาผมราวคนเสียสติเขาอยากอุ้มผมขึ้นมาเขาอยากช่วยผมพ่อกอดร่างผมไว้แน่น แล้วออกแรงยกขึ้นสุดกำลังแต่ร่างผมไม่ขยับเขยื้อนสักนิด
Read more
บทที่ 7
ไม่นานเรื่องของผมก็ทำให้เพื่อนบ้านแตกตื่นมีคนแจ้งตำรวจครึ่งชั่วโมงต่อมา ตำรวจก็มาถึงและขึงเทปกั้นพื้นที่ไว้ในบ้านร่างผมถูกยกขึ้นเปลหามแพทย์นิติเวชตรวจศพผมโดยละเอียดเมื่อรายงานผลชันสูตรถูกวางลงตรงหน้าพ่อกับแม่พวกเขาก็จ้องข้อความบนนั้น ได้แต่อ่านวนซ้ำไปซ้ำมา[ผู้ตายสวี่มู่ เสียชีวิตเพราะถูกน้ำแข็งกัด คาดว่าเสียชีวิตราวห้าวันก่อน]“ห้าวันก่อน... วันแรกของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย”พ่อพูดด้วยเสียงแผ่วเบาท่านจ้องมองข้อความนั้นอย่างเลื่อนลอย ภาพเหตุการณ์วันนั้นพลันผุดขึ้นมาในความทรงจำจากนั้น หัวไหล่ของท่านก็สั่นไหวอย่างรุนแรง“เช้าวันนั้นเขาคุกเข่าขอร้องผม โขกหน้าผากจนเลือดออก ขอให้ผมคืนบัตรเข้าสอบให้เขา”“ผมเอง ผมเป็นคนถีบเขาเข้าไป ให้เขาสำนึกผิดอยู่ข้างใน”ตอนนั้นเอง แม่ที่อยู่ข้าง ๆ ก็ส่งเสียงคร่ำครวญด้วยความสิ้นหวัง“เขาทุบประตู! เขาบอกว่าหนาว! ฉันนึกว่าเขาแกล้งทำ! ฉันได้ยินชัด ๆ แต่กลับคิดว่าเขาแกล้งทำ!”แล้วแม่ก็กระชากผมตัวเองอย่างคลุ้มคลั่ง“เขาทุบประตูตลอด! ทุบอยู่ตั้งนาน! เขาไม่ได้อาละวาด! แต่เขากำลังร้องขอความช่วยเหลือ!”ตำรวจเข้ามาห้ามแม่แม่ดิ้นรนขัดขืน ไม่
Read more
บทที่ 8
แม่ไล่อ่านลงไปทีละข้อความข้อความแรก[วันนี้ผลสอบออกแล้วแต่ฉันดีใจไม่ลง พี่ชายสอบได้ไม่ดีเท่าฉัน ฉันไม่กล้ากลับบ้าน ไม่รู้เลยว่าถ้าแม่ถามขึ้นมาจะตอบยังไง กลัวแต่ว่าจะขังฉันไว้ในห้องแช่แข็งอีกน่ะสิ]ข้อความที่สอง[สุดท้ายฉันก็ถูกขังจริง ๆ แม่ตบหน้าฉันตั้งหลายครั้ง เอาแต่คาดคั้นว่าทำไมฉันถึงต้องทำร้ายพี่ชาย ฉันเสียใจเหลือเกิน ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ห้องแช่แข็งหนาวมาก ฉันหิว โชคดีที่พี่ชายใส่ช็อกโกแลตไว้ในเจ้าหมี ถ้าได้กินอะไรหวาน ๆ ใจก็คงไม่ขมขื่นขนาดนี้ไหมนะ?]ข้อความที่สาม[วันแรกของเทอม ครูให้ฉันเป็นหัวหน้าห้อง ฉันบอกว่าไม่เอา ฉันไม่กล้า ครั้งก่อนตอนฉันเป็นตัวแทนนักเรียนประจำวิชา พอแม่รู้ แม่ก็ไม่พูดกับฉันอยู่สามวัน ฉันเก่งกว่าพี่ชายไม่ได้ แต่ฉันไม่เข้าใจ ทั้งที่ฉันเชื่อฟังขนาดนี้แล้ว ทำไมพ่อกับแม่ถึงรักฉันเหมือนที่รักพี่ชายบ้างไม่ได้สักนิด?]ข้อความที่สี่[พี่ชายสอบได้อันดับสามของระดับชั้น ฉันได้อันดับหนึ่ง คุณครูต่างก็ชมเราทั้งคู่ แต่ฉันไม่กล้ากลับบ้าน ได้แต่นั่งอยู่หน้าโรงเรียนจนฟ้ามืด พอกลับบ้าน พ่อก็ให้ฉันคุกเข่าในห้องนั่งเล่นตลอดทั้งคืน เช้าขึ้นมาเข่าบวมเป่งจนเดินไม่ไหว พ
Read more
บทที่ 9
ตั้งแต่วันนั้น เสิ่นเนี่ยนก็เสียสติผลสอบเข้ามหาวิทยาลัยระดับชาติของเธอออกแล้ว679 คะแนนมากพอจะเข้ามหาวิทยาลัยไหนก็ได้ที่เธอต้องการแต่ใบหน้าเธอไม่มีรอยยิ้มทุกวันเธอจะมาที่บ้านผม ยืนเคาะประตูห้องแช่แข็งที่ปิดสนิทซ้ำแล้วซ้ำเล่า“สวี่มู่ เปิดประตูสิ”“ฉันรู้ว่านายอยู่ข้างใน”“เลิกดื้อได้แล้ว ออกมาก่อนดีไหม? เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกัน?”“ฉันเอาเอกสารมาเยอะเลย เดี๋ยวจะช่วยนายทบทวนบทเรียน”แม่ของเธอร้องไห้บอกว่าผมไม่อยู่แล้วแต่เสิ่นเนี่ยนเหมือนไม่ได้ยินวันรุ่งขึ้นเธอก็มาอีกคราวนี้เธอยืนอยู่หน้าประตู หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา“สวี่มู่ ฉันจะโทรหาคุณลุงคุณป้า ให้พวกเขาปล่อยนายออกมาเดี๋ยวนี้”“ใจเย็น ๆ นะ”“ฉันจะโทร ฉันจะโทรตอนนี้เลย”เธอยกโทรศัพท์แนบใบหู และรออยู่นานไม่มีใครรับสายเธอกำโทรศัพท์ ร้องไห้อยู่หน้าประตูตลอดบ่ายแล้วเธอก็ถูกพ่อแม่รับตัวกลับไปเธอไม่ได้ไปเรียนมหาวิทยาลัยหยุดเรียนไปหนึ่งปีได้ยินว่าเธอขังตัวเองอยู่ในห้องทุกวัน นั่งร้องไห้อ่านข้อความเก่า ๆ ที่เราเคยคุยกันต่อมาพ่อแม่เธอก็พาย้ายไปอยู่ต่างเมืองหลังจากนั้น ก็ไม่มีใครพ
Read more
บทที่ 10
ในคืนนั้นพี่ชายฟุบหลับอยู่บนเบาะนั่งสมาธิผมเดินเข้าไปในความฝันของเขานั่นเป็นครั้งแรกหลังจากผมตาย ที่พี่ชายมองเห็นผมผมสวมชุดนักเรียนขาวสะอาดหน้าผากไม่มีเลือด ใบหน้าไม่มีเกล็ดน้ำแข็งผมยืนอยู่กลางแสงสว่างเจิดจ้า ไม่ต่างจากตอนยังมีชีวิตพี่ชายตกตะลึงจากนั้นเขาก็วิ่งเข้ามา แล้วกอดผมแน่น“มู่มู่…”เขายื่นมือมาลูบหน้าผม ราวกับจะยืนยันว่าผมอยู่ตรงนี้จริง ๆ“มู่มู่ พี่ปกป้องนายไว้ไม่ได้ ทั้งที่มีโอกาสหลายครั้ง พี่น่าจะทำให้พ่อกับแม่เปิดประตูได้แล้วแท้ ๆ”“มู่มู่ นายหนาวไหม?”ผมยิ้มก่อนส่ายหน้าให้เขา“พี่ครับ ผมไม่หนาวนานแล้ว พี่อย่าเสียใจเลย”เขากอดผม ร้องไห้จนพูดไม่ออก“พี่ผิดเอง พี่รู้สึกมานานแล้วว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล พี่ควรกล้ากว่านี้ พี่น่าจะทุบประตูให้มันเปิดซะ”ผมจับมือเขา“พี่ครับ พี่ทำดีที่สุดแล้ว จริง ๆ นะ”“ตลอดสิบแปดปีนี้ ผมไม่เคยเสียใจแม้แต่วันเดียว ที่ได้เป็นน้องชายของพี่”“ถ้ามีชาติหน้า พี่มาเป็นพี่ชายของผมอีก ได้ไหมครับ?”เขากอดผมแน่นมาก แน่นเหลือเกินในความฝัน ร่างกายผมยังคงอุ่นพอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ใบหน้าของพี่ชายก็มีแต่น้ำตาเขาเดินออกจากห้อง
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status