Short
แปลนบ้านใหม่ไร้ชื่อฉัน ขอหันหลังสู่แดนตะวันตก

แปลนบ้านใหม่ไร้ชื่อฉัน ขอหันหลังสู่แดนตะวันตก

By:  ซีเหอKumpleto
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
10Mga Kabanata
0views
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

วันที่ย้ายเข้าบ้านใหม่ แม่ส่งรูปแผนผังบ้านลงในกลุ่มครอบครัว บ้านแบบสามห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น ข้างห้องนอนแต่ละห้องต่างระบุชื่อเอาไว้ชัดเจน ห้องนอนใหญ่เป็นของพ่อแม่ ห้องนอนรองเป็นของพี่ชาย ส่วนห้องฝั่งทิศใต้ที่แสงแดดส่องถึงดีที่สุด เขียนเอาไว้ว่า “ห้องของซูซู” เมื่อหลายปีก่อน พ่อของเถาซูจมน้ำเสียชีวิตเพราะกระโดดลงไปช่วยฉันที่ตกน้ำ หลังจากเธอกลายเป็นเด็กกำพร้า ครอบครัวเราก็รับเธอมาเลี้ยงดูประดุจลูกสาวแท้ๆ นานถึงสิบปี ฉันซูมรูปเข้าซูมรูปออก พลิกดูอยู่สองรอบ ก็ยังหาชื่อตัวเองไม่เจอ พอฉันถามแม่ แม่ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ราวกับเพิ่งนึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้ “ลูกเคยบอกว่าจะสอบเรียนต่อป. โทต่างเมืองไม่ใช่เหรอ? ถ้าสอบติดก็ต้องย้ายออกไปอยู่ดี ปล่อยห้องทิ้งไว้เปล่าๆ มันเสียของออกจะตาย” “แต่ซูซูไม่เหมือนกัน พ่อของเธอจากไปก็เพื่อบ้านเรา เธอไม่มีครอบครัวที่ไหนบนโลกใบนี้อีกแล้ว ห้องนอนใหญ่ห้องนี้จำเป็นต้องเก็บไว้ให้เธอ” พี่ชายของฉันกำลังช่วยเถาซูเลือกผ้าม่านอยู่พอดี ลายดอกไม้เล็กๆ สีชมพู แบบที่เธอชอบ ส่วนเผยหลิน แฟนหนุ่มที่คบหาดูใจกับฉันมาสามปี ก็กำลังยกชั้นหนังสือที่เพิ่งประกอบเสร็จเข้าไปในห้องของเธอ พลางกระซิบถามเสียงนุ่มว่าอยากให้เพิ่มชั้นวางฟิกเกอร์อีกสักชั้นไหม ฉันนั่งอยู่บนกล่องกระดาษในห้องนั่งเล่น ทอดสายตามองทุกคนที่กำลังเดินกันให้วุ่น ที่แท้พวกเขาไม่ได้ลืมฉันหรอก แต่จิตใต้สำนึกของพวกเขารู้สึกว่า เพื่อตอบแทนบุญคุณก้อนนั้น ฉันก็สมควรต้องเสียสละทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของฉันให้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้กระทั่งแฟนของฉัน ก็ยังกลายเป็นแค่ของแนบท้ายที่เอาไว้ใช้ชดเชยให้เธอ ในเมื่อแผนผังบ้านใบนี้ไม่มีที่ยืนสำหรับฉัน ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะยกทุกอย่างให้พวกเขาไปให้หมดสิ้น ฉันก้มหน้ากดมือถือ เซ็นข้อตกลงรักษาความลับเพื่อมุ่งหน้าไปยังฐานปฏิบัติการแดนตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งมีเงื่อนไขว่าห้ามกลับบ้านเป็นเวลาห้าปี ครั้งนี้ ฉันจะไปจริงๆ แล้ว และจะไม่มีวันหวนกลับมาอีก

view more

Kabanata 1

บทที่ 1

วินาทีที่เซ็นข้อตกลงเสร็จ นิ้วของฉันยังคงสั่นระริก

แต่กลับไม่มีใครในห้องนั่งเล่นสังเกตเห็นฉันเลย

เผยหลินเดินออกมาจากห้องของเถาซู บนหน้าผากมีเหงื่อผุดซึม เขาหยิบน้ำแร่บนโต๊ะกระจกขึ้นมาดื่มอึกๆ สองอึก

ฉันเรียกเขาไว้ “เผยหลิน ยุ่งมาทั้งบ่ายแล้ว พักสักหน่อยเถอะ”

เขาใช้หลังมือเช็ดปาก สายตากลับชะเง้อมองไปทางห้องของเถาซูแล้ว

“เดี๋ยวค่อยว่ากัน ราวม่านของซูซูมันเบี้ยวๆ นิดนึง ฉันขอไปปรับให้อีกหน่อยดีกว่า”

เขาวางขวดน้ำลงลวกๆ แล้วหมุนตัวกลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง

ตอนที่เดินผ่านฉัน เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองมาด้วยซ้ำ

สามปีแล้ว เผยหลินไม่เคยใส่ใจช่วยฉันทำอะไรขนาดนี้มาก่อนเลย

วันที่ฉันย้ายเข้าหอพักมหา'ลัย กล่องกระดาษทั้งห้าใบ ฉันก็เป็นคนแบกขึ้นไปบนชั้นหกเองทีละรอบๆ

เขาบอกว่าติดธุระด่วนมาไม่ได้ แต่ต่อมาฉันก็เห็นในหน้าฟีดของเถาซูว่า วันนั้นเขาไปเที่ยวสวนสนุกเป็นเพื่อนเธอ

แม่ชะโงกหน้าออกมาจากห้องครัว ทั้งที่ยังไม่ทันได้ผูกผ้ากันเปื้อนด้วยซ้ำ

“เสี่ยวเนี่ยน ลูกจะเอาแต่นั่งโง่ๆ อยู่ตรงนั้นหรือไง ไปช่วยซูซูเปลี่ยนผ้าปูที่นอนไป ชุดเครื่องนอนใหม่อยู่ในถุงตรงประตูโน่น”

ฉันปรายตามองกล่องข้าวของของตัวเองที่กองอยู่ตรงหัวมุมทางเดิน มันวางระเกะระกะขวางทางเดินไปตั้งครึ่งซีก ไม่มีใครช่วยฉันขน แล้วก็ไม่มีใครถามด้วยว่าจะให้เอาไปไว้ไหน

“แม่ แล้วของของหนูจะให้เอาไปไว้ห้องไหน?”

แม่พยักพเยิดหน้าไปทางประตูบานเล็กแคบ ๆ ข้างระเบียง

“ก็จัดห้องเก็บของแล้วทนๆ อยู่ไปก่อนสิ ไม่ใช่ว่าไม่เคยอยู่ซะหน่อย ตอนเด็กๆ ลูกก็เคยนอนมาพักนึงแล้วไม่ใช่หรือไง?”

ตอนเด็กครั้งนั้น คือตอนที่เถาซูเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่บ้านเราใหม่ๆ

ปีนั้นฉันไปเล่นน้ำที่ริมแม่น้ำ แล้วลื่นตกลงไป คุณอาเถา พ่อของเถาซูเดินผ่านพอดี เลยกระโดดลงไปช่วยดันฉันขึ้นฝั่งได้ แต่ตัวเองกลับถูกกระแสน้ำใต้น้ำพัดจมหายไป

เป็นแม่เองที่โทรเรียกคุณอาเถาให้มาช่วยดูเด็กๆ ที่ริมแม่น้ำ

เรื่องนี้กลายเป็นตราบาปในใจที่แม่ก้าวผ่านไปไม่ได้ชั่วชีวิต

ดังนั้นวันที่รับเถาซูเข้ามาอยู่ในบ้าน แม่กอดเธอร้องไห้ไปทั้งบ่าย พร่ำบอกว่า “ต่อจากนี้ไปที่นี่คือบ้านของลูก จะไม่มีใครหน้าไหนมารังแกให้ลูกต้องน้อยเนื้อต่ำใจได้ทั้งนั้น”

แล้วก็หันมาบอกฉันว่า ซูซูเพิ่งเสียพ่อไป ให้ฉันยกห้องให้เธอไปก่อน ทนเบียดสักสองสามวันก็พอ

“สองสามวัน” ที่ว่านั่น กลายเป็นหนึ่งปีเต็มๆ

แล้วตอนนี้ มันก็วนกลับมาอีกลูปแล้ว

ฉันหอบหมอนกับผ้าห่มผืนบางเดินเข้าไปในห้องเก็บของ

พื้นที่ไม่ถึงสี่ตารางเมตร มีทั้งถังปั่นไม้ถูพื้นและข้าวของจิปาถะกองสุมกันเต็มไปหมด กลิ่นอับชื้นตีพุ่งเข้าใส่หน้า

ไม่มีหน้าต่าง มีแค่หลอดไส้เปลือยๆ หนึ่งดวงที่ส่องแสงพร้อมเสียงครางหึ่ง ๆ

เสื่อโยคะที่ปูอยู่บนพื้นปูน นั่นแหละคือเตียงนอนของฉัน

ตกเย็น แม่สั่งอาหารเดลิเวอรีมาเต็มโต๊ะเพื่อฉลองการขึ้นบ้านใหม่

ทั้งปลาย่าง ไก่ทอด เครปมะม่วง วางเรียงรายเต็มโต๊ะกระจก ล้วนแต่เป็นรสชาติที่เถาซูโปรดปรานทั้งนั้น

พี่ชายคีบปีกไก่ใส่ชามให้เถาซู เผยหลินก็ช่วยเขี่ยก้างปลาย่างออกให้เธอจนสะอาด

ฉันนั่งกินข้าวเปล่าในชามของตัวเองเงียบๆ จนหมด

ไม่มีใครสังเกตเลยว่าฉันไม่ได้แตะกับข้าวเลยสักคำ

กินเสร็จ ฉันก็ลุกเดินเข้าครัว ไปรื้อบะหมี่เส้นแห้งออกจากตู้ แล้วต้มน้ำหม้อเล็กๆ หนึ่งใบ

เสียงของแม่ดังตามหลังมา “ทำอะไรของแกเนี่ย? คนอื่นเขากินข้าวกันอยู่ แกจะวิ่งเข้าครัวมาทำไม?”

“หนูจะต้มบะหมี่”

“กับข้าวเต็มโต๊ะทำไมไม่กิน จะต้องมาทำแยกกินเองเพื่อ? แกจะให้ซูซูคิดยังไง! เดี๋ยวเธอก็คิดว่าเป็นความผิดของตัวเองหรอก!”

ฉันปิดเตา แล้วเทเส้นบะหมี่ทิ้งลงถังขยะ

ในห้องนั่งเล่น เถาซูชะโงกหน้ามาด้วยท่าทีร้อนรน “พี่คะ พี่ไม่ชอบกินพวกนี้เหรอ? คราวหน้าเดี๋ยวฉันบอกให้คุณป้าสั่งของที่พี่ชอบให้เอาไหม…”

พี่ชายโบกมืออย่างรำคาญ “แค่กินข้าวยังทำให้เป็นเรื่องได้ ปล่อยมันไปเถอะ”

เผยหลินไม่ได้พูดอะไร เขาแค่ยิ้มบางๆ แล้วก้มหน้าก้มตาแกะกุ้งให้เถาซูต่อ

รอยยิ้มนั้นไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรเลย แต่มันกลับทำให้ฉันเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าคำด่าทอใดๆ

เพราะเขาไม่ได้ตั้งใจจะเมินฉัน

แต่เขารู้สึกจริงๆ ว่า เรื่องนี้มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาเลย

ฉันกลับเข้าห้องเก็บของ แล้วปิดประตู

หิว

แต่ไม่มีอะไรให้กินแล้ว

ฉันทิ้งตัวลงนอนบนเสื่อโยคะ หน้าจอมือถือยังคงค้างอยู่ที่หน้าข้อตกลงรักษาความลับที่เซ็นเสร็จแล้ว

ตัวอักษรสีดำบนพื้นขาว ระยะเวลาปฏิบัติงานห้าปี ห้ามละทิ้งหน้าที่โดยพลการ

อาจารย์ที่ปรึกษาเป็นคนแนะนำข้อตกลงฉบับนี้ด้วยตัวเอง ท่านบอกว่าจากผลงานวิทยานิพนธ์และความสามารถด้านการจัดการข้อมูลของฉัน ฉันคือคนที่เหมาะสมที่สุดในบรรดาทีมวิจัยทั้งหมด

แต่ฉันยังไม่ได้ปริปากบอกเรื่องนี้กับใครเลย

บอกไปก็เปล่าประโยชน์ ในบ้านหลังนี้ สาขาที่ฉันเรียน ผลการเรียนของฉัน ความพยายามทั้งหมดที่ฉันทำมา ไม่เคยมีค่าพอให้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง

วันที่ต้องไปรายงานตัว วันที่ 15 สิงหาคม

เหลือเวลาอีกยี่สิบสามวัน

หลังจากยี่สิบสามวันนี้ ฉันจะหายไปจากบ้านหลังนี้อย่างถาวร

และพวกเขาก็คงใช้เวลาอีกนานแสนนาน กว่าจะรู้สึกตัวว่า… ห้องเก็บของห้องนี้ มันว่างเปล่าไปเสียแล้ว

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
10 Kabanata
บทที่ 1
วินาทีที่เซ็นข้อตกลงเสร็จ นิ้วของฉันยังคงสั่นระริกแต่กลับไม่มีใครในห้องนั่งเล่นสังเกตเห็นฉันเลยเผยหลินเดินออกมาจากห้องของเถาซู บนหน้าผากมีเหงื่อผุดซึม เขาหยิบน้ำแร่บนโต๊ะกระจกขึ้นมาดื่มอึกๆ สองอึกฉันเรียกเขาไว้ “เผยหลิน ยุ่งมาทั้งบ่ายแล้ว พักสักหน่อยเถอะ”เขาใช้หลังมือเช็ดปาก สายตากลับชะเง้อมองไปทางห้องของเถาซูแล้ว“เดี๋ยวค่อยว่ากัน ราวม่านของซูซูมันเบี้ยวๆ นิดนึง ฉันขอไปปรับให้อีกหน่อยดีกว่า”เขาวางขวดน้ำลงลวกๆ แล้วหมุนตัวกลับเข้าไปในห้องอีกครั้งตอนที่เดินผ่านฉัน เขาไม่แม้แต่จะปรายตามองมาด้วยซ้ำสามปีแล้ว เผยหลินไม่เคยใส่ใจช่วยฉันทำอะไรขนาดนี้มาก่อนเลยวันที่ฉันย้ายเข้าหอพักมหา'ลัย กล่องกระดาษทั้งห้าใบ ฉันก็เป็นคนแบกขึ้นไปบนชั้นหกเองทีละรอบๆเขาบอกว่าติดธุระด่วนมาไม่ได้ แต่ต่อมาฉันก็เห็นในหน้าฟีดของเถาซูว่า วันนั้นเขาไปเที่ยวสวนสนุกเป็นเพื่อนเธอแม่ชะโงกหน้าออกมาจากห้องครัว ทั้งที่ยังไม่ทันได้ผูกผ้ากันเปื้อนด้วยซ้ำ“เสี่ยวเนี่ยน ลูกจะเอาแต่นั่งโง่ๆ อยู่ตรงนั้นหรือไง ไปช่วยซูซูเปลี่ยนผ้าปูที่นอนไป ชุดเครื่องนอนใหม่อยู่ในถุงตรงประตูโน่น”ฉันปรายตามองกล่องข้าวของของตัวเอ
Magbasa pa
บทที่ 2
วันที่สี่หลังจากย้ายเข้าบ้านใหม่ ฉันถึงได้รู้ว่าแม้แต่ห้องเก็บของก็จะไม่ใช่ของฉันตอนกินมื้อเช้า แม่พูดกับพ่อลอยๆ ว่ารอฉันย้ายออกไปเมื่อไหร่ กะจะทุบกำแพงห้องเก็บของทิ้ง แล้วขยายเป็นห้องแต่งตัวให้เถาซู“เด็กผู้หญิงข้าวของมันเยอะ มีตู้เสื้อผ้าแค่ใบเดียวจะไปพออะไร”พ่อกัดปาท่องโก๋พลางพยักหน้า “เอาสิ ถึงเวลาค่อยหาช่างมาวัดขนาด”เถาซูกัดตะเกียบแล้วพูดเสียงเบา “คุณป้าคะ ไม่ต้องหรอกค่ะ เสื้อผ้าฉันมีไม่เยอะ…”พี่ชายยิ้มพลางขยี้ผมเธอเบาๆ “ตอนนี้มีน้อย วันหลังเดี๋ยวพี่พาไปซื้อเอง”ฉันนั่งกินโจ๊กอยู่ฝั่งตรงข้าม ไม่หือไม่อืออะไรทั้งนั้นไม่มีใครเคยถามฉันเลยสักคำว่าตกลงแล้วฉันอยากสอบป.โทไหม อยากย้ายออกไปหรือเปล่าพวกเขาก็แค่ต้องการให้ฉันไปให้พ้นๆพอไปแล้ว ก็ยังจะลบร่องรอยที่ฉันเคยอยู่ทิ้งให้สะอาดหมดจดอีกตอนบ่ายเผยหลินมาที่บ้าน ในมือหิ้วถุงมาสองใบ ใบใหญ่หนึ่งใบเล็กหนึ่งใบใหญ่เป็นชุดปากกามาร์กเกอร์สำหรับมืออาชีพ หนึ่งร้อยยี่สิบแปดสี บรรจุในกระเป๋าหนัง ป้ายราคายังแกะออกไม่หมด ราคาพันห้าร้อยกว่าบาทเขายื่นให้เถาซูด้วยสองมือ “ฟังที่พี่เหยียนบอกว่าเธอชอบวาดรูป เซ็ตนี้สีครบเลย ลองใช้ดูสิ”เ
Magbasa pa
บทที่ 3
วันที่สิบหลังจากย้ายเข้าบ้านใหม่ เป็นวันครบรอบสามปีที่ฉันกับเผยหลินคบกันฉันคอนเฟิร์มเวลากับเขาล่วงหน้าตั้งสองวันเขาตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว “บ่ายวันเสาร์ ฉันจำได้น่า”เช้าวันเสาร์ ฉันรื้อค้นกล่องกระดาษจนทั่วเพื่อหาเสื้อคาร์ดิแกนตัวเดียวที่ผ้ายังไม่เป็นขุย ใช้ทิชชูเปียกเช็ดคราบสกปรกบนรองเท้าผ้าใบสีขาวซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วก็นั่งแต่งหน้าอ่อนๆ อยู่หน้ากระจกกลมบานเท่าฝ่ามือในห้องเก็บของนานถึงครึ่งชั่วโมงพอไปถึงร้านอาหารที่นัดกันไว้ ฉันเลือกที่นั่งริมหน้าต่าง แล้วสั่งเครื่องดื่มมาสองแก้วอเมริกาโน่หนึ่งแก้ว กับไอซ์ลาเต้ที่เขาชอบดื่มอีกหนึ่งแก้วน้ำแข็งละลายแล้วก็เติม เติมแล้วก็ละลายสองชั่วโมงครึ่งโทรไปก็ไม่ติด ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบหกโมงเย็น ในที่สุดเขาก็ส่งข้อความมาหา“ขอโทษจริงๆ นะ วันนี้จู่ๆ ซูซูก็อยากไปริมแม่น้ำที่พ่อเธอเคยไปบ่อยๆ อารมณ์เธอย่ำแย่มาก ฉันกลัวว่าเธออยู่คนเดียวแล้วจะเป็นอะไรไป ก็เลยอยู่เป็นเพื่อนเธอน่ะ ไว้วันหลังค่อยชดเชยให้เธอได้ไหม?”ด้านล่างมีรูปถ่ายแนบมาหนึ่งใบริมรั้วกั้นริมแม่น้ำ เถาซูก้มหน้าหลุบต่ำ โดยมีเผยหลินยืนอยู่ข้างหลัง มือของเขาวางแหมะอยู่บนไหล่ของเธ
Magbasa pa
บทที่ 4
ฟางเส้นสุดท้ายที่ตกลงมาทับฉันจนแหลกสลาย คือมือถือของพี่ชายวันนั้นตอนบ่ายเขาไปอาบน้ำ ทิ้งมือถือไว้บนโซฟา หน้าจอก็สว่างวาบขึ้นมามีข้อความกลุ่มเด้งขึ้นมาชื่อกลุ่มว่า “ครอบครัวของซูซู”กลุ่มที่มีห้าคน พ่อ แม่ พี่ชาย เผยหลิน และเถาซูพ่อแม่แท้ๆ ของฉัน พี่ชายร่วมสายเลือดของฉัน แฟนหนุ่มที่คบกันมาสามปีของฉัน ไปตั้งกลุ่มกับเด็กผู้หญิงต่างแซ่แล้วใช้ชื่อว่า “ครอบครัว”มีแค่ฉันคนเดียวที่ไม่มีตัวตนฉันควบคุมตัวเองไม่ให้กดเข้าไปดูไม่ได้เลยประวัติการแชทยาวเหยียด ตั้งกลุ่มกันตั้งแต่วันที่ย้ายบ้านแม่ส่งรูปห้องของเถาซู พร้อมแคปชั่น “ในที่สุดซูซูบ้านเราก็มีรังนอนเล็กๆ เป็นของตัวเองสักทีนะ”พี่ชายส่งสติกเกอร์พลุรัวๆ “ต่อไปใครกล้ารังแกน้องสาวฉัน ฉันนี่แหละจะไม่ยอมเป็นคนแรก”เลื่อนขึ้นไปอีก แม่ส่งข้อความเสียงพร้อมรอยยิ้ม“เผยหลินเอ๊ย เธอใส่ใจซูซูยิ่งกว่าเสี่ยวเนี่ยนซะอีกนะ เด็กคนนี้มันอาภัพ มีเธอคอยดูแลอยู่ข้างๆ ตลอดแบบนี้ ป้าก็วางใจแล้วล่ะ”เผยหลินตอบ “คุณป้าวางใจได้เลยครับ ผมจะดูแลซูซูไปตลอดเอง”พี่ชาย “ไอ้น้องชาย เอ็งได้ใจว่ะ”แล้วฉันก็เห็นแชทส่วนตัวระหว่างเถาซูกับเผยหลิน ถูกเผยหลินปั
Magbasa pa
บทที่ 5
ตอนที่เหล่าโจวมาถึง ในมือของเขากำซองจดหมายสีน้ำตาลที่เก่าจนเหลืองกรอบเอาไว้เขานั่งลงบนโซฟา กวาดสายตามองคนในห้องไปรอบหนึ่ง… แม่ที่ตาบวมแดง พ่อที่มีสีหน้ากระวนกระวาย พี่ชายที่ยืนเท้าเปล่าอยู่ตรงโถงทางเดิน และเถาซูที่หดตัวสั่นเทาอยู่ตรงมุมห้องไม่กล้าส่งเสียง“เรื่องพวกนี้ ฉันเก็บเงียบมาเป็นสิบปีแล้ว” เหล่าโจววางซองจดหมายลงบนโต๊ะกระจก ใช้นิ้วมือที่หยาบกร้านกดขอบซองไว้ “วันที่เหล่าเถาจากไป ฉันก็อยู่ที่ริมแม่น้ำด้วย”แม่เงยหน้าขึ้นขวับเหล่าโจวพูดช้ามาก ราวกับว่าแต่ละคำต้องกลิ้งวนอยู่ในลำคอหลายรอบกว่าจะยอมเปล่งออกมาได้“วันที่เด็กตกน้ำ คนที่กระโดดลงไปคนแรกไม่ใช่เหล่าเถา แต่เป็นพ่อหนุ่มคนที่ตกปลาอยู่ริมแม่น้ำ แซ่อะไรฉันจำไม่ได้แล้ว ตอนที่เด็กถูกพ่อหนุ่มคนนั้นดันขึ้นฝั่ง เหล่าเถาก็เพิ่งจะวิ่งไปถึงริมแม่น้ำพอดี”ห้องนั่งเล่นเงียบกริบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมจากช่องแอร์“เหล่าเถาว่ายน้ำไม่เป็น”ประโยคนี้เปรียบเสมือนตะปูที่ตอกตรึงทุกคนให้แข็งค้างอยู่กับที่“เขาเห็นเด็กถูกช่วยขึ้นมาแล้ว แต่พ่อหนุ่มคนนั้นยังตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำ เหล่าเถาร้อนใจ เลยคว้ากิ่งไม้ริมตลิ่งแล้วชะโงกตัวไปดึงคน แต่
Magbasa pa
บทที่ 6
แม่เริ่มตามหาคนอย่างกับคนบ้าโทรไปที่มหาวิทยาลัย อาจารย์ที่ปรึกษาบอกว่ากู้เนี่ยนเรียนจบและออกจากมหา'ลัยไปแล้ว โทรหาเบอร์อาจารย์ที่ปรึกษาโปรเจกต์ ทางนั้นก็บอกแค่ว่า “นักศึกษากู้เนี่ยนไปทำงานที่หน่วยงานใหม่แล้ว ไม่สะดวกเปิดเผยรายละเอียดครับ” โทรหาเบอร์สอบถามข้อมูล โทรหาสายด่วนร้องทุกข์ กระทั่งดึงดันจะไปแจ้งความคนหายที่สถานีตำรวจให้ได้พ่อดึงรั้งเธอเอาไว้“ลูกเซ็นข้อตกลงรักษาความลับไปนะ ไม่ได้ถูกลักพาตัวซะหน่อย ตำรวจเขาจัดการให้ไม่ได้หรอก”แม่ไม่ยอมเชื่อ ดึงดันลากพ่อไปจนถึงที่นั่นจนได้ตำรวจให้คำแนะนำอย่างใจเย็น “ลูกสาวคุณบรรลุนิติภาวะแล้ว มีความสามารถในการทำนิติกรรมครบถ้วน และเป็นการสมัครใจไปทำงานเอง แบบนี้ไม่เข้าข่ายคนหายครับ”“แต่ลูกไม่ได้บอกพวกเราเลยนะคะ…”“ไม่มีกฎหมายข้อไหนระบุว่าบุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้วต้องแจ้งสถานที่ทำงานให้พ่อแม่ทราบครับ”ตอนที่เดินออกมาจากถนนเส้นหน้าสถานีตำรวจ แม่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องทรุดตัวลงนั่งยองๆพ่อคอยประคองเธอไว้ โดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำพอกลับมาถึงบ้าน แม่เปิดประตูห้องเก็บของออก แล้วยืนมองอยู่หน้าประตูเนิ่นนานพื้นที่ไม่ถึงสี่ตารางเมตร ไม่มี
Magbasa pa
บทที่ 7
วันที่กู้เนี่ยนเดินทางมาถึงฐานปฏิบัติการแดนตะวันตกเฉียงเหนือ พายุทรายพัดแรงจนลืมตาแทบไม่ขึ้นคนที่มารับเธอคือรุ่นพี่ในทีมวิจัย แซ่ซ่ง เขาสวมแว่นตากรอบดำที่ถูกลมพัดจนเบี้ยว“กู้เนี่ยนใช่ไหม? อาจารย์ที่ปรึกษาเธอบ่นถึงเธอทุกวันเลยนะ บอกว่าความสามารถด้านการสร้างโมเดลข้อมูลของเธอเก่งที่สุดเท่าที่เขาเคยสอนมาเลย”“ขี้โม้แล้วค่ะ” เธอหิ้วกระเป๋าเป้กระโดดลงจากรถ เม็ดทรายปลิวมาปะทะใบหน้าจนเจ็บแปลบ“ที่นี่ความเป็นอยู่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เธอต้องเผื่อใจไว้หน่อยนะ…”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”เธอปรายตามองกลุ่มอาคารสีเทาทรงเตี้ยที่อยู่ไกลออกไป และสายลมที่พัดกระหน่ำอยู่ตรงเส้นขอบฟ้าอย่างไม่มีวันจบสิ้นใหญ่กว่าห้องเก็บของตั้งเยอะ มีหน้าต่าง มีท้องฟ้าแค่นี้ก็พอแล้วมือถือถูกส่งมอบให้ส่วนกลางตอนที่ไปรายงานตัว ก่อนจะปิดเครื่อง เธอปรายตามองหน้าจอเป็นครั้งสุดท้าย ไม่มีสายที่ไม่ได้รับ ไม่มีข้อความที่ยังไม่ได้อ่านในวินาทีนั้นบอกไม่ถูกเหมือนกันว่ารู้สึกผิดหวังหรือโล่งใจกันแน่บางทีอาจจะทั้งสองอย่างชีวิตในฐานปฏิบัติการนั้นราบเรียบและน่าเบื่อราวกับไม้บรรทัดตื่นนอนเจ็ดโมงเช้า เจ็ดโมงครึ่งกินมื้อเช้าที่โรงอา
Magbasa pa
บทที่ 8
วันที่ไม่มีกู้เนี่ยนอยู่ มันเหมือนกับมีดทื่อๆ ที่ค่อยๆ เฉือนลงกลางใจทีละวันๆเดือนแรก แม่ยังคงโทรศัพท์ตามหาคนไปทั่วเดือนที่สาม แม่เลิกโทรแล้ว เพราะไม่มีช่องทางไหนเลยที่จะติดต่อกับฐานปฏิบัติการแห่งนั้นได้เดือนที่หก แม่เริ่มนอนไม่หลับหมอบอกว่าเป็นอาการนอนไม่หลับจากระบบประสาทที่เกิดจากความเครียดวิตกกังวล เลยสั่งยานอนหลับมาให้แม่กินยาวันละเม็ด นอนลืมตาโพลงจ้องมองเพดานอยู่บนเตียง บางครั้งก็ลุกพรวดขึ้นมา เดินไปหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องเก็บของพักใหญ่ประตูถูกเปิดทิ้งไว้ตลอดเวลา แม่ไม่ยอมให้ใครปิดมันเด็ดขาดราวกับว่าขอแค่เปิดประตูทิ้งไว้ ลูกสาวก็อาจจะกลับมาได้ทุกเมื่อพ่อดูแก่ลงไปมาก ผมหงอกขาวไปกว่าครึ่ง แถมแผ่นหลังยังค่อมงุ้มลง พ่อกลายเป็นคนพูดน้อย แต่มีอยู่วันหนึ่งตอนที่กำลังกินข้าว จู่ๆ พ่อก็วางตะเกียบลงแล้วพูดขึ้นมา “พ่อไปรื้อดูรูปถ่ายของเสี่ยวเนี่ยนตั้งแต่เด็กจนโต ตั้งแต่ปีที่ซูซูย้ายเข้ามา ในรูปถ่ายครอบครัวก็หาลูกคนนี้ไม่เจออีกเลย”“ลูกยังอยู่ตรงนั้นมาตลอด เพียงแต่เลนส์กล้องไม่เคยโฟกัสไปที่ลูกเลยต่างหาก”แม่ไม่ได้พูดอะไรตอบ น้ำตาร่วงแหมะหยดลงไปในชามข้าวพี่ชายลาออกจากงาน ไห
Magbasa pa
บทที่ 9
ปีที่ห้าโปรเจกต์ของฐานปฏิบัติการแดนตะวันตกเฉียงเหนือผ่านการประเมินปิดโครงการล่วงหน้าถึงหนึ่งปีครึ่งกู้เนี่ยนยืนอยู่หน้าประตูฐานปฏิบัติการ ในมือหิ้วกระเป๋าเป้ใบเดิมกับตอนที่มา ห้าปีก่อนข้างในมีแค่เสื้อผ้าเปลี่ยนกับบัตรประชาชน ห้าปีต่อมามีแล็ปท็อปเพิ่มมาหนึ่งเครื่องกับใบประกาศเกียรติคุณอีกสามใบรุ่นพี่ซ่งจอดรถเทียบข้างๆ แล้วลดกระจกลง“คิดดีแล้วเหรอ จะไม่ต่อสัญญาแล้วจริงๆ ใช่ไหม”“คิดดีแล้วค่ะ สมควรกลับไปดูสักหน่อยแล้ว”“งั้นเดี๋ยวฉันไปส่งเธอที่สนามบิน”รถแล่นไปตามทางหลวงตัดผ่านทะเลทรายโกบีนานถึงสองชั่วโมง สองข้างทางคือทะเลทรายอันเวิ้งว้างกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาและเทือกเขาที่อยู่ไกลลิบๆรุ่นพี่ซ่งพูดเจื้อยแจ้วมาตลอดทาง บ่นว่าคุณป้าที่โรงอาหารต้องคิดถึงเธอแน่ๆ บ่นว่าต้นกระบองเพชรที่เธอเลี้ยงไว้ในห้องแล็บต้องระวังอย่าให้เหล่าหลิวรดน้ำจนตาย และบ่นว่าพอเธอไปแล้วใครจะมาคอยดูแลอัลกอริทึมหลักให้พูดไปพูดมาจู่ๆ เขาก็เงียบไปผ่านไปพักใหญ่ เขาถึงได้ถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอู้อี้“กู้เนี่ยน ต่อจากนี้… เธอวางแผนจะทำยังไงต่อไป”“กลับไปจัดการเรื่องที่ควรจัดการให้เสร็จก่อนค่ะ จากนั้นฉันก็อยากจะ
Magbasa pa
บทที่ 10
แม่รู้ข่าวมาจากเถาซูตอนที่โทรศัพท์โทรเข้ามา น้ำเสียงแหบพร่าจนไม่เหมือนแม่ในความทรงจำของเธอเลย“เสี่ยวเนี่ยน… แม่ไปรับลูกนะ ลูกอยู่ไหน… บอกแม่ทีว่าลูกอยู่ที่ไหน”“แม่ ไม่ต้องมารับหรอก” กู้เนี่ยนพิงอยู่ริมหน้าต่างโรงแรม นอกหน้าต่างคือแสงไฟสว่างไสวทั่วทั้งเมือง“พรุ่งนี้หนูจะไปหาพวกแม่เอง”วางสายแล้ว เธอนั่งอยู่ริมหน้าต่างทั้งคืน ไม่ใช่ว่าเสียใจ แล้วก็ไม่ได้ตื่นเต้น แค่กำลังคิดว่า… ควรจะทำหน้ายังไงตอนเดินผ่านประตูบานนั้นเข้าไปดีวันต่อมา เธอใส่เสื้อโค้ตกันลมสีฟ้าซื้อมาจากร้านค้าเล็กๆ แห่งเดียวที่อยู่ข้างค่ายฐานปฏิบัติการ สีฟ้า สีที่เธอชอบมาโดยตลอดพอเดินไปถึงหน้าบ้าน ประตูเหล็กดัดก็เปิดทิ้งไว้อยู่แม่ยืนอยู่ตรงโถงทางเข้า ผอมลงไปสิบกว่ากิโลเห็นจะได้ ผมหงอกขาวไปกว่าครึ่ง ผ้ากันเปื้อนผูกอยู่ที่เอว บนมือยังมีแป้งทำอาหารติดอยู่เลยในครัวด้านหลังมีกลิ่นพริกกับน้ำมันต้นหอมลอยโชยออกมาเป็นบะหมี่ซุปร้อนๆวินาทีที่กู้เนี่ยนก้าวเท้าข้ามประตูเข้าไป ขาของแม่ก็อ่อนยวบแม่ทรุดเข่าลงกระแทกกับพื้นกระเบื้อง ส่งเสียงดังตุ้บ“เสี่ยวเนี่ยน แม่ขอโทษลูกนะ”พ่อเดินออกมาจากห้องนั่งเล่นเธอเห็นว่
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status