LOGINเผยเหยี่ยนจัดการซูอวี่เซิงเรียบร้อยแล้ว ก็รีบมาหาข้าทันทีตรงหน้าข้า เขาค่อย ๆ ประคองตลับผ้าไหมออกจากอกเสื้อด้วยความระมัดระวังภายในตลับ มีหยกพกชิ้นนั้นที่ข้าทำแตกเองกับมือที่โรงเตี๊ยม ทว่ายามนี้ บนพื้นผิวจี้หยกที่แตกร้าวนั้น กลับมีผู้นำเส้นทองคำมาถักร้อยซ่อมแซมไว้อย่างประณีตเขายื่นจี้หยกพกมาตรงหน้าข้า เอ่ยด้วยความรักอันลึกซึ้ง "ซย่าฉาน ข้าผิดไปแล้วเจ้าดูสิ หยกชิ้นนี้ข้าหาช่างฝีมือที่ดีที่สุดในเมืองหลวงมาซ่อมจนหายดีแล้ว ช่างบอกว่า กระจกเงาที่แตกสลายก็ยังหวนคืนได้ เส้นทองผูกประสาน ยิ่งมั่นคงแข็งแกร่งกว่าเดิมเสียอีก ที่จริงแล้วข้ารักเจ้า ข้าส่งซูอวี่เซิงไปแล้ว นางจะไม่มาก่อกวนพวกเราอีกต่อไป ซย่าฉาน เรามาเริ่มต้นกันใหม่ได้หรือไม่"ข้าหลุบตาลงมองจี้หยกพกที่เต็มไปด้วยรอยร้าวเส้นทองคำ ในใจกลับไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อยแตกสลายแล้วก็คือแตกสลาย ต่อให้ใช้ทองคำแท้เติมเต็มมากมายเพียงใด รอยแตกร้าวนั้นก็ยังคงอยู่ตลอดไปข้าไม่ได้รับหยกชิ้นนั้น แต่เอียงหน้ามองเขา "เผยเหยี่ยน ข้าขอถามท่านสักเรื่อง"แปลกนัก เผยเหยี่ยนค่อนข้างประหม่ากับคำถามของข้า ลูกกระเดือกขยับเกร็ง"ถามมาสิ""ท่านบอกว่าท่
ยามกลับมายังเรือนแยกของเผยเหยี่ยนเพื่อเก็บข้าวของ ข้าได้ยินเสียงหอบหายใจอันคลุมเครือดังแว่วมาจากภายในห้องข้ายืนอยู่หน้าประตู หัวใจเจ็บแปลบขึ้นมาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะเผยเหยี่ยน แต่เพราะตัวข้าในอดีตที่เคยรักเขาอย่างโง่งมข้าครุ่นคิดดูแล้ว คล้ายว่าไม่มีสิ่งใดที่เป็นของข้าอย่างแท้จริงเลยทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่ ล้วนเป็นเผยเหยี่ยนที่ทุ่มเงินกว้านซื้อให้ข้าทั้งสิ้นข้าไม่มีมีสิทธิ์พกพาติดตัวไปได้แม้เพียงครึ่งชิ้น ข้าเตรียมตัวจะจากไป เพิ่งจะผลักบานประตูออก ข้อมือก็ถูกคนรั้งดึงไว้แน่นจากด้านหลังเผยเหยี่ยนได้ยินเสียงเคลื่อนไหว จึงรีบวิ่งตามออกมาทั้งที่ยังแต่งตัวไม่ทันเรียบร้อย ลึก ๆ ในดวงตาดูลนลานเล็กน้อย"ซย่าฉาน วันนั้นที่โรงหมอ เหตุใดจู่ ๆ เจ้าจึงหายตัวไป ข้าส่งอวี่เซิงไปพบท่านหมอเรียบร้อย กลับมาก็หาเจ้าพบแล้ว"ข้ารู้สึกขบขันยิ่งนักข้าเป็นเพียงคนที่เขาจะหวนนึกถึงได้ ก็ต่อเมื่ออยู่หลังซูอวี่เซิงแล้วเท่านั้นไม่มีวันเป็นตัวเลือกแรกของเขา และยิ่งไม่ใช่คนเดียวในใจเขาด้วยข้าจ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นชา "ซื่อจื่อนึกถึงข้า ไม่ใช่มาตามหาข้า แต่กลับมาร่วมรักบนเตียงกับซูอวี่เซิงหรือ "อย
ข้าผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที แล้วตรงไปยังศาลต้าหลี่ ข้าก็มาถึงห้องทำงานของกู้ชิงโจวด้วยการนำทางของเจ้าหน้าที่เขาเหมือนคาดไม่ถึงว่าข้าจะมา ยามเห็นข้าจึงมีสีหน้าประหลาดใจอยู่บ้าง"ซย่าฉาน เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร"ข้าไม่ได้ตอบคำถาม แต่เดินตรงเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าเขา"กู้ชิงโจว ภาพวาดข้าพวกนั้นในจวนของท่าน มันคืออะไรกันแน่" ข้าเข้าประเด็นทันทีกู้ชิงโจวเงียบไป หลังจากผ่านไปนาน เขาจึงหันมามองข้าด้วยสายตาเร่าร้อน"ซย่าฉาน ตั้งแต่ครั้งแรกที่ข้าได้พบเจ้า ใจข้าก็ชอบเจ้าแล้ว" เสียงของเขาต่ำนุ่ม"ที่หอสังคีต เจ้าสวมชุดระบำสีแดงเพลิง ดูอิสระเสรี ผู้คนใต้เวทีต่างจับจ้องมาที่เจ้า ตะลึงลานในความงามของเจ้า"ชั่วขณะนั้น กู้ชิงโจวกำลังคิดสิ่งใดอยู่หรือ?เขากำลังคิดว่า เขาจะต้องเฝ้าดูนาง เฝ้ามองจนกระทั่งความอ่อนเยาว์ของนางสิ้นสูญ ร่วงโรยตามกาลเวลา เฝ้ามองนางไปจนโลกใบนี้ไม่มีผู้ใดสามารถเชยชมความงามของนางได้อีกจนเหลือเพียงเขาแต่ผู้เดียว ที่ยังมองเห็นความสง่างามภายใต้ทุกริ้วรอยของนางอยู่"ยามนั้นข้าก็รู้แจ้งแล้วว่า เจ้าเกิดมาเพื่อเฉิดฉาย โลกของเจ้านั้นกว้างใหญ่นัก แต่หัวใจข้ากลับคับแค
เผยเหยี่ยนยืนกระฟัดกระเฟียดอยู่หน้าประตู"ซย่าฉาน! ทำอะไรของเจ้า!" เขาคำรามลั่น แล้วสาวเท้าพุ่งตัวเข้ามาเผยเหยี่ยนประคองซูอวี่เซิงที่ล้มอยู่บนพื้นขึ้นมาอย่างทะนุถนอม แล้วโอบกอดนางไว้แน่น"อวี่เซิง เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง เจ็บตรงไหนหรือไม่?" น้ำเสียงของเขาฟังดูร้อนรน สายตาเต็มไปด้วยความห่วงใยจากนั้น เขาก็หันกลับมาถลึงตาใส่ข้าอย่างโกรธเกรี้ยว"อวี่เซิงมีน้ำใจมาเยี่ยมท่านแม่ของเจ้า เจ้ากลับกล้าลงมือกับนางหนักขนาดนี้! เจ้าใจแคบถึงขั้นยอมรับนางไม่ได้เลยหรืออย่างไร?"ข้าพยายามอธิบาย "ข้าไม่ได้ผลักนาง! นางเป็นคน... แถมนางยังทำร้ายท่านแม่ของข้าจนสิ้นใจด้วย!"เผยเหยี่ยนไม่ฟังคำอธิบายของข้าแม้แต่น้อย"พอได้แล้ว!" เขาพูดตัดบทอย่างเย็นชา"อวี่เซิงไม่ได้ตั้งใจ นางเพียงแค่พลั้งมือปัดถ้วยยาตกเท่านั้นอีกอย่าง แม่ของเจ้าก็นอนเหมือนผัก จะมีชีวิตอยู่หรือตายไป จะต่างอะไรกัน เจ้าไม่ต้องคิดเล็กคิดน้อยขนาดนี้หรอก เดี๋ยวข้าจะไปเสาะหาทำเลดี ๆ ทำพิธีศพให้แม่เจ้าเอง"ข้ามองเขาอย่างสติหลุดลอย แล้วพลันหัวเราะออกมามือของท่านแม่ยังคงมีไออุ่น แต่หัวใจข้ากลับจับตัวเป็นน้ำแข็งเสียแล้วเป็นเขาเองที่
"ซย่าฉาน!" เขาตวาดลั่น เสียงนั้นเต็มไปด้วยความโกรธแค้นจากการถูกทรยศ"เจ้ากล้าขนาดนี้เชียวหรือ!"ข้าค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นนั่งบนเตียง ดึงผ้านวมมาห่อคุ้มกายไว้ส่งเดช"ซื่อจื่อโกรธอะไรหรือเจ้าคะ" ข้าเลิกคิ้วถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย"ภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว ท่านไม่ควรมอบรางวัลให้ข้าหรอกหรือ"เผยเหยี่ยนจ้องข้าตาไม่กะพริบ สายตาสื่ออารมณ์ซับซ้อนซูอวี่เซิงคอยเติมเชื้อไฟอยู่ข้างๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงประชดประชัน "แหม ๆ แม่นางเซี่ยช่างเก่งกาจเสียจริงนะ จัดการบัณฑิตกู้ได้รวดเร็วเสียจริง พี่เหยี่ยน นางเชี่ยวชาญถึงเพียงนี้ ข้าบอกแล้วอย่างไรเล่า ว่านางต้องเคยปรนนิบัติชายมามากหน้าหลายตาแน่ ๆ!"เพราะคำพูดของซูอวี่เซิง สีหน้าของเผยเหยี่ยนยิ่งบูดบึ้งกว่าเดิมในยามนี้เอง กู้ชิงโจวพลันผลักประตูเข้ามา ในมือถือปิ่นโตอาหารสองใบเดินเข้ามาข้างในที่แท้ เขาก็ไม่ได้จากไปไหนเมื่อเห็นเผยเหยี่ยนและซูอวี่เซิงอยู่ภายในห้อง กู้ชิงโจวก็ชะงักเล็กน้อยจากนั้น เขาก็วางปิ่นโตลงบนโต๊ะ เดินมาข้างกายข้า แล้วโอบข้าเข้าสู่โอบอกอย่างเป็นธรรมชาติ"ซย่าฉาน เจ้าคงหิวแล้วสินะ? กินอะไรก่อนเถิด" น้ำเสียงของเขานุ่มนวลและทะนุถนอม
เขายังพูดไม่ทันจบประโยค ก็ยกมือขึ้นมาหมายจะจัดผมให้ข้าข้าเอียงศีรษะหลบ มือของเขาชะงักกลางอากาศ จ้องมองข้าอยู่นานจากนั้นเขาก็ลงจากเตียงอย่างห่อเหี่ยว หันหลังให้ข้า กล่าวด้วยเสียงแหบพร่า "เจ้าไปเถอะ"ข้าดิ้นรนลุกขึ้น คว้าเสื้อคลุมชั้นนอกมาสวมไว้ส่งเดชพอเดินถึงขอบประตู หันกลับไปมองปราดหนึ่ง เห็นเผยเหยี่ยนกำลังก้มหน้าก้มตา ไม่ได้มองข้าข้ายิ้มมุมปากเย้ยตัวเอง แล้วเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีกกลางดึกมีฝนปรอยลงมา ข้าเดินไปตามถนนสายยาวคล้ายคนจิตวิญญาณหลุดลอยข้าไม่ได้กางร่ม ปล่อยให้สายฝนอันหนาวเย็นชุ่มโชกไปทั่วทั้งตัวไม่รู้ว่าเดินมานานเท่าใด ข้าหยุดฝีเท้า หันหลังไปมองกู้ชิงโจวที่เดินตามหลังข้ามาโดยตลอดเขายืนอยู่ไม่ไกล สายตาหม่นหมองจ้องมองข้า"ไยจึงตามข้ามา" ข้าถามเขาด้วยเสียงแหบแห้งกู้ชิงโจวทำตัวไม่ถูก อ้ำอึ้งอยู่นาน ภายใต้รูปลักษณ์บัณฑิตระดับทั่นฮวาผู้แสนเย็นชาและสูงส่ง นึกไม่ถึงว่าใบหน้านั้นจะมีแต่ความเขินอายเขาเดินเข้ามาตรงหน้าข้า ถอดเสื้อคลุมชั้นนอกออกแล้วคลุมให้ข้าอย่างอ่อนโยน"ข้าเป็นห่วงเจ้า" เขาเอ่ยเสียงต่ำเบา แก้มสองข้างเป็นสีแดงระเรื่อข้ามองดวงตาอันใสกระจ่างบ