Masuk“วรรณนรี” “....” เสียงเรียกดังจากด้านหลังไกลๆ ตอนนี้คุณเจียงแยกตัวออกไปแล้ว จึงเหลือเธอแค่คนเดียว วรรณนรีเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น ไม่ได้สนใจเสียงที่แว่วมากระทบหู คิดว่าคงได้ยินผิดไปเอง และไม่คิดจะหันไปมองด้วย “วรรณนรี... นา!” ทว่าเสียงเรียกกลับดังขึ้นอีกครั้ง และใกล้กว่าเดิม ซ้ำยังเรียกชื่อเล่นของเธอชัดถ้อยชัดคำ วรรณนรีอดไม่ได้ที่จะหันไปมอง เห็นลุคคาเดินหน้าตั้งเข้ามาหา ก็รู้สึกเสียใจทันที รู้งี้ไม่น่าหันกลับมาก็ดี ชายหนุ่มยิ้มกว้างทันทีที่เธอหยุดรอ วรรณนรีมองรอยยิ้มของเขาอย่างลังเล เธอไม่ได้ใจฟู แต่กลัว... กลัวความรู้สึกเดิมๆ จะกลับมา ความเจ็บช้ำจากความคาดหวัง เธอไม่อยากสัมผัสมันอีกแล้ว “มีอะไรหรือเปล่าคะ” เธอแข็งใจเอ่ยถาม ลุคคาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอพอดิบพอดี เว้นระยะห่างไม่ถึงสองก้าวด้วยซ้ำ ไออุ่นจากร่างสูงกดทับลงมา วรรณนรีถึงกับอึดอัด เธอสูดหายใจลึกมองสบตาเขาตรงๆ รอคำตอบ “มีงานต่อหรือเปล่า” “ทำไมคะ” “ไปหาอะไรกินกัน” “ฉันไม่สะดวก ขอตัวนะคะ”ลุคค
ข่าวการกลับมาของวรรณนรีกลายเป็นที่พูดถึงในวงการอย่างรวดเร็ว แม้ออฟฟิศแห่งใหม่จะยังไม่เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ แต่ข้อเสนอความร่วมมือกลับหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย เนื่องจากวรรณนรีเปลี่ยนช่องทางการติดต่อทั้งหมดคุณเจียงจึงกลายเป็นประตูบานเดียวที่ผู้คนในวงการใช้เข้าถึงเธอ ทั้งลูกค้าเก่าและรายใหม่ต่างพยายาม "จีบงาน" กันตั้งแต่ยังไม่เห็นป้ายบริษัทด้วยซ้ำ“มีคนติดต่อเข้ามาหาคุณหลายรายเลยนะ” คุณเจียงเอ่ยขึ้นขณะเดินสำรวจโลเคชั่นถ่ายทำโฆษณาเคียงข้างหญิงสาว “ทั้งคนเก่าคนใหม่”วรรณนรีละสายตาจากฉากจำลองตรงหน้า หันไปมองเขาเล็กน้อย “แล้วคุณเจียงให้เบอร์ฉันไปหรือเปล่า”“ไม่ครับ” เขาส่ายหน้า “ผมรู้ว่าคุณเปลี่ยนทุกอย่างใหม่หมด คิดว่าคงมีเหตุผลของคุณ เลยไม่ได้ให้ช่องทางติดต่อไปโดยพละการ”เขาหยิบแท็บเล็ตขึ้นมา เปิดรายชื่อที่บันทึกไว้ก่อนยื่นให้เธอ“นี่ครับ รายชื่อกับรายละเอียดเบื้องต้นของแต่ละราย ถ้าคุณสนใจร่วมงานกับใคร ค่อยเป็นฝ่ายติดต่อกลับเองก็ได้”วรรณนรีรับแท็บเล็ตมาไล่อ่านอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบชื่อที่คุ้นตาหลายชื่อ“เยอะขนาดนี้เลยเหรอคะ”“ผมคัดมาเฉพาะที่ดูน่าสน
“กลัวคนเข้าใจผิดเหรอ หมายความว่ายังไง” ลุคคาเอ่ยประโยคที่รู้สึกคาใจบนโต๊ะอาหารออกมา ก่อนหน้านี้ บทสนทนามากมายถูกยกขึ้นมาพูดคุยบนโต๊ะ แต่เขาดังฝังใจแค่คำพูดนี้ของวรรณนรี อดทนเก็บความคับข้องใจเอาไว้ จนกระทั่งมื้อเย็นสิ้นสุดขณะที่จีน่ายังอยู่ข้างในบ้าน คุยเล่นกับน้องสาวบุญธรรมและแม่ของเขาอย่างถูกคอ วรรณนรีกลับไม่คิดอยู่ต่อ หรือแสดงออกว่าอยากเอาใจครอบครัวของเขาเลยแม้แต่น้อยเขาเดินมาส่งเธอที่รถ และถามสิ่งที่ติดอยู่ในใจออกมาหญิงสาวเปิดประตูรถ หันกลับมาเผชิญหน้าเขา เพื่อจะตอบ... แต่ไม่คิดว่าเขาจะอยู่ใกล้ขนาดนั้น ร่างกายเธอแทบจะชิดกับแผงอกแกร่งที่สวมแค่เชิ้ตสีเข้มบางๆ ชั้นเดียว แถมยังจงใจเปิดกระดุดสองเม็ดบน เผยแผงอกล่ำเล็กน้อย แต่กลับให้ความรู้สึกเซ็กซี่และดูเย้ายวนวรรณนรีสูดหายใจลึก เธอควบคุมความปั่นป่วนที่ก่อตัวขึ้นในช่องท้อง มือจับขอบประตูรถแน่น“ถ้าไม่ถึงเรื่องที่ฉันเรียกแม่คุณว่าป้าละก็ฉันหมายความตามนั้น”“ทำไม”เขาเขยิบใกล้เข้ามาอีก วรรณนรีคิดจะหลบเข้าไปในรถ แต่กลับถูกมือหนาคว้าเอวคอดแล้วกระชับเข้ามาแนบชิดช่วงล่างของเธอกระแทกกับเป้ากางเกงเข
...รุ่นน้องที่ทำงาน? เหรอ? อุตส่าห์คาดหวังไปวูบหนึ่ง ไม่น่าเลยจริงๆ วรรณนรียิ้มเย้ยตัวเองในใจ ดึงมือออกจากการจับกุมของลุคคา พูดสวนขึ้นแทบจะทันที “อดีตรุ่นน้องที่ทำงานค่ะ ตอนนี้ฉันลาออกแล้ว” การแนะนำของลุคคาทำให้ทุกอย่างบนโต๊ะอาหารหยุดชะงักไปวูบหนึ่ง พอวรรณนรีขยายความต่อ ก็เล่นเอาบรรยากาศอึดอัดมากกว่าเดิม
“ใช่ ฉันอยากชวนเธอ ไปกินข้าวกับแม่ที่บ้าน” ความคิดภายในหัววรรณนรีหยุดนิ่งเมื่อได้ยินคำพูดที่หลุดออกมาจากปากเขา “คุณว่าอะไรนะ” ถามย้ำเพราะไม่แน่ใจว่าหูเพี้ยนไปเองหรือเปล่า “ฉันชวนเธอไปกินข้าวที่บ้าน” วรรณนรีเงียบ มองสบตาอีกฝ่าย เธอไม่ได้ดีใจ แค่รับมือไม่ถูก และรู้สึกสงสัยในคำพูดของอีกฝ่าย อยากรู้ว่าเขาต้องการอะไร “คุณชวนฉันจริงเหรอ” “จริงสิ รถจอดทางนี้ มาสิ” เขารุดหน้ามาจะคว้ามือ เธอปัดหลบอย่างเป็นธรรมชาติ “ฉันไปรถตัวเองดีกว่า” “เดี๋ยวส่งโลเคชั่นให้ แต่จะให้ส่งทางไหน เพราะอันเดิมเหมือนจะติดต่อไม่ได้” วรรณนรีนัยน์ตากระตุกไหว เพิ่งนึกได้ว่าตัวเองเปลี่ยนโทรศัพท์เครื่องใหม่ และโยนทุกอย่างที่กวนใจทิ้งไปกับเครื่องเดิมแล้ว ทุกช่องทางติดต่อที่เคยมีกับบริษัทเดิมไม่ได้ใช้งานแล้ว ทั้งที่คิดว่าจะไม่แชร์คอนแทคกับคนตรงหน้าแล้วแท้ๆ แต่กลับมาตายน้ำตื้นซะอย่างงั้น “ฉันขับตามคุณไปดีกว่าค่ะ” “....” ลุคคาพยักหน
วรรณนรีก้มมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือ เลื่อนดูภาพจำลองสำนักงานทีละมุมอย่างตั้งใจ“ถ้าปรับตรงนี้เป็นกระจกใสทั้งหมด แสงธรรมชาติน่าจะเข้าถึงด้านในมากขึ้นนะครับ”เจ้าของบริษัทฟิตเอาท์ชี้ให้ดูรายละเอียดบนแบบแปลนหญิงสาวพยักหน้ารับเป็นระยะ สลับกับจดโน้ตเพิ่มเติมลงในแท็บเล็ตของตัวเอง การพูดคุยดำเนินต่ออีกพักใหญ่ ก่อนอีกฝ่ายจะขอตัวกลับไปเตรียมใบเสนอราคาและแบบแก้ไขตามที่คุยกัน“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ เดี๋ยวคืนนี้ส่งรายละเอียดให้ดูอีกที”“ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”วรรณนรียิ้มให้ พลางลุกขึ้นส่งอีกฝ่ายเล็กน้อยตามมารยาทเมื่อเจ้าของบริษัทฟิตเอาท์เดินออกจากร้านไปแล้ว เธอจึงกลับมาทรุดตัวนั่งที่เดิม สายตายังคงจับจ้องอยู่บนหน้าจอรายละเอียดงานมีมากกว่าที่คิด หลายจุดต้องตัดสินใจเองทั้งหมด ไม่มีบริษัทใหญ่ ไม่มีทีมงานคอยช่วยตรวจสอบเหมือนในอดีต หญิงสาวกำลังเลื่อนดูแบบแปลนสำนักงานซ้ำอีกรอบ จึงไม่ทันสังเกตว่ามีใครบางคนเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างโต๊ะ“ตอนนี้จะคุยได้หรือยัง”น้ำเสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นเหนือศีรษะ นิ้วที่กำลังเลื่อนหน้าจอชะงักทันที “....” เธอเลื่อนสายตาขึ้นมองเจ้าของเสียง หัวใจกระตุกวาบ ค
ราวกับโดนมนตร์เสน่หาเข้าครอบงำ พริบตาที่กางเกงหลุดจากเอวหนา ร่างบางก็ย่อตัว คุกเข่า มือล้วงแก่นลำออกมาจากกางเกงในแบรนด์เนม กำรูดจนแข็ง ก่อนจะอมเข้าไปในปาก เรียวลิ้นอ่อนห่อใต้ลำเนื้อร้อน ดูดดุนไม่หยุด เสียงครางต่ำเล็ดลอดผ่านลำคอแกร่ง เรียวขาหยัดเกร็ง ฝ่ามือใหญ่จับ
จากมื้อกลางวัน สู่โรงงานใช้เวลาเพียงไม่นานดวงตาอ่อนหวานแฝงไว้ด้วยความกังวลช้อนมองคนข้างๆ ขณะเดินไปตามทางที่ทอดตัวออกนอกอาคารของโรงงานตัดเย็บ เรื่องงานเป็นเพียงข้ออ้าง และตอนนี้ก็เคลียร์เสร็จเรียบร้อยแล้ว รวดเร็วกว่าที่คิด เวลาที่ได้อยู่ด้วยกันก็สั้นตามไปด้วย
ไถฟีดอยู่ดีๆ ภาพถ่ายรวมกลุ่มเพื่อนของลุคคาก็เด้งขึ้นมา โดยที่ลุคคาถูกแท็กโพสต์สาธารณะ คนที่เป็นเพื่อนกับเขาจึงเห็นภาพนี้ด้วย นิ้วหัวแม่มือที่กำลังจะปัดผ่านชะงัก สายตาจ้องมองภาพบนจอนิ่ง แม้จะเป็นภาพถ่ายรวมที่มีเกือบสิบคน แต่คนที่อยู่ตรงกลางคือลุคคากับเพื่อนผู้หญิง
วรรณนรีนั่งอยู่ในรถคันหรูของลุคคาที่เคลื่อนตัวเข้าสู่ย่านธุรกิจใจกลางเมือง เธอเหลือบมองใบหน้าเคร่งขรึมของชายหนุ่มที่กำลังตั้งสมาธิกับการขับรถ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาในหัวถ้าคนอื่นเห็นเราลงจากรถคันนี้พร้อมกัน... จะเป็นยังไงนะวรรณนรีแอบคาดหวังลึกๆ ว่าอยากให้มีใครสักคนเห็น อยากให้ความลับนี้ถูกเปิดเผยอ







