تسجيل الدخولนิยายมีเป็นร้อยทำไมถึงมาอยู่ในนิยายเรื่อง ‘ช่วยรับรักของอรินได้ไหม’ มันจะไม่มีปัญหาเลยถ้าฉันไม่ได้อยู่ในร่างของตัวร้ายที่ต้องตายเนี่ยสิ! แถมพระเอกก็เกลียดตัวร้ายจนเข้าไส้ แต่ก็ไม่รู้ทำไมพระเอกที่เกลียดตัวร้ายเข้าไส้ถึงตามติดไม่เลิกเสียที
عرض المزيدติ๊งงงงงงง เสียงสัญญาณจากลำโพงดังขึ้น เพื่อเป็นการบอกเวลาให้ทุกคนทราบ ว่าใกล้จะหมดเวลาในการทำข้อสอบและควรวางปากกาไว้บนโต๊ะ นักศึกษาแต่ละคนเริ่มทยอยลุกขึ้น พากันไปต่อแถวเพื่อส่งกระดาษข้อสอบให้กับผู้คุมสอบ หน้าตาของแต่ละคนห่อเหี่ยวไม่ใช่น้อย นั่นก็รวมถึงฉันด้วย ข้อสอบมันยากหรือเพราะฉันโง่กันแน่ แต่อ่านหนังสือเกือบจะทุกวันและทุกคืน อ่านทุกหน้าที่อ่านจารย์บอกว่ามีออกสอบ ใช่มันมีแต่มันก็น้อยแถมยังออกยากกว่าที่เรียนอยู่บ้าง ถ้าหนูไม่ได้เอ ก็ขอให้ได้บีบวกเถอะค่ะ
“เป็นไงมึง” อุ้มเดินมาจับไหล่ฉันด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม สดใสแบบนี้แปลว่ามันทำข้อสอบได้ชัวร์หรือบางทีมันอาจจะไม่ได้ตอบอะไรเลยลงไปในกระดาษแล้วรอแก้อีกที “ใกล้ตายละ ข้อสอบออกเหมือนไม่อยากให้กูได้เอ” “อย่างน้อยก็ดีกว่าเอฟนะมึง” “เออ ก็จริง” พูดคุยกันอยู่อย่างนั้นก่อนจะตัดสินใจพากันลงมาจากตึกเพื่อไปกินข้าวที่โรงอาหาร เดินกันอยู่สองคนต่างจากคนอื่นๆ ที่จะพากันเดินมาเป็นกลุ่มใหญ่ พวกฉันสองคนลองพยายามที่จะหาเพื่อนเพิ่มแล้วแต่ก็ได้แค่พยายาม ตอนแรกคิดว่าสังคมไม่เอาแต่เปล่าเลยพวกฉันดันไม่เอาสังคมเสียเอง อาจจะเพราะไลฟ์สไตล์ด้วยละมั้ง เมื่อกินข้าวเสร็จก็คิดว่าจะพากันไปร้านคาราโอเกะเสียหน่อย เพื่อปลดปล่อยความเครียดจากการทำข้อสอบแต่อาจารย์ดันเตะตัดขาเรียกนักศึกษาที่เสี่ยงติดเอฟให้ไปพบที่ห้องพักอาจารย์เพื่อพูดคุยและหารือ ซึ่งไม่ใช่ฉันแต่ดันเป็นเพื่อนสาวตัวดีที่เน้นมาเรียนไม่เน้นเอางาน นอกจากเสียว่านั้นจะเป็นงานกลุ่มอะนะกว่าจะขึ้นปีสี่มาก็สะบักสะบอมกันไม่ใช่น้อย “มึงเอาอีกแล้วนะ” ฉันหันไปหาอุ้มเพื่อนสนิทที่แม่งขยันเสี่ยงติดเอฟอยู่เรื่อยไป ประหนึ่งว่าถ้าไม่เสี่ยงติดเอฟคงจะนอนไม่หลับน่าดู “เขาเรียกต้องซ้ำแผลเก่า” “ก็เหี้ยละ” ซ้ำแผลเก่าแบบนี้ลาออกซะให้มันจบ ๆ เดินขึ้นบันไดมาด้วยความเหนื่อยล้า พวกฉันทรุดตัวลงทันทีที่เมื่อถึงชั้นห้า ถ้าลิฟต์มันไม่เสียพวกฉันก็คงไม่สภาพเหมือนหมากันขนาดนี้ นั่งพักหายใจก่อนชัวครู่ให้หายเหนื่อย แล้วค่อยเข้าไปพบอาจารย์ ไม่นานพวกเราก็ออกมา เข้าไปเพียงแค่ไม่กี่นาทีเพราะไอ้อุ้มมันคุยง่ายและอีกไม่กี่คะแนนมันก็จะพ้นเอฟอาจารย์เลยให้มันกลับไปทำชิ้นงานที่ยังไม่ส่งแทน “แล้วมึงจะไปร้านคาราโอเกะไหม” “ไปดิ” “เค ปะไปกัน” พวกฉันพากันเดินไปที่ลิฟต์หวังว่าลิฟต์จะใช้งานได้แต่ก็ใช้ไม่ได้เหมือนเดิม ก็เลยต้องเดินวนมาลงที่บันไดแทน เดินลงตั้งแต่ชั้นห้าจนเกือบจะถึงชั้นสี่ เดินลงมากันอยู่ดีๆไอ้อุ้มก็ดันลื่นตรงบันไดทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวมาก อุ้มมันคว้าตัวของฉันโดยที่ฉันไม่ได้จับราวบันไดเลยทำให้พวกเราทั้งคู่ตกลงไปกระแทกพื้นอย่างแรง อุ้มนอนแน่นิ่งไปส่วนฉันยังคงมีสติอยู่บ้าง หนังตาของฉันหนักอึ้ง ทุกอย่างเริ่มพร่ามัวก่อนสติของฉันจะเริ่มดับวูบไปในที่สุด ฉันลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ แสงจากหลอดไฟกระทบเข้ากับดวงตาทำให้แสบตาเล็กน้อย ฉันค่อยๆ ดันตัวลุกขึ้น หันซ้ายหันขวาเพื่อสำรวจจนรู้ว่าตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล….งั้นอุ้มมันก็น่าจะอยู่ด้วยเหมือนกันหรือเปล่า? พอคิดได้แบบนั้นฉันเลยรีบลงจากเตียง ฉันเป็นห่วงยายอุ้มมากเลยนะเพราะภาพสุดท้ายที่เห็นคือมันนอนแน่นิ่งไปแล้ว ขอให้อาการมันไม่หนักมากเถอะนะ เพียงแค่ชั่ววินาทีมือของฉันจะถึงลูกบิดประตูแต่ดันโดนแทรกขึ้นมาก่อน สายตาของพวกเราสบตากันจนหัวของฉันก็มีคำถามขึ้นมาว่านี่ใคร “ก็ดูไม่ได้เป็นอะไร” “คะ?” เขามองฉันเงียบ ๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร จนฉันต้องเป็นคนเริ่มพูดเอง “ฉันไม่รู้หรอกนะคะว่าคุณเป็นใครแต่ช่วยหลีกทางให้ด้วยจะได้ไหมคะ?” “…..เมื่อกี้เธอพูดอะไร” “ฉันบอกให้คุณหลีกทางค่ะ” “ไม่ใช่อีกคำ” “อ่อ ทำไมเหรอคะฉันพูดอะไรผิด” “เธอจำฉันไม่ได้?” “จำไม่ได้เลยค่ะแล้วก็ไม่น่าจะรู้จักด้วย” เขาเงียบอีกครั้งก่อนจะดันฉันให้เข้ามาในห้อง เขาพาฉันมานั่งที่เตียงแล้วบอกให้อยู่ที่นี่เดี๋ยวเขามา ถึงฉันจะไม่เข้าใจก็เถอะว่าจะให้ฉันรออะไรแต่ก็ยอมรออย่างว่าง่าย ทันทีที่ประตูเปิดออกหมอก็เดินเข้ามาตรวจสอบร่างกายโดยที่เขาคนนั้นก็ยืนอยู่ด้วย “ก็ดูปกติดีนะครับ” “แล้วทำไมน้องของผมถึงจำผมไม่ได้ครับ” “หมอคิดว่าคนไข้น่าจะเป็นสภาวะสมองเสื่อมครับ” เขาพยักหน้าเข้าใจก่อนจะหันหน้ามาหาฉันส่วนฉันก็ทำท่าว่ามีอะไร แต่เขาบอกว่าฉันเป็นน้องนี่ ประเด็นคือฉันไม่มีพี่ชาย เกิดมาเป็นลูกคนเดียว ไม่เคยมีใครคลานออกจากช่องคลอดแม่นอกฉัน แม่บอกมาแบบนั้น “ที่ว่าเธอตกบันไดพร้อมกับตาลก็เป็นเรื่องจริงสินะ” “ตาล?” “ใช่ตาล” ใครคะ ใครก่อน คนที่ตกบันไดกับฉันคือคนชื่ออุ้มไม่ใช่ชื่อตาล ทำไมรู้สึกแปลก ๆ ไม่มั้งคงไม่ใช่หรอกแต่ขอลองถามเพื่อความแน่ใจ “ใครตาลคะ” “….ก็คนที่เธอบอกไม่ชอบหน้าไง นี่หัวเธอกระทบกระเทือนกับพื้นแรงขนาดไหนกันถึงความจำเสื่อม” “ขอนอกเรื่องค่ะ คุณชื่ออะไรคะฉันด้วย” “ฉันโรมส่วนเธอชื่อโมเน่ แต่ถ้าจะถามว่าทำไมถึงตกบันไดก็เพราะว่าเธอลากตัวตาลเข้าไปที่ประตูหนีไฟแล้วไปมีเรื่องกันอยู่ในนั้นจนสุดท้ายก็พลัดตกบันได อยู่ดีไม่ว่าดีหาเรื่องเจ็บตัวไปวัน ๆ ” ฉันนิ่งอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน นี่มันชื่อคุ้นเหตุการณ์คุ้นยิ่งกว่าอะไร บ้าเรื่องจริงเหรอขอหยิกตัวเองเพื่อความแน่ใจว่าไม่ได้ฝันไป และใช่มันเจ็บ กรีดร้องได้ไหมนี่ฉันมาอยู่ในนิยายเรื่อง ‘ช่วยรับรักของอรินได้ไหม’ ชื่อเรื่องสวนทางกับในเนื้อเรื่องเลย แต่ที่แน่ ๆ ตัวละครที่ชื่อโมเน่คือตายเนี่ยสิ คนที่ฆ่าก็เป็นพระเอกเสียด้วย โอ๊ย ฉันไม่ปลื้มกัดลิ้นตายให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยดีไหม!!! To be continuedความอดทนของฉันขาดสะบั้นทันที! อุส่าตั้งใจว่าจะต้องทำตัวดีๆ และแกล้งเป็นนางเอกสายแบ๊ว แต่มาเจอคำเหน็บแนมจากไอ้คนปากสุนัขแบบนี้... ใครจะไปทน!ฉันยิ้มกลับไปให้เขาด้วยรอยยิ้มที่สวย (และร้ายกาจที่สุด) เท่าที่ฉันจะทำได้ แล้วโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อให้ประโยคของฉันได้ยินเพียงแค่เราสองคน“คุณไคคะ... ถ้าคุณไม่รู้จักคำว่า มารยาท ก็กรุณาเปิดพจนานุกรมอ่านบ้างนะคะ” ฉันเงียบไปช่วงหนึ่งเพื่อเว้นจังหวะให้เขานิ่งอึ้งไปก่อนจะพูดต่อ “การที่คุณมีปมด้อยเรื่องความสามารถในการเข้าสังคม หรือถูกอบรมมาไม่ดีพอ จนต้องใช้คำพูดต่ำๆ มาเหน็บแนมผู้หญิงที่กำลังจะมาเป็นคู่หมั้นเนี่ย มันไม่ได้ทำให้คุณดูน่าสนใจขึ้นหรอกนะคะ มันยิ่งทำให้คุณดูเหมือน ไก่ที่ขันเสียงดังแต่ไร้สมอง เท่านั้นเองค่ะ”ไคนิ่งอึ้งไปทันที ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความไม่พอใจอย่างที่ไม่เคยมีใครกล้าพูดกับเขาแบบนี้มาก่อน“เธอ!” เขาเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงต่ำ“ทำไมคะ พี่ไก่” ฉันเน้นคำเรียกใหม่ที่เอาไว้ล้อชื่อเขาอย่างจงใจ “หรือว่าโมเน่คนนี้พูดไม่จริงคะ” ฉันยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ หึ ให้มันรู้ซะบ้างว่าใครเป็นใคร“นี่!”“ถ้าไม่พอใจงั้นเรามาถอนหมั้นกัน
พอกลับถึงห้องฉันก็ทรุดตัวลงนั่งที่ขอบเตียงอย่างหมดแรง มองนาฬิกาเรือนทองที่ข้อมือแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยาวเหยียดชีวิตใหม่ในร่างโมเน่คนก่อน ไม่ได้สวยหรูเหมือนในนิยายเลยสักนิด!ประเด็นมันไม่ใช่แค่เรื่องผลประโยชน์ของวงค์ตระกูลแต่คืออนาคตที่ฉันต้องตาย แล้วใครมันอยากจะตายซ้ำซากกันบอกเลยว่าไม่มี! ครั้งเดียวก็เกินพอ ให้ตายเสียสิ ชีวิตก่อนก็ใช้ไม่คุ้มชีวิตนี้ยังไม่ทันได้ใช้ก็เหมือนจะตายในเร็ววัน!โมเน่คนก่อนเกลียดความพ่ายแพ้และไม่ชอบให้ใครเด่นกว่าตัวเอง เธอใช้การหมั้นครั้งนี้เป็นเหมือน มีดสั้นเล่มแรกที่ใช้แทงข้างหลัง อริณ นางเอกของเรื่อง! อริณรักไคมานานกว่าสิบปี ตั้งแต่สมัยเด็ก และไคก็รักและหวงอริณยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด แต่โมเน่กลับเข้ามาในฐานะคู่หมั้นด้วยเหตุผลทางธุรกิจเพื่อผูกมัดไคไว้กับตัวเองอย่างไม่ชอบธรรมนี่แหละคือการเตะตัดขา ที่แท้ทรู!สุดท้าย โมเน่คนก่อนก็ลงเอยด้วยการพยายามฆ่าอริณ ซึ่งทำให้อริณไม่ตาย แต่ตัวเองกลับถูกพระเอกฆ่าตายอย่างเลือดเย็น! แล้วฉันที่ทะลุมาอยู่ในร่างนี้ก็ต้องมาแบกรับ กรรม ที่เธอสร้างไว้ทั้งหมด!“ฮือออ! ใครก็ได้ช่วยเอาฉันออกไปจากนิยายบ้า ๆ เรื่องนี้ที!” ฉันได้แต่บ่น
ฉันใช้เวลาทั้งวันในการสำรวจบ้านหลังใหญ่ที่เต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ที่ฟุ่มเฟือยจนน่าตกใจ โทรศัพท์เครื่องใหม่ที่พี่โรมซื้อมาให้เมื่อวาน ถึงจะบอกไปแล้วก็ตามว่าเพียงแค่ลบข้อมูลหรือรีเซ็ตเครื่องเก่ามันก็คงจะกลับมาใช้งานได้เช่นเคย แต่ก็อย่างที่เห็นฉันได้รับโทรศัพท์เครื่องใหม่ทันที ฉันเปิดใช้งานพร้อมกับเบอร์ใหม่เอี่ยมที่ปลอดจากข้อมูลติดต่อของ โมเน่คนก่อน ที่ไม่ต้องการให้กลับมากวนใจทว่าปัญหาใหญ่ที่สุดของฉันตอนนี้ไม่ใช่เรื่องเสื้อผ้า น้ำหอม หรือเครื่องเพชรราคาแพง แต่มันคือ... ใบทะเบียนสมรสที่กำลังจะมาในไม่ช้าห้องนอนของโมเน่สวยงามหรูหราจนน่าอิจฉา ผ้าม่านกำมะหยี่สีครีมหนาทึบบดบังแสงแดดยามบ่าย แต่ความหรูหราเหล่านั้นกลับทำให้ฉันรู้สึกเหมือนติดอยู่ในกรงทองที่มีของเล่นราคาแพงกองอยู่เต็มไปหมด ทุกอย่างดูดียกเว้นความจริงที่ว่าร่างนี้กำลังจะถูกพระเอกฆ่าตาย!จะถอนหมั้นยังไงให้รอดตายและไม่น่าสงสัยเนี่ย โอ๊ย!ฉันเดินวนไปวนมาในห้องจนพื้นแทบจะสึก พยายามคิดหาทางออกที่ดูสมเหตุสมผลที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยง "ไค" ผู้เป็นธงแดงผืนใหญ่ของชีวิตในเนื้อเรื่องต้นฉบับ โมเน่คนเก่าหมั้นกับ ไค โดยอ้างผลประโยชน์ทางธุร
ตัวรถเริ่มชะลอความเร็ว บ่งบอกว่าถึงที่หมายแล้วฉันขยี้ตาเล็กน้อยหลังจากที่นอนมาตลอดทาง พร้อมกับมองภาพตรงหน้าบ้านหลังใหญ่ที่ออกแบบมาอย่างดีมันดูสวยงามไม่ใช่น้อยและก็ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะได้มีโอกาสมาอยู่ในบ้านหลังใหญ่แบบนี้แต่ขอแบบไม่ตายแล้งสิงร่างคนอื่นสิ เฮ้อเมื่อรถจอดเทียบกับบันไดก็มีคนมาเปิดประตูรถให้ ฉันขอบคุณก่อนจะลงจากรถ บ้านเงียบเหมือนไม่มีใครอยู่จนโรมต้องพูดออกมาว่าพ่อกับแม่จะกลับจากลอนดอนก็อีกสองสัปดาห์ ตอนนี้ที่นี่มีแค่แม่บ้านกับคนขับรถซึ่งทุกคนก็น่าจะทำงานของตัวเองอยู่“อยากจะสำรวจบ้านก่อนไหม ความทรงจำจะได้กลับมา”“ถึงฉันสำรวจไปความทรงจำก็ไม่กลับมาหรอกค่ะ” เพราะว่าฉันไม่ได้ความจำเสื่อมยังไงละคะ“ก็ดี อย่าไปจำ มันมีแต่เรื่องแย่ ๆ ของเธอก็เท่านั้น”“เอ้า”พูดแล้วก็จากไป อันนี้หลอกด่ากันทางอ้อมหรือเปล่า แต่พี่เขาก็พูดไม่ผิดนะวีรกรรมของโมเน่ไม่ใช่เรื่องที่น่าจะจดจำเพราะมันไม่มีเรื่องอะไรดี ๆ เลยมีดีแค่เรื่องเดียวคือเธอบริจาคเสื้อผ้าให้กับเด็กยากไร้ แค่ครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายเลยที่เธอทำอะไรดี ๆ แบบนั้น“เฮ้อ”ฉันนอนแผ่กิ่งก้านอยู่บนที่นอนหลังจากที่โรมพาฉันมาส่งที่ห้อง





