LOGINสวี่เพียวเพียวหันกลับไปปะทะเข้ากับสายตาคมกริบล้ำลึกคู่นั้นของฮั่วจี้เซินเขาดูราวกับถูกห่อหุ้มไปด้วยลมพายุและเกล็ดหิมะจากโลกภายนอก ยืนนิ่งดุจรูปปั้นอยู่ตรงนั้นในอ้อมแขนพาดเสื้อโค้ทตัวที่สวี่เพียวเพียวเลือกให้เขาเมื่อตอนกลางวันเอาไว้ฮั่วจี้รุ่ยรีบเร่งรุดมาทันทีที่รู้ข่าวว่าจวีเยี่ยฝานมาที่นี่ทว่าที่หน้าประตูเขากลับเห็นฮั่วจี้เซินยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นนานแล้ว และเพิ่งจะได้ยินประโยคที่สวี่เพียวเพียวถามจวีเยี่ยฝานพอดีว่า ตอนนั้นเคยคิดถึงลูกบ้างไหมเขาปิดประตู กักขังลมหนาวและหิมะไว้เบื้องหลัง ริมฝีปากขยับยุกยิกราวกับกำลังเคี้ยวคำพูดนั้นซ้ำ ๆ ในใจทว่าสีหน้าภายนอกกลับไม่แสดงความผิดปกติใดออกมา“พี่ใหญ่ ทำไมยืนอยู่ตรงนี้ไม่เข้าไปล่ะครับ?”ฮั่วจี้เซินส่งเสียงอือในลำคอ “ฉันเพิ่งมาถึง”เขาก้าวเท้ายาว ๆ เข้าไปในห้อง ก่อนจะส่งเสื้อให้แม่บ้าน และหย่อนตัวลงนั่งข้าง ๆ สวี่เพียวเพียว เขาเอื้อมมือไปสัมผัสหลังมือของเธอ“หนาวไหม? ทำไมถึงใส่มาแค่นี้?”“ในบ้านมีระบบทำความร้อนใต้พื้น จะหนาวได้ยังไงล่ะ”สวี่เพียวเพียวรู้ดีสิ่งที่เธอพูดไปเมื่อครู่ ฮั่วจี้เซินน่าจะได้ยินทั้งหมดแล้วแต่ในเมื่อมัน
ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสียงเครื่องจักรดังสนั่นหวั่นไหว สวี่เพียวเพียวยังสามารถทำงานของเธอไปได้อย่างไม่ติดขัด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเสียงร้องไห้ฟูมฟายที่ดังเป็นพัก ๆ ของจวีเยี่ยฝานเลยฟังไปนาน ๆ เข้า เสียงร้องของเธอก็ถือว่ามีคุณภาพดีไม่เบาสมกับที่เป็นอดีตนักแสดงตัวแม่มาก่อนจริง ๆ จวีเยี่ยฝานลุกขึ้นยืน ก่อนจะปัดฝุ่นบนกระโปรงแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาข้าง ๆ สวี่เพียวเพียว“เธอเองก็ฉลาดไม่เบานี่ คิดจะไล่โสงเจี๋ยไปแล้วมาหลอกถามความลับอะไรจากฉันล่ะสิ?”สวี่เพียวเพียวแสร้งทำหน้างง “ฉันจำเป็นต้องรู้ความลับอะไรด้วยเหรอคะ?”ทุกอย่างในตระกูลฮั่ว เธอไม่เคยนึกสนใจเลยสักนิดอีกอย่างเรื่องอะไรที่เธออยากรู้ เธอก็แค่ถามฮั่วจี้เซินตรง ๆ ก็จบแล้วไม่ใช่หรือไง?จวีเยี่ยฝานไม่มีทางเชื่อคำพูดของสวี่เพียวเพียวหรอกผู้หญิงที่แต่งเข้าตระกูลฮั่วที่เธอเคยเห็นมานับไม่ถ้วน หรือแม้แต่หญิงสาวที่ปรารถนาจะแต่งเข้าตระกูลฮั่วก็มีอยู่ถมไปบรรดาหญิงสาวจากตระกูลที่ฐานะทัดเทียมกับตระกูลฮั่ว เมื่อแต่งเข้ามาในรั้วบ้านก็ล้วนมีลักษณะไม่ต่างกันนักแม้กระทั้งโสงเจี๋ยเอง ก็ยังพูดไม่ได้เต็มปากว่าตัวเธอไม่ได้สนใจทุกสิ่งทุกอย่
ตระกูลฮั่วไม่มีทางทอดทิ้งสายเลือดของตัวเองทว่าฮั่วหยวนและเจินอวิ๋นในตอนนี้ต่างยังคงถูกกักบริเวณอยู่ในไร่โดยไม่มีกำหนดรับกลับมาซึ่งจวีเยี่ยฝานเองก็ทราบเรื่องนี้ดีที่บอกว่าส่งไปดูแลอย่างดี ความจริงก็คือการกักขังไว้ในที่ลับตาคนนั่นแหละชีวิตความเป็นอยู่ตรงนั้น แค่ประคองตัวให้รอดไปวัน ๆ ก็บุญโขแล้ว ยังจะหวังมาแตะต้องสมบัติของตระกูลฮั่วอีกริมฝีปากของจวีเยี่ยฝานสั่นระริกโดยไม่รู้ตัว“ธะ...เธอกล้าดียังไง! อารุ่ยกับอาเจ๋อก็เป็นน้องชายของอาเซินเหมือนกัน! ยัยนางมารร้าย!”น้ำเสียงที่ใช้เริ่มแผ่วลงเรื่อย ๆ เมื่อเห็นว่าท่าทีของสวี่เพียวเพียวไม่ได้ดูเหมือนกำลังล้อเล่นจวีเยี่ยฝานหันหลังกลับ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งกองกับพื้นแล้วปล่อยโฮออกมาเสียงดัง“คนตระกูลฮั่วทุกคนทำร้ายฉัน! ถ้าไม่ใช่เพราะคุณปู่ปีก่อนนู้น ฉันไม่มีวันแต่งเข้าบ้านนี้แน่! ความรักดี ๆ ของฉันถูกพวกแกทำลายจนยับเยิน ฮั่วจี้เซินแกต้องชดใช้ด้วยชีวิต!”คำพูดฟังดูสับสนวุ่นวาย อารมณ์พังทลายจนเก็บอาการไม่อยู่สวี่เพียวเพียวพยักหน้าให้แม่บ้านเป็นเชิงให้ปิดประตูห้องเธอกดบีบไหล่โสงเจี๋ยเบา ๆ “คุณแม่คะ ขึ้นไปพักผ่อนที่บ้านหนูสักครู
“ลูกชายและลูกสะใภ้ของฉันอยู่ของเขาดี ๆ พวกเธอแต่ละคนก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไรกันนักหนา ถึงได้ขยันกระตือรือร้นมาเหยียบย่ำซ้ำเติมคนอื่นอยู่ได้!”ประโยคนี้เป็นการตอกกลับสิ่งที่จวีเยี่ยฝานเคยทำไว้ ทั้งที่แอบไปพูดจาเพ้อเจ้อให้ข่าวต่อหน้าสื่อมวลชนแม้ตระกูลฮั่วจะใช้มาตรการเด็ดขาดจัดการไปแล้ว แต่บนโลกอินเทอร์เน็ตก็ยังคงมีกระทู้ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้หลงเหลืออยู่ไม่น้อยจวีเยี่ยฝานทำท่าทีมีพิรุธ ดวงตากรอกกลิ้งไปมา “ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นนะคะ พี่สะใภ้ใหญ่ พี่อย่าเพิ่งโกรธเลย ฉันก็แค่แค่อยากจะถามดูว่าคุณปู่ฮั่วเขามีความเห็นว่ายังไงกันแน่ จะให้ปล่อยให้อารุ่ยกับอาเจ๋อไม่เหลืออะไรเลยได้ยังไงเหรอคะ?”โสงเจี๋ยแค่นเสียงหัวเราะเยาะ“งั้นก็ให้ลูกชายเธอออกไปเผชิญโลกกว้างด้วยตัวเองสิ! อยากได้อะไรก็ต้องออกไปแย่งชิงเอาเอง! เนื้อที่แย่งมาจากมือคนอื่นน่ะถือว่าเป็นรางวัล แต่นี่คิดจะมาแย่งจากมือลูกชายฉัน หน้าไม่อาย”ความหมายของโสงเจี๋ยชัดเจนจวีเยี่ยฝานไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ถึงได้กล้าบุกมาหาเรื่องถึงในบ้านฮั่ว“คุณพี่หมายความว่ายังไง? ด่าใครว่าหน้าไม่อายกัน!”“ใครหน้าไม่อายก็รู้ตัวดีอยู่แก่ใจ ฉันไม่มีวันยอ
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของชาดอกกุหลาบลอยอบอวลไปทั่วบริเวณสวี่เพียวเพียวนั่งจิบชาพลางจัดการข้อความในมือถือไปพลางการที่แม่บ้านพาเธอมาหลบมุมตรงนี้ ก็น่าจะเป็นความประสงค์ของโสงเจี๋ยที่อยากให้เธอมาที่นี่ แต่ก็ไม่ได้อยากให้เธอรีบออกไปปะทะเร็วเกินไปหากมาถึงแล้วก็ให้หลบอยู่ตรงนี้ก่อนภายในห้องโถงใหญ่ จวีเยี่ยฝานกำลังร้องห่มร้องไห้ฟูมฟาย “ชีวิตฉันทำไมมันถึงได้อาภัพขนาดนี้!”“ความยุติธรรมอยู่ไหน? บอกมาสิว่าความยุติธรรมอยู่ไหน? หุ้นที่อยู่ในมือฮั่วหมิ่น ทำไมต้องยกให้อาเซินด้วย? ตอนนี้หุ้นในมืออาเซินเกินห้าสิบเปอร์เซ็นต์ไปแล้ว ในบอร์ดบริหารจะมีใครมีอำนาจต่อรองมากกว่าเขาอีก!”“ลูกชายฉัน ทั้งอาเจ๋อและอารุ่ยต่างก็ยังไม่ทันได้ยืนหยัดมั่นคง ทำไมถึงไม่มีใครคิดเผื่อแผ่ถึงลูกชายทั้งสองคนของฉันบ้าง?”พูดจบ จวีเยี่ยฝานก็เช็ดน้ำตาป้อย ๆ โสงเจี๋ยที่นั่งมองอยู่ทำได้เพียงแค่นึกสมเพชในใจหางตาแทบจะไม่มีน้ำสักหยดทั้งที่บอกว่าตัวเองเป็นนักแสดงมืออาชีพแท้ ๆ โสงเจี๋ยตีสีหน้าเรียบเฉยพลางจิบชา “เธอลองชิมนี่ดูไหม? เป็นชาผลไม้ ใช้แอปเปิ้ลกับส้มทำ แอปเปิ้ลเก็บมาจากต้นที่เพียวเพียวซื้อให้อาเซิน ส่วนส้มมาจากสวนข
“ขอบคุณคุณผู้หญิงฮั่วและคุณหนูฮั่วนะคะ”พี่แม่บ้านหม่ายืนมองจนกระทั่งจวีหย่าเชี่ยนขึ้นรถของฮั่วหมิ่นไป และรถของทั้งคู่เคลื่อนตัวลับตาไปแล้ว เธอจึงเดินกลับเข้ามาในบ้าน“คุณปู่ฮั่วถูกคุณชายใหญ่พาส่งโรงพยาบาลค่ะ เห็นบอกว่าเมื่อครู่ถูกคุณชายรองทำให้อารมณ์เสียจนวูบหมดสติไป คุณชายใหญ่กำชับว่าไม่ต้องให้คุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายตามไปที่โรงพยาบาล บอกว่าไม่อยากให้เอาความเจ็บไข้ไปแพร่ใส่”เจตนาของฮั่วหงชัดเจน คุณปู่ฮั่วอายุอานามขนาดนี้ การไปโรงพยาบาลก็เหมือนกับการเดินกลับบ้านเป็นเรื่องปกติ ปกติเขาก็ไม่ได้มองสวี่เพียวเพียวด้วยสายตาเอ็นดูอะไรอยู่แล้ว ดังนั้นสวี่เพียวเพียวก็ไม่จำเป็นต้องเอาตัวไปเสนอหน้าและฮั่วจี้เซินเองก็ไม่จำเป็นต้องไปด้วยเช่นกันใกล้สิ้นปี งานทางฝั่งฮั่วซื่อมีอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะงานนิทรรศการเครื่องประดับที่ใกล้เข้ามาทุกที มีภารกิจรัดตัวเต็มไปหมดทางฝั่งคุณปู่ฮั่วก็มีฮั่วหงผู้เป็นลูกชายคนโตคอยดูแลอยู่แล้ว คงไม่มีเรื่องอะไรน่าเป็นห่วงเมื่อฮั่วจี้เซินทราบเรื่อง ก็เพียงแค่พยักหน้ารับอย่างเรียบเฉยเขาคว้ามือสวี่เพียวเพียวแล้วดึงให้คนตัวเล็กมานั่งลงบนตักของเขา“ดูท่าทางเธอจะถู



![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



