เจ้านายสายฟ้าแลบ의 모든 챕터: 챕터 1 - 챕터 10

30 챕터

บทที่ 1

สวี่เพียวเพียวไม่เคยคิดเลยว่า เจ้านายคนใหม่ที่ถูกส่งตัวมาแบบสายฟ้าแลบคนนั้น จะเป็นพ่อแท้ ๆ ของลูกสาวเธอ หากรู้ล่วงหน้าว่าจะต้องมาเจอฮั่วจี้เซินที่นี่ ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไร เธอก็จะไม่มีวันย่างกรายเข้ามาในบริษัทนี้เด็ดขาดเมื่อไม่กี่วันก่อน ทั้งแผนกวุ่นวายกันยกใหญ่เรื่องเจ้านายหนุ่มผู้มีอนาคตไกลจะถูกส่งลงมา ได้ยินมาว่าเขาเป็นคุณชายจากตระกูลประธานกลุ่มบริษัทที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด ชีวประวัติแต่ละบรรทัดยาวเหยียดเกินกว่าที่มนุษย์เงินเดือนทั่วไปอย่างพวกเขาจะไล่ตามทันชายหนุ่มที่ยืนอยู่ในห้องประชุมล้วงกระเป๋ากางเกงข้างหนึ่ง ชุดสูทสั่งตัดอย่างประณีตช่วยเสริมบุคลิกที่สง่างามและภูมิฐาน ขับเน้นให้เห็นถึงรูปร่างสูงโปร่งของเขาอย่างชัดเจน ความอ่อนวัยในอดีตถูกขัดเกลาจนกลายเป็นความเฉียบคม แม้อายุยังน้อยแต่กลับเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่น่าเกรงขาม มือที่เห็นข้อกระดูกชัดเจนถือรีโมตคอนโทรลขณะอธิบายข้อมูลบน PPT อย่างคล่องแคล่ว เสียงทุ้มกังวานสะท้อนไปทั่วห้องประชุมทุกคนต่างพากันกลั้นหายใจ เพราะกลัวว่าจะทำอะไรให้เจ้านายคนใหม่เสียความรู้สึกตั้งแต่ครั้งแรก สวี่เพียวเพียวแทบอยากจะก้มหัวให้จมดิน
더 보기

บทที่ 2

ทั้งแผนกตกอยู่ภายใต้ความกดดันของหัวหน้าคนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาแบบสายฟ้าแลบทุกคนจำต้องอยู่ทำโอทีจนกระทั่งสามทุ่มถึงจะเคลียร์งานในมือเสร็จ โดยเฉพาะเหล่าหัวหน้าทีมที่โดนฮั่วจี้เซินตำหนิกลางที่ประชุม ต่างก็นั่งหน้าสลดพลางจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากขอเลิกงานเลยสักคนจู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ของสวี่เพียวเพียวก็ดังขึ้น ซึ่งเป็นสายจากเหลียนฮว่า ลูกสาวตัวน้อยที่โทรมาถามว่าเมื่อไหร่แม่จะกลับบ้านสวี่เพียวเพียวรีบกดรับและลดเสียงให้เบาที่สุด “ฮว่าฮว่า หนูกับคุณย่าไปนอนก่อนนะลูก เดี๋ยวแม่กลับดึกหน่อย” เหลียนฮว่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้วไร้เดียงสา “ตกลงค่ะแม่ แม่ไม่ต้องทำงานเหนื่อยเกินไปนะ ฮว่าฮว่ากับคุณย่ากินข้าวให้น้อยลงก็ได้ค่ะ”ประโยคนั้นทำให้สวี่เพียวเพียวถึงกับรู้สึกแสบที่จมูก เธอรีบวางสายเพื่อไม่ให้ตัวเองเสียอาการ แต่ในใจกลับไม่สามารถสงบลงได้เลย ในหัวมีแต่คำพูดแสนซื่อของลูกสาววนเวียนอยู่ สวี่เพียวเพียวใช้นามสกุลตามแม่ผู้ให้กำเนิดของเธอ ส่วนพ่อของเธอแซ่เหลียน หลังจากพ่อเสียชีวิต ด้วยความระลึกถึง สวี่เพียวเพียวและแม่จึงให้ลูกสาวใช้นามสกุลเหลียนตามคุณตาและก็ไม่มีใครรู
더 보기

บทที่ 3

หลังจากนั่งแท็กซี่กลับถึงบ้าน สวี่เพียวเพียวก็ย่องเข้าบ้านอย่างเงียบเชียบที่สุด เธอจัดการล้างหน้าล้างตาก่อนจะแอบเข้าไปดูในห้องนอนเล็ก แล้วก็เห็นแม่สวี่กับเหลียนฮว่ากำลังหลับสนิทแม่สวี่ขมวดคิ้วพลางกระซิบถาม “ทำไมกลับดึกนักลูก? หิวไหม? เดี๋ยวแม่ไปต้มบะหมี่ให้กิน” แม่สวี่พูดพลางพะยุงตัวจะลุกขึ้น สวี่เพียวเพียวรีบกดไหล่แม่ไว้ทันที “หนูกินมาแล้วค่ะ แม่นอนเถอะ” ครั้นแล้วก็แม่สวี่ถึงยอมเอนตัวลงนอนต่อ เพื่อไม่ให้รบกวนการทำงานของลูกสาว ปกติแม่สวี่จะพาเหลียนฮว่านอนอีกห้องหนึ่ง ซึ่งแยกกับสวี่เพียวเพียวหลังจากตระกูลสวี่ล้มละลาย สวี่เพียวเพียวก็พาแม่และลูกสาวมาเช่าห้องพักในตึกเก่า ๆ แห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไกลจากบริษัทพอสมควร เธอเดินเข้าไปห้องครัวแล้วต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถ้วยหนึ่งโดยไม่ได้เปิดไฟ อาศัยเพียงแสงจากหน้าจอโทรศัพท์ไล่อ่านข้อมูล ซึ่งในเว็บบอร์ดภายในของบริษัทตอนนี้มีแต่เรื่องของฮั่วจี้เซินเต็มไปหมด แม้แต่พื้นที่ในมือถือของเธอก็ถูกเขายึดครองไปโดยปริยาย ในฐานะเจ้านายสายฟ้าแลบคนใหม่ที่โปรไฟล์เริ่ดและหน้าตาหล่อเหลาขนาดนั้น เพื่อนร่วมงานจึงต่างพากันแอบถ่ายรูปเขามาลงเว็บบอร์ดจนล้
더 보기

บทที่ 4

สวี่เพียวเพียวไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเธอไม่รู้เลยว่าตอนนี้ฮั่วจี้เซินมีสีหน้าที่ย่ำแย่เพียงใด รู้เพียงแค่ว่าการถูกเขาจ้องมองแบบนี้ทำให้กล้ามเนื้อทั่วร่างของเธอหดเกร็งไปหมดจนอยากจะหนีไปจากที่นี่เสียให้พ้น เมื่อพูดจบเธอจึงรีบหันหลังเดินออกจากห้องพักเบรกไปทันทีฮั่วจี้เซินบีบแก้วกาแฟในมือแน่นพลางมองตามแผ่นหลังของสวี่เพียวเพียวที่ดูเหมือนยกภูเขาออกจากอกเมื่อก่อนเธอไม่เคยดื่มอเมริกาโน่เย็นเลยสักครั้ง และมักจะบ่นว่ามันทั้งขมทั้งเปรี้ยวแต่ตอนนี้เธอกลับดื่มมันเสียแล้วฮั่วจี้เซินมองตามแผ่นหลังที่หายลับไปจากสายตาของสวี่เพียวเพียว ดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝาดฉายอารมณ์ที่ซับซ้อน เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนจะสบถคำหยาบคายออกมาเบา ๆเมื่อกลับถึงห้องทำงาน ฮั่วจี้เซินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาเจียงซ่งทันที“พี่เซิน มีอะไรหรือเปล่าครับ?”“สวี่เพียวเพียวแต่งงานกับใคร?”ปลายสายสะดุดเฮือก เจียงซ่งงุนงงจนจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าฮั่วจี้เซินมาไม้ไหน แต่ก็ยังตอบไปตามตรงว่า “ผมไม่ทราบครับ”“เธอไปจดทะเบียนสมรสที่ต่างประเทศ เห็นว่า... พอรู้ตัวว่าท้อง ก็เลยตัดสินใจแต่งงานเลย ผมเองก็ยังไม
더 보기

บทที่ 5

สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เจียงหรั่นมักจะไปหาฮั่วจี้เซินที่มหาวิทยาลัยเอบ่อย ๆโดยทุกครั้งจะใช้ชื่อของพี่ชายอย่างเจียงซ่งเป็นข้ออ้างเสมอและช่วงเวลานั้นเองที่เธอมักจะได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่คอยตามติดฮั่วจี้เซินราวกับเงา ผู้หญิงคนนั้นรูปร่างสูง มีทรวดทรงเด่นชัด สวมเสื้อผ้าสีสันสดใสสะดุดตา เธอเหมือนกับแสงอาทิตย์ยามเที่ยงวันที่เจิดจรัสเพียงมองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นลูกคุณหนูที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมเจียงหรั่นรู้จากปากของเจียงซ่งว่า ผู้หญิงคนนั้นชื่อสวี่เพียวเพียว เป็นแฟนของฮั่วจี้เซิน เรียนอยู่คณะศิลปะไม่มีใครคาดคิดว่าคนที่มีบุคลิกเย็นชาสูงส่งและดูสะอาดสะอ้านราวกับแสงจันทร์อย่างฮั่วจี้เซิน จะมาคบกับคุณหนูผู้เอาแต่ใจและดูจะไร้รสนิยมในสายตาคนอื่นเช่นนี้เจียงซ่งเคยบอกว่า ฮั่วจี้เซินค่อนข้างยากจน ที่คบกันก็คงเพราะสวี่เพียวเพียวใช้เงินฟาดหัว ซึ่งเจียงหรั่นเองก็เชื่อแบบนั้นจนกระทั่งมีการร่วมงานทางธุรกิจครั้งหนึ่ง เธอถึงได้รู้ว่าจริง ๆ แล้วฮั่วจี้เซินคือบุตรชายคนโตของตระกูลฮั่ว และเป็นผู้สืบทอดกลุ่มบริษัทในอนาคตเจียงหรั่นจึงมั่นใจว่า ระหว่างฮั่วจี้เซินกับสวี่เพียวเพียวก็คงแค่เล่น ๆ
더 보기

บทที่ 6

ฮั่วจี้เซินดึงลิ้นชักออกมา จากนั้นแกะแผงยากระดาษฟอยล์แล้วกินยาลอราทาดีนลงไป “แพ้น่ะครับ”คุณนายฮั่วยอมรับว่า ตอนแรกที่เห็นรอยบนคอของเขา เธอแอบคิดว่าในที่สุดลูกชายก็มีแฟนเสียที แต่อาจจะยังไม่สะดวกพามาเปิดตัว ใครจะไปรู้ว่าที่แท้... คืออาการแพ้.....คุณนายฮั่วรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย“อาเซิน หนูหรันหรั่นบอกว่าอยากจะไปฝึกงานที่บริษัท แกช่วยจัดการให้หน่อยนะ”“ให้เธอทำตามขั้นตอนครับ ถ้าสัมภาษณ์ผ่านก็เข้าได้”คุณนายฮั่วเริ่มไม่พอใจและอดไม่ได้ที่จะบ่นว่า “หรันหรั่นเรียนจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังเชียวนะ แค่ไปฝึกงานที่บริษัททำไมต้องเดินเรื่องทำตามขั้นตอนให้ยุ่งยากด้วย? อาเซิน แกจะช่วยอำนวยความสะดวกให้หน่อยไม่ได้เชียวเหรอ?”ฮั่วจี้เซินปรายตาขึ้นมอง “ไม่ได้ครับ”เจียงหรั่นออกจะหน้าตาสะสวย ฐานะทางบ้านก็คู่ควรเหมาสมกัน แถมยังแอบชอบฮั่วจี้เซินมาตั้งหลายปีมันมีไม่ดีตรงไหนกัน?คุณนายฮั่วมองลูกชาย ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกไม่มั่นใจ จนต้องถามเสียงสูงออกไปว่า “อาเซิน แกไม่ได้... ชอบผู้ชายใช่ไหม?”“...” ฮั่วจี้เซินนวดหว่างคิ้วด้วยความเหนื่อยหน่าย เขาพยายามสะกดกลั้นอารมณ์อย่างถึงที่สุด “ผมเคยมีแฟนครับ”
더 보기

บทที่ 7

ที่ฉินอวี่โยวแกล้งเล่นกับเหลียนฮว่า ทั้งหมดก็เพราะเธอหน้าตาน่ารักฉินอวี่โยวกล่าวว่า “ขอแค่เธอให้อภัยฉัน ต่อไปในโรงเรียนอนุบาล ฉันจะปกป้องเธอเอง ฉันรับรองว่าจะไม่มีใครกล้าแกล้งเธออีก”เขาหวาดกลัว... กลัวว่าแม่ของเหลียนฮว่าจะให้เธอย้ายโรงเรียนเพราะเรื่องนี้ สวี่เพียวเพียวคิดเช่นนั้นจริง ๆ แต่การย้ายโรงเรียนอาจจะทำให้ต้องไปเจอกับเรื่องแบบเดิมอีกเธอถามลูกสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ฮว่าฮว่า หนูอยากย้ายโรงเรียน หรืออยากอยู่ที่นี่ต่อจ๊ะ?”เหลียนฮว่าครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “คุณครูและเพื่อนคนอื่น ๆ ดีมากค่ะ”สวี่เพียวเพียวเองก็มีความคิดส่วนตัวหลังเกิดเรื่องนี้ ด้วยความรู้สึกผิด ฮั่วจี้เซินคงจะใช้อิทธิพลกดดันและควบคุมไม่มากก็น้อย อย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องกังวลว่าลูกสาวจะเจอจอมวายร้ายตัวน้อยอย่างฉินอวี่โยวอีกและในเมื่อรู้จักขอโทษ ฉินอวี่โยวก็คงไม่ใช่เด็กที่เยียวยาไม่ได้สวี่เพียวเพียวบอกให้ฮั่วจี้เซินจอดรถตรงทางแยกใกล้บ้าน เธอพาเหลียนฮว่าลงรถไปโดยไม่ได้พูดอะไรกับเขามากนัก เพราะเธอไม่มีอารมณ์จะเสวนาด้วยเพียงแค่มองจากแผ่นหลัง ฮั่วจี้เซินก็ดูออกว่าตอนนี้สวี่เพียวเพียวกำลังโกรธ
더 보기

บทที่ 8

สวี่เพียวเพียวสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะกระชากม่านเปิดออกทันทีเธอจ้องมองหญิงชราที่ยังคงด่าทอด้วยความโกรธแค้นจนขาดสติด้วยใบหน้าที่เย็นชา“ปากไม่สร้างกุศล ระวังผลกรรมจะตกที่ลูกหลานนะคะ”สวี่เพียวเพียวสวมหน้ากากอนามัย ใบหน้าของเธอเล็กมากจนหน้ากากปิดไปเกือบครึ่ง เหลือเพียงดวงตาคู่สวยที่สั่นระริกด้วยความโกรธจัดหญิงชราขึ้นเสียงสูง “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับหล่อนยะ?”ในจังหวะนั้น คุณหมอถือยาเดินเข้ามาพอดี “เอะอะอะไรกัน? ถ้าไม่ตรวจก็ออกไป”“ที่นี่โรงพยาบาล ไม่ใช่ตลาดสด”เพราะหลานชายสุดที่รักล้มป่วย หญิงชราจึงโยนความผิดทั้งหมดให้แม่ลูกคู่หนึ่ง เมื่อถูกผู้หญิงแปลกหน้าขัดจังหวะโทสะจึงยิ่งเดือดดาลหญิงชราเงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าสวี่เพียวเพียว เธอกำลังอุ้มเหลียนฮว่าอยู่จึงหลบไม่ถนัด ทำได้เพียงกัดฟันหลับตาแน่นและเบือนหน้าไปอีกทางทว่าฝ่ามือนั้นกลับค้างกลางอากาศข้อมือของหญิงชราถูกฮั่วจี้เซินคว้าไว้แน่น เขาขมวดคิ้วเข้มก่อนจะสะบัดมือของหญิงชราออกไปอย่างไม่ใยดีสวี่เพียวเพียวลืมตาขึ้นด้วยความประหลาดใจฮั่วจี้เซินมาที่นี่ได้ยังไง?ทันใดนั้น เธอนึกถึงสายที่โทรเข้ามาเมื่อครู่ หรือว่าเขาได้ยินว่าภร
더 보기

บทที่ 9

“ถ้าเธอมีปัญญา ก็ไปหาคุณฮั่วให้เขาเปลี่ยนตำแหน่งให้เองสิ ในเมื่อมาฝึกงานที่แผนกเลขาก็ต้องทำตามกฎระเบียบ”เจียงหรั่นเดินสะบัดหน้าออกไป ถ้าจะขายหน้าก็คงขายหน้ากันทั้งแผนกนั่นแหละฮั่วจี้เซินมีเลขาอยู่เจ็ดแปดคน แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนจะได้เจอเขา และเด็กฝึกงานที่เพิ่งจบใหม่อย่างเจียงหรั่นยิ่งไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะอยู่ชั้นเดียวกับห้องทำงานของฮั่วจี้เซินด้วยซ้ำเมื่อถูกตำหนิ เจียงหรั่นก็รู้สึกโกรธแค้นในใจ เนื่องด้วยเล็บที่ต่อมาอย่างยาวทำให้เคาะคีย์บอร์ดไม่ถนัด เธอจึงโยนงานทิ้งไว้ข้าง ๆแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา จากนั้นเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เจียงซ่งฟังทุกอย่างเจียงซ่งที่กำลังยุ่งจนหัวหมุนก็ไม่มีกะจิตกะใจจะปลอบน้องสาว “พี่สั่งอาหารญี่ปุ่นร้านที่เธอชอบไปให้แล้วนะ สั่งเผื่อเพื่อนร่วมงานเธอด้วย ทำตัวดี ๆ ล่ะ อย่าทำให้พี่เซินลำบากใจ”เจียงหรั่นยังเด็กเกินไป เธอไม่เข้าใจศิลปะการเอาตัวรอดในโลกการทำงานเลยสักนิดเมื่อถึงเวลาเหมาะสม สวี่เพียวเพียวจึงลงลิฟต์ไปยังที่จอดรถเพื่อไปหารถของฮั่วจี้เซิน“คุณฮั่วคะ ฉันมาถึงแล้วค่ะ”“อีกสองนาที”ครู่ต่อมา ฮั่วจี้เซินออกมาจากลิฟต์ส่วนตัว แล้วใช้กุญแจรีโมตเปิดล
더 보기

บทที่ 10

อาหารญี่ปุ่นที่เจียงซ่งสั่งมามีปริมาณมากเจียงหรั่นเดินแจกไปทั่ว แต่คนในแผนกเลขานุการกลับไม่มีใครรับเลยสักคน ในสายตาของพวกเขามีแต่งาน และเงินเดือนอันสูงลิ่วที่ฮั่วซื่อกรุ๊ปจ่ายให้นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาไปนั่งทานอาหารหรู ๆ เองได้สบายหลังจากเจียงหรั่นมาถึงในตอนเช้า เธอก็จัดการเอกสารรายงานไปเพียงฉบับเดียวแถมยังผิดพลาดเต็มไปหมด เซ่ามู่ต้องใช้ความอดทนอย่างสูงคอยสอนเธออยู่นาน แต่กลับพบว่าสายตาของเธอมักจะเหลือบมองไปที่ลิฟต์ส่วนตัวของผู้บริหารอยู่ตลอดเวลาเซ่ามู่เริ่มหงุดหงิด เขาจึงทำหน้าขรึมแล้วบอกว่า “ไม่ต้องหรอกครับ ผมจะไปกินที่โรงอาหาร”เมื่อไม่มีใครรับ เจียงหรั่นก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ ตรงกันข้ามเธอกลับดูคึกคักขึ้นมา “พี่เซิน... เอ้อ คุณฮั่วทานมื้อเที่ยงหรือยังคะ? ฉันเอาไปส่งให้เขาดีกว่า”ตอนแรกเซ่ามู่ตั้งท่าจะปฏิเสธแต่พอคิดดูอีกที ผู้หญิงคนนี้เอาแต่เรียกคุณฮั่วว่าพี่เซินไม่ขาดปาก เผื่อว่าเธอจะมีความสัมพันธ์อะไรบางอย่างกับคุณฮั่วจริง ๆ?เขาจึงไม่ได้ห้าม และปล่อยให้เจียงหรั่นหอบอาหารญี่ปุ่นขึ้นไปยังห้องทำงานประธานเมื่อเธอเดินจากไปอย่างร่าเริง สมาชิกในทีมเลขาที่นั่งต
더 보기
이전
123
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status