LOGIN“ยังเรียกแม่นั่นว่าแฟนอีกเหรอคุณดี ตอนนี้ลูกมีเมียเป็นตัวเป็นตนแล้วลูกยังเรียกผู้หญิงคนนั้นว่าแฟนได้ยังไง”
“สำหรับผมแล้วตองเป็นแฟนของผมเสมอ เป็นคนที่ผมรักตลอดแม้แต่ตอนนี้ผมก็ยังรักเธอ เชิญครับ ผมจะเข้าหอ” เขาลุกขึ้นไปเปิดประตูห้องหอพร้อมผายมือเชิญท่านออกไปจากห้อง
“แม่ไปก่อนนะจันทร์ คืนนี้เป็นคืนที่ดีเป็นวันดี แม่อยากให้หนูอดทนนะจันทร์ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้และวันต่อๆ ไปหนูยังมีแม่คนนี้อยู่จำไว้แม่รักหนูนะ และขอบคุณที่ทำทุกอย่างเพื่อแม่มาตลอด ความดีของลูกจะทำให้ลูกผ่านมันไปได้ เพียงแต่อดทนไปก่อนนะลูก แม่เชื่อว่าสักวันคุณดีจะมองเห็นลูกของแม่บ้าง” นางก้มลงเอ่ยกับเจ้าสาวที่นั่งเงียบมาตลอดที่นางและลูกชายฟาดฟันฝีปากกัน
“ความดีมันกินไม่ได้คุณแม่ก็รู้ และอีกอย่างผู้หญิงอย่างจันทร์จะมีอะไรดีกันเชียว และเชิญได้แล้วครับผมจะเข้าหอ” ยิ่งหงุดหงิดเมื่อแม่ที่รักนั้นใส่ใจความรู้สึกกลิ่นจันทร์มากกว่าเขา
“ค่ะคุณแม่”
เธอก้มลงกราบเท้าผู้มีพระคุณของตัวเองแล้วลุกขึ้นประคองท่านลุกขึ้นจากเตียงแล้วพาเดินไปส่งที่หน้าประตูห้อง
“คุณดีอย่ารุนแรงกับน้องนะลูก” ก่อนจะเดินออกจากห้องไปไม่วายสั่งลูกชาย
“หึ! คุณแม่อย่าคาดหวังอะไรจากผมเลย ผมมันไม่ใช่ลูกรักของคุณแม่เหมือนเธอ”
เขาพูดแค่นั้นก็ดันร่างของแม่ที่รักออกไปให้พ้นประตูห้องแล้วปิดกระแทกเต็มแรง
ปัง!
ล็อกกลอนทันทีเมื่อประตูห้องปิดสนิท เมื่อล็อกกลอนเรียบร้อยก็หันมามองเจ้าสาวของตัวเองในวันนี้ เขาไม่เคยมีความคิดมากก่อนว่าตัวเองจะแต่งงานและไม่เคยมีภาพมาก่อนว่าเจ้าสาวจะเป็นกลิ่นจันทร์
“สะใจแล้วใช่ไหมที่ทำให้ฉันเป็นลูกชังของคุณแม่ได้ เป็นไงล่ะออดอ้อนจนท่านจะยกสมบัติให้ล่ะสิ”
ผลักไหล่เล็กของกลิ่นจันทร์ให้ถอยหลังไปยังเตียงนุ่มที่ตกแต่งสีชมพูหวานพร้อมบนเตียงมีกลีบกุหลาบสีขาวและแดงโรยเป็นรูปหัวใจคู่
“คะ...คุณดีพูดอะไรคะ จันทร์ไม่รู้เรื่อง”
“ไม่รู้เรื่องเหรอ ตุ๊บ! ”
พวงมาลัยที่คล้องคอของธรรพ์ถูกกระชากโยนทิ้งพร้อมด้วยเท้าใหญ่ของเขาบดขยี้พวงมาลัยมงคลสมรสทิ้งด้วยความเดือดดาล
“คุณดีอารมณ์ไม่ดีงั้นจันทร์ขอตัวกลับห้องของจันทร์ก่อนนะคะ” เธอบอกเขาเสียงเบา
หึ!
“ยัยโง่! กลับห้อง อย่าโง่หน่อยเลยวันนี้เราแต่งงานกันแล้วและคุณแม่อยากมีหลาน ฉันว่าเรามาทำให้เสร็จๆ กันไปดีกว่า รีบนอนด้วยกัน เอากันให้เสร็จจะได้ท้อง ทันทีที่เธอท้องฉันจะไม่แตะต้องเธออีกเลย แม้แต่ปลายเส้นผมฉันก็จะไม่แตะต้องเธอ และลูกก็เหมือนกันฉันจะยกเขาให้เธอเพราะเขาคือลูกที่ฉันไม่ต้องการ” เขาบอกเสียงเข้มพร้อมยกมือขึ้นวางทาบทับหัวไหล่ของกลิ่นจันทร์
“จันทร์ยังไม่พร้อม” เธอบอกเขาไม่เต็มเสียงนัก
“ฉันไม่สนใจว่าเธอจะพร้อมหรือไม่พร้อมสำหรับฉัน เพราะตอนนี้เธอคือเจ้าสาวของฉัน ก็ควรทำหน้าที่เมียสิ แถมตอนนี้เราก็กำลังเข้าหอกัน อย่าคิดจะออกไปจากห้องหอได้ เธอต้องอยู่กับฉันทำหน้าที่เมียของฉัน ควรจะรู้แต่แรกว่ายังไงเราก็ต้องนอนด้วยกันเพราะเธอแต่งงานมาเป็นเมียของฉันไม่ได้แต่งงานมาเป็นเจ้านาย ฉะนั้นทำหน้าที่ของเธอฉันก็จะทำหน้าที่ของฉันเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย แล้วเราจะได้ต่างคนต่างอยู่กันสักที”
คำพูดของเขาช่างบาดใจยิ่งนัก เขาเป็นคนตรงปากร้ายตลอดและตอนนี้เขาก็แสดงถึงความต้องการของตัวเองออกมาชัดเจนไม่มีปิดบัง ดวงตาสีทมิฬของเขาก็เต็มไปด้วยไฟโทสะที่จะแผดเผาเธอให้มอดไหม้ในตอนนี้ แล้วก็ต้องเบ้ปากเล็กน้อยเมื่อมือที่วางบนไหล่ตัวเองนั้นกำลังบีบแน่นจนเธอรู้สึกเจ็บถึงแรงบีบของเขา
“จันทร์...”
“พูดมากน่ารำคาญ รีบมาทำเรื่องของเราให้จบจะได้รีบท้อง ฉันไม่อยากทนอยู่กับเธอนาน ทันทีที่เธอท้องเราจะแยกกันอยู่ต่างคนต่างอยู่” เขาบอกเธอพร้อมกับปล่อยมือจากไหล่เล็กแล้วเดินไปนั่งที่เตียงนุ่มพร้อมตบที่นั่งข้างๆ ตัวเองให้เธอมานั่งลง
“เราจะหย่ากันไหมคะ”
“แน่นอนถ้าคุณแม่ให้ฉันหย่ากับเธอ แต่ฉันรู้จักคุณแม่ดียังไงท่านก็ไม่ให้ฉันหย่ากับเธอ แต่ถึงไม่หย่าฉันก็ไม่มีวันอยู่กับเธอ เพราะฉันเกลียดเธอ”
น้ำเสียงหนักแน่นพร้อมกับสันกรามที่ปูดโปนขึ้นตามอารมณ์ของเจ้าของใบหน้าหล่อที่มีเคราเขียวครึ้มล้อมกรอบหน้าเป็นทรงสวยงาม
อึก!
กลิ่นจันทร์พูดไม่ออกเพราะไม่รู้จะพูดคำไหนออกมาดีตอนนี้ เธอคงเป็นได้แค่ความเกลียดชังของเขา เป็นเจ้าสาวที่เขาไม่ต้องการแต่ก็ฝืนทนแต่งงานกับเธอเพื่อรักษาสมบัติที่เป็นของเขาไว้ เท้าเล็กก้าวช้าๆ ไปยังเตียงแล้วหย่อนก้นนั่งลงข้างๆ เขาตามที่เขาต้องการ
“ถอดเสื้อผ้าออกซะ” เขาสั่งทันทีเมื่อเธอนั่งลงข้างๆ
“จันทร์ขออาบน้ำก่อนนะคะ”
เธอบอกเขาพร้อมกับเคลื่อนตัวจะลุกขึ้นแต่ก็ต้องเสียหลักล้มลงไปยังเตียงจนกลีบกุหลาบกระจายแตกไม่เป็นรูป
ว้าย!
“คุณดี! ”
“ทำเป็นตกใจ วันนี้เธอต้องเป็นเมียฉันเธอน่าจะเตรียมตัวมาแล้ว หรือเสแสร้งเรียกอารมณ์ฉัน แต่เสียใจด้วยนะฉันกัดฟันทำไปงั้นๆ แหละ ฉันขยะแขยงเธอเต็มกลืนตอนนี้ แต่ฉันก็ต้องทนเพื่อที่เธอจะได้ท้อง”
เขาใจร้ายนัก ใจร้ายกับเธอเหลือเกิน คำพูดของเขามันร้ายกาจ กรีดใจหล่อนไม่เหลือชิ้นดีจนเลือดไหลอาบท่วมหัวใจแล้วตอนนี้ แต่ก็ต้องกัดฟันฝืนทนความเจ็บปวดความขมขื่นในครั้งนี้ ถึงเขาจะเลวจะแสดงความเกลียดชังตัวเองมากแค่ไหนหัวใจเธอก็ไม่เคยมองเขาเป็นคนเลวคนน่าชังได้สักที ทำไมกันนะ ทำไมต้องปักใจรักมั่นแต่เพียงเขาด้วย
กลิ่นจันทร์มายืนที่หน้าตึกสูงระฟ้าสี่สิบชั้นของโรงแรมโมกขจร ทันทีที่เธอลงจากรถคนขับรถก็ขับรถกลับบ้านทันที เพราะคุณแม่บอกให้มาส่งเธอแล้วก็กลับ เท้าเล็กของเธอก้าวเดินเข้าไปในตัวตึกทีละก้าวๆ ช้าๆ ด้วยความไม่มั่นคงเท่าไหร่นัก ด้วยกลัวว่าจะโดนพายุอารมณ์โกรธของเจ้าของโรงแรม เธอรู้ว่าห้องทำงานของเขาอยู่ชั้นไหน กลิ่นจันทร์เดินไปยังลิฟต์โดยสารแล้วกดเรียกลิฟต์ รอไม่นานประตูลิฟต์ก็เปิดออก เธอก้าวเข้าไปในลิฟต์พร้อมกดเลือกชั้นสูงสุดเพื่อไปห้องทำงานของผู้บริหารหนุ่ม ใช่ผู้บริหารคือสามีของเธอ และตอนนี้เธอก็มาหาเขา กลิ่นจันทร์แต่งตัวด้วยชุดเดรสซีฟองตัวยาวคลุมเข่าลายลูกไม้สีฟ้าอ่อน ผมยาวสลวยปล่อยสยายเต็มหลังพร้อมม้วนเป็นลอนวอลลุ่มสวยงามแบบผมสุขภาพดี เมื่อโดยสารลิฟต์มาถึงชั้นที่เลือกแล้วประตูลิฟต์ก็เปิดกว้างออกเท้าเล็กๆ ที่ใส่รองเท้าผ้าใบสีขาวก็เดินออกมาจากลิฟต์ พร้อมกระเป๋าสะพายข้างใบเล็กใบเก่าของตัวเองเดินไปทางห้องทำงานของเจ้าของโรงแรม พอเดินมาถึงก็หยุดทักทายเลขาวัยกลางคนของเขาก่อน “สวัสดีค่ะพี่พรรณี” เธอยกมือไหว้อีกฝ่ายด้วยความเคารพ
“อือ รักสิ ผมรักตองที่สุด” แล้วสุดท้ายเขาก็ตอบหล่อนและคำตอบนั้นก็ทำให้ใบตองยิ้มแก้มปริผละหัวจากไหล่เขามาหอมแก้มสากแรงๆ “อือ หอมจังเลยค่ะ งั้นคืนนี้อยู่กับตองนะคะ” หล่อนตวัดเรียวแขนคล้องลำคอหนาอย่างออดอ้อน “ได้สิ คืนนี้ผมจะอยู่กับตอง” “น่ารักที่สุดเลยคุณดีของตอง ตอนนี้ตองเชื่อใจคุณดีนะคะ เชื่อว่าความรักของเราจะยังเหมือนเดิม และจะทำเพื่อเราสองคนเหมือนที่พูดสัญญาไว้ก่อนจะแต่งงานใช่ไหมคะ” หล่อนถามย้ำคำสัญญาของเขาก่อนหน้านี้ “แน่นอน ผมจะทำเพื่อเราสองคน ผมรักตองนะ” เขาโอบกอดหล่อนแล้วโมลงหอมหน้าผากมนแผ่วเบา แปลกเขากลับรู้สึกว่ากลิ่นน้ำหอมที่ใบตองใช้ประจำฉุนจนต้องเบือนหน้าหนีทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเขาชอบกลิ่นน้ำหอมที่หล่อนใช้จะตายไป “งั้นเราไปซื้อของทำกับข้าวกันไหมคะคุณดี เนี่ยก็บ่ายสองกว่าแล้วนะคะ” “ตองไม่กลัวนักข่าวเห็นเหรอ”เขาถามแฟนสาวที่กำลังฮอตในตอนนี้ ใบตองเป็นนางแบบที่เป็นที่ต้องการของนิตยสารมากที่สุดตอนนี้ไม่ว่านิตยสารหัวไหนเล่มไหนก็อยากได้หล่อนไปขึ้นปกทั้งนั้นในตอนนี้ “ไม่กลัว
ตามร่างกายของกลิ่นจันทร์เต็มไปด้วยร่องลอยของธรรพ์ เขาคือสามี เขาคือเจ้าบ่าว เขาคือผู้ชายคนเดียวที่หล่อนรักมาตลอด แต่ตอนนี้เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าความรักของตัวเองนั้นรักถูกคนหรือเปล่า กลิ่นจันทร์กอดตัวเองแน่นอยู่บนเตียงแล้วเสียงเคาะประตูหน้าห้องก็ดังขึ้น ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! “ใครคะ?” เธอร้องถามคนที่เคาะประตูห้อง “แม่เองลูก” คุณนายผิงส่งเสียงร้องตะโกนตอบกลับมาด้วยรู้ดีว่าห้องนี้เก็บเสียงดีมากจึงร้องตะโกนตอบกลับมาดัง “คุณแม่เหรอคะ” เธอรีบมองหาชุดตัวเองแล้วก็เห็นชุดเจ้าสาวแสนสวยที่ถูกทิ้งข้างเตียงอย่างไร้ค่าก็อดน้ำตาซึมไม่ได้ แต่ก็ต้องรีบลุกกอดผ้าห่มห่อตัวเองเดินไปเปิดประตูห้อง แม้จะลำบากด้วยแข้งขาอ่อนแรงและเจ็บกลางกายความเป็นสาวยามขยับตัวและก้าวเดินก็ตามแต่ แอค! ประตูบานใหญ่ถูกเปิดกว้างออกพร้อมกับเจ้าของห้องและผู้มาหาที่ยืนส่งยิ้มให้ตัวเองอยู่หน้าห้อง “เป็นอะไรรึเปล่าลูก เนี่ยก็บ่ายโมงแล้วนะหนูจันทร์”นางถามด้วยความเป็นห่วง เพราะเมื่อเช้ากลิ่นจันทร์ไม่ได้ตื่นลงไปใส่บาตรกับตัวเอง พ
นาทีนี้ร่างเปลือยของเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่อีกคนฝืนกัดฟันแต่งงานด้วย ส่วนอีกคนนั้นเต็มใจและพร้อมจะทำหน้าที่ภรรยาของเขาแม้ว่าเขาจะเกลียดชังตัวเองมากนักก็ตาม หัวใจสาวของกลิ่นจันทร์เต้นระรัวเมื่อถูกทาบทับด้วยร่างใหญ่ และสองมือของเขาก็บีบนวดคลึงเคล้นเต้าของเธอ แม้จะรู้สึกเจ็บและไม่คุ้นชินแต่ก็ไม่อาจปฏิเสธหรือผลักไสเขาไปไหนได้ เมื่อมันคือหน้าที่ของภรรยาที่ต้องทำร่วมกับสามี “เธอจำไว้ว่าสิ่งที่ฉันทำตอนนี้คือหน้าที่เท่านั้น ฉันไม่เคยคิดจะแตะต้องเธอเลยสักนิดจันทร์ แต่ฉันก็ต้องแตะต้องกาฝากอย่างเธอเพราะแม่ของฉันต้องการหลานที่เกิดจากเธอ” เขาพูดแล้วก็โน้มหน้าลงไปซุกไซ้ซอกคอระหง กลิ่นจันทร์ได้แต่เม้มปากแน่นเก็บความจุกเจ็บไว้ในอกของตัวเองแต่น้ำตาของหล่อนก็ห้ามไม่ได้เหมือนความเจ็บที่อัดแน่นไว้ในอกมันกำลังไหลล้นดวงตาสวยออกทางหางตา อึก! เสียงสะอื้นไห้ของหล่อนดังลอดออกมาจากปากที่เม้มกันแน่จนคนที่กำลังขูดถูเคราสากตามซอกคอระหงผละออกมาดูแล้วแสยะยิ้มสมเพชส่งให้เธอแล้วพูดว่า... “น้ำตามันช่วยอะไรเธอไม่ได้หรอก ร้องไห้เป็นเลือดฉันก็ไม่คิดจะมองเธอเป็นอื่
“ฉันใจดีกับทุกคนยกเว้นเธอจันทร์ เพราะอะไรรู้ไหมเพราะฉันขยะแขยงเธอที่สุดแต่ก็ต้องกัดฟันนอนกับเธอเพื่อที่เธอจะได้ท้องลูกของฉัน” เขาเอ่ยลอดไรฟันออกมาแล้วผละตัวถอยห่างมาปลดเปลื้องชุดของตัวเองออกอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้เสียเวลาในการเข้าหอ อึก! เสียงกลืนน้ำลายของกลิ่นจันทร์ดังออกมาพร้อมกับมองจ้องไปยังแผงอกกำยำของคนตรงหน้าที่ตอนนี้เปลือยท่อนบนแล้วและก็ต้องเบือนหน้าหนีเมื่อมองต่ำกว่าสะดือของเขาลงมาก็เห็นไรขนอ่อนๆ พร้อมกับ ความเป็นบุรุษของเขา เธอเม้มปากแน่นเขินอายและหวาดกลัวตื่นเต้นในที “ฉันสั่งให้ถอดเสื้อผ้าทำไมไม่รีบถอด อย่าลีลานักเลย วันนี้เธอน่าจะดีใจนะที่ได้ครอบครองทุกอย่างสมใจแล้ว”เขาบอกหล่อนเสียงเหี้ยมเมื่อเปลือยร่างตัวเองเสร็จ เขาไม่นึกอายที่ต้องมาเปลือยต่อหน้าคนที่ตัวเองเกลียดชัง แต่ที่เขาต้องกัดฟันฝืนทนคือเรื่องต่อจากนี้มากกว่า เขาไม่อยากแนบกายในร่างหล่อนเลยให้ตายสิ แต่ก็ต้องทำเพื่อของที่เป็นของเขา หล่อนมันก็แค่ตัวหมากตัวหนึ่งเท่านั้น และธรรพ์ก็รู้ดีว่าเด็กกาฝากนั่นคิดยังไงกับตัวเอง และเขาก็ชัดเจนมาตลอดว่าเกลียดหล่อนยิ่ง
“ยังเรียกแม่นั่นว่าแฟนอีกเหรอคุณดี ตอนนี้ลูกมีเมียเป็นตัวเป็นตนแล้วลูกยังเรียกผู้หญิงคนนั้นว่าแฟนได้ยังไง”“สำหรับผมแล้วตองเป็นแฟนของผมเสมอ เป็นคนที่ผมรักตลอดแม้แต่ตอนนี้ผมก็ยังรักเธอ เชิญครับ ผมจะเข้าหอ” เขาลุกขึ้นไปเปิดประตูห้องหอพร้อมผายมือเชิญท่านออกไปจากห้อง“แม่ไปก่อนนะจันทร์ คืนนี้เป็นคืนที่ดีเป็นวันดี แม่อยากให้หนูอดทนนะจันทร์ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้และวันต่อๆ ไปหนูยังมีแม่คนนี้อยู่จำไว้แม่รักหนูนะ และขอบคุณที่ทำทุกอย่างเพื่อแม่มาตลอด ความดีของลูกจะทำให้ลูกผ่านมันไปได้ เพียงแต่อดทนไปก่อนนะลูก แม่เชื่อว่าสักวันคุณดีจะมองเห็นลูกของแม่บ้าง” นางก้มลงเอ่ยกับเจ้าสาวที่นั่งเงียบมาตลอดที่นางและลูกชายฟาดฟันฝีปากกัน“ความดีมันกินไม่ได้คุณแม่ก็รู้ และอีกอย่างผู้หญิงอย่างจันทร์จะมีอะไรดีกันเชียว และเชิญได้แล้วครับผมจะเข้าหอ” ยิ่งหงุดหงิดเมื่อแม่ที่รักนั้นใส่ใจความรู้สึกกลิ่นจันทร์มากกว่าเขา“ค่ะคุณแม่”เธอก้มลงกราบเท้าผู้มีพระคุณของตัวเองแล้วลุกขึ้นประคองท่านลุกขึ้นจากเตียงแล้วพาเดินไปส่งที่หน้าประตูห้อง“คุณดีอย่ารุนแรงกับน้องนะลูก” ก่อนจะเดินออกจากห้องไปไม่วายสั่งลูกชาย“หึ! คุณแ







