Masuk
สันกรามแกร่งปูดโปนตลอดนั่งอยู่ในพิธีมงคลสมรสของตัวเองในวันนี้ ให้ตายสิเขาไม่อยากเชื่อว่ายุคนี้ยังมีการคลุมถุงชนอยู่ และแน่นอนเขาถูกแม่ท่านที่รักคลุมถุงชนให้แต่งงานกับผู้หญิงที่เขารังเกียจที่สุดในชีวิต เขาเหลือบตามองคนที่นั่งยิ้มข้างๆ แล้วก็โกรธยิ่งนัก หล่อนคิดว่าได้แต่งงานกับเขาคือโชคดีสินะ ได้ ให้มันรู้ไปว่าการแต่งงานครั้งนี้จะเป็นสวรรค์หรือนรกกันแน่ หล่อนมันก็แค่เด็กต่ำต้อย เด็กกำพร้าที่แม่ของเขารับมาเลี้ยงดูแล
ความเกลียดชังของเจ้าบ่าวปกปิดไม่มิดแม้วันนี้แขกจะมาร่วมงานแต่งของเขามากมายตามคำเชิญของคุณแม่ที่รัก แน่นอนว่าท่านมีหน้ามีตาทางสังคม และเขาเองก็ไม่ต่างกัน เขาเป็นถึงเจ้าของโรงแรมโมกขจรซึ่งเป็นโรงแรมดังประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และยังเป็นมรดกตกทอดของตระกูลที่ส่งต่อกันมาจนมาถึงรุ่นของเขา ทุกอย่างอยู่ในความดูแลของเขาแต่จะไม่ตกเป็นของเขาโดยสมบูรณ์แบบถ้าเขาไม่ยอมแต่งงานกับกาฝากที่แม่เก็บมาดูแล
ด้านฝ่ายเจ้าสาวนั่งยิ้มตลอดงานที่มีแขกเข้ามาแสดงความยินดี เธอรู้ว่าเจ้าบ่าวนั้นเกลียดชังตัวเอง แต่จะให้ทำยังไงได้เมื่อวันนี้คือวันแต่งงานจะให้นั่งหน้าเศร้าอมทุกข์อยู่ได้เยี่ยงไร แม้จะทุกข์ขมขื่นระทมเพียงไรในอกก็ไม่อาจแสดงออกมาได้ สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือปั้นหน้ายิ้มแสร้งมีความสุขกับงานวิวาห์ที่ถูกจัดขึ้นในวันนี้
ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้แต่งงานกับชายที่หมายปองแอบมองมาตลอด และหล่อนก็เจียมตัวมาตลอดว่าตัวเองไม่คู่ควร แต่เมื่อธรรพ์ โมกขจร หรือคุณดี วัย 31 ปี เดินทางกลับมาจากฝรั่งเศสเมื่อสามปีก่อนก็มีการกำหนดงานแต่งงานของเธอเกิดขึ้น และงานแต่งจัดขึ้นทันทีเมื่อเธอเรียนจบปริญญาเมื่อเดือนที่แล้ว กลิ่นจันทร์ น้ำใจงาม หรือจันทร์ วัย 23 ปี หล่อนเป็นเพียงแค่กาฝาก เป็นแค่เด็กที่คุณท่านรับมาจากบ้านเด็กกำพร้า ท่านให้ที่อยู่ ให้การศึกษา ให้ชีวิตที่ไม่เคยคิดว่าจะมีได้ แต่เธอก็กลับได้รับความเอ็นดูจากท่านและนั่นเป็นสาเหตุที่ทำเธอตกลงแต่งงานกับลูกชายของท่านเพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณท่าน แม้ว่าลูกชายท่านจะไม่ปรารถนาในตัวหล่อนก็ตาม เพราะเธอแค่อยากทำตามที่ผู้มีพระคุณต้องการเท่านั้น ยิ่งตอนนี้โรคหัวใจของท่านกำเริบบ่อยๆ เธอจึงไม่อยากขัดใจท่าน และลูกชายท่านเองก็เหมือนกัน และเพื่อนทรัพย์สมบัติของตระกูลด้วยที่ธรรพ์ยอมแต่งงานกับเธอเพราะเขาไม่ต้องการให้เธอได้ครอบครองทุกอย่างที่เป็นของเขา เพราะคุณท่านยื่นคำขาดไปหากไม่แต่งงานกับเธอเขาจะไม่ได้รับอะไรสักอย่างจากท่านหากว่าท่านจากลาโลกนี้ไป ทุกอย่างจะตกเป็นของเธอแต่เพียงผู้เดียว นั่นคือจุดเริ่มต้นของงานแต่งงานที่ขมขื่นในครั้งนี้ ได้แต่ยิ้มเก็บน้ำตาไว้ในอกที่เศร้าตรมของตัวเอง
คุณนายผิงนั่งมองลูกชายและเด็กที่ตัวเองอุปการะมาเลี้ยงเหมือนลูกในไส้ ใช่นางเอ็นดูกลิ่นจันทร์ตั้งแต่แรกเห็นจึงรับเด็กสาวมาเลี้ยงดูแลตั้งแต่เธออายุแปดขวบ จนตอนนี้เป็นสาวสวยสะพรั่ง แถมเป็นเจ้าสาวที่สวยมาก แต่เสียดายความสวยของเธอเจ้าลูกชายตัวดีมองไม่เห็นมัน นางมองทั้งสองที่นั่งที่พื้นพรม ตอนนี้เป็นเวลาส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าห้องหอ นางมองทั้งสองแล้วก็เหนื่อยใจ อีกฝ่ายนั้นแสดงความเกลียดชังออกมาทางสีหน้า แววตาอย่างชัดเจนไม่คิดจะปิดบังใคร ส่วนเจ้าสาวคนสวยก็ได้แต่ฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความเศร้าหมองเคล้าน้ำตาของตัวเองแม้มันจะปกปิดไม่มิดก็ตาม
“เอาล่ะแม่รู้ว่าลูกไม่ได้เต็มใจกับงานแต่งงานครั้งนี้ แต่คุณดีก็แต่งงานกับน้องแล้ว แม่อยากให้คุณดีใส่ใจดูแลน้องบ้าง ไม่รักไม่เป็นไรแต่อย่าเฉยชากับน้องมากนักเลย ยังไงเสียตอนนี้ก็ถือว่าเป็นผัวเมียกันแล้ว”
ผิงนางบอกลูกชายที่นั่งก้มหน้ากัดฟันกรามแน่นอยู่ที่พื้นพรมตรงหน้าตัวเอง
“หึ! คุณแม่ยังคิดจะให้ผมใส่ใจผู้หญิงคนนี้อีกเหรอครับ ในเมื่อคุณแม่ก็รู้ดีว่าผมเกลียดกาฝากที่คุณแม่รับมาเลี้ยงมากแค่ไหน”
คำพูดของเจ้าบ่าวไม่รักษาน้ำใจไม่สนใจจิตใจของเจ้าสาวที่นั่งข้างตัวเองเลยสักนิด เขาแสดงความชัดเจนของอารมณ์ตัวเองออกมาเสมอ
“คุณดีสงบสติอารมณ์หน่อย แม่รู้ว่าลูกไม่เต็มใจ แต่ลูกก็แต่งงานจดทะเบียนสมรสกับหนูจันทร์ไปแล้ว”
ตอนนี้กลิ่นจันทร์เป็นสะใภ้ของนางเต็มตัวแล้ว เธอเปลี่ยนมาใช้นามสกุลของครอบครัวเขาเรียบร้อยแล้ว จาก “น้ำใจงาม” มาเป็น “โมกขจร” เรียบร้อยแล้ว ถือว่าตอนนี้กลิ่นจันทร์มีสิทธิ์มีเสียงทุกอย่างในสมบัติของนางที่สามีนางทิ้งไว้ให้ตอนที่เขาจากไปเมื่อสิบปีที่แล้ว
“ถ้าคุณแม่ไม่ยกเรื่องโรงแรมและทรัพย์สมบัติของบ้านเราขึ้นมาอ้างผมก็ไม่แต่งงานกับเด็กของคุณแม่หรอก และคุณแม่ก็รู้ว่าผมมีแฟนอยู่แล้ว” เขาบอกในตอนท้ายเมื่อคิดถึงแฟนสาวที่วันนี้เขาพยายามติดต่อหล่อนเท่าไหร่ก็ไม่ได้ เธอคงเสียใจที่เขาทำแบบนี้ แต่เขาทำอะไรไม่ได้เมื่อแม่ของเขายื่นคำขาดไปแล้ว ท่านไม่เคยขู่แต่ท่านทำจริงตามที่บอกทุกครั้ง ฉะนั้นเขาจึงต้องมาเป็นเจ้าบ่าวให้กลิ่นจันทร์ในวันนี้
“แฟนที่ใช้เรือนร่างหาเงินนั่นเหรอคุณดี อย่าคิดจะพาผู้หญิงแบบนั้นเข้าบ้าน และคุณดีคงรู้นะว่าเงื่อนไขในการแต่งงานยังไม่จบเท่านี้ คุณดีจะได้ทุกอย่างก็ต่อเมื่อมีหลานให้แม่ หลานที่เกิดจากคุณดีและหนูจันทร์เท่านั้น หลานที่เกิดจากลูกและผู้หญิงคนอื่นแม่ไม่ต้อนรับ” นางบอกอย่างเด็ดเดี่ยว
หึหึ
ธรรพ์ขำในลำคอสมเพชตัวเองเหลือเกิน ไม่เคยคิดว่าชีวิตจะตกต่ำขนาดนี้ ใช่เขาตกต่ำเหลือเกิน ตกต่ำถึงขั้นแต่งงานเพื่อรักษาสมบัติของครอบครัวไว้ เขาเกลียดกลิ่นจันทร์นัก เกลียดหล่อนที่สุด เกลียดจนอยากลุกขึ้นกดหัวบีบคอให้ตายคามือ เกลียดหน้าตาใสซื่อ เกลียด!
“คุณแม่อย่าดูถูกแฟนผม คุณแม่ต้องการหลานใช่ไหมครับ ได้ผมจะทำให้ตามที่คุณแม่ต้องการ ถ้างั้นตอนนี้ได้เวลาเข้าหอแล้วคุณแม่เชิญกลับห้องตัวเองได้แล้วครับ ผมจะทำหน้าที่ผัวของผมให้มันจบๆ ไป” เขาบอกท่านเสียงเหี้ยม
พั่บ! พั่บ! พั่บ!เสียงกระทบเนื้อของพวกเขาดังสอดประสานหนักหน่วงพร้อมเสียงครวญครางของพวกเขาก็ดังสลับกันขึ้นลงตลอดการเคลื่อนไหวบดกายของสาวตัวเล็ก ส่วนเอวหนาก็แอ่นเด้งรับทุกแรงกระแทกเสียวขย่มของแม่ของลูก เขาไม่อาจรุนแรงเอาแต่ใจตัวเองได้เพราะตอนนี้เจ้าตัวเล็กกำลังเติบในท้องของกลิ่นจันทร์“อ่า ไมไหวแล้วคุณดี จันทร์เหนื่อย อ่า” หล่อนทิ้งกายฟุบหน้าชื้นเหงื่อไปกับอกเปลือยชื้นเหงื่อของเขาด้วยความอ่อนแรง“อือ เดี๋ยวฉันจัดการต่อเองทูนหัว อ่า” เขาเคลื่อนไหวพลิกกายขึ้นมาเหนือร่างเล็กอีกครั้ง แล้วโยกไหวนำพาตัวเองและเธอไปให้ถึงสวรรค์ที่ไขว่คว้าได้“อ่า คุณดี อ่า ไม่ไหวแล้ว”“อือ ฉันรู้ อ่า เธอตอดรัดฉันแน่นมากจันทร์ อ่าเสียว โอว์ อื้อ”ตอนนี้สองกายหลอมรวมเป็นหนึ่ง เหมือนใจพวกเขาประสานหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ร่างเปลือยชื้นเหงื่อโอบกอดโรมรันบทรักหนักหน่วงไหวโยกไปตามคว
“เนี่ยคุณดีรึเปล่า ใช่คุณดีคนเดิมรึเปล่าคะเนี่ย” เธอจับหน้าของเขาส่ายไปมาคล้ายหยอกเย้า“คนเดิมแหละแค่เปลี่ยนใจมารักเธอเท่านั้นเอง ว่ายังไงตอนนี้บอกรักฉันได้รึยังจันทร์ ฉันอยากได้ยินนะ” จับมือที่จับหน้าตัวเองมาจูบแรงๆ“อือ ทำไมคุณดีเปลี่ยนไปแบบนี้คะ จันทร์รักคุณดีนะคะ รักมาตลอดรักตั้งแต่เด็กแล้ว แล้วคุณดีรักจันทร์ตอนไหนคะ” เธอถามเขาด้วยความอยากรู้“น่าจะหลังแต่งงานไม่มั้ง เพราะฉันรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งเวลาที่เธอไปไหนมาไหนกับไอ้หน้าอ่อนนั้น และไม่ชอบยามเธอพูดยิ้มหัวเราะกับคนอื่น ฉันหวง และนั้นอาจเป็นความรักของฉันที่เกิดขึ้นแบบไม่รู้ตัว มารู้ตัวอีกทีก็ตอนนี้แหละตอนที่เซ็นใบหย่าไปแล้ว ตอนที่ตามไปดูเธอที่สนามบินฉันห้ามตัวเองหลายรอบมากเพื่อจะไม่ให้ไปอุ้มเธอออกมา และฉันดีใจที่เธอโทรหาฉันและบอกว่ารักฉัน นั้นแหละฉันจึงบอกตัวเองว่าฉันปล่อยเธอไปไม่ได้ ฉันต้องการเธอ ชีวิตฉันไม่มีเธอไม่ได้ ฉันรักเธอนะยัยเด็กกาฝาก” คนปากหนักพอได้พูดก็พูดคล่องจนคนฟ
“ถ้าไม่มีรู้จะพูดอะไรก็ปล่อยจันทร์ค่ะ จันทร์เสียเวลาอยู่ที่นี่นานแล้ว ตอนนี้จันทร์ตกเครื่องแล้ว แต่จันทร์ก็จะไปค่ะ จันทร์ไม่อยากเจอคุณดีอีกแล้ว” เมื่อมองดูนาฬิกาที่ผนังห้องของโรงแรมเห็นว่าตอนนี้ไปคงไม่ทันแล้ว เธอตกเครื่องเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ไม่อาจอยู่ที่นี่กับเขาได้ เพราะเธอไม่ใช่ภรรยาของเขาแล้วและเขาก็ไม่ใช่สามีเธอแล้ว ต่างคนต่างเป็นอดีตของกันและกันไปแล้ว“ไม่ๆ ฉันไม่ปล่อยอยู่ด้วยกันนะ อยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต ฉันไม่ทิ้งเธอเธอเองก็ไม่ทิ้งฉันได้ไหม อยู่กับฉัน”“เพื่ออะไรคะ อยู่ด้วยกันงั้นเหรอคะ มีแค่จันทร์รักคุณดีคนเดียว แล้วเราจะอยู่ด้วยกันไปตลอดได้ยังไง” เธอถามเขา ส่วนคนปากหนักก็เม้มปากแน่นเงียบไม่พูดอะไรออกมา แต่กระชับกอดร่างในวงแขนแน่นขึ้น โดยไม่สนใจว่าตอนนี้เธอจะขัดขืนตัวดันเขาออกห่างเงียบ!เขาไม่ยอมปล่อยเธอและไม่ยอมพูดตอบออกมา เขาเงียบมีเพียงเสียงลมหายใจของเขาเท่านั้นที่ดังออกมาให้ได้ยิน และเหมือนจะมีเสียงเต้นของห
“อย่าไป!” เขาเอ่ยกระซิบข้างหูเธอพร้อมกระซับวงแขนที่รัดเอวเธอแน่น“ปล่อยค่ะ!”“ก็ฉันบอกว่าอย่าไปไงล่ะ” เขาตะคอกเธอเสียงดังพร้อมกับกอดรัดเอวสาวแรงกว่าเดิมจนเธอรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก“อือ ปะ...ปล่อยก่อนค่ะจันทร์หายใจไม่ออก” เธอแกะมือหนาของเขาที่สอดประสานกันที่หน้าท้องของตัวเองให้คลายแรงกอด“อยู่กับฉัน” เขาคลายแรงกอดรัดแน่นแต่ไม่ยอมปล่อยให้เธอได้รับอิสระด้วยกลัวว่าเธอจะหนีไป“ถ้าที่ทำตอนนี้เพราะต้องการลูกไม่ต้องลำบากก็ได้ค่ะ ยังไงคุณดีก็ยังเป็นพ่อเขา จันทร์ไม่กีดกันไม่ปิดบังลูกหรอกค่ะ ตอนนี้เราหย่ากันแล้ว ปล่อยจันทร์ไปเถอะค่ะ”“ไม่! อยู่กับฉัน เธอกับลูกต้องอยู่กับฉัน ฉันต้องการเธอกับลูก” เขาบอกเธอเสียงแผ่วพร่าพร้อมแนบแก้มสากตัวเองไปกับแก้มเนียนของหล่อน“คุณดีเลิกพยายามได้แล้วค่ะ คนไม่ร
“ตอนนี้อยู่กับใครจันทร์”“เรานั่งรออยู่คนเดี๋ยว เครื่องก็ใกล้จะออกแล้ว”“ตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม”“เรา...ไม่แน่ใจเหมือนกันแผนว่าเราจะไปอยู่ที่นั้นได้ไหม เราคิดถึงเขา” เธอบอกปลายสาย“จันทร์รักเขา จันทร์ตัดเขาไม่ขาดหรอก ความรักที่แอบรักมาหลายปีจะตัดขาดในเวลาวันสองวันเดือนสองเดือนไม่ได้หรอกนะ หรือบางทีตัดไม่ขาดตลอดชีวิต แผนอยากให้จันทร์คิดให้ดีนะ เพื่อตัวจันทร์เองและลูกด้วย แผนไม่อยากให้จันทร์ตัดสินใจพลาดและเสียเวลาไปกับความพยายามและความเจ็บปวดที่จันทร์ก็รู้ดีว่าจันทร์ลืมเขาไม่ได้และไม่เคยคิดจะลืมเขาได้ด้วย”“เรา...”“งั้นใช้เวลากับตัวเองระหว่างรอขึ้นเครื่องนะว่าอยากไปหรือไม่อยากไป ถ้าไปก็ต้องตัดคนทางนี้ให้ได้ ตัดให้ขาดถึงจะเริ่มต้นใหม่ได้ ถ้าคิดว่าทำยังไงก็ไม่ลืมเขาก็ควรอยู่ที่นี่ไม่ควรไปแบบน
เช้าวันต่อมาทั้งสองมาจดทะเบียนหย่ากัน โดยมีทนายประสงค์และคุณนายผิงมาด้วย ทั้งสองมองหน้ากันแล้วก็ต้องส่ายหน้าไปมาเมื่อคนที่จดทะเบียนหย่ากันหน้าเศร้าสร้อยไม่ต่างกัน ในเมื่อทั้งสองตัดสินใจกันดีแล้วก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคต อยากรู้เหมือนกันว่าหลังจากนี้เจ้าลูกชายตัวร้ายจะทำยังไงต่อ“ในที่สุดก็กลับมาโสดอีกครั้ง” ธรรพ์แหงนหน้ามองฟ้าเมื่อเดินออกมาจากสำนักงานแล้ว เขาทำเหมือนว่าตัวเองมีความสุขทั้งๆ ที่ในอกกำลังเจ็บปวด“มีความสุขจังนะคุณดี” คุณนายผิง ทนายประสงค์และกลิ่นจันทร์ที่เดินตามออกมาเอ่ยขึ้น“แน่นอนครับ อิสระของผมกลับมาอีกครั้ง ไปแล้วนะครับ” เขาโบกซองเอกสารในมือให้ท่านแล้วเดินยิ้มจากไป“เรากลับกันเถอะค่ะคุณแม่” กลิ่นจันทร์เอ่ยเสียงเศร้า“กลับบ้านกันเถอะ ตอนนี้หนูก็โสดลูกหนึ่งแล้ว แล้วไปสวิสหนูยัง...”“เหมือนเดิมค่ะ ห







