Mag-log in“ครับ” รักนรินทร์เว้นหายใจไปครู่หนึ่งค่อยกล่าวต่อ “อีกอย่างเรื่องเลขาของผม พี่ภูไม่ต้องใส่ใจมากก็ได้ครับ” เขาเกลียดสายตาที่ภูวดลมองเธอฉิบหาย ให้ตายเถอะ! มันแอบมองก้นและหน้าอกของเธอด้วย “ฉันก็แค่หวังดีเท่านั้น ไม่ได้อยากก้าวก่ายชีวิตนายสักหน่อย นายก็คิดมากไปได้” “เช่นนั้นก็ดีครับ มาเถอะแก้ม เราต้องไปดูไลน์ผลิตสินค้าตัวอื่นด้วย” “ขอตัวก่อนนะคะ” “เชิญครับ” รักนรินทร์กับเลขาเดินห่างไปแล้ว มุมปากของภูวดลจึงแสยะยิ้มออกมา “มึงชูคอได้อีกไม่นานหรอกรัก ทุกอย่างที่เป็นของมึงจะต้องเป็นของกู รวมถึงผู้หญิงของมึงด้วย” ช่วงบ่ายรักนรินทร์มีประชุมกับหัวหน้าแผนกที่โรงงาน กระทั่งบ่ายสี่โมงเย็นเขาจึงพาเลขากลับที่พัก มาถึงโรงแรมเอกชัยพาทั้งสองขึ้นไปบนชั้นสี่แล้วยื่นคีย์การ์ดให้เจ้านาย กัลยากรอดสงสัยไม่ได้จึงถาม “แล้วของฉันล่ะคะ” รักนรินทร์ปรายตามองเอกชัยราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เอกชัยหลบสายตาเขาแล้วหันมาคุยกับกัลยากร “เอ่อ พอดีว่าห้องพักเหลืออยู่เพียงห้องเดียวเท่านั้นครับ” “เป็นไปได้ยังไงคะ ยังไม่ถึง
มาถึงโรงงานรักนรินทร์จึงบอกเลขา “เธอเดินเข้าไปก่อนเลยนะ เดี๋ยวฉันสั่งงานไอ้เอกแป๊บนึง” “ค่ะ” กัลยากรเดินห่างออกไปแล้ว รักนรินทร์จึงเข้าไปคุยกับลูกน้อง “ไปเช็กอินโรงแรมรอไว้เลยนะ ยกกระเป๋าขึ้นไปเก็บในห้องให้เรียบร้อยด้วย” “แล้วต้องจองกี่ห้องครับนาย” “เรื่องแค่นี้มึงคิดเองไม่เป็นหรือไง” “อ้อ สามห้องใช่ไหมครับ” รวมกับของเขาด้วยหนึ่งห้อง “สอง! แล้วก็เตรียมหาเหตุผลไว้ด้วย” “เหตุผลอะไรครับนาย” “ก็ที่มึงจองได้แค่สองห้องไง” “อ้อ ไม่ยากครับ ก็บอกว่านายเป็นคนสั่ง” “ไอ้เอก!” รักนรินทร์ทำท่าจะเตะลูกน้อง แต่เอกชัยก็วิ่งเข้าไปในรถแล้ว พร้อมกับนั่งขำคนเดียว นที ผู้จัดการโรงงานกับภูวดลออกมาต้อนรับรองประธานบริษัทกับเลขา จากนั้นทั้งสี่จึงเข้าไปดูในไลน์ผลิต โดยมีนทีเป็นผู้นำทาง “ตั้งแต่เช้ามีปัญหาอะไรไหมครับ” นทีถามแผนกควบคุมคุณภาพ “ยังไม่มีค่ะ ทุกอย่างราบรื่นดีค่ะ” “อืม ถ้าอย่างนั้นคุณนทีคิดว่าสินค้าสามหมื่นชิ้นจะใช้เวลาผลิตกี่วันครับ” ภ
พะแพงเดินออกไปไม่นานก็มีรถยนต์จอดรอรับเธออยู่แล้ว เธอเปิดประตูเข้าไปนั่งที่เบาะหลัง รถเคลื่อนออกไปแล้วราชันย์จึงถาม “คุยอะไรกัน” “เขาก็แค่ทวงสัญญาน่ะค่ะ” สัญญาว่าหากเขาได้เป็นรองประธานบริษัท พะแพงจะยอมมาเป็นเลขาส่วนตัวของเขา ราชันย์หัวเราะออกมา “แล้วคุณคิดจะทำตามสัญญาไหม” “ทำก็บ้าแล้วค่ะ ฉันจะเลือกผู้ชายโง่เขลาอย่างนั้นได้ยังไงคะ” เธอเป็นเลขาประธานบริษัทก็ดีอยู่แล้ว จะให้ลดตัวไปเป็นเลขารองประธานทำไม อีกอย่างตอนนี้เธอยังมีความสัมพันธ์ลับ ๆ กับราชันย์อีกด้วย วันข้างหน้าเธออาจได้เป็นถึงภรรยาประธานบริษัทเชียวนะ ว่าจบทั้งสองก็หัวเราะขึ้นพร้อมกัน “คุณนี่มันร้ายจริง ๆ” “ก็เพื่อคุณทั้งนั้นนี่คะ” จากนั้นทั้งสองก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีก เพราะราชันย์ได้รั้งเธอเข้ามากอดและจูบอย่างดูดดื่ม แม้คนขับรถจะเห็นก็ตาม ยังไม่จบแค่นั้น ราชันย์ยังพาพะแพงไปต่อที่คอนโดของเขาอีกด้วย สองวันต่อมารักนรินทร์ก็มารอเลขาที่หน้าปากซอยแต่เช้า เพราะทั้งสองต้องเดินทางไปที่ปทุมธานีแล้ว โดยมีเอกชัยขับรถมาให้เช่นเคย วันนี้
กัลยากรเดินเข้ามาในห้อง จากนั้นก็หยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเขียนอีกครั้ง‘อีกสองวันต้องไปดูงานที่ปทุมกับนาย ตื่นเต้นจัง พี่วินยังเตือนว่าอย่าให้เราเข้าใกล้นายเพราะกลัวนายจะหว่านเสน่ห์ให้เราหลงรักจนโงหัวไม่ขึ้น เราก็อยากจะบอกพี่วินเหมือนกันว่า ขนาดนายไม่ได้หลอก เราก็หลงจนโงหัวไม่ขึ้นมานานแล้ว ยิ่งเขาใช้ลิ้นให้ เรายิ่งหลง’คืนวันเดียวกันภูวดลได้นัดเจอกับพราวพิมลที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง “ได้ข้อมูลมาหรือยัง” ภูวดลถาม “ได้มาแล้วค่ะ” “แน่ใจนะว่าเป็นอันที่สรุปแล้ว” “แน่ใจค่ะ” พราวพิมลมองซ้ายมองขวาแล้วยื่นแฟลชไดรฟ์ให้เขา “ทำได้ดีมาก นี่คือเงินก้อนแรกของเธอ ถ้างานนี้สำเร็จ เธอจะได้รับเงินทั้งสองทาง” ภูวดลยื่นเชคเงินสดให้พราวพิมล “ขอบคุณมากค่ะ” พราวพิมลหยิบเชคเงินสดนั้นขึ้นมาหอม “งั้นพราวกลับก่อนนะคะ” “อืม” แยกย้ายจากพราวพิมลแล้ว ภูวดลก็มาพบเพื่อนอีกสองคนที่นัดไว้ที่ The Room XVII ซึ่งเป็นผับของศิลาเพื่อนของรักนรินทร์ เขาเดินเข้าไปยังโต๊ะที่นัดกันไว้ “เชิญนั่งครับคุณภู” ราชันย์เอ่ย
“ก็พลอยอยากไปผ่อนคลายบ้าง อยู่แต่ในออฟฟิศน่าเบื่อจะตาย แถมยังเครียดอีกต่างหาก” “วันหยุดค่อยชวนพี่คินไป” พลอยไพลินถอนหายใจออกมา “จะไม่ให้ไปด้วยจริง ๆ ใช่ไหม” “ก็พี่ไปทำงาน ไม่ได้ไปเที่ยว” รักนรินทร์พูดน้ำเสียงจริงจัง “ไม่ไปก็ได้” พออ้อนวอนไม่สำเร็จ พลอยไพลินจึงเดินหน้าบึ้งออกมาจากห้องพี่ชาย กัลยากรจึงหันมาถามเขา “ฉันต้องไปโรงงานกับบอสเหรอคะ” “อืม ค้างคืนด้วยนะ บอกที่บ้านด้วย” “ไปแค่ปทุมต้องค้างคืนด้วยเหรอคะ” “ก็ต้องรอดูด้วยว่าผลิตภัณฑ์มีปัญหาหรือเปล่า ไม่ใช่ไปแล้วก็กลับเลย” “อ้อค่ะ แล้วไปค้างกี่คืนคะ” “สอง” เย็นวันนั้นพอกลับมาถึงบ้าน กัลยากรจึงบอกมารดากับพี่ชายว่าจะต้องไปดูงานที่ปทุมธานีและต้องค้างคืนที่นั่นด้วย“แก้มต้องไปค้างกี่คืนล่ะลูก” อลิษาถาม“บอสบอกว่าสองคืนค่ะแม่”“ดูแลตัวเองดี ๆ ล่ะ” นาวินบอกน้องสาวด้วยความเป็นห่วง“รู้แล้วค่า”“แล้วบอสอะไรนั่นเป็นคนเจ้าชู้ไหม” เขารู้ว่าเจ้านายน้องสาวเมื่อก่อนเคยเป็นหนุ่มข้างบ้าน แต่เขาไม่ค่อยจักรู้นิสัยใจคอมากนั
เจ้าของร่างใหญ่เดินไปเคาะประตูห้องน้ำ กัลยากรจึงเดินออกมา “ท่านประธานไปแล้วเหรอคะ” “อืม” “แล้วบอสได้เผยพิรุธอะไรให้ท่านประธานเห็นไหมคะ” “ไม่” กัลยากรยกมือขึ้นทาบอกพลางผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียด “โล่งอกไปที” รักนรินทร์พยักพเยิดหน้าไปที่โต๊ะทำงานของเขา “แต่พี่คินเห็นแว่นตาเธอ” “ฮะ บอสว่าอะไรนะคะ” กัลยากรตกใจจนแทบสิ้นสติ “ป่านนี้พี่คินคงรู้แล้วมั้ง ทำอะไรไม่เคยรอบคอบสักอย่าง” เขาแสร้งบ่นให้เธอ ความจริงแล้วให้ภาคินรู้ก็ดี จะได้เลิกยุ่งกับกัลยากรสักที เช่นนั้นเรื่องที่จะเตือนเธอเรื่องที่ว่าภาคินมีแฟนอยู่แล้ว เขาจึงไม่ได้เอ่ยออกมา “ก็บอสเป็นคน…” เริ่มก่อน “ไปทำงานได้แล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ “ไปก็ได้ ชิ ทำอะไรก็ผิดไปหมด วันหลังไม่ให้เอาแล้ว” “บ่น บ่น คิดว่าจะรอดหรือไง เงินก็รับไปแล้ว” “ก็ไม่ แต่พอมีอะไรก็โทษเราฝ่ายเดียวไง” รักนรินทร์ส่ายหน้าไปมา มุมปากกระตุกยิ้มเบา ๆ สามวันต่อมาวิกรมจึงให้ผู้ช่วยโทรมายืนยันกับทาง บริษัท ลูมิเน็กซ







