LOGIN“อืม” กัลยากรอยู่ในสภาพสะลืมสะลือ แต่ก็พอจะรู้ว่าเขาคุยอะไรกับเธอบ้าง เธอรู้ว่าตัวเองเมา แต่เธอก็จำได้ทุกอย่างเช่นกัน เพียงแต่ร่างกายตอบสนองช้าเท่านั้นพอมาถึงบ้านรักนรินทร์ก็บอกให้คนขับรถไปรออยู่ที่คอนโด คนตัวใหญ่พยุงร่างเธอเข้าไปในบ้าน“พี่รักไม่กลัวคุณแพรรู้เหรอคะ” กัลยากรถามเมื่อเข้ามาอยู่ในห้องนอนแล้ว“ไม่กลัว” แขนสองข้างสวมกอดคนตัวเล็กไว้“พี่รักไม่รักแก้ม”“ไม่ได้เขียนบันทึกประจำวันมากี่วันแล้วฮึ”“หลายวันแล้วค่ะ” เพราะความเมาเธอจึงไม่นึกเอะใจกับสิ่งที่เขาถาม“ทำไมไม่เขียนหืม” มือข้างหนึ่งเชยคางเธอขึ้นมาแล้วประทับจูบลงไปอย่างอ่อนโยน“ไม่อยากเขียนค่ะ” เพราะเขากำลังจะหมั้นกับคนอื่น เธอจึงทำใจเขียนต่อไม่ค่อยได้“พรุ่งนี้กลับไปเขียนต่อนะ”“ทำไมคะ”“เพราะพี่อยากให้แก้มอ้วนเขียนถึงพี่ไง”“ได้ แก้มจะเขียนถึงพี่รัก”สิ้นคำร่างทั้งสองก็ไม่มีเสื้อผ้าเหลือสักชิ้นแล้ว เขาอุ้มเธอเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำด้วยกันแต่อาบยังไม่สะอาดดี ไฟราคะก็เริ่มคุกรุ่นขึ้นอีกแล้ว คนตัวใหญ่ตอกอัดสะโพกเข้าหาเธอจนนับครั้งไม่ถ้วน ออกจากห้องน้ำแล้วยังมาต่อที่เตียงนอนอีกหลายยก“อา แก้มอ้วนเสียวไหม”“เสียวจนตัวชาไ
จากนั้นก้มลงใช้ปากและลิ้นกับส่วนอ่อนไหวของเธอ “อื้อ พี่รักขาแก้มเสียว” เพราะรักนรินทร์เองก็รู้สึกเมาเช่นเดียวกันจึงลงลิ้นหนักกว่าทุกครั้ง และมันยิ่งทำให้เธอครางเสียงดังขึ้นอีก“อา พี่รัก อย่าหยุดนะคะ อื้อ อ้า ซี้ดดดด อูยเสียวเหลือเกิน” ดวงตาของเธอหวานเยิ้มยิ่งกว่าเก่ารักนรินทร์รับรู้ได้ว่าขาของเธอกำลังสั่นระริก เขาตรึงสะโพกคนใต้ร่างไว้แน่น แล้วรัวลิ้นเร็วแรง กัลยากรครางเสียวแทบขาดใจ กระทั่งร่างของเธอเกร็งกระตุกเขายังไม่หยุด“อื๊อพี่รักคะ หยุดก่อนค่ะ แก้มจะขาดใจตายแล้ว”รักนรินทร์จึงถอนลิ้นออก แล้วเคลื่อนตัวขึ้นมาทาบทับร่างของเธอไว้ “ขอข้างหลังนะ”“ค่ะ”เขาจับให้เธออยู่ในท่าคลานเข่าแล้วแทรกแก่นกายเข้าไปในตัวเธอในคราเดียว “อา คับแน่นเป็นบ้าเลยแก้มอ้วน” เขาโน้มตัวลงไปขบดูดบนแผ่นหลังขาวเนียน มือสองข้างพลางขยำสองเต้าอย่างเมามัน “เสียวไหมแก้มจ๋า” ว่าจบบั้นท้ายก็ขยับเข้าออกไปด้วย ปากยังไม่ละจากผิวกาย ส่วนมือยังนวดคลึงอยู่กับเต้างาม“สะ เสียวค่ะ อา พี่รักมันลึกมากเลยค่ะ”“วันนี้ครางเสียงดัง ๆ เลยนะ”“ทำไมคะ”“พี่ชอบฟังเสียงแก้มอ้วน มันเร้าอารมณ์ดี”“ค่ะ” เธอเองก็ชอบครางเหมือนกัน เพราะมันทำให
“แล้วพี่รักกำลังจะหมั้นจริง ๆ เหรอคะ” “มันไม่ได้หมั้นแล้ว แต่แก้มคงยังไม่รู้มั้ง” เพราะรักนรินทร์เคยเล่าแผนการนี้ให้เขาฟังแล้ว ศิลาจึงรู้ว่าเขาพยายามหาทางยกเลิกงานหมั้นกับแพรไหม “ทำไมแก้มถึงไม่รู้ล่ะคะ” “มันคงอยากเซอร์ไพรแก้มกระมัง” อัยลดาคิดตามก็เห็นเป็นเช่นนั้น เพราะขนาดมีคนแอบรักเพื่อนของเธอก็ยังไม่รู้ตัว ทางด้านของรักนรินทร์เมื่อเดินกลับเข้ามาแล้วก็ปิดประตูลงกลอนโดยกัลยากรไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ คนร่างใหญ่เดินไปนั่งบนโซฟาตัวยาวข้างเธอ จากนั้นก็จับเธอขึ้นมานั่งคร่อมบนตักของตนพลางเอ่ย “แก้มอ้วนของพี่เมาแล้ว”“พี่รัก เดี๋ยวคนก็เข้ามาเห็นหรอกค่ะ” เสียงเธอเริ่มไม่เหมือนเดิมแล้ว “ไม่มีใครเข้ามาหรอก พี่ล็อกประตูแล้ว” “พี่รักจะทำอะไรคะ” “ก็ทำให้แก้มอ้วนมีความสุขยังไงล่ะ” เขาก้มลงจูบปากเธออย่างอดใจไม่ไหว กัลยากรผลักหน้าเขาออก “พี่รักอย่าค่ะ เดี๋ยวคุณแพรรู้เธอต้องเสียใจมากแน่ ๆ เลยค่ะ” รักนรินทร์จ้องเข้าไปในดวงตาของเธอ “ห่วงความรู้สึกตัวเองบ้างเถอะ” “พี่รั
“เราโทรตามพลอยมาดื่มด้วยกันดีไหมคะ” กัลยากรถามขึ้นมา “ไม่ดี” รักนรินทร์รีบตอบทันที “นั่นสิ ทำไมไม่ดีคะ นานทีพวกเราจะได้เจอกันสักที” อัยลดา “ไม่ต้องโทรตามมาหรอก กว่ายัยพลอยจะมาถึงพี่ก็พาแก้มกลับพอดี” เพราะไม่อยากให้น้องสาวมาเป็นก้างขวางคอจึงพูดออกไปเช่นนั้น ศิลาปรายตามองเพื่อนอย่างรู้ทัน “กลัวน้องสาวมาเป็นก้า…” “มึงเงียบไปเลย” เพื่อนยังพูดไม่ทันจบรักนรินทร์ก็แทรกขึ้นมาแล้ว ศิลาจึงทำลอยหน้าลอยตา แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาทั้งสี่นั่งคุยกันอย่างครื้นเครง กัลยากรก็นั่งคุยกับเพื่อนอย่างออกรส เพราะทั้งคู่ไม่ได้เจอกันนานมาก รักนรินทร์สั่งเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เพียงเล็กน้อยให้กับเลขา ส่วนอัยลดาดื่มน้ำผลไม้ไปเพียงสองแก้วเท่านั้น เพราะเกรงว่าน้ำตาลในเลือดจะสูง จึงไม่ดื่มมากไปกว่านั้น ส่วนกัลยากรแม้รักนรินทร์จะสั่งเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ต่ำให้ ทว่าเธอหน้าเธอก็เริ่มเห่อแดงแล้ว เกือบสามทุ่มศิลาจึงขอตัวกลับ รักนรินทร์จึงอดเอ่ยเย้าไม่ได้ “ห่วงเมียจริง ๆ” “เอาไว้มึงลองมีเมียก่อนค่อยมาว่าให้กู
ส่วนรักนรินทร์ เมื่อเลขาเข้ามานั่งในรถแล้วเขาจึงพูดขึ้นว่า “อยากไปเที่ยวผับไอ้หินไหม” “พี่รักจะพาแก้มไปเหรอคะ” “อืม” “อย่าดีกว่าค่ะ ถ้าคุณแพรรู้เธอคงเสียใจมาก” “แต่พี่อยากเลี้ยงฉลองกับแก้ม” “ฉลองเรื่องอะไรคะ” “ก็เรื่องที่พี่เจรจากับคุณดิเรกได้สำเร็จยังไงล่ะ” เขามั่นใจถึงเก้าส่วนว่าดิเรกต้องทำตามข้อเสนอของเขาอย่างแน่นอน “แต่พี่รักก็ต้องหมั้นกับคุณแพรอยู่ดีไม่ใช่เหรอคะ” เท่านั้นกัลยากรก็เดาได้แล้วว่าเขาต้องหมั้นกับแพรไหมจริง ๆ รักนรินทร์เพียงฉีกยิ้มกว้าง แต่ไม่ได้พูดคำใดออกมา ที่เธอพูดเช่นนี้แสดงว่าเธอไม่ได้เขียนบันทึกมาหลายวันแล้ว เป็นเพราะอะไรกันนะ ปกติเธอเขียนบันทึกทุกวันไม่ใช่หรือ “เอาไว้วันจันทร์พี่ค่อยเล่าทุกอย่างให้แก้มอ้วนฟังได้ไหม” เพราะพรุ่งนี้เป็นวันหยุด คืนนี้เขาจึงอยากมีเวลาเที่ยวกับเธอ อีกทั้งเขาอยากให้เธอเห็นข้อความในสมุดบันทึกเอง จึงไม่อยากพูดอะไรไปมากกว่านี้ เพราะวันนี้แม่กับพี่ชายยังอยู่ที่โรงพยาบาล กัลยากรจึงตอบตกลง “ก็ได้ค่ะ”รักนรินทร์จึงพาเธอไปที่
สองวันต่อมา ช่วงบ่ายรักนรินทร์ก็มาพบกับดิเรกและแพรไหมตามที่ได้นัดกันเอาไว้ กัลยากรนำดอกไม้ช่อใหญ่มามอบให้แพรไหม แล้วถอยออกไปยืนดูอยู่ห่าง ๆ แพรไหมรับไว้ แต่สายตาและท่าทางกลับแสดงออกว่าไม่ถูกชะตาเลขาสาวคนนี้อย่างชัดเจน แต่ดิเรกไม่ได้สนใจสิ่งนั้น เขาเป็นฝ่ายเปิดปากขึ้นก่อน “คุณอธิปกับคุณศิจะมาสู่ขอยัยแพรวันไหน” “ทำไมเหรอครับ” “อาอยากได้ยินคำยืนยันจากปากพ่อกับแม่ของรักก่อน เรื่องธุรกิจเราค่อยมาคุยกันวันหลังดีไหม” เพราะการหมั้นหมายยังไม่ได้ตกลงกันเป็นเรื่องเป็นราว เขาจึงรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจนัก รักนรินทร์ยืดตัวนั่งหลังตรง กล่าวออกเสียงเข้ม “จะไม่มีการหมั้นหมายเกิดขึ้นครับ” “ทำไมล่ะ” น้ำเสียงของดิเรกฟังดูตกใจอยู่ไม่น้อย “เพราะผมกับคุณแพรไม่ได้รักกันครับ” รักนรินทร์พูดออกไปโดยไม่ไว้หน้าแพรไหมสักนิด “คุณรักคะ!” แพรไหมตกตะลึงกับคำพูดของเขา “คุณรักพูดแบบนี้ไม่ได้นะคะ เรื่องทุกอย่างทั้งสองฝ่ายตกลงกันไว้หมดแล้ว คุณเองก็รู้” “แต่ผมไม่เคยตกลงด้วย” “แล้วสินค้าที่ยังอยู่ในสต็อกอีกหลายหมื่นชิ้นรั







